Visit: May 10, 2025

🇹🇭 Praya Dining - พระยา ไดนิ่ง

โรงแรมพระยาพาลาซโซ 757/1 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด, กรุงเทพ, 10700, ประเทศไทย

Tel: 081-402-8118

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

12.5/20

Price

4/5
          

🎗 [THE PLACE, Praya Palazzo] คฤหาสถ์ “พระยา พาลาซโซ่” เดิมรู้จักกันในชื่อ “บ้านบางยี่ขัน” ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นเรือนหอของอำมาตย์เอกชลภูมิพานิช ข้าราชการเชื้อสายจีนในกรมท่าซ้าย กระทรวงมหาดไทยและคุณหญิงส่วน ผู้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระราชินีนาถ ตัวอาคารตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีระหว่างสะพานพระราม 8 และสะพานพระปิ่นเกล้ามีจุดเด่นคือการก่อสร้างด้วยอิฐปูนสูงสองชั้นตามแบบสถาปัตยกรรม Palladian Architecture หันหน้าเข้าหาแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ออกแบบคือสองสถาปนิกอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียง Galileo Chini และ Carlo Rigoli ซึ่งเคยร่วมงานกันตามงานแสดงศิลปะที่กรุงปารีส บรัสเซลส์ และเวนิส ก่อนจะเดินทางมารับราชการในสยามและฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ ภาพตกแต่งพระอุโบสถวัดราชาธิวาส พระที่นั่งบรมพิมาน และวังบางขุนพรหม พระยาชลภูมิพานิชได้อาศัยอยู่จนมีบุตรธิดาถึง 10 คน ก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2481 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากทางน้ำมาเป็นทางถนนทำให้ตัวบ้านที่เข้าออกได้เพียงทางเรือไม่สะดวกต่อการอยู่อาศัยอีกต่อไป นายปานจิตต์ อเนกวณิช บุตรชายคนที่ 7 จึงขายบ้านและย้ายครอบครัวไปยังย่านสุขุมวิท หลังจากนั้นบ้านหลังนี้เปลี่ยนมือเจ้าของไปสู่กลุ่มมุสลิมบางกอกน้อยและโรงเรียนราชการุญก่อนจะปิดกิจการลงในปี พ.ศ. 2521 ตัวอาคารถูกทิ้งร้างจนผุพังจนกระทั่งผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัย พิทักษ์วรรัตน์ และภรรยาเข้ามาบูรณะโดยตั้งใจรักษารายละเอียดดั้งเดิมทุกประการ วัสดุสำหรับก่อสร้างทั้งหมดต้องขนทางเรือโดยใช้เวลานานถึง 20 เดือน ก่อนจะเปิดเป็นโรงแรมในชื่อ “พระยา พาลาซโซ่” เมื่อปี พ.ศ. 2552 หมายถึง “คฤหาสถ์แห่งพระยาชลภูมิพานิช” ต่อมาทางโรงแรมได้ถูกขายต่อให้กับเครือมณทาระผู้เป็นเจ้าของ Trisara หนึ่งในรีสอร์ทหรูในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีห้องอาหารระดับหนึ่งดาวมิชลิน “PRU” อยู่ในเครือด้วย ในปี พ.ศ. 2554 ทางโรงแรมได้เปิดห้องอาหารไทยโดยใช้ชื่อชื่อ “พระยา ไดนิ่ง” และได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมรวมถึงรางวัลจาก MICHELIN Guide และ Thai Select

          
🎗 [THE PLACE, Praya Dining] การเดินทางไปยัง Praya Dining ต้องเข้าทางเรือเท่านั้น ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์สามารถเข้าจอดที่ลานวัดราชาธิวาสฝั่งพระนครได้ฟรีเพียงแจ้งพนักงานว่ามาห้องอาหารพระยาไดนิ่ง จากนั้นโทรแจ้งกับทางโรงแรมเพื่อให้เรือมาข้ามฟากไปยังท่าเรือฝั่งธนบุรีของโรงแรม บรรยากาศบริเวณทางเข้าตกแต่งแบบเรียบง่าย ลานกว้างเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีดูร่มรื่นตา ฝั่งซ้ายมือเป็นสระว่ายน้ำพร้อมที่นั่งพักผ่อนรับลมเย็น ภายในห้องอาหารหลักตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณและใช้โทนสีแดงเป็นหลัก บริเวณขอบมุมต่าง ๆ มีลวดลายขนมปังขิงทรงโค้งรวมไปถึงช่องลมโปร่งฉลุลายแบบจีนผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ในตู้โชว์และชั้นวางมีเครื่องเรือนและเครื่องปั้นดินเผายุคเก่าจัดแสดงให้ได้ชมกัน หลังรับประทานอาหารเสร็จขอแนะนำให้เดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อชมห้องว่าราชการของพระยาชลภูมิพานิชซึ่งทางโรงแรมได้บูรณะให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

