Visit: November 10, 2020

🇹🇭 Zuma - ซูม่า

159 ถนน ราชดำริ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Tel: 02-252-4707

Cuisine

🍴 Japanese Contemporary - อาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

12.5/20

Price

3/5
          

🎗 แม้จะเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นแต่สาขาต้นตำรับของ Zuma ตั้งอยู่ที่ Knightsbridge ในกรุง London การันตีด้วยรางวัล The Plate ใน Michelin Guide UK ต่อเนื่องกันนานหลายปี ทั้งยังขยับขยายสาขาออกไปสู่เมืองใหญ่ทั่วโลกถึง 16 แห่ง สำหรับสาขากรุงเทพเป็นอีกสาขาที่มีชื่อเข้าไปติดอยู่ใน Michelin Guide เช่นกัน ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น G ของโรงแรม The St. Regis ย่านปทุมวัน ภายในออกแบบโดยอินทีเรียสตูดิโอจากประเทศญี่ปุ่นให้มีพื้นที่กว้างขวาง ผนังด้านหน้าเป็นกระจกใสทำให้ร้านดูโปร่งไม่อึดอัดตา ด้านในมีครัวแบบ Open kitchen รวมไปถึงเคาเตอร์สำหรับแล่ปลาและจัดเสิร์ฟซูชิ ลูกค้าสามารถเลือกนั่งในห้องปรับอากาศหรือรับลมบริเวณเทอเรสด้านนอกก็ได้เช่นกัน

🎗 อาหารที่นี่เสิร์ฟมาในสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นแต่เติมเต็มการบริการและบรรยากาศระดับโรงแรม 5 ดาวเข้าไปด้วย ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็น À La Carte ตามใจชอบ หรือ Set Menu ที่จัดเตรียมเอาไว้แล้วก็ได้ แต่เราขอแนะนำเซ็ต Inira Lunch สุดคุ้มค่าที่นำเสิร์ฟอาหารแบบเดียวกันกับอลาคาร์ทในราคาเพียง 790++ ต่อคนเท่านั้น โดยมีจานที่เราอยากให้เพื่อนๆได้ลองชิมดูคือ

✨ Barley miso marinated chicken oven roasted on cedar wood

Signature Dish ของร้านที่เชฟเลือกใช้ลูกไก่เลี้ยงแบบปล่อยอายุราวๆ 2 เดือนครึ่งตัวนำไปอบบนไม้ซีดาร์จนสุก เนื้อไก่นุ่ม ละมุนใช้ได้ ด้านบนเป็นซอสทำจากมิโสะและข้าวบาเลย์จึงมีกลิ่นหอมแบะรสชาติเข้มข้น (13/20)

✨ Black cod and prawn gyoza

เกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่นที่ด้านในสอดไส้ปลาค็อดดำผสมเนื้อกุ้งทำให้มีทั้งเนื้อสัมผัสนุ่ม แป้งเกี๊ยวซ่ากรอบด้านล่าง หนึบด้านบน ทานกับซอสรสชาติกลมกล่อม เข้ากันดีมากจริงๆ (13/20)

✨ Green tea and banana cake with coconut ice cream and peanut toffee sauce

ขนมหวานรสเด็ดเป็นเค้กสองชั้นที่มีชั้นบนทำมาจากกล้วยและด้านล่างมำมาจากมัทฉะ เสิร์ฟมาให้ทานกับกล้วยที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ราดด้วยซอสทอฟฟี่ให้ความหวานที่ลงตัว เคี้ยวไปจะมีความกรอบของถั่วลิสง ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวเพิ่มความหอมมันและตัดหวานจากซอสทอฟฟี่ (13/20)

🎗 รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐาน ราคาอาจค่อนข้างสูงแต่แลกมาด้วยการบริการที่ดี Zuma คือร้านอาหารวไตล์ Izakaya ที่ผ่านการยกระดับจากร้านริมทางสู่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวอย่างแท้จริง

Price :

790-3,000 THB/p

Parking :

จอดที่โรงแรม St. Regis Bangkok

Operating Time :

11.30-24.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารสไตล์อิซากายะที่มีกลิ่นอายของตะวันตกผสมผสานกับออกมาได้อย่างลงตัว

อาหาร :

12.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Inari Lunch (790++/p)

          

🥄 Starter

Thinly sliced sea bass with yuzu, truffle oil and salmon roe

Black cod and prawn gyoza

🥄 Main Course

Japanese wagyu A4 grade (110 g) with signature sauces (additional 950++)

🥄 Dessert

Mango and young coconut custard chawanmushi with passionfruit (additional 200++)

📃 Zuma Special Tasting Menu (1,599++ THB/p)

