หน้าแรก » 🇹🇭 Yamazato – ยามาซาโตะ
Visit: July 27, 2020
🇹🇭 Yamazato - ยามาซาโตะ
ชั้น 24 โรงแรม The Okura Prestige Bangkok, เลขที่ 57 ถนน วิทยุ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 02-687-9000
Cuisine
🍴 Japanese - อาหารญี่ปุ่น
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
Yamazato เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำโรงแรม The Okura ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยมีสาขาเเรกอยู่ที่โรงแรม Hotel Okura Tokyo เปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 1962 และอีก 4 สาขาในประเทศญี่ปุ่น ส่วนสาขานอกประเทศญี่ปุ่นการันตีรสชาติโดยการเข้าร่วมเป็นขาประจำใน Michelin Guide ทั้งสาขาอัมสเตอร์ดัมที่ได้รับรางวัล 1 Michelin Star ต่อเนื่องกันมาตั้งเเต่ปี 2002, สาขามาเก๊า (Michelin Plate), สาขาไทเป (Michelin Plate), สาขาเซี่ยงไฮ้ และสาขากรุงเทพ (Michelin Plate) ทุกสาขามีจุดเด่นร่วมกันคือการนำเสิร์ฟ Set Menu แบบ Kaiseki Ryōri (懐石料理) อาหารชุดโบราณที่เคยใช้เสิร์ฟองค์จักพรรดิ์ญี่ปุ่นในพระราชวังอิมพีเรียลมาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 9 เเต่ละเซ็ตจะประกอบไปด้วยอาหารแบบมัลติคอร์สที่ใช้เทคนิคการปรุงชั้นสูง มีการจัดจานอย่าปราณีต และนำเสิร์ฟต่อเนื่องกันเทียบกันได้กับ Haute Cuisine ของฝั่งตะวันตก
รีวิวร้าน Yamazato สาขา Amsterdam (
1 Michelin Star) ของเพจเราตั้งเเต่ปี 2018 : https://web.facebook.com/685707774837356/posts/3477981875609918
สำหรับ Yamazato สาขากรุงเทพตั้งอยู่บนชั้น 24 ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ภายในห้องทานอาหารมีพื้นที่กว้างขวาง การตกแต่งเลือกใช้ผนังไม้โทนสีอุ่นซึ่งดูเข้ากันกับโต๊ะหินอ่อนและเก้าอี้ไม้สีเข้ม ลวดลายที่ไม่สม่ำเสมอบนเพดานได้รับแรงบันดาลใจมาจากออริกามิหรือกระดาษพับแบบญี่ปุ่น ห้ามพลาดที่จะจองโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งสามารถมองเห็นวิวมุมสูงของกรุงเทพมหานครทั้งช่วงเวลากลางวันเเละยามค่ำคืน อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Shigeru Hagiwara หัวหน้าพ่อครัวชาวญี่ปุ่น ลูกค้าสามารถเลือกเมนูได้หลากหลายรูปแบบทั้ง À La Carte และ Set Menu โดยเฉพาะ Kaiseki ryōri ที่มีให้เลือกตั้งเเต่ Lunch Kaiseki (1,700++/p) ซึ่งจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันไปจนถึง Yamazato Kaiseki (4,700++/p) ชุดอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลจำนวน 8 คอร์สเสิร์ฟมาเป็นลำดับขั้น นอกจากนี้ยังมีเตา Teppanyaki ขนาดใหญ่สำหรับเมนูที่ต้องอาศัยการปิ้ง รวมไปถึงพื้นที่บางส่วนที่จัดทำเป็นเคาเตอร์ Sushi และ Sashimi โดยนำเข้าปลาสดๆมาจากตลาด Toyosu ในกรุงโตเกียวอีกด้วย
