Visit: September 8, 2020

🇹🇭 Theo Mio - ทีโอ มีโอ้

InterContinental Bangkok, 973 ถนน เพลินจิต แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Tel: 02-656-0444

Cuisine

🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13/20

Price

2/5
          

🎗 [Intro] ร้านที่เราหยิบมาเเนะนำในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรมสุดหรูที่เชฟเจ้าของร้านมีดีกรีเป็นถึง Celebrity Chef ชื่อดังก้องโลก การันตีด้วยรางวัลต่างๆมากมายทั้งป้ายสีทองจาก Ospitalità Italiana, รางวัล Tatler Thatland Best Restaurant และ The Plate จาก Michelin Guide ตั้งเเต่ปีเเรกที่มีการจัดทำสมุดปกแดงในประเทศไทย

          

🎗 [The Chef] เชฟ Theo Randall เป็นเซเลบริตี้เชฟชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ แม้ตัวจะเกิดที่ Kingston upon Thames ในกรุงลอนดอนเเต่บอกเลยว่าฝีมือการปรุงอาหารของเชฟนั้นไม่ธรรมดา สิ่งที่สร้างชื่อเเละเป็นจุดพลิกผันชีวิตของเชฟ Randall คือการเข้ารับตำเเหน่ง Head Chef ให้กับ The River Café ในช่วงปี 90s และสามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จ เราอยากให้เพื่อนๆลองจินตนาการถึงร้านคาเฟ่เล็กๆที่ไม่มีใครรู้จัก เเถมยังเป็นช่วงเวลาราวๆ 30 ปีก่อน การจ้างเชฟหนุ่มคนหนึ่งมาทำอาหารอิตาเลียนซึ่งมีความ Authentic และ Tradition สูงแต่กลับคว้าดาวมิชลินมาครองได้ในเกาะอังกฤษถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากในขณะนั้นจนมีคนตั้งฉายาให้เชฟ Randall ว่า The Unsung Hero เลยทีเดียว หลังจากร่วมงานกันนานถึง 10 ปี เชฟ Randall จึงลาออกจาก The River Café เพื่อมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง (แต่ตัวร้านก็ยังคงรักษาดาวมิชลินมาได้จนถึงปัจจุบันนับเวลาได้เกือบ 30 ปี) โดยได้ร่วมงานกับโรงแรม InterContinental London เปิดร้านอาหารอิตาเลียนระดับ Fine Dining ในชื่อตัวเองคือ Restaurant Theo Randall และเช่นกันตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จ (จนกระทั่งถูกปรับลดเหลือ Michelin Plate เมื่อ 2 ปีก่อน) และยังขยับขยายไปเปิดร้านของตัวเองนอกสหราชอาณาจักรที่กรุงเทพ ลอนดอน และซูริคอีกด้วย

🎗 [The Place] สำหรับร้าน Theo Mio ในประเทศไทยเป็นห้องอาหารสาขาเเรกนอกสหราชอาณาจักรของเชฟ Randall เปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2015 ในช่วงนั้นเรายังจำได้ว่าเชฟได้บินมาควบคุมร้านด้วยตัวเองถึงเมืองไทยทั้งยังเข้าร่วมการเเข่งขัน Iron Chef Thailand และสามารถเอาชนะเชฟเอียนไปได้ ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณทางเข้าโรงแรม InterContinental Bangkok ด้านหน้ามีป้ายชื่อร้านพร้อมรูปเก่าของเชฟ Theo Randall เเขวนเเสดงเอาไว้บนผนัง ถัดมาคือส่วนของเคาเตอร์บาร์ซึ่งเป็นจุดสำหรับชงเครื่องดื่ม ด้านหลังเป็นครัวเเบบกึ่งเปิดที่ลูกค้าสามารถมองทะลุกระจกใสเข้าไปเห็นการทำงานของทีมเชฟได้ ห้องทานอาหารหลักออกแบบโดยใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้จำลองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางร้าน ภายในสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 40 คนและยังมีส่วนของเทอเรสด้านนอกสำหรับนั่งชิวๆรับลมในวันที่อากาศเป็นใจอีกด้วย

🎗 [The Food] ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็นเมนู À La Carte โดยจะมีบางเมนูที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล แต่จะมีบางจานที่ไม่เคยถูกถอดออกจากเมนูเลยเเละเป็นจานที่เราชอบมากกว่าจานอื่นๆคือ

✨ Linguine con Granchio

เมนูที่เราต้องสั่งทุกครั้งที่เราเเวะมาทานที่ Theo Mio คือพาสต้าเส้นลิงกวินี่เสิร์ฟมาที่ความสุกเเบบ Al Dente ทานกับเนื้อปูก้อนโต ความหอมของเนื้อปูเสริมกันกับกลิ่นหอมของกระเทียมได้ลงตัว นอกจากนี้เชฟยังตั้งใจใส่ผิวเลมอนลงไปเพื่อดึงรสหวานของเนื้อปูให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (14/20)

