Visit: October 16, 2023

🇹🇭 Nan Bei - หนาน เป่ย

👨🏻‍🍳 Chef Mathew Geng - เชฟแมทธิว เกง

ชั้น 19 โรงแรมโรสวูด 1041/38 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย

Tel: 02-080-0080

Cuisine

🍴 Chinese - อาหารจีน

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13.5/20

Price

3/5
          

🎗[INTRO] Nan Bei เป็นภาษาจีนกลางที่แปลว่า ใต้-เหนือ โดยตัวร้านใช้ชื่อนี้เพื่ออธิบายถึงคอนเซปเมนูที่หยิบยกจานเด็ดจากทางตอนใต้และเหนือของประเทศจีนมาจัดไว้ด้วยกันให้ลูกค้าได้เลือกสรร นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการพาคนรู้ใจหรือครอบครัวมารับประทานในโอกาสสุดพิเศษ

          
🎗 [THE PLACE] Nan Bei ตั้งอยู่บนชั้น 19 ของโรงแรม Rosewood Hotel Bangkok ภายในตกแต่งในสไตล์ Chinese Art Deco โดยมีไฮไลท์ของร้านอย่างแรกคือ Moongate Entrance ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณด้านหน้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกใสบานใหญ่ประดับด้วยสะพานดาวทำจากหลอดไฟสีส้มเหลืองพร้อมนกกระเรียนพับจำนวนกว่า 600 ตัว การออกแบบอ้างอิงแรงบันดาลใจจากนิทานจีนเรื่อง “เจ็ดนางฟ้า” หรือ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า (The Cowherd and the Weaver Girl)” ซึ่งเล่าถึงหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อ “หนิวหลาง” บังเอิญไปพบนางฟ้า 7 องค์ที่ลงจากสวรรค์เพื่อมาเล่นน้ำ ต่อมาวัวที่ชายหนุ่มเลี้ยงไว้ได้กระซิบบอกให้ชายหนุ่มไปโขมยเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เหล่านางฟ้าลอยกลับสวรรค์ บรรดานางฟ้าจึงส่ง “จือหนี่” น้องสาวคนสุดท้องมาเจรจาเพื่อขอเสื้อผ้าคืน หนิวหลางจึงคืนเสื้อผ้าให้เเลกกับข้อแม้ว่าจือหนี่ต้องอยู่เป็นภรรยาของตนตลอดไป นางฟ้าองค์สุดท้องตอบรับเเละอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จือหนี่มีฝีมือในการทอผ้าและสามารถขายได้ในราคาสูงจนร่ำรวยและมีลูกด้วยกันสองคน หลังจากนั้น “เง๊กเซียนฮองเฮา” มารดาของนางฟ้าทั้งเจ็ดรู้เรื่องเข้าจึงโกรธมากเเละมีคำสั่งให้ไปนำตัวจือหนี่กลับสู่สวรรค์ วัวของหนิวหลางจึงยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้เจ้านายเอาหนังคลุมร่างลอยขึ้นสวงสวรรค์เพื่อตามหาภรรยา เง๊กเซียนฮองเฮาเห็นดังนั้นก็โกรธยิ่งกว่าเดิมและนำปิ่นปักผมกรีดท้องฟ้าออกเป็นเเม่น้ำสีเงินซึ่งคนบนโลกต่างรู้จักกันในนามของทางช้างเผือกหรือ Milky Way เเยกจือหนี่กับหนิวหลางเเละลูก ๆ ให้อยู่กันคนละฝั่งของแม่น้ำ ตามตำนานจือหนี่ได้กลายเป็นดาวที่เรารู้จักกันในชื่อของดาว Vega และหนิวหลางกลายเป็นดาว Altair ส่วนลูก ๆ ทั้งสองคนกลายเป็นดาว Beta Aquilae และ Gamma Aquilae ส่องสว่างเคียงข้างดาว Altair ของหนิวหลางอยู่บนท้องฟ้าโดยจะมีเพียงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีที่เหล่านกกระเรียนจะบินมาเรียงตัวกันทอดข้ามเเม่น้ำสีเงินเพื่อเป็น “สะพานฉวีเฉียว” โดยปัจจุบันคือสะพานดาว Magpie Bridge ที่ทอดข้ามดาว Deneb ให้ทั้งคู่ได้มาพบกันเพียงวันเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ชาวจีนยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันเรียกว่าเทศกาลชีซี่ (หรือเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น) ในทุก ๆ ปีอีกด้วย ห้องรับประทานอาหารหลักแบ่งออกเป็นสองฝั่งตามตำนานหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าโดยใช้โทนสีเขียวมรกตตัดกับสีเหลืองอำพัน ห้องฝั่งขวาถัดจากทางเข้าเป็นตัวแทนของจือหนี่ประกอบไปด้วยบาร์สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเครื่องดื่มเป็นหลัก หากสังเกตดี ๆ จะพบกับโคมไฟที่มีรูปร่างคล้ายกันกับกระสวยทอผ้า พื้นที่กลางร้านเป็นตัวแทนของสะพานดาวประกอบไปด้วยโต๊ะอาหารและที่นั่งเคาน์เตอร์ซึ่งจัดให้อยู่ติดกับเตาย่างเป็ดปักกิ่งรวมไปถึงครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟทำอาหารเเละย่างเป็ดให้ชมตั้งเเต่เริ่มจนจบ สุดท้ายคือห้องฝั่งตรงข้ามที่ออกแบบให้เป็นตัวแทนของหนุ่มเลี้ยงวัวหนิวหลางสังเกตได้จากวัสดุหนังวัวแท้ ๆ ที่ใช้ตกแต่งภายใน ใครที่มาในช่วงเวลากลางคืนห้ามพลาดที่จะขอนั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิวมุมสูงของตึกระฟ้าในย่านเพลินจิต