เมนูอาหารวันนี้ถูกปรับเเต่งขึ้นโดยได้รับเเรงบันดาลใจมาจากเทศกาล Tanabata ที่มีเรื่องเล่าเป็นตำนานความรักระหว่างนางฟ้านามว่า “โอริอิเมะ” ทำหน้าที่ทอผ้าอยู่ที่แม่น้ำแห่งสวรรค์ “อามาโนกาวะ” และชายหนุ่มเลี้ยงวัวนามว่า “ฮิโกโบชิ” ซึ่งอาศัยอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ เมื่อทั้งสองได้ตกหลุมรักเเละเเต่งงานกันโอริอิเมะก็ไม่ได้ขยันทอผ้าอย่างที่เคยทำ ส่วนฮิโกโบชิก็เลิกเลี้ยงวัวทั้งยังปล่อยให้วัวเดินเพ่นพ่านไปทั่ว กษัตริย์แห่งท้องฟ้าทรงรู้เข้าก็โกรธเป็นอย่างมากและจับทั้งสองให้เเยกกันอยู่คนละฝั่งของเเม่น้ำโดยอนุญาตให้ทั้งคู่พบเจอกันได้เฉพาะวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามเเม้ว่าจะได้เห็นหน้ากันเเต่ทั้งสองก็ไม่อาจข้ามแม่น้ำแห่งสวรรค์ไปหากันได้ ด้วยความสงสารฝูงนกนางแอ่น (บ้างก็ว่านกกางเขน) จึงได้บินมาเรียงตัวกันเป็นสะพานให้ทั้งสองได้ข้ามไปพบกันโดยมีข้อเเม้ว่าวันที่ 7 เดือน 7 ของปีนั้นต้องมีฟ้าโปร่งและไม่มีฝนตก ในปัจจุบันหากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้าจะพบกับดาว Vega ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนางฟ้าโอริอิเมะ อีกฝั่งหนึ่งคือดาว Altair ซึ่งเป็นตัวเเทนของฮิโกโบชิ ตรงกลางคือเเม่น้ำเเห่งสวรรค์หรือทางช้างเผือกหรือ Milky Way ที่คอยกั้นทั้งคู่ออกจากกัน จะมีเพียงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีที่ผู้สังเกตุการณ์สามารถมองเห็นสะพานดาวหรือ Magpie Bridge ทอดข้ามดาว Deneb เพื่อเชื่อมดาว Vega และดาว Altair เข้าด้วยกัน โดยชาวญี่ปุ่นนิยมตัดต้นไผ่มาปักไว้บริเวณรั้วบ้าน จากนั้นจะเขียนคำขอพรใส่กระดาษแล้วผูกเอาไว้เพื่อให้ความปรารถนาเป็นจริงเช่นเดียวกับโอริอิเมะเเละฮิโกโบชินั่นเอง
วันนี้เราเลือกทานเป็นชุด Kaiseki ที่ดีที่สุดของทางร้านคือ Yamazato Kaiseki ที่ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น Tanabata Promotion Kaiseki Dinner (4,700++/p) เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยซากิซึเกะหรืออมูสบูช ต่อด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย จากนั้นจึงเข้าสู่อาหารเเบบมัลติคอร์สทั้งซุป, ซาชิมิ, จานย่าง, ตุ๋น, ทอด, ก๋วยเตี๋ยว และปิดท้ายด้วยอาหารหวาน จานที่โดดเด่นจนต้องขอยกมาพูดคือซากิซึเกะหรืออมูสบูชที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างฟองเต้าหู้นามะยูบะกับอูนิและผักกระเจี๊ยบช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่อาหารจานหลัก ถัดมาคือของย่างที่นำเสิร์ฟทั้งเนื้อวัววากิวเเละปลาเเมคเคอเรลมาในจานเดียวกันโดยจับคู่กับซอสมิโซปาปริก้า จานตุ๋นเชฟเลือกใช้ปลา Amberjack ตุ๋นมาจนเนื้อเปื่อยทานกับซอสมิโซขาวและผักนานาชนิด สุดท้ายคือเทมปุระที่เชฟนำเสิร์ฟขาปูซูไวชุบแป้งทอดซึ่งทำออกมาได้ดีทั้งกรอบเเละไม่อมน้ำมัน
รสชาติอาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจ แม้ว่าทางร้านจะมีเมนู À La Carte ให้เลือกหลากหลายเเต่เราขอเเนะนำชุด Kaiseki ที่นำเสิร์ฟได้ตรงตามแบบแผนญี่ปุ่นโบราณและหาทานได้ยากในประเทศไทย เราโชคดีที่ได้นั่งโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งถือเป็นมุมที่ดีที่สุดของที่นี่ พนักงานบริการดี ราคาสูงตามมาตรฐานร้านอาหารชั้นนำในโรงแรมแรม 5 ดาว ถือเป็นร้านที่เราอยากให้เพื่อนๆหาโอกาสพิเศษเพื่อลองไปชิมกันดูสักครั้ง