✨ Risotto di Mare

รีซอตโต้ซีฟู้ดที่ได้จากการนำข้าวไปเคี่ยวในน้ำสต๊อกอาหารทะเลแล้วใส่มะเขือเทศตามลงไป อาหารทะเลทุกอย่างสุกพอดี นุ่ม หนึบ ทั้งคลาสเเละอร่อย (14/20)

✨ Selezione di Dolci Theo Mio

สำหรับสายหวานห้ามพลาดเทสติ้งบอร์ดที่ได้รวบรวมของหวานทุกอย่างในร้านเข้าไว้ด้วยกัน โดยขนมต่างๆล้วนเป็นสูตรเดียวกับร้านสาขาหลักที่กรุงลอนดอนเลย เเต่หากจะให้คัดเฉพาะชิ้นที่ดีที่สุดเเอดมินอาจเเนะนำให้สั่งเฉพาะพานาคอตต้าเเละทิรามิสุมาทานก็ได้ (12/20)

🎗 [Conclusion] รสชาติอาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน อาหารที่นี่ไม่มีความซับซ้อนเเต่ทุกจานทำออกมาได้สมกับเป็นห้องอาหารสาขาต่างประเทศแห่งเเรกของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง เเม้จะตั้งอยู่ในโรงเเรมสุดหรูระดับ 5 ดาวเเต่บรรยากาศและเซ็ตติ้งจัดออกมาแบบง่ายๆเป็นกันเองตามสไตล์ร้านอาหารอิตาเลียน ราคาโดยรวมจัดว่าค่อนข้างสูงทำให้เราคิดว่าร้านนี้เหมาะกับการพาคนรู้ใจมาดินเนอร์ในโอกาสพิเศษหรือการพาลูกค้ามาคุยงานธุรกิจในย่านปทุมวัน

Price :

700-1,500 THB/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรม InterContinental Bangkok

Operating Time :

11.30-23.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารอิตาเลียนสาขาเเรกของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ รสชาติดี ราคาสูงตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว

อาหาร :

13

ราคา :

2/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Carpaccio di Manzo (480++)

Beef fillet, pine nuts, rocket, Parmesan and balsamic

Pappardelle con Guancia di Manzo (535++)

Handmade pasta with slow cooked Wagyu beef cheek

Linguine con Granchio (550++)

With jumbo crab meat, chilli, garlic and lemon zest

Risotto di Mare (520++)

Risotto with clams, squid, prawns, sea bream, tomatoes, chilli and parsley

Pizza Quattro Formaggi (485++)

Mozzarella, taleggio, gorgonzola and Parmesan

Mango Pavlova (200++)

Mango sorbet and vanilla ice cream with mango, passion fruit, meringue, custard and whipped cream

Selezione di Dolci Theo Mio (600++)

A tasting board of Theo’s dolci

🇹🇭 Theo Mio – ทีโอ มีโอ้

🍴 Italian – อาหารอิตาเลียน

ร้านที่เราหยิบมาเเนะนำในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรมสุดหรูที่เชฟเจ้าของร้านมีดีกรีเป็นถึง Celebrity Chef ชื่อดังก้องโลก

Carpaccio di Manzo (480++)
Beef fillet, pine nuts, rocket, Parmesan and balsamic

สำหรับ Antipasti วันนี้เราเลือกทานเป็นคาปาซโช่ เชฟเลือกใช้เนื้อวัวออสเตรเลียดิบมาแล่เป็นชิ้นบางๆ เนื้อวัวนุ่มพอประมาณและไม่มีกลิ่น ด้านบนเป็นผักร็อกเก็ตคุณภาพเคี้ยวๆไปไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว เชฟโรยเมล็ดสนช่วยเพิ่มความกรอบ ทอปด้านชีสพาเมซานให้รสออกเค็ม ตัดด้วยความเปรี้ยวอมหวานของน้ำส้มสายชูบัลซามิค (13/20)

Pappardelle con Guancia di Manzo (535++)
Handmade pasta with slow cooked Wagyu beef cheek

สำหรับพาสต้าจานเเรกเป็นพาสต้าเส้นปัปปาเดลเล่เส้นสดที่ร้านทำเองทั้งหมดตั้งเเต่ขั้นตอนการนวดแป้งเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente พอดิบพอดี เส้นพาสต้าได้รูปและหนาเท่ากันทั้งหมด ทานกับซอสรากูแก้มวัวที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม จานนี้กลิ่นของเนื้อวัวค่อนข้างเด่นชัดมากๆ ก่อนทานพนักงานจะมาขูดพาเมซานโรยลงไปด้านบนเพื่อให้มีรสเค็มเบาๆ ตอนเราทานคุณผู้จัดการแอบเดินมากระซิบว่าจานนี้คือ Best Seller ของทางร้านเลยล่ะ (13/20)

