หน้าแรก » 🇹🇭 Nan Bei – หนานเป่ย
Visit: October 16, 2023
🇹🇭 Nan Bei - หนาน เป่ย
👨🏻🍳 Chef Mathew Geng - เชฟแมทธิว เกง
ชั้น 19 โรงแรมโรสวูด 1041/38 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย
Tel: 02-080-0080
Cuisine
🍴 Chinese - อาหารจีน
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
13.5/20
Price
[INTRO] Nan Bei เป็นภาษาจีนกลางที่แปลว่า ใต้-เหนือ โดยตัวร้านใช้ชื่อนี้เพื่ออธิบายถึงคอนเซปเมนูที่หยิบยกจานเด็ดจากทางตอนใต้และเหนือของประเทศจีนมาจัดไว้ด้วยกันให้ลูกค้าได้เลือกสรร นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการพาคนรู้ใจหรือครอบครัวมารับประทานในโอกาสสุดพิเศษ
Price :
500-2,000 THB
Parking :
จอดในโรงแรม Rosewood Hotel Bangkok
Operating Time :
11.30-14.30, 18.00-22.30 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารจีนที่หยิบยกเมนูจากภาคเหนือและใต้นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
13.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Nan Bei – หนานเป่ย
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Chinese – อาหารจีน
Chef Mathew Geng – เชฟแมทธิว เกง
鲜虾带子饺 (680++)
“Siu-Mai”, Scallop, Prawns, Shitake Mushroom
เริ่มต้นด้วยเมนูติ่มซำที่มีจัดเสิร์ฟในมื้อกลางคืนอย่างขนมจีบหมูกุ้ง อัตราส่วนของหมูต่อกุ้งพอเหมาะใช้ได้ เนื้อสัมผัสของไส้ยังจัดว่านิ่มไปเล็กน้อย รอบ ๆ พับจับจีบมาอย่างสวยงาม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์โฮตาเตะและไข่กุ้งช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยรวมขณะเคี้ยวได้ดี (13/20)
蟹肉松露小笼包 (680++)
“Xiao Long Bao”, Blue Crab, Black Truffle
เมนู Dim Sum ที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านคือเสี่ยวหลงเปา ด้านในสอดไส้เนื้อปูม้าและเนื้อหมูที่ผสมผสานกันจนได้ความหวานที่กลมกล่อมลงตัวเข้ากันดีกับอโรมาหอม ๆ ยองทรัฟเฟิล ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลเพสต์ จะชิมเปล่า ๆ หรือจับคู่กับซอสจิ๊กโฉ่สูตรพิเศษกับขิงหั่นบางก็อร่อยมากไม่แพ้กัน (14/20)
碧绿带子饺 (380++)
Scallop Dumpling, Minced Shrimp, Minced Kurobuta Pork
เกี๊ยวที่มีสีเขียวธรรมชาติจากผักปวยเล้งจับพับมาสวยงาม แป้งมีความบางหนึบพอเหมาะพอดี ตรงกลางสอดไส้เนื้อหมูคุโรบุตะสับผสมผสานกันกับกุ้งสับ ส่วนด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ขนาดชิ้นพอดีคำ (14/20)
蜜汁叉烧 (580++)
Honey-Glazed BBQ Kurobuta Pork
หมูแดงที่เตรียมมาจากหมูคุโรบุตะของไทยย่างจนสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสมีความสู้ฟันพอเหมาะ มีรสชาติหวานกลมกล่อม นอกจากนี้เชฟยังหั่นมาเป็นชิ้นให้สามารถได้อย่างถนัดปากอีกด้วย (14/20)
脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly
หนึ่งในเมนูที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้คือหมูกรอบที่มีอัตราส่วนไขมันและเนื้อพอเหมาะ เชฟใส่ใจถึงขนาดแล่ชั้นเนื้อด้านล่างที่มีความกระด้างออกไปด้วย (14/20)
脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly
บริเวณหนังมีความกรอบเคี้ยวง่าย มีรสเค็มนิด ๆ และกลิ่นหอมชวนชิม เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Dijon Mustard สำหรับผู้ที่ต้องการเติมแต่งรสชาติให้มีความจัดจ้าน (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
ห้ามพลาดเมนูแนะนำของทางร้านอย่างเป็ดปักกิ่งย่างด้วยไม้ลิ้นจี่ที่จัดเตรียมโดยเชฟ Max Li โดยอ้างอิงจากเทคนิคแบบดั้งเดิมตั้งเเต่สมัยราชวงศ์ถังในช่วงปี ค.ศ. 1330 (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
ห้ามพนักงานจะออกมาแล่เป็ดให้ชมกันข้าง ๆ โต๊ะ (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
เป็ดปักกิ่งที่นี่จะนำเสนอออกมาตามวิธีดั้งเดิมคือการเสิร์ฟส่วนอกซึ่งเป็นจุดที่หนังจะมีความบาง กรอบ และอร่อยที่สุดมาให้ทานคู่กับน้ำตาลทรายขาว (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
แผ่นแป้งที่นี่ผ่านการปรับสูตรใหม่ให้มีความบางลงกว่าสมัยก่อน ข้างกันคือแตงกวา กระเทียมต้น กระเทียมบด และซอยฮอยซินที่ปรับรสชาติจนมีระดับความหวานและเค็มที่พอเหมาะ (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
เนื้อเป็ดส่วนอื่น ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับหนังเพื่อห่อกับแผ่นแป้ง (14/20)
传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
นำทุกองค์ประกอบประกอบกันในแผ่นแป้งและห่อเป็นอันพร้อมชิม (14/20)
千炒鸭松 (二食)
Wok Fried Minced Duck, Lettuce Wrap (Second Service)
สำหรับคอร์สที่สองของเป็ดปักกิ่งเราเลือกเป็นเมนูเมี่ยงเป็ด เชฟจะใช้เนื้อส่วนติดซี่โครงไปผัดกับเมล็ดสนและพริกหวานเสิร์ฟมากับผักกาด อย่างไรก็ตามความหอมของเป็ดและซอสกลับถูกกลบด้วยความฉุนของพริกหวานไปพอสมควร (12/20)
养生木耳洋葱 (180++)
Black Fungus, Coriander, Soy
ยำเห็ดหูหนูดำสไตล์ปักกิ่งมีรสชาติที่ค่อนข้างเบาแต่แลกมาด้วยกลิ่นหอมของผักต่าง ๆ และซีอิ๊วที่โดดเด่นขึ้นมาแทนที่ ชิ้นเห็ดมีความกรอบเคล้ากันไปกับความกรอบของหอมซอยและพริกซอย (13/20)
传统椒麻口水鸡 (290++)
Poached Chicken, Sichuan Spicy Sauce, Crushed Peanuts
เนื้อไก่ที่ Poached จนได้ความสุกพอเหมาะและเนื้อสัมผัสที่นุ่มตัดกันกับความกรอบของถั่วลิสงบด เชฟเสิร์ฟมาแบบเย็นจับคู่กับซอสที่มีความเผ็ดชาลิ้นแบบเสฉวน (13/20)
𡈼煸四季豆 (450++)
String Beans, Minced Pork, Dry Chili
เมนูผักที่เราอยากแนะนำให้ชิมกันคือถั่วแขกที่ผัดกับหมูสับและขิงในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ชิ้นถั่วแขกกรอบพอเหมาะ หมูสับนุ่มเคี้ยวง่าย ทั้งยังมีความหอมที่ได้จากการคั่วและรสชาติเผ็ดเบา ๆ ของพริกแห้ง (14/20)
鹅肝松露和牛炒饭 (680++)
Wagyu Beef, Foie Gras, Chinese Greens
ปิดท้ายของคาวด้วยข้าวผัดมันเนื้อใส่ไข่, เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิว และฟัวกราส์ ชิ้นฟัวกราส์มีความครีมมี่รับหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเนื้อสัมผัสของเมล็ดข้าวร่วน ๆ และเนื้อวัวเข้าด้วยกัน (14/20)