Price :
1,500-5,000 THB/p
Parking :
จอดได้ในโรงแรม The Okura Prestige Bangkok
Operating Time :
11.30-14.30, 18.00-22.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในกรุงเทพ ราคาสูงตามมาตรฐานโรงแรมชั้นนำ
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 七夕御膳 (4,700++/p) Tanabata Promotion Kaiseki Dinner
Amuse
Fresh soymilk skin and star-shaped okra, sea urchin and Chinese wolfberry with starchy soy sauce
Starter
Grilled eel shirayaki, steamed octopus, tomato, broad bean and maitake mushroom with sesame vinegar
Soup
Pike eel dumpling, oboro kelp, mushroom, vegetables and star-shaped carrot
Sashimi
Tuna, sweet shrimp, yellowtail, and Japanese cockle
Grilled Dish
Spanish mackerel, beef, with leek miso sauce garnished with elingi mushroom, carrot and paprika
Simmered Dish
Amberjack, shiitake mushroom, eggplant, corn and edamame with starchy white miso and mustard sauce
Tempura
Snow crab, cutlass fish, lotus roots, pumpkin and asparagus
Noodles
Dried gourd shavings sushi roll
Desserts
Coconut flavored tapioca
または – Or
Mango pudding with sweetened beans and matcha sauce
A la carte
Grilled salmon with teriyaki sauce
Mochi with sweet red bean paste
Yamazato – ยามาซาโตะ
Yamazato เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำโรงแรม The Okura ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยมีสาขาเเรกอยู่ที่โรงแรม Hotel Okura Tokyo
七夕御膳 (4,700++/p)
Tanabata Promotion Kaiseki Dinner
生湯葉 星おくら 雲丹 くこの実 亀甲あん
Fresh soymilk skin and star-shaped okra, sea urchin and Chinese wolfberry with starchy soy sauce
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Sakizuke หรือ “อมูสบูช” เพื่อใช้เรียกน้ำย่อย วันนี้ทางร้านนำเสิร์ฟเป็นฟองเต้าหู้นามะยูบะดิบเสิร์ฟมากับผักกระเจี๊ยบที่หั่นออกมาเป็นรูปดาว โกลจิเบอร์รี่ ทอปด้วยอูนิหรือไข่หอยเม่น ความนุ่ม เนียนของไข่หอยเม่นตัดกันกับความกรึบเล็กน้อยของฟองเต้าหู้และผักกระเจี๊ยบ เชฟเลือกเสิร์ฟมาที่ความเย็นมากกว่าอุณหภูมิห้อง ทานเเล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ (14/20)
鰻白焼き 蒸し蛸 とまと利久酢 蚕豆 舞茸
Grilled eel shirayaki, steamed octopus, tomato, broad bean and maitake mushroom with sesame vinegar
คอร์ส “อาหารเรียกน้ำย่อย” ในวันนี้เป็นหนึ่งในจานที่ดีที่สุดของมื้อนี้เลยก็ว่าได้ เชฟเลือกใช้อูนางิหรือปลาไหลน้ำจืดที่ผ่านกระบวนการชิระยากิคือการเเล่และถอนกระดูกตามแบบญี่ปุ่นโบราณ ทานกับหนวดของหมึกยักษ์ ถั่วปากอ้า มะเขือเทศ เห็ดไมทาเกะ เเละจุดเด่นของจานคือซอสงาขาวหอมๆที่ช่วยเสริมกลิ่นของปลาไหลให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม (15/20)