Linguine con Granchio (550++)
With jumbo crab meat, chilli, garlic and /lemon zest

ทุกครั้งที่เรากลับมาทานที่ Theo Mio เมนูบางอย่างจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เเต่จานหนึ่งที่คงอยู่ตลอด ไม่เคยถูกถอดออกจากเมนู เเละเราเองก็ต้องสั่งทุกครั้งคือพาสต้าลิงกวินี่เสิร์ฟมาที่ความสุกเเบบ Al Dente กับเนื้อปูก้อนโต ความกรึบเบาๆของเส้นตัดกันกับความนุ่มของเนื้อปูได้อย่างลงตัว กลิ่นหอมของเนื้อปูเสิรมกันกับกลิ่นหอมของกระเทียม เราชอบที่เชฟตั้งใจใส่ผิวเลมอนลงไปนิดๆเพื่อดึงรสหวานของเนื้อปูให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น จานนี้เเอดมินเเนะนำเลยว่าต้องสั่งถ้ามาทานที่นี่ (14/20)

Risotto di Mare (520++)
Risotto with clams, squid, prawns, sea bream, tomatoes, chilli and parsley

อีกหนึ่งจานที่ดีที่สุดที่เราได้ทานวันนี้คือรีซอตโต้ซีฟู้ด เชฟใช้ข้าวไปเคี่ยวในน้ำสต๊อกอาหารทะเล จากนั้นใส่มะเขือเทศตามลงไปทำให้เบสของซอสมีรสเปรี้ยวอุมามิ พอข้าวสุกได้ที่มีความกรึบตรงกลางเบาๆจึงใส่อาหารทะเลลงไปทีละอย่างสังเกตได้ว่าอาหารทะเลทุกอย่างสุกพอดี เนื้อปลานุ่ม เนื้อปลาหมึกและหอยหนึบ เนื้อกุ้งเด้ง ที่โต๊ะพนักงานจะมาขูดพาเมซานทอปลงไปเป็นอันพร้อมทาน (14/20)

Pizza Quattro Formaggi (485++)
Mozzarella, taleggio, gorgonzola and Parmesan

เเม้จะเป็นร้านระดับ Fine Dining แต่ Theo Mio ก็ยังคงมีพิซซ่าเตาฟืนบริการ วันนี้เราลองทานพิซซ่าหน้าโฟว์ชีสขอบเหนียว นุ่ม ตรงกลางมีชีส 4 อย่างคือ Mozzarella, taleggio, gorgonzola และ Parmesan เสิร์ฟมาถาดใหญ่ขนาดพอทานสำหรับ 3-4 คน (13/20)

Italian Bread

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยตะกร้าขนมปังอิตาเลียนทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเเละน้ำส้มสายชูบัลซามิค กริสซินี่ที่นี่ใส่โรสแม่รี่เข้าไปด้วยทำให้มีกลิ่นหอมชวนทานมากๆ

Mango Pavlova (200++)
Mango sorbet and vanilla ice cream with mango, passion fruit, meringue, custard and whipped cream

ใครที่ชอบไอศกรีมเเนะนำให้สั่งพัฟโลวา สำหรับสูตรของร้านทีโอมีโอ้ใช้ไอศกรีมวานิลลาทอปด้านบนด้วยวิปครีม ด้านล่างตัดด้วยรสหวานของมะม่วงสุกหั่นเต๋าและความเปรี้ยวของเสาวรส (12/20)

Selezione di Dolci Theo Mio (600++)
A tasting board of Theo’s dolci

ส่วนสายหวานเราขอเเนะนำ Tasting Board ที่ได้รวบรวมขนมหวานทุกอย่างในเมนูขนมมาไว้ในบอร์ดเดียว

Bomboloni
Mini doughnuts, lemon curd and custard

เริ่มจากบอมโบโลนี่หรือโดนัททรงกลมขนาดจิ๋วสไตล์อิตาเลียนโรยน้ำตาล เสิร์ฟให้ทานกับครีมคัสตาร์ดเลมอนรสเปรี้ยว (12/20)

Torta di Cioccolato con Arancio
Chocolate cake with orange mascarpone cream

เค้กดาร์คช็อกโกแลตสูตรเดียวกับรา้นในสาขากรุงลอนดอน เค้กเนื้อนุ่มเนียน รสชาติเข้มข้นท ทั้งยังมีส่วนของส้มให้กลิ่นหอมเเละรสขมเบาๆเป็นอาฟเตอร์เทส (12/20)

Tarta di Mandorla
Almond tart with strawberries

ทาร์ตถั่วอัลมอนต์หั่นมาเป็นชิ้น ชิ้นนี้ตัวผิวแป้งด้านนอกทำออกมาค่อนข้างเเข็ง ทานกับครีมเเละสตรอว์เบอร์รี่ (12/20)