🎗 [THE FOOD] อาหารที่ Praya Dining ยึดตามตำรับไทยชาววังโบราณทั้งหมดลูกค้าโดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบ À La Carte และ Set Menu อย่างไรก็ตามทางแอปพลิเคชัน Hungry Hub ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านมัดรวมกันเพื่อนำเสนอในราคาจับต้องได้เริ่มต้นที่ Lunch Set มื้อกลางวันนำเสนอมาที่ 4 จาน (1,580 บาท/2 คน) และ 5 จาน (1,890 บาท/3 คน) ส่วนมื้อค่ำนั้นเริ่มต้นด้วย Sharing Set จำนวน 4 จาน (1,890 บาท/2 คน) และเพิ่มจำนวนเมนูไปจนถึง 7 จาน (3,350 บาท/4 คน) ตัวอย่างเมนูเด็ดอย่างเช่น

✨ ล่าเตียง
Stir-fried minced pork, shrimp, and peanuts wrapped in egg mesh
“ล่าเตียง” เป็นอีกหนึ่งอาหารว่างไทยชาววังที่ที่มีปรากฎอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนต์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเมนูที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจัดถวายพระสงฆ์เมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารามคู่กันกับปลาแห้งแตงโมอีกด้วย ทางร้านเตรียมออกมาอย่างสวยงามและปราณีต ไส้ด้านในเป็นเนื้อหมูผัดกับหอมใหญ่ กระเทียม พริกไทย รากผักชี ทุกองค์ประกอบมีความสุกทั่วถึงกันทั้งหมด เนื้อสัมผัสนุ่ม รสชาติหวานพอดี ผิวชั้นนอกห่อด้วยไข่เป็นตาข่ายทรงสี่เหลี่ยมสวยงาม

✨ ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ
Deep-fried river prawns with red curry sauce
“ฉู่ฉี่” เป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยมถือกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ นิยมทานกับสัตว์ทะเลหรือสัตว์น้ำ ทางร้านจัดเสิร์ฟกุ้งมาในปริมาณที่เท่ากันกับจำนวนคน เนื้อกุ้งแน่น สุกพอดี เครื่องเเกงทำออกมาได้เนียน รสชาติกลมกล่อม กะทิแตกมันพอเหมาะ

✨ แกงเผ็ดเป็ดย่าง
Spicy red curry with roasted duck, lychee, pineapple, eggplant, cherry tomatoes and sweet basil leaves
“แกงเผ็ดเป็ดย่าง” คือหนึ่งในเมนูอาหารไทยร่วมสมัยที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติและการผสมผสานวัตถุดิบ ตัวแกงได้จากการใช้พริกแกงเผ็ดเคี่ยวกับกะทิจนหอม แล้วใส่เป็ดย่างซึ่งเป็นของคาวที่มีรสเข้มข้นคู่กันกับผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวทั้งมะเขือเทศเชอร์รี่, สับปะรด และลิ้นจี่เพื่อสร้างรสเปรี้ยวหวานความกลมกล่อม

🎗 [WHY GO] Praya Dining คืออีกหนึ่งร้านที่ควรค่าแก่การครอบครัวหรือคนพิเศษไปร่วมกันสัมผัสประสบการณ์อาหารไทยชาววังโบราณ ทุกเมนูถูกปรุงโดยทีมครัวฝีมือดี ทั้งยังมีราคาเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณ พนักงานให้บริการดีตามมาตรฐานพร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารแต่ละจานอย่างเชี่ยวชาญอีกด้วย

Price :

964/1 คน - 3,350 THB/4 คน

Parking :

จอดฟรีที่ท่าเรือวัดราชาธิราช

Operating Time :

11.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารไทยชาววังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อาหาร :

12.5

ราคา :

4/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 SHARING SET MENU

          
แตงโมปลาแห้งและม้าฮ่อ
Amuse-bouche

ล่าเตียง
Stir-fried minced pork, shrimp, and peanuts wrapped in egg mesh

กระทงทองไก่
Marinated minced chicken and vegetables served in a golden cup

หมี่กรอบชาววัง
Crispy rice vermicelli and prawns sauteed with tofu and tamarind sauce

แสร้งว่ากุ้ง
Spicy grilled prawn salad and crispy catfish: One of King Rama V’s favorite dishes which is a twist on the traditional ‘Yum Tai Pla’

ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ
Deep-fried river prawns with red curry sauce

แกงมัสมั่นแกะ
Slow-cooked rack of lamb in a rich curry made with coconut milk, peanuts, shallots and young potatoes

แกงเผ็ดเป็ดย่าง
Spicy red curry with roasted duck, lychee, pineapple, eggplant, cherry tomatoes and sweet basil leaves

แกงชักส้มปลากะพงผักรวม
Sour curry with sea bass and mixed vegetables

ข้าวสวย
Steamed rice

สังขยาฟักทองกับไอศครีมกะทิ
Pumpkin custard with coconut ice cream

อินทนิล
Rice flour balls in sweetened coconut milk

🇹🇭 Praya Dining – พระยาไดนิ่ง

🍽 Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์

🍴 Thai – อาหารไทย

บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนเพื่อนไปพบกับห้องอาหาร Praya Dining ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรม Praya Palazzo

แตงโมปลาแห้ง
Amuse bouche

“ปลาแห้งแตงโม” เป็นเมนูอาหารชาววังที่มีประวัติย้อนไปตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาโดยมักนิยมทานกันช่วงฤดูร้อนในหมู่ขุนนางและพระเจ้าแผ่นดิน ทั้งยังเคยมีหลักฐานปรากฎชัดเจนในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกด้วย ทางร้านเลือกใช้แตงโมที่มีน้ำฉ่ำ คัดเฉพาะส่วนที่ไม่ติดเมล็ดมาใช้ ทำออกมาเป็นรูปหัวใจสวยงามน่าทาน มีรสชาติหวานเบาๆตัดกันกับรสเค็มของปลาแห้งได้อย่างลงตัวช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าอาหารจานถัดไปได้เป็นอย่างดี

ม้าฮ่อ
Amuse bouche

“ม้าฮ่อ” เป็นอาหารไทยโบราณที่ได้จากการนำผลไม้รสเปรี้ยวในที่นี้คือสับปะรดหั่นออกมาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ด้านบนคือเครื่องที่ได้จากการโขลกเนื้อหมูบด ไชโป๊หวาน หอมแดง เคี่ยวจนเหนียวแล้วจึงใส่กระเทียมเจียว หอมเจียวถั่วบด และเครื่องปรุงรสเข้าด้วยกัน หยิบเข้าปากแล้วจะพบกับรสชาติหวานและกลิ่นหอมตัดกันกับรสเปรี้ยวของสับปะรดได้อย่างพอเหมาะพอดี

ล่าเตียง
Stir-fried minced pork, shrimp, and peanuts wrapped in egg mesh

“ล่าเตียง” เป็นอีกหนึ่งอาหารว่างไทยชาววังที่ที่มีปรากฎอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนต์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเมนูที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจัดถวายพระสงฆ์เมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารามคู่กันกับปลาแห้งแตงโมอีกด้วย ทางร้านเตรียมออกมาอย่างสวยงามและปราณีต ไส้ด้านในเป็นเนื้อหมูผัดกับหอมใหญ่ กระเทียม พริกไทย รากผักชี ทุกองค์ประกอบมีความสุกทั่วถึงกันทั้งหมด เนื้อสัมผัสนุ่ม รสชาติหวานพอดี ผิวชั้นนอกห่อด้วยไข่เป็นตาข่ายทรงสี่เหลี่ยมสวยงาม

กระทงทองไก่
Marinated minced chicken and vegetables served in a golden cup

ทางร้านเสิร์ฟกระทงทองเปล่าสำหรับใส่เครื่องที่เตรียมมาจากไก่สับผัดกับแคร์รอต ถั่ว ข้าวโพด ก่อนจะโรยด้านบนด้วยต้นหอมซอยให้รสหวานกลมกล่อม

หมี่กรอบชาววัง
Crispy rice vermicelli and prawns sauteed with tofu and tamarind sauce

ที่มาของชื่อ “หมี่กรอบ” นั้นเกิดมาจากวันหนึ่งในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสตลาดพลูโดยเรือและได้กลิ่นหอมจากการทอดเส้นหมี่ของผู้อพยพชาวจีนชื่อว่านาย Chin Li และต้องพระทัยกับรสชาติเป็นอย่างมากจึงตั้งชื่อเมนูนี้ด้วยพระองค์เองว่าหมี่กรอบ ร.๕ ทางร้านหมี่ได้นำเส้นหมี่ไปทอดจนกรอบ เส้นหมี่มีสีเหลือง เคี้ยวกรอบ มีน้ำซอสที่เตรียมมาจากมะขามและผิวส้มซ่าเคลือบเส้นหมี่เท่ากัน ทางร้านประยุกต์เล็กน้อยโดยการนำหมี่กรอบใส่มาในกระทงทองผิวบางกรอบเพื่อเพิ่มมีมิติทางเนื้อสัมผัสให้ซับซ้อนขึ้น