鱧真丈 おぼろ昆布 マッシュルーム 短冊野菜 星人参
Pike eel dumpling, oboro kelp, mushroom, vegetables and star-shaped carrot
เมื่อมีจานเย็นก็ต้องมีจานร้อน “ซุป” ผักรวมสไตล์ญี่ปุ่นใส่เห็ด สาหร่ายเคลป์ และเเครอทรูปดาว ด้านล่างเป็นเกี๊ยวทรงกลมเนื้อเด้งทำจากปลาไหล เหมาะสำหรับทานล้างปากก่อนเข้าสู่คอร์สซาชิมิ (13/20)
鮪 甘海老 ぶりとり貝 芽物
Tuna, sweet shrimp, yellowtail, and Japanese cockle
ถัดมาคือจาน “ซาชิมิ” หรือปลาดิบต่างๆ การันตีความสดด้วยการนำเข้าเนื้อปลาจากตลาดปลาโทโยสุในกรุงโตเกียว มีทั้ง Otoro เนื้อปลาทูน่าส่วนไขมันมากคุณภาพสูงที่เพียงดูลายมันด้วยตาเปล่าก็ทราบได้ทันทีว่าคัดเฉพาะเกรดดีที่สุดมานำเสิร์ฟโดยแล่มาในขนาดพอเหมาะ เนื้อปลานุ่มจนละลายในปาก ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ ถัดมาคือปลาเนื้อขาวยอดนิยมอย่างปลา Buri ตรงกลางคือกุ้งหวาน Ama Ebi ที่มีเนื้อนุ่มหวานฉ่ำสมชื่อ สุดท้ายคือ Torigai หรือหอยเเครงญี่ปุ่นที่จะมีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบขึ้นมาบ้างเเต่ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ทั้งหมดเสิร์ฟกับซอสเเละวาซาบิขูดสดๆ อร่อยเทียบเคียงได้กับร้านอาหารชั้นนำในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว (15/20)
鰆 牛 葱味噌ソースエリンギ ミニキャロット 星パプリカ
Spanish mackerel, beef, with leek miso sauce garnished with elingi mushroom, carrot and paprika
สำหรับจาน “ย่าง” ทางร้านนำเสิร์ฟเมนูปลาแมคเคอเรลนำเข้าจากประเทศสเปนย่างมาจนผิวกรอบ หอม เนื้อปลาทำออกมาสุกกำลังดี ข้างกันคือเนื้อวัววากิวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียม ทานเเล้วนุ่มจนเกือบละลายในปาก ยังมีผักเคียงทั้งเเครอท เห็ดนางรมหลวง และปาปริก้ารูปดาว อีกหนึ่งไฮไลท์ของจานคือซอสสีส้มทำจากมิโซทั้งยังมีกลิ่นหอมเบาๆของปาปริก้าเข้ากันดีกับทั้งเนื้อปลาเเละเนื้อวากิว (15/20)
青ひらす煮付け 椎茸 茄子 玉蜀黍あん 枝豆
Amberjack, shiitake mushroom, eggplant, corn and edamame with starchy white miso and mustard sauce
สำหรับคอร์ส “ตุ๋น” นั้นถือเป็นอีกหนึ่งจานที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ เชฟเลือกใช้ปลาแอมเบอร์แจคไปตุ๋นจนเนื้อเปื่อยนุ่มเเต่ไม่เละ ตัวซอสทำมาจากมิโซขาวให้รสหวานกลมกล่อม ยังมีผักนานาชนิดคือเเครอทรูปดาว ข้าวโพด ถั่วเเระ เห็ดหอม และซอสมัสตาร์ดสีเหลืองด้านบนซึ่งไม่ได้มีรสเผ็ดมากมายอะไรเเต่กลับออกไปทางครีมๆมากกว่า ทุกองค์ประกอบเข้ากันได้ดีมากๆขนาดที่ว่าเรายกถ้วยซดน้ำซอสจนหมดเลยทีเดียว (15/20)
ถัดมาคือเมนู “เทมปุระ” หรือของชุบแป้งทอด เสิร์ฟมากับซอส มะนาว และเกลือป่น
ずわい蟹 太刀魚 蓮根 南瓜 アスパラ 藻塩 天出汁
Snow crab, cutlass fish, lotus roots, pumpkin and asparagus
เเน่นอนว่าไฮไลท์ของจานอยู่ที่ขาปู Zuwai ที่นำไปชุบแป้งทอดจนกรอบพอดีเเต่เนื้อปูด้านในยังคงรสหวานฉ่ำ เนื้อปูนุ่มไม่แข็งกระด้างบ่งบอกถึงความสดของวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังมีเนื้อปลาและผักต่างๆอย่างรากบัวและพริกหวาน ห้ามพลาดชิมฟักทองญี่ปุ่นรสหวานอร่อย บีบมะนาวสักแล้วนำเทมปุระจุ่มลงในซอสนิดเพื่อชูรสหวานธรรมชาติของเนื้อปูซูไวให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (14/20)
サーモン照り焼き (450++)
Grilled salmon with teriyaki sauce
คั่นกลางเมนูอลาคาร์ทเราเลือกสั่งเพิ่มเป็นปลาเเซลมอนย่างซอสเทอริยากิเสิร์ฟมากับเมียวกะหรือดอกขิง ทางร้านใช้เนื้อปลาคุณภาพ เชฟย่างออกสุกพอดี เนื้อปลานุ่ม ไม่กระด้าง ซอสเทอริยากิเคลือบชิ้นปลาทั่วๆเท่ากันหมด ทั้งยังให้รสหวานที่ลงตัวพอดีอีกด้วย (13/20)
ปิดท้ายคอร์สอาหารคาวด้วยเมนูเส้นเเละซูชิโรลเสิร์ฟมาพร้อมกัน
鮎にゅうめん しめじ 三つ葉 柚子
Vermicelli noodles with sweet fish topped with shimeji mushroom, honewort and a touch of yuzu
“เมนูเส้น” ที่ทางร้านเลือกมานำเสิร์ฟในวันนี้คือนิวเมน ก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่นเส้นเล็กที่มีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวเสิร์ฟมาในซุปร้อนๆรสชาติกลมกล่อม ในถ้วยมีเนื้อปลาหวาน เห็ดชิเมจิ ผักฮอร์นเวิท ปิดท้ายด้วยการบีบส้มยูซูลงไปด้วยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติทางกลิ่น (13/20)
干瓢巻きがり
Dried gourd shavings sushi roll
ข้างๆกันมีซูชิโรลมังสวิรัติรสชาติมาตรฐาน ทานกับซอสโชยุ ขิงดอง และวาซาบิ (12/20)
สุดท้ายพนักงานจะนำเสิร์ฟ “ขนมหวาน “ของเซ็ตไคเซกิมื้อกลางคืนมาพร้อมกัน 2 อย่าง
フルーツ盛り合わせ
Assorted Fruits
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยผลไม้ทั้งส้ม กีวี่ แตงโม ผลเบอร์รี่ ทอปด้านบนด้วยเจลลี่น้ำผึ้ง มีรสหวาน เคี้ยวหนึบเล็กน้อย ทั้งสดชื่นเเละยังช่วยดับรสคาวจากคอร์สที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี (14/20)
タピオカ汁粉 ココナッツ風味
Coconut flavored tapioca
ขนมหวานจานหลักที่อยู่ในเซ็ตไคเซกิมื้อกลางคืนคือขนมสาคูในน้ำกะทิ ทานเเล้วจะมีกลิ่นหอมเเละความมันจากมะพร้าว ด้านในมีถั่วแดงหวานมาตัดรสชาติกัน เชฟเพิ่มความสวยงามด้วยการใส่เมล็ดทับทิมด้วยไปด้วย (14/20)
マンゴプリン ぬれ甘納豆 抹茶ソース
Mango pudding with sweetened beans and matcha sauce
เราได้ขอทางร้านให้สลับขนมหวานหนึ่งจานจากเซ็ตไคเซกิมื้อกลางวันมาชิมดูด้วย 1 อย่างและรสชาติที่ได้ทำเอาเราต้องตกใจ ขนมพุดดิ้งสีเหลืองเสิร์ฟมาในถ้วยขนาดเล็ก ตักเข้าปากจะสัมผัสได้ถึงรสหวานฉ่ำของมะม่วงสุก หอม และยังมีเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้นมากๆ ทานกับถั่วแดงเชื่อม ตัดรสด้วยซอสมัทฉะที่ใส่มาด้านบน (15/20)
白玉小倉かけ (250 ++)
Mochi with sweet red bean paste
อีกจานเป็นขนมโมจิที่ทำออกมานุ่มหนึบแบบญี่ปุ่นเเท้ๆ เสิร์ฟมากับถั่วเเดงร้อนๆรสชาติดี (ระวังลวกปาก) ข้าวกันคือสาหร่ายญี่ปุ่นที่มีกลิ่นค่อนข้างแรง (13/20)
ใครที่มาเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษกับทางร้านอย่าลืมเเจ้งกับพนักงานเพื่อจะได้ Complimentary Cake ชิ้นโตจากทางโรงแรม
ใครที่มาทานภายในเดือนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นพิเศษครบรอบ 8 ปี ชุด Kaiseki เซ็ตที่สอง คิดราคาเพียง 888 บาทเท่านั้น (เเละสามารถเลือกชุดอาหารไม่ซ้ำกันได้อีกด้วย)
บนโต๊ะอาหารถูกจัดมาอย่างดีเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจเรื่องความสะอาดในสถานการณ์ปัจจุบัน
Yamazato ทุกสาขามีจุดเด่นร่วมกันคือการนำเสิร์ฟ Set Menu แบบคือ Kaiseki Ryōri (懐石料理) อาหารชุดโบราณที่เคยใช้เสิร์ฟองค์จักพรรดิ์ญี่ปุ่นในพระราชวังอิมพีเรียลมาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 9 เเต่ละเซ็ตจะประกอบไปด้วยอาหารแบบมัลติคอร์สที่ใช้เทคนิคการปรุงชั้นสูง มีการจัดจานอย่าปราณีต และนำเสิร์ฟต่อเนื่องกันเทียบกันได้กับ Haute Cuisine ของฝั่งตะวันตก
สำหรับ Yamazato สาขากรุงเทพตั้งอยู่บนชั้น 24 ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok
ลวดลายที่ไม่สม่ำเสมอบนเพดานได้รับแรงบันดาลใจมาจากออริกามิหรือกระดาษพับแบบญี่ปุ่น
ภายในห้องทานอาหารมีพื้นที่กว้างขวาง การตกแต่งเลือกใช้ผนังไม้โทนสีอุ่นซึ่งดูเข้ากันกับโต๊ะหินอ่อนและเก้าอี้ไม้สีเข้ม
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Shigeru Hagiwara หัวหน้าพ่อครัวชาวญี่ปุ่น
ห้ามพลาดที่จะจองโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งสามารถมองเห็นวิวมุมสูงของกรุงเทพมหานครทั้งช่วงเวลากลางวันเเละยามค่ำคืน
ลูกค้าสามารถเลือกเมนูได้หลากหลายรูปแบบทั้ง À La Carte และ Set Menu โดยเฉพาะ Kaiseki ryōri ที่มีให้เลือกตั้งเเต่ Lunch Kaiseki (1,700++/p) ซึ่งจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันไปจนถึง Yamazato Kaiseki (4,700++/p) ชุดอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลจำนวน 8 คอร์สเสิร์ฟมาเป็นลำดับขั้น
พื้นที่บางส่วนที่จัดทำเป็นเคาเตอร์ Sushi และ Sashimi ที่นำเข้าปลาสดๆมาจากตลาด Toyosu ในกรุงโตเกียวอีกด้วย
ทางร้านมีเตา Teppanyaki ขนาดใหญ่ 2 เตาสำหรับเมนูที่ต้องอาศัยการปิ้งหรือย่าง
เมนูอาหารวันนี้ถูกปรับเเต่งขึ้นโดยได้รับเเรงบันดาลใจมาจากเทศกาล Tanabata ที่มีเรื่องเล่าเป็นตำนานความรักระหว่างนางฟ้านามว่า “โอริอิเมะ” ทำหน้าที่ทอผ้าอยู่ที่แม่น้ำแห่งสวรรค์ “อามาโนกาวะ” และชายหนุ่มเลี้ยงวัวนามว่า “ฮิโกโบชิ”
ทางร้านได้รับรางวัลจากสื่อเกือบทุกสำนัก
Yamazato เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำโรงแรม The Okura เกือบทุกแห่ง
Yamazato มีสาขาเเรกอยู่ที่โรงแรม Hotel Okura Tokyo เปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 1962 และอีก 4 สาขาในประเทศญี่ปุ่น ส่วนสาขานอกประเทศญี่ปุ่นการันตีรสชาติโดยการเข้าร่วมเป็นขาประจำใน Michelin Guide ทั้งสาขาอัมสเตอร์ดัมที่ได้รับรางวัล 1 Michelin Star ต่อเนื่องกันมาตั้งเเต่ปี 2002, สาขามาเก๊า (Michelin Plate), สาขาไทเป (Michelin Plate), สาขาเซี่ยงไฮ้ และสาขากรุงเทพ (Michelin Plate)
หน้าโรงแรม
ป้ายโรงแรม