ระหว่างมื้ออาหารพนักงานจะคอยเสิร์ฟสลัดมันฝรั่งมาคู่กันกับหัวไชเท้าดองซีอิ๊ว
茉莉香茶烤布蕾 (320++)
Crème Brûlée, Jasmine Tea
ของหวานจานแรกคือ Crème Brûlée เนื้อเนียนนุ่มที่ทางร้าน infused ชามะลิลงไปด้วยจนมีกลิ่นหอมขึ้นจมูก มีรสหวานพอดี ผิวด้านบนถูกทอร์ชจนคาราเมลไลซ์เป็นชั้นบางๆ มีรสหวานปนขมเล็กน้อย ถือเป็นจานที่เรียบง่ายเเต่ผสมผสานความเป็นตะวันออกเเละตะวันตกออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว (14/20)
榛子芝麻球 (320++)
Sesame Ball, Hazelnut, Cocoa
ถัดมาคืออีกฟนึ่งของหวานซิกเนเจอร์ประจำร้านอย่างไข่หงษ์ทรงกลมทอดคลุกงา ภายในสอดไส้ครีมช็อกโกแลตที่มีกลิ่นหอมของถั่วฮาเซลนัท แป้งด้านนอกเหนียวนุ่ม ไม่อมน้ำมัน ตัดกับความกรอบของงา ทางร้านใส่ใจถึงขนาดใช้กระดาษพิมพ์ด้วยตัวอักษรจีนแลดูคล้ายหนังสือพิมพ์ยุคเก่ารองมาด้านล่างอีกด้วย (14/20)
小吊梨汤 (320++)
Li-Tang, Pear Soup, Snow Fungus, Dates
Xiao Diao Li Tang เป็นของหวานโบราณที่นิยมกันมากในแถบปักกิ่งของประเทศจีนมีลักษณะเป็นซุปลูกแพร์ที่มีความเปรี้ยวของโกลจิเบอร์รี่ ไฮไลท์คือความกรอบที่ได้จากเห็ดหูหนูขาวและเนื้อสัมผัสสู้ฟันของพุทราจีน (13/20)
Complimentary Cake
ส่วนใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมีเค้กจากทางโรงแรมให้คนละ 1 ชิ้นด้วย
รายการเครื่องดื่ม
ราคา 7,862.36 บาท
[THE PLACE] Nan Bei ตั้งอยู่บนชั้น 19 ของโรงแรม Rosewood Hotel Bangkok ภายในตกแต่งในสไตล์ Chinese Art Deco โดยมีไฮไลท์ของร้านอย่างแรกคือ Moongate Entrance ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณด้านหน้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกใสบานใหญ่ประดับด้วยสะพานดาวทำจากหลอดไฟสีส้มเหลืองพร้อมนกกระเรียนพับจำนวนกว่า 600 ตัว
การออกแบบอ้างอิงแรงบันดาลใจจากนิทานจีนเรื่อง “เจ็ดนางฟ้า” หรือ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า (The Cowherd and the Weaver Girl)” ซึ่งเล่าถึงหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อ “หนิวหลาง” บังเอิญไปพบนางฟ้า 7 องค์ที่ลงจากสวรรค์เพื่อมาเล่นน้ำ ต่อมาวัวที่ชายหนุ่มเลี้ยงไว้ได้กระซิบบอกให้ชายหนุ่มไปโขมยเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เหล่านางฟ้าลอยกลับสวรรค์ บรรดานางฟ้าจึงส่ง “จือหนี่” น้องสาวคนสุดท้องมาเจรจาเพื่อขอเสื้อผ้าคืน หนิวหลางจึงคืนเสื้อผ้าให้เเลกกับข้อแม้ว่าจือหนี่ต้องอยู่เป็นภรรยาของตนตลอดไป นางฟ้าองค์สุดท้องตอบรับเเละอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จือหนี่มีฝีมือในการทอผ้าและสามารถขายได้ในราคาสูงจนร่ำรวยและมีลูกด้วยกันสองคน หลังจากนั้น “เง๊กเซียนฮองเฮา” มารดาของนางฟ้าทั้งเจ็ดรู้เรื่องเข้าจึงโกรธมากเเละมีคำสั่งให้ไปนำตัวจือหนี่กลับสู่สวรรค์ วัวของหนิวหลางจึงยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้เจ้านายเอาหนังคลุมร่างลอยขึ้นสวงสวรรค์เพื่อตามหาภรรยา เง๊กเซียนฮองเฮาเห็นดังนั้นก็โกรธยิ่งกว่าเดิมและนำปิ่นปักผมกรีดท้องฟ้าออกเป็นเเม่น้ำสีเงินซึ่งคนบนโลกต่างรู้จักกันในนามของทางช้างเผือกหรือ Milky Way เเยกจือหนี่กับหนิวหลางเเละลูก ๆ ให้อยู่กันคนละฝั่งของแม่น้ำ ตามตำนานจือหนี่ได้กลายเป็นดาวที่เรารู้จักกันในชื่อของดาว Vega และหนิวหลางกลายเป็นดาว Altair ส่วนลูก ๆ ทั้งสองคนกลายเป็นดาว Beta Aquilae และ Gamma Aquilae ส่องสว่างเคียงข้างดาว Altair ของหนิวหลางอยู่บนท้องฟ้าโดยจะมีเพียงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีที่เหล่านกกระเรียนจะบินมาเรียงตัวกันทอดข้ามเเม่น้ำสีเงินเพื่อเป็น “สะพานฉวีเฉียว” โดยปัจจุบันคือสะพานดาว Magpie Bridge ที่ทอดข้ามดาว Deneb ให้ทั้งคู่ได้มาพบกันเพียงวันเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ชาวจีนยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันเรียกว่าเทศกาลชีซี่ (หรือเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น) ในทุก ๆ ปีอีกด้วย
พื้นที่ห้องรับประทานอาหาร
ห้องฝั่งตรงข้ามที่ออกแบบให้เป็นตัวแทนของหนุ่มเลี้ยงวัวหนิวหลางสังเกตได้จากวัสดุหนังวัวแท้ ๆ ที่ใช้ตกแต่งภายใน
ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟทำอาหารเเละย่างเป็ดให้ชมตั้งเเต่เริ่มจนจบ
Nan Bei เป็นภาษาจีนกลางที่แปลว่า ใต้-เหนือ โดยตัวร้านใช้ชื่อนี้เพื่ออธิบายถึงคอนเซปเมนูที่หยิบยกจานเด็ดจากทางตอนใต้และเหนือของประเทศจีนมาจัดไว้ด้วยกันให้ลูกค้าได้เลือกสรร นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการพาคนรู้ใจหรือครอบครัวมารับประทานในโอกาสสุดพิเศษ
รายการอาหารเมนูนำเสนออกมาผ่านรายการแบบ À La Carte โดยแบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ เเต่ละกลุ่มจะถูกเเยกย่อยออกเป็นสองฝั่งคืออาหารจากประเทศจีนตอนใต้ (Nan) และอาหารจากประเทศจีนตอนเหนือ (Bei) และมีเมนูแนะนำประจำร้านคือ Peking Duck หรือเป็ดปักกิ่งสูตรโบราณสมัยราชวงศ์หยวนในปี ค.ศ. 1330 อีกด้วย ส่วนใครที่มาในช่วงกลางวันสามารถลิ้มลองรายการ Dim Sum ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายพอประมาณในราคามาตรฐานสำหรับห้องอาหารในโรงแรมหรู รายการชาเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะทางร้านได้รวบรวมชาคุณภาพสูงจากหลากหลายแหล่งในราคาที่สมเหตุสมผล
[THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่กำกับโดยเชฟ Matthew Gang ผู้เกิดเเละเติบโตขึ้นมาในกรุงปักกิ่งและมีประสบการณ์การทำอาหารในโรงแรมห้าดาวทั่วประเทศจีนถึง 25 ปีโดยเชฟ Matthew จะทำงานร่วมกับเชฟ Max Li ผู้รับผิดชอบเมนู Dim Sum รสเลิศ
[WHY GO] Nan Bei ถือเป็นห้องอาหารจีนที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพอย่างไร้ข้อกังขา รสชาติโดยรวมถือว่าดีงามสมกับมาตรฐานห้องอาหารจีนชั้นนำ ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างแต่ยังคงอยู่ในกรอบมาตรฐานของภัตตาคารในโรงแรม 5 ดาว สำหรับใครที่สนใจขอแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าเพื่อสัมผัสโต๊ะที่มองเห็นทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน