หน้าแรก » 🇹🇭 Baan Suriyasai – บ้านสุริยาศัย
Visit: September 15, 2019
🇹🇭 Baan Suriyasai - บ้านสุริยาศัย
174 ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
Tel: 022378889
Cuisine
🍴 Thai- อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
บ้านสุริยาศัย ร้านอาหารสูตรชาววังในคฤหาสน์ทรงวิคตอเรียผสมโคโลเนียลสุดหรูอายุกว่า 100 ปีของตระกูล “บุนนาค” คำว่าสุริยาศัย เป็นคำสนธิ มีที่มาจากคำว่าสุริยะ แปลว่าพระอาทิตย์ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลบุนนาค กับคำว่าอาศัยแปลว่าที่อยู่ ตัวคฤหาสน์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ ๖ โดยสถาปนิคชาวอิตาเลียน มีจุดเด่นคือการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันและตะวันตกให้เข้ากันได้อย่างกลมกลืน ภายนอกของคฤหาสน์ทาด้วยสีขาวดูเรียบหรู ภายในตกแต่งด้วยไม้และเฟอนิเจอร์ยุคเก่าอายุใกล้เคียงกับตัวบ้าน มีการแขวนรูปของต้นตระกูลบุนนาค รูปขุนนางและราชนิกูลในยุคนั้น และมีรูปขาวดำที่หาชมได้ยากของกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรีในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงรัชกาลที่ ๖ ประดับไว้ตามผนัง นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่หาดูได้ยากในปัจจุบันวางประดับไว้มากมาย
ตัวคฤหาสถ์ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ คือ Restaurant, Tea Room, Content Bar และ Cooking Studio นอกจากนี้ยังมีโซนพิพิธภัณฑ์แม่โขง รวมถึงห้องเก็บสมบัติเก่าแก่ล้ำค่าของอดีตเจ้าของบ้าน เช่นนกยูงสตัฟฟ์ ข้าวของเครื่องใช้โบราณ และยังมีห้องสูบซิก้าที่รวบรวมอุปกรณ์และซิกายุคเก่าให้คนรุ่นปัจจุบันได้ชมกันอีกด้วย
Price :
~1,700 THB/p
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
12Pm-2.30PM, 6PM-10PM
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 อาหารไทยชาววังโบราณ รสชาติดี บรรยากาศเยี่ยม
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Thai Cryspy Pancake
Watermelon with Toasted Fish Flakes
Pork, Chicken and Shrimp Spicy Salad Seasoned with Chilli Jam
Scented Panang Curry with Pork Spare Ribs
Stir-fried Crispy Pork Belly, Fish Flakes and Dried Shrimp with Seasoning Paste
Stir-fried Pork with Cayenne Pepper and Sweet Basil
Soup Soup with Crispy Pork
Crispy Noodle-style Fried Rice
Crispy Noodles Soup
Man-pu Brown Rice
Raspberry Jelly-filled Lychee in Rose Syrup
Coconut Ice Cream and Mahachonok Mango Ice Cream Serves with Toppings
Water Chestnut and Palm Seeds in Coconut Milk
Baan Suriyasai – บ้านสุริยาศัย
นกยูงสตัฟฟ์เพศผู้แสนสวยในบริเวณห้องพิพิธภัณฑ์ของคฤหาสน์
ปลาแห้ง-แตงอุลิตในกระทงนิล (190++)
Watermelon with Toasted Fish Flakes
ปลาแห้งแตงโม เมนูที่หน้าตาดูเป็นอาหารไทยร่วมสมัย แท้จริงแล้วมีประวัติค่อนข้างยาวนาน โดยเป็นอาหารว่างชาววัง นิยมทานกันช่วงฤดูร้อนในหมู่ขุนนางและพระเจ้าแผ่นดิน โดยมีบันทึกเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ปรากฎหลักฐานชัดเจนในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกต และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจัดเมนูปลาแห้งแตงนำเสิร์ฟพระสงฆ์กว่าสองพันรูป ควบคู่กับแกงพะแนง หมูผัดกุ้ง ไข่เจียว ลูกชิ้น มะเขือชุบไข่ทอด และกุ้งต้ม
สำหรับบ้านสุริยาศัย ได้นำเมนูนี้มาปรับปรุงโดยทำแตงโมให้เป็นทรงกลม รองด้านล่างด้วยปลาแห้งป่นละเอียดใส่ในกระทงสีนิล ทอปด้วยใบผักชีและพริกซอย ตอนทานจะได้รสหวานของแตงโม ตัดกับรสเค็มของปลาแห้ง ให้ความรู้สึกสดชื่น สำหรับรสชาติถือว่าที่นี่ทำออกมาได้อร่อยกว่าหลายร้านที่เคยทานเมนูนี้มา แต่ยังสู้ Paste ร้านอาหารไทยระดับ 1 ดาวมิชลิน ที่มีอาหารว่างซิกเนเจอร์อย่าง “ปลาแซลมอนสมุนไพรและแตงโม” ไม่ได้ (13/20)
พะแนงกระดูกหมูอ่อนอบควันเทียนพร้อมเครื่องเคียง (390++)
Scented Panang Curry with Pork Spare Ribs
พะแนงหมูสูตรชาววังจานนี้ ได้สูตรมาจากหนังสือ “ชีวิตในวัง 2” หน้าที่ 62 บรรทัดที่ 1 ประพันธ์โดย ม.ล. เนื่อง นิลรัตน์ กล่าวเอาไว้ในหนังสือว่า “แกงพะแนงนั้น หากจะกินให้อร่อย ต้องกินกับไข่เป็ดต้มยางตานี พริกหยวกหั่นแว่น หอมแดงดอง และช่อใบโหระพา ให้เคี้ยวทั้งสี่อย่างนี้ไปกับแกงพะแนงที่อบควันเทียนจนหอม ได้รสอร่อยที่เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย” สำหรับรสชาติของแกงพะแนงจานนี้ ถือว่าสอบผ่าน เพราะให้เนื้อสัมผัสของเครื่องแกงที่ดี เนียน ละเอียด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตัดรสกับสมุนไพร และเนื้อกระดูกหมูอ่อน จัดเป็นหนึ่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เลย (15/20)
นางฟ้าเยี่ยมห้อง (390++)
Pork, Chicken and Shrimp Spicy Salad Seasoned with Chilli Jam
ยำไทยชื่อแปลกนี้มีสูตรต้นตำรับมาจากคุณแม่ของคุณชาลี อมาตยกุล ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ กินอย่างไทย โดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ มีองค์ประกอบของหนังหมูซอยบาง ร่วมกับเนื้อหมู ไก่ และกุ้งลวกหั่นเต๋า ยำกับน้ำพริกเผาปรุง หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และผิวส้มซ่า ทานกับผักทอด ให้รสชาติหวานนำเผ็ดตามจากน้ำพริกเผาและกุ้งลวก มีเนื้อสัมผัสหลากหลายจากหนังหมู กุ้ง และไก่ จัดว่าเป็นยำชาววังที่รสชาติดีไม่เบาเลยทีเดียว (13/20)
หมูผัดส้มเสี้ยว (450++)
Stir-fried Pork with Cayenne Pepper and Sweet Basil
หากคุณไม่รู้จักส้มเสี้ยวในตำรับอาหาร ก็ไม่แปลก เพราะที่มาของเมนูนี้ มาจากชื่อวัด ไม่ใช่ชื่อส้ม อ้างอิงจาก “ตำรากับข้าวพระองค์เจ้าจุไรรัตน์ฯ และวังบางขุนพรหม” หน้าที่ 7 ประพันธ์โดย ม.ร.ว. สุมาลยมงคล โสณกุล กล่าวไว้ว่า “กลิ่นหอมของหมูในกระทะที่ผัดกับพริกชี้ฟ้าและใบโหระพา ที่ลอยไปจนถึงสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาล มารศรี ในรัชกาลที่ ๕ ขณะเสด็จประพาสทางชลมารคยังวัดส้มเสี้ยว หอมชวนกินจนมีรับสั่งให้คุณข้าหลวงไปตามหาที่มาของสูตรอาหารนั้น และประทานชื่อว่า หมูผัดส้มเสี้ยว ตามชื่อวัด และทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูชาววังนับเเต่บัดนั้นเป็นต้นมา สำหรับเมนูนี้มีจุดเด่นคือการนำหมูผัดจนนุ่มตัดรสชาติกับพริกคาเยน และใบไม้รสเปรี้ยวในกลุ่มใบกะเพรา มีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว (15/20)
ผัดพริกขิงตามเสด็จฯ แปลง (550++)
Stir-fried Crispy Pork Belly, Fish Flakes and Dried Shrimp with Seasoning Paste
สำหรับเมนูนี้ นำสูตรมาจากหนังสือ “ชีวิตในวัง 2” ประพันธ์โดย ม.ล. เนื่อง นิลรัตน์ (เช่นเดียวกันกับเมนูพะแนงหมูอบควันเทียนพร้อมเครื่องเคียง) โดย ม.ล. เนื่อง เล่าว่าเมนู “ผัดพริกขิงตามเสด็จฯ” มีชื่อนี้จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดปรานเมนูนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเสด็จประพาสหัวเมืองใด ก็กำหนดให้ห้องเครื่องของสวนสุนันทา ทำสำรับกับข้าวเมนูนี้ในปริมาณ 1 ไหซอง ติดตามไปด้วยทุกครั้ง แต่สูตรเดิมนั้น มีส่วนผสมของ กากหมูเจียว ปลาฟู กุ้งแห้งทอดกรอบ แต่ไม่มีหมูเป็นส่วนผสม แต่ ม.ล.เนื่อง นำเมนูนี้มา “แปลง” โดยการใส่หมูผัดลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความซับซ้อนทางรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้นไป
สำหรับเราพอลองทานแล้ว จัดว่าเป็นผัดพริกขิงที่รสชาติดีมากจริงๆ เพราะมีความกลมกล่อมของรสชาติ หวาน เค็ม เผ็ด เนื้อหมูร่วน ทานได้ง่าย มีกลิ่นหอมสมุนไพร ถือว่าเป็นหนึ่งในผัดพริกขิงที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทานมาเลยทีเดียว (15/20)
ขนมเบื้องแย้มโอษฐ์ (390++)
Thai Cryspy Pancake
ขนมเบื้องแย้มโอษฐ์ ถูกดัดแปลงจากเครื่องว่างชื่อ “ขนมเบื้องอ้าปาก” ของสายสกุล พนมวัน ที่บันทึกอยู่ในหนังสือ “ของกินเล่น” หน้าที่ 36 บรรทัดที่ 1 โดยมีองค์ประกอบด้านนอกห่อด้วยแป้งทอดทำออกมาบางและกรอบ ด้านในมีไส้ทำจากเนื้อกุ้งและมันกุ้ง ทอปด้วยเนื้อปู ใบผักชี และพริกหั่น ทานคู่กับน้ำอาจาดใส่ขิงซอย ตอนทานต้องอ้าปากกว้างเพื่อทานทั้งคำ รสชาติหวานจากเนื้อปูตัดกับรสหวานมันของเนื้อกุ้งและมันกุ้งได้ลงตัว จัดว่าเป็นขนมเบื้องที่รสชาติดีมากเลยทีเดียว (14/20)
แกงส้มปักษ์ใต้หมูกรอบ (450++)
Sour Soup with Crispy Pork
แกงส้มปักษ์ใต้หมูกรอบนี้ นำสูตรมาจากบทสัมภาษณ์ของ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ใน มัณฑณา สถาปัต ฉบับพิเศษ โดยท่านเล่าถึงแกงส้มตำรับนี้ว่า เกิดจากความบังเอิญ เมื่อพนักงานร้านอาหารปักษ์ใต้ทำหมูกรอบตกลงไปในชามแกงส้ม ที่เดิมมีเพียงเนื้อปลา แต่กลายเป็นว่า ผู้กินต่างติดอกติดใจในรสชาติ และเรียกขานกันว่า “แกงส้มคุณชายถนัดศรี” (12/20)
แกงส้มปักษ์ใต้หมูกรอบ (450++)
Sour Soup with Crispy Pork
โดยจุดเด่นของอาหารจานนี้อยู่ที่แกงส้มรสจัดแบบปักษ์ใต้ มีรากบัวกรอบเพิ่มความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัส ทานกับหมูกรอบรสอร่อย ถึงจะเผ็ด แต่รสชาติดีจนเราต้องทานหมดถ้วย ทานเสร็จแล้วเหงื่อไหลท่วมตัวเลยทีเดียว (12/20)
ข้าวผัดเครื่องหมี่กรอบ (320++)
Crispy Noodle-style Fried Rice
ข้าวผัดเครื่องหมี่กรอบ อ้างอิงมาจาก “ตำรากับข้าวพระองค์เจ้าจุไรรัตน์ฯ และวังบางขุนพรหม” หน้าที่ 8 โดยเป็นความคิดของ ม.ล. จุไรรัตน์ฯ เอง ที่นำเครื่องหมี่กรอบ มาผัดกับข้าว กลายเป็นข้าวผัดหมู-กุ้ง มีกลิ่นใบกุยช่ายและส้มซ่า มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวค้บายหมี่กรอบ อร่อยถูกใจผู้คนมากมาย จนได้ถูกบรรจุเป็นเมนูของร้านอาหาร Siam Rice ร้านอาหารไทยแห่งแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (11/20)
หมี่น้ำ (320++)
Crispy Noodles Soup
หมี่น้ำ แปลงมาจากตำรับของคุณท้าววนิดาพิจาริณี มารดาของ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ดังปรากฎในหนังสือ ภิรมย์รัตน์ หน้าที่ 14 โดยใช้หมี่กรอบ ทานกับซุปที่มีส่วนผสมของมันกุ้งและผิวส้มซ่า มีรสเปรี้ยวหวานคล้ายหมี่กรอบ บีบมะนาวลงไปให้รสเปรี้ยวตัดกับรสหวาน สามารถทานเป็นอาหารจานเดียว หรือเป็นกับข้าวก็ได้ สำหรับจานนี้ส่วนตัวเป็นจานที่ให้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะเครื่องหมี่กรอบในน้ำซุป ทำให้ซุปออกรสชาติเปรี้ยวหวานแปลกๆ ไม่ค่อยกลมกล่อมเท่าไหร่ (9/20)
ข้าวมันปู (200++)
Man-pu Brown Rice
ข้าวมันปูที่ร้านเลือกมาหุงคุณภาพดีมาก เมล็ดข้าวเต็มเมล็ด ร่วน ไม่ติดกัน แนกกันเป็นอิสระทุกเมล็ด เนื้อข้าวแน่น แต่ยังมีความนุ่ม หอม อร่อย จัดว่าเป็นข้าวมันปูชั้นเยี่ยมเลยจริงๆ (15/20)
Pre Dessert
Mintchee
ก่อนทานของหวาน ทางร้านจะเสิร์ฟมิ้นท์จี่ คล้ายซอเบท์รสเปรี้ยวที่มีส่วนผสมของใบมิ้นท์และลิ้นจี่ มีกลิ่นหอม สดชื่นเพื่อล้างลิ้นก่อนทางของหวาน (11/20)
เมฆาสุริยาศัย (250++)
Coconut Ice Cream and Mahachonok Mango Ice Cream Serves with Toppings
สำหรับอาหารหวานอย่างแรกคืออาหารหวานที่เป็นเมนูประจำร้านอย่าง เมฆาสุริยาศัยเสิร์ฟมาในถ้วยแช่เย็นโรยด้วยดอกไม้ดูสวยงาม (14/20)
เมฆาสุริยาศัย (250++)
Coconut Ice Cream and Mahachonok Mango Ice Cream Serves with Toppings
ไอศกรีมกะทิสดรสชาติหอมมัน ทานคู่กับไอศกรีมมะม่วงมหาชนกให้รสเปรี้ยวอมหวานตัดกันอย่างดี มีเครื่องเคียงคือลูกชิดไพลิน รังนกนางแอ่น และมะตูมเชื่อมอย่างดี ราดน้ำกะทิ และทอปด้วยแผ่นเงินบางๆ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังมีรสอร่อยเลิศอีกด้วย (14/20)