🥄 Starter

Miso soup with spring onions

Seared salmon with lime shiso soy

Chicken yakitori with baby leeks

Tomato with roasted eggplant and ginger dressing

Spicy fried tofu, avocado and Japanese herbs

🥄 Maki and Sashimi

Sashimi selections

Spicy tuna with chili miso and tobiko

🥄 Main Course

Barley miso marinated chicken oven roasted on cedar wood

🥄 Dessert

Green tea and banana cake with coconut ice cream and peanut toffee sauce

🇹🇭 Zuma – ซูม่า

🍴 Japanese Contemporary – อาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

รีวิววันนี้เป็นคิวของห้องอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Izakaya ที่ยกระดับจากร้านอาหารริมทางมาตั้งอยู่ในหนึ่งในโรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพ ทั้งยังกวาดรางวัลมากมายจากสื่อหลายสำนักทั่วโลก นั่นก็คือห้องอาหาร Zuma

แม้จะเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นแต่สาขาต้นตำรับของ Zuma ตั้งอยู่ที่ Knightsbridge ในกรุง London การันตีด้วยรางวัล The Plate ใน Michelin Guide UK ต่อเนื่องกันนานหลายปี ทั้งยังขยับขยายสาขาออกไปสู่เมืองใหญ่ทั่วโลกถึง 16 แห่ง

Thinly sliced sea bass with yuzu, truffle oil and salmon roe

จานนี้เชฟเลือกใช้ปลากระพงแล่ออกมาเป็นชิ้นบางๆ ก่อนทานให้วางอิกุระไว้ด้านบน เชฟราดด้วยซอสยูซูรสหวานอมเปรี้ยว ทั้งยังมีส่วนผสมของน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลหอมเด่นขึ้นจมูก (13/20)

Black cod and prawn gyoza

ห้ามพลาดเมนูเรียกน้ำย่อยแนะนำของทางร้านอย่างเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่น ด้านในสอดไส้ปลาค็อดดำผสมเนื้อกุ้งทำให้มีทั้งเนื้อสัมผัสที่นุ่มและหนึบ ดีงามมากๆ แป้งเกี๊ยวซ่ากรอบด้านล่าง หนึบด้านบน ทานกับซอสรสชาติกลมกล่อม (13/20)

Miso soup with spring onions

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยซุปมิโซร้อนๆก่อนเข้าสู่อาหารจานหลัก (11/20)

Seared salmon with lime shiso soy

ปลาแซลมอนที่ผ่านการเซียแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ราดด้วยน้ำซอสสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟมาแบบเย็นรสชาติออกหวานเปรี้ยว ด้านบนทอปด้วยพริกซอยและใบชิโสะ มีงาดำช่วยเสริมกลิ่นให้เด่นชัดมากขึ้น (13/20)

Chicken yakitori with baby leeks

ถัดมาคือเนื้อไก่ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปเสียบไม้ย่างแล้วทาด้วยซอสรสหวานกลมกล่อม ตรงกลางคั่นด้วยกระเทียมต้นที่ย่างให้กลิ่นคล้ายหอมใหญ่แต่มีความกรอบมากกว่า (12/20)

Tomato with roasted eggplant and ginger dressing

เมนูสลัดอย่างง่ายที่ใช้มะเขือเทศหั่นเป็นแว่นๆ ทานกับมะเขือเผานุ่มๆ ราดด้วยซอสขิงที่ทำออกมาได้ดีพอควร ไม่มีรสเผ็ดติดมา ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่อาหารจานหลัก (11/20)

Spicy fried tofu, avocado and Japanese herbs

สุดท้ายคือเต้าหู้ทอดนุ่มๆ ทานแล้วชวนให้นึกถึงเต้าหู้ทอดพริกเกลือแบบจีน ทานกับสลัดผักญี่ปุ่นและอโวคาโด้ (12/20)

Sashimi selections

ก่อนเข้าสู่เมนคอร์สทางร้านจะนำเสิร์ฟซาชิมิสามชิ้นคือปลาแซลมอน ปลาหางเหลือง และปลาทูน่า เนื้อปลาที่เสิร์ฟมาคุณภาพใช้ได้ ทานแล้วรู้เลยว่าเป็นซาชิมิเกรดชัดเจน แต่ด้วยปริมาณเพียง ขนาดจานที่เสิร์ฟมาจึงดูใหญ่ไปนิด (13/20)

Spicy tuna with chili miso and tobiko

ด้านล่างคือมากิที่ด้านในสอดไส้เนื้อปลาทูน่าและซอสพริกมิโสะ ด้านนอกคบุกด้วยควินัวเพิ่มความกรอบ ยังมีโทบิโกะเพิ่มความกรึบและความมันตอนทาน (13/20)