แสร้งว่ากุ้ง
Spicy grilled prawn salad and crispy catfish: One of King Rama V’s favorite dishes which is a twist on the traditional ‘Yum Tai Pla’

“แสร้งว่า” เป็นเครื่องที่มีรสชาติครบครันทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด ทางร้านเสิร์ฟมากับปลาดุกฟูกรอบควบคู่ไปกับผักสดหลากหลายชนิด

ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ
Deep-fried river prawns with red curry sauce

“ฉู่ฉี่” เป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยมถือกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ นิยมทานกับสัตว์ทะเลหรือสัตว์น้ำ ทางร้านจัดเสิร์ฟกุ้งมาในปริมาณที่เท่ากันกับจำนวนคน เนื้อกุ้งแน่น สุกพอดี เครื่องเเกงทำออกมาได้เนียน รสชาติกลมกล่อม กะทิแตกมันพอเหมาะ

แกงมัสมั่นแกะ
Slow-cooked rack of lamb in a rich curry made with coconut milk, peanuts, shallots and young potatoes

“แกงมัสมั่นแกะ” คือการนำเนื้อแกะมาปรุงในรูปแบบของแกงมัสมั่นซึ่งเป็นแกงกะทิกลิ่นหอมเครื่องเทศแบบไทยผสมอินเดีย-เปอร์เซีย มัสมั่นถือเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลจากโลกมุสลิมและถูกยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งแกง” โดยเฉพาะเมื่อใช้เนื้อแกะซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวให้รสชาติที่ลึก นุ่ม และหอมกว่าเนื้อชนิดอื่น ๆ

แกงมัสมั่นแกะ
Slow-cooked rack of lamb in a rich curry made with coconut milk, peanuts, shallots and young potatoes

ตัวแกงเสิร์ฟมากับโรตีด้วย

แกงเผ็ดเป็ดย่าง
Spicy red curry with roasted duck, lychee, pineapple, eggplant, cherry tomatoes and sweet basil leaves

“แกงเผ็ดเป็ดย่าง” คือหนึ่งในเมนูอาหารไทยร่วมสมัยที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติและการผสมผสานวัตถุดิบ ตัวแกงได้จากการใช้พริกแกงเผ็ดเคี่ยวกับกะทิจนหอม แล้วใส่เป็ดย่างซึ่งเป็นของคาวที่มีรสเข้มข้นคู่กันกับผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวทั้งมะเขือเทศเชอร์รี่, สับปะรด และลิ้นจี่เพื่อสร้างรสเปรี้ยวหวานความกลมกล่อม

แกงชักส้มปลากะพงผักรวม
Sour curry with sea bass and mixed vegetables

“แกงชักส้ม” เป็นแกงไทยโบราณที่มีชื่อเรียกใกล้เคียงกับ “แกงส้ม” แต่มีเอกลักษณ์และวิธีปรุงที่แตกต่างกันโดยเฉพาะในภาคกลางและเพชรบุรีจะคุ้นเคยกับเมนูกันเป็นอย่างดี จุดเด่นคือรสเปรี้ยวจากมะขามเปียกและรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีผักสดหลายชนิดและเนื้อปลากะพงขาวใส่มาด้วย

ข้าวสวย
Steamed rice

ทางร้านคัดสรรค์ข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามแล้วเสิร์ฟมาในถ้วยเบญจรงค์ขนาดกลาง

สังขยาฟักทองกับไอศครีมกะทิ
Pumpkin custard with coconut ice cream

ขนม “สังขยาฟักทอง” เนื้อเนียนละมุน ทางร้านใส่เนื้อฟักทองมาด้วย จากนั้นท็อปด้วยไอศกรีมกะทิหอมมัน

อินทนิล
Rice flour balls in sweetened coconut milk

“อินทนิล” เป็นขนมไทยโบราณที่มีต้นกำเนิดมาตั้งเเต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ทางร้านนำแป้งมันไปเคี่ยวกับน้ำใบเตยจนสุก มีสีเขียวมรกตสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ จับคู่มากับน้ำกะทิหอม มัน เค็ม นอกจากนี้มีเนื้อมะพร้าวอ่อนช่วยให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส

🎗 [THE FOOD] อาหารที่ Praya Dining ยึดตามตำรับไทยชาววังโบราณทั้งหมดลูกค้าโดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบ À La Carte และ Set Menu