มัทนาลงสรง (190++)
Raspberry Jelly-filled Lychee in Rose Syrup
เป็นการผสมผสานวัตถุดิบที่สวยงามสามชนิดคือ ผลลิ้นจี่ ภายในสอดไส้เจลลี่ราสป์เบอรี่ ราดด้วยน้ำกุหลาบเปอเซีย ลอยแก้วในน้ำกลีบกุหลาบกลิ่นหอม ข้างบนเป็นกลีบกุหลาบชุบน้ำตาลทานกับน้ำแข็งใส โดยทางร้านได้แรงบันดาลใจมาจากกลิ่นกายของนางมัทนา นางผู้มีกำเนิดจากดอกกุหลาบในวรรณคดีเรื่อง “มัทนะพาธา” พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๖ (14/20)
มัทนาลงสรง (190++)
Raspberry Jelly-filled Lychee in Rose Syrup
ผลลิ้นจี่ให้รสหวาน หอม สดชื่น เสริมด้วยกลิ่นหอมของกุหลาบเปอเซียร์ ตัดกับรสเปรี้ยวของเจลลี่ราสป์เบอรี่ได้อย่างลงตัว (14/20)
เพทาย-ไพลินกรอบ (190++)
Water Chestnut and Palm Seeds in Coconut Milk
ขนมหวานที่ดัดแปลงมาจากทับทิมกรอบตำรับดั้งเดิมของ พระองค์เจ้าวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ที่ทรงอาสาเป็นลูกมือหญิงชาวญวนที่ทำขนมนี้ในห้องพระเครื่องต้น เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ โดยในขณะที่ ได้จัดอาหาร ได้ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ไม่มีใครเห็น แต่กระนั้น พระวิมาดาเธอฯก็ยังจำรสมือและปรุงตามได้อย่างแม่นยำ (14/20)
เพทาย-ไพลินกรอบ (190++)
Water Chestnut and Palm Seeds in Coconut Milk
สำหรับเมนูนี้คือทับทิมกรอบสี Sapphire Blue ที่ทำผิวด้านนอกได้นุ่ม แต่มีเนื้อสัมผัสกรอบตรงกลาง ทานกับลูกชิดที่ทำออกมาดีมาก ราดด้วยน้ำกะทิรสหวานมัน ใส่ในน้ำแข็ง มีส่วนผสมของดอกไม้ทานได้ อร่อยกว่ามาตรฐานทับทิมกรอบทั้วไปมากๆ (14/20)
Welcome Drink
Suriyasai Punch
สำหรับ Welcome Drink เสิร์ฟเป็นน้ำพั้นช์รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม มีส่วนผสมของส้มโอกับน้ำแอปเปิ้ล มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว อร่อยมาก (13/20)
ราคา 5155.26 บาท
ข้างๆโต๊ะเราเป็นโต๊ะของสมเด็จพระเทพฯ
บริเวณห้องอาหารตกแต่งดูหรูหรา สวยงาม
อีกโซนของห้องอาหาร ตกแต่งด้วยรูปสีขาวดำของกรุงเทพยุคเก่า มีการตกเเต่งด้วยเฟอนิเจอร์ในช่วงยุครัชกาลที่ ๖ อาทิ เครื่องเล่นเพลงสมัยเก่า และโทรศัพท์โบราณ เป็นต้น
รูปวาดขาวดำของ ช่วง บุนนาค หรือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (พ.ศ. 2351 – พ.ศ.2425) ขุนนางชั้นสูงในรัชสมัยรัชกาลที่ ๔ และเป็นผู้สำเร็จราชกาลแทนรัชกาลที่ ๕ ในช่วง พ.ศ. 2411 – พ.ศ. 2416
นกยูงเพศเมียสตัฟฟ์จัดแสดงภายในส่วนพิพิธภัณฑ์ของคฤหาสน์
ภายในพิพิธภัณฑ์แม่โขง
ห้องสูบซิการ์ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน จัดแสดงอุปกรณ์สำหรับสูบซิการ์ และซิการ์โบราณในยุคนั้นในตู้ไม่ ดูสวยงาม ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็จะรับรู้ได้ถึงกลิ่นซิการ์โบราณได้ทันที
สัญลักษณ์ของร้าน
ป้ายหน้าร้าน