Japanese wagyu A4 grade (110 g) with signature sauces (additional 950++)

หากใครสั่งเมนคอร์สแบบปกติก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ด้วยความที่เราอยากทานเนื้อวากิวจึงต้องเพิ่มเงิน 950++ บาท ทางร้านจะนำเสิร์ฟเนื้อวัววากิวเกรด A4 ขนาด 110 กรัมมากับซอสสองแบบ เกลือ และวาซาบิ เราเลือกความสุกของเนื้อที่ระดับมีเดียมแรร์ คุณภาพเนื้อพอใช้ได้ เพียงเคี้ยวเบาๆก็เกือบจะละลายในปาก (13/20)

Japanese wagyu A4 grade (110 g) with signature sauces (additional 950++)

สเต๊กเนื้อวากิวจะนำเสิร์ฟมากับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ 1 ถ้วย (13/20)

Barley miso marinated chicken oven roasted on cedar wood

จานนี้เชฟเลือกใช้ลูกไก่เลี้ยงแบบปล่อย อายุราวๆ 2 เดือนครึ่งตัวนำไปอบบนไม้ซีดาร์จนสุก เนื้อไก่นุ่ม ละมุนใช้ได้ ด้านบนเป็นซอสทำจากมิโสะและข้าวบาเลย์จึงมีกลิ่นหอม รสชาติเข้มข้นไม่เบาเลยล่ะ (13/20)

Barley miso marinated chicken oven roasted on cedar wood

เนื้อไก่เสิร์ฟมากับบล็อคโคลี่ผัดซอสให้ทานสลับกัน (13/20)

Mango and young coconut custard chawanmushi with passionfruit (additional 200++)

สำหรับเซ็ตเมนูอาหารกลางวันลูกค้าสามารถสั่งของหวานมาทานในราคาสุดพิเศษ จานนี้คือขนมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาวานมูชิหรือไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ด้านในจะถูกแบ่งออกเป็นเลเยอร์เริ่มจากชั้นล่างรือคัวตาร์ดมะพร้าว ตรงกลางคือผลไม้อย่างมะม่วงและมะละกอสุกที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ชั้นบนสุดคือโฟมเสาวรส ตอนทานต้องอย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์ เราแอบเซอไพรซ์ที่เชฟทำเนื้อสัมผัสออกมาได้เหมือนชาวานมูชิจริงๆ ส่วนรสชาติจะได้ความหวานจากมะม่วงและมะละกอ ยังมีความหอมมันของคัสตาร์ดมะพร้าว อมรสเปรี้ยวจากโฟมเสาวรสที่ด้านบน เข้ากันดีสุดๆ ข้างกันคือขนมหน้าตาคล้ายทองม้วนบ้านเรากรอบ เบา บาง ใครมาทานห้ามพลาดสั่งมาชิมกันดูนะ (13/20)

Green tea and banana cake with coconut ice cream and peanut toffee sauce

ของหวานจานนี้คือเค้กสองชั้นที่มีชั้นบนทำมาจากกล้วยรสชาติคล้ายเค้กกล้วยหอม ส่วนด้านล่างเป็นชั้นของมัทฉะ เสิร์ฟมาให้ทานกับกล้วยที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ราดด้วยซอสทอฟฟี่ให้ความหวานที่ลงตัว เคี้ยวไปจะมีความกรอบของถั่วลิสง ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวเพิ่มความหอมมันและตัดหวานจากซอสทอฟฟี่ (13/20)

📃 Zuma Tasting Menu

📃 Inari Lunch (790++/p)

ด้านในมีครัวแบบ Open kitchen รวมไปถึงเคาเตอร์สำหรับแล่ปลาและจัดเสิร์ฟซูชิ

ภายในออกแบบโดยอินทีเรียสตูดิโอจากประเทศญี่ปุ่นให้มีพื้นที่กว้างขวาง ผนังด้านหน้าเป็นกระจกใสทำให้ร้านดูโปร่งไม่อึดอัดตา

ลูกค้าสามารถเลือกนั่งในห้องปรับอากาศหรือรับลมบริเวณเทอเรสด้านนอกก็ได้เช่นกัน

อาหารที่นี่เสิร์ฟมาในสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นแต่เติมเต็มการบริการและบรรยากาศระดับโรงแรม 5 ดาวเข้าไปด้วย

รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐาน ราคาอาจค่อนข้างสูงแต่แลกมาด้วยการบริการที่ดี Zuma คือร้านอาหารวไตล์ Izakaya ที่ผ่านการยกระดับจากร้านริมทางสู่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวอย่างแท้จริง