Panna Cotta con Ananas
Vanilla panna cotta, caramelized pineapple and lime syrup

พานาคอตต้าเนื้อเนียนนุ่ม หอม หวาน มัน ทอปด้านบนด้วยสับปะรดรสเปรี้ยวเละไซรัปมะนาว ทั้งคลาสสิคและอร่อยไปในตัว (13/20)

Tiramisu
Home-made with savoiardi biscuits, coffee, mascarpone and masala

แต่พระเอกของบอร์ดต้องยกให้กับทิรามิสุ เชฟใช้ savoiardi หรือเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มลงไปในกาแฟ จากนั้นนำมาจัดเรียงเป็นชั้นด้านบนคือมัสตาโปเน่ครีมชีสหอมมัน เชฟบาลานซ์จากนั้นโรยด้วยผงช็อกโกแลตที่ด้านบน โดยทิรามิสุถือเป็นขนมหวานที่ดีที่สุดบนแทสติ้งบอร์ดเลยทีเดียว (13/20)

Theo Mio ในประเทศไทยเป็นห้องอาหารสาขาเเรกนอกสหราชอาณาจักรของเชฟ Randall เปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2015 ในช่วงนั้นเรายังจำได้ว่าเชฟได้บินมาควบคุมร้านด้วยตัวเองถึงเมืองไทยทั้งยังเข้าร่วมการเเข่งขัน Iron Chef Thailand และสามารถเอาชนะเชฟเอียนไปได้

ห้องทานอาหารหลักออกแบบโดยใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้จำลองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางร้าน ภายในสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 40 คนและยังมีส่วนของเทอเรสด้านนอกสำหรับนั่งชิวๆรับลมในวันที่อากาศเป็นใจอีกด้วย

ส่วนของเคาเตอร์บาร์ซึ่งเป็นจุดสำหรับชงเครื่องดื่ม

ด้านหลังเป็นครัวเเบบกึ่งเปิดที่ลูกค้าสามารถมองทะลุกระจกใสเข้าไปเห็นการทำงานของทีมเชฟได้

Theo Mio การันตีด้วยรางวัลต่างๆมากมายทั้งป้ายสีทองจาก Ospitalità Italiana, รางวัล Tatler Thatland Best Restaurant และ The Plate จาก Michelin Guide ตั้งเเต่ปีเเรกที่มีการจัดทำสมุดปกแดงในประเทศไทย

ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็นเมนู À La Carte โดยจะมีบางเมนูที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล

ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณทางเข้าโรงแรม InterContinental Bangkok ด้านหน้ามีป้ายชื่อร้านพร้อมรูปเก่าของเชฟ Theo Randall เเขวนเเสดงเอาไว้บนผนัง

เชฟ Theo Randall เป็นเซเลบริตี้เชฟชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ แม้ตัวจะเกิดที่ Kingston upon Thames ในกรุงลอนดอนเเต่บอกเลยว่าฝีมือการปรุงอาหารของเชฟนั้นไม่ธรรมดา สิ่งที่สร้างชื่อเเละเป็นจุดพลิกผันชีวิตของเชฟ Randall คือการเข้ารับตำเเหน่ง Head Chef ให้กับ The River Café ในช่วงปี 90s และสามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จ เราอยากให้เพื่อนๆลองจินตนาการถึงร้านคาเฟ่เล็กๆที่ไม่มีใครรู้จัก เเถมยังเป็นช่วงเวลาราวๆ 30 ปีก่อน การจ้างเชฟหนุ่มคนหนึ่งมาทำอาหารอิตาเลียนซึ่งมีความ Authentic และ Tradition สูงแต่กลับคว้าดาวมิชลินมาครองได้ในเกาะอังกฤษถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากในขณะนั้นจนมีคนตั้งฉายาให้เชฟ Randall ว่า The Unsung Hero เลยทีเดียว หลังจากร่วมงานกันนานถึง 10 ปี เชฟ Randall จึงลาออกจาก The River Café เพื่อมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง (แต่ตัวร้านก็ยังคงรักษาดาวมิชลินมาได้จนถึงปัจจุบันนับเวลาได้เกือบ 30 ปี) โดยได้ร่วมงานกับโรงแรม InterContinental London เปิดร้านอาหารอิตาเลียนระดับ Fine Dining ในชื่อตัวเองคือ Restaurant Theo Randall และเช่นกันตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จ (จนกระทั่งถูกปรับลดเหลือ Michelin Plate เมื่อ 2 ปีก่อน) และยังขยับขยายไปเปิดร้านของตัวเองนอกสหราชอาณาจักรที่กรุงเทพ ลอนดอน และซูริคอีกด้วย