🎗 [THE PLACE, Praya Dining] การเดินทางไปยัง Praya Dining ต้องเข้าทางเรือเท่านั้น ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์สามารถเข้าจอดที่ลานวัดราชาธิวาสฝั่งพระนครได้ฟรีเพียงแจ้งพนักงานว่ามาห้องอาหารพระยาไดนิ่ง จากนั้นโทรแจ้งกับทางโรงแรมเพื่อให้เรือมาข้ามฟากไปยังท่าเรือฝั่งธนบุรีของโรงแรม บรรยากาศบริเวณทางเข้าตกแต่งแบบเรียบง่าย ลานกว้างเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีดูร่มรื่นตา ฝั่งซ้ายมือเป็นสระว่ายน้ำพร้อมที่นั่งพักผ่อนรับลมเย็น

ภายในห้องอาหารหลักตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณและใช้โทนสีแดงเป็นหลัก บริเวณขอบมุมต่าง ๆ มีลวดลายขนมปังขิงทรงโค้งรวมไปถึงช่องลมโปร่งฉลุลายแบบจีนผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน

ในตู้โชว์และชั้นวางมีเครื่องเรือนและเครื่องปั้นดินเผายุคเก่าจัดแสดงให้ได้ชมกัน หลังรับประทานอาหารเสร็จขอแนะนำให้เดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อชมห้องว่าราชการของพระยาชลภูมิพานิชซึ่งทางโรงแรมได้บูรณะให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

บริเวณทางเข้าร้าน

🎗 [THE PLACE, Praya Palazzo] คฤหาสถ์ “พระยา พาลาซโซ่” เดิมรู้จักกันในชื่อ “บ้านบางยี่ขัน” ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นเรือนหอของอำมาตย์เอกชลภูมิพานิช ข้าราชการเชื้อสายจีนในกรมท่าซ้าย กระทรวงมหาดไทยและคุณหญิงส่วน ผู้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระราชินีนาถ ตัวอาคารตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีระหว่างสะพานพระราม 8 และสะพานพระปิ่นเกล้ามีจุดเด่นคือการก่อสร้างด้วยอิฐปูนสูงสองชั้นตามแบบสถาปัตยกรรม Palladian Architecture หันหน้าเข้าหาแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ออกแบบคือสองสถาปนิกอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียง Galileo Chini และ Carlo Rigoli ซึ่งเคยร่วมงานกันตามงานแสดงศิลปะที่กรุงปารีส บรัสเซลส์ และเวนิส ก่อนจะเดินทางมารับราชการในสยามและฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ ภาพตกแต่งพระอุโบสถวัดราชาธิวาส พระที่นั่งบรมพิมาน และวังบางขุนพรหม พระยาชลภูมิพานิชได้อาศัยอยู่จนมีบุตรธิดาถึง 10 คน ก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2481

กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากทางน้ำมาเป็นทางถนนทำให้ตัวบ้านที่เข้าออกได้เพียงทางเรือไม่สะดวกต่อการอยู่อาศัยอีกต่อไป นายปานจิตต์ อเนกวณิช บุตรชายคนที่ 7 จึงขายบ้านและย้ายครอบครัวไปยังย่านสุขุมวิท หลังจากนั้นบ้านหลังนี้เปลี่ยนมือเจ้าของไปสู่กลุ่มมุสลิมบางกอกน้อยและโรงเรียนราชการุญก่อนจะปิดกิจการลงในปี พ.ศ. 2521 ตัวอาคารถูกทิ้งร้างจนผุพังจนกระทั่งผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัย พิทักษ์วรรัตน์ และภรรยาเข้ามาบูรณะโดยตั้งใจรักษารายละเอียดดั้งเดิมทุกประการ วัสดุสำหรับก่อสร้างทั้งหมดต้องขนทางเรือโดยใช้เวลานานถึง 20 เดือน ก่อนจะเปิดเป็นโรงแรมในชื่อ “พระยา พาลาซโซ่” เมื่อปี พ.ศ. 2552 หมายถึง “คฤหาสถ์แห่งพระยาชลภูมิพานิช”

ต่อมาทางโรงแรมได้ถูกขายต่อให้กับเครือมณทาระผู้เป็นเจ้าของ Trisara หนึ่งในรีสอร์ทหรูในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีห้องอาหารระดับหนึ่งดาวมิชลิน “PRU” อยู่ในเครือด้วย ในปี พ.ศ. 2554 ทางโรงแรมได้เปิดห้องอาหารไทยโดยใช้ชื่อชื่อ “พระยา ไดนิ่ง” และได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมรวมถึงรางวัลจาก MICHELIN Guide และ Thai Select

เรือสำหรับพาลูกค้าไปยังร้าน