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่กำกับโดยเชฟ Matthew Gang ผู้เกิดเเละเติบโตขึ้นมาในกรุงปักกิ่งและมีประสบการณ์การทำอาหารในโรงแรมห้าดาวทั่วประเทศจีนถึง 25 ปีโดยเชฟ Matthew จะทำงานร่วมกับเชฟ Max Li ผู้รับผิดชอบเมนู Dim Sum รสเลิศ รายการอาหารเมนูนำเสนออกมาผ่านรายการแบบ À La Carte โดยแบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ เเต่ละกลุ่มจะถูกเเยกย่อยออกเป็นสองฝั่งคืออาหารจากประเทศจีนตอนใต้ (Nan) และอาหารจากประเทศจีนตอนเหนือ (Bei) และมีเมนูแนะนำประจำร้านคือ Peking Duck หรือเป็ดปักกิ่งสูตรโบราณสมัยราชวงศ์หยวนในปี ค.ศ. 1330 อีกด้วย ส่วนใครที่มาในช่วงกลางวันสามารถลิ้มลองรายการ Dim Sum ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายพอประมาณในราคามาตรฐานสำหรับห้องอาหารในโรงแรมหรู รายการชาเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะทางร้านได้รวบรวมชาคุณภาพสูงจากหลากหลายแหล่งในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนเมนูที่เราชื่นชอบมาก ๆ ในวันนี้อย่างเช่น

✨ 传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck
ห้ามพลาดเมนูแนะนำของทางร้านอย่างเป็ดปักกิ่งย่างด้วยไม้ลิ้นจี่ที่จัดเตรียมโดยเชฟ Max Li โดยอ้างอิงจากเทคนิคแบบดั้งเดิมตั้งเเต่สมัยราชวงศ์ถังในช่วงปี ค.ศ. 1330 ทางร้านเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟส่วนอกซึ่งเป็นจุดที่หนังจะมีความบาง กรอบ และอร่อยที่สุดมาให้ทานคู่กับน้ำตาลทรายขาวในขณะที่เนื้อเป็ดส่วนอื่น ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับหนังเพื่อห่อกับแผ่นแป้งที่ผ่านการปรับสูตรใหม่ให้มีความบางลงกว่าสมัยก่อน ข้างกันคือแตงกวา กระเทียมต้น กระเทียมบด และซอยฮอยซินที่ปรับรสชาติจนมีระดับความหวานและเค็มที่พอเหมาะ วิธีรับประทานให้นำทุกองค์ประกอบประกอบกันในแผ่นแป้งและห่อเป็นอันพร้อมชิม (14/20)

✨ 脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly
หนึ่งในเมนูที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้คือหมูกรอบที่มีอัตราส่วนไขมันและเนื้อพอเหมาะ เชฟใส่ใจถึงขนาดแล่ชั้นเนื้อด้านล่างที่มีความกระด้างออกไปด้วย บริเวณหนังมีความกรอบเคี้ยวง่าย มีรสเค็มนิด ๆ และกลิ่นหอมชวนชิม เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Dijon Mustard สำหรับผู้ที่ต้องการเติมแต่งรสชาติให้มีความจัดจ้าน (14/20)

✨ 蟹肉松露小笼包 (680++)
“Xiao Long Bao”, Blue Crab, Black Truffle
เมนู Dim Sum ที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านคือเสี่ยวหลงเปา ด้านในสอดไส้เนื้อปูม้าและเนื้อหมูที่ผสมผสานกันจนได้ความหวานที่กลมกล่อมลงตัวเข้ากันดีกับอโรมาหอม ๆ ยองทรัฟเฟิล ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลเพสต์ จะชิมเปล่า ๆ หรือจับคู่กับซอสจิ๊กโฉ่สูตรพิเศษกับขิงหั่นบางก็อร่อยมากไม่แพ้กัน (14/20)

🎗 [WHY GO] Nan Bei ถือเป็นห้องอาหารจีนที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพอย่างไร้ข้อกังขา รสชาติโดยรวมถือว่าดีงามสมกับมาตรฐานห้องอาหารจีนชั้นนำ ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างแต่ยังคงอยู่ในกรอบมาตรฐานของภัตตาคารในโรงแรม 5 ดาว สำหรับใครที่สนใจขอแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าเพื่อสัมผัสโต๊ะที่มองเห็นทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน

Price :

500-2,000 THB

Parking :

จอดในโรงแรม Rosewood Hotel Bangkok

Operating Time :

11.30-14.30, 18.00-22.30 ปิดวันจันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารจีนที่หยิบยกเมนูจากภาคเหนือและใต้นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

13.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

2/5

Map

📃 À LA CARTE

          
鲜虾带子饺 (680++)
“Siu-Mai”, Scallop, Prawns, Shitake Mushroom

蟹肉松露小笼包 (680++)
“Xiao Long Bao”, Blue Crab, Black Truffle

碧绿带子饺 (380++)
Scallop Dumpling, Minced Shrimp, Minced Kurobuta Pork

蜜汁叉烧 (580++)
Honey-Glazed BBQ Kurobuta Pork

脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

千炒鸭松 (二食)
Wok Fried Minced Duck, Lettuce Wrap (Second Service)

养生木耳洋葱 (180++)
Black Fungus, Coriander, Soy

传统椒麻口水鸡 (290++)
Poached Chicken, Sichuan Spicy Sauce, Crushed Peanuts

𡈼煸四季豆 (450++)
String Beans, Minced Pork, Dry Chili

鹅肝松露和牛炒饭 (680++)
Wagyu Beef, Foie Gras, Chinese Greens

茉莉香茶烤布蕾 (320++)
Crème Brûlée, Jasmine Tea

榛子芝麻球 (320++)
Sesame Ball, Hazelnut, Cocoa

小吊梨汤 (320++)
Li-Tang, Pear Soup, Snow Fungus, Dates

🇹🇭 Nan Bei – หนานเป่ย

🍽 Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์

🍴 Chinese – อาหารจีน

👨🏻‍🍳 Chef Mathew Geng – เชฟแมทธิว เกง

鲜虾带子饺 (680++)
“Siu-Mai”, Scallop, Prawns, Shitake Mushroom

เริ่มต้นด้วยเมนูติ่มซำที่มีจัดเสิร์ฟในมื้อกลางคืนอย่างขนมจีบหมูกุ้ง อัตราส่วนของหมูต่อกุ้งพอเหมาะใช้ได้ เนื้อสัมผัสของไส้ยังจัดว่านิ่มไปเล็กน้อย รอบ ๆ พับจับจีบมาอย่างสวยงาม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์โฮตาเตะและไข่กุ้งช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยรวมขณะเคี้ยวได้ดี (13/20)

蟹肉松露小笼包 (680++)
“Xiao Long Bao”, Blue Crab, Black Truffle

เมนู Dim Sum ที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านคือเสี่ยวหลงเปา ด้านในสอดไส้เนื้อปูม้าและเนื้อหมูที่ผสมผสานกันจนได้ความหวานที่กลมกล่อมลงตัวเข้ากันดีกับอโรมาหอม ๆ ยองทรัฟเฟิล ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลเพสต์ จะชิมเปล่า ๆ หรือจับคู่กับซอสจิ๊กโฉ่สูตรพิเศษกับขิงหั่นบางก็อร่อยมากไม่แพ้กัน (14/20)

碧绿带子饺 (380++)
Scallop Dumpling, Minced Shrimp, Minced Kurobuta Pork

เกี๊ยวที่มีสีเขียวธรรมชาติจากผักปวยเล้งจับพับมาสวยงาม แป้งมีความบางหนึบพอเหมาะพอดี ตรงกลางสอดไส้เนื้อหมูคุโรบุตะสับผสมผสานกันกับกุ้งสับ ส่วนด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ขนาดชิ้นพอดีคำ (14/20)

蜜汁叉烧 (580++)
Honey-Glazed BBQ Kurobuta Pork

หมูแดงที่เตรียมมาจากหมูคุโรบุตะของไทยย่างจนสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสมีความสู้ฟันพอเหมาะ มีรสชาติหวานกลมกล่อม นอกจากนี้เชฟยังหั่นมาเป็นชิ้นให้สามารถได้อย่างถนัดปากอีกด้วย (14/20)

脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly

หนึ่งในเมนูที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้คือหมูกรอบที่มีอัตราส่วนไขมันและเนื้อพอเหมาะ เชฟใส่ใจถึงขนาดแล่ชั้นเนื้อด้านล่างที่มีความกระด้างออกไปด้วย (14/20)

脆皮烧腩肉 (580++)
Crispy Roasted Pork Belly

บริเวณหนังมีความกรอบเคี้ยวง่าย มีรสเค็มนิด ๆ และกลิ่นหอมชวนชิม เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Dijon Mustard สำหรับผู้ที่ต้องการเติมแต่งรสชาติให้มีความจัดจ้าน (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

ห้ามพลาดเมนูแนะนำของทางร้านอย่างเป็ดปักกิ่งย่างด้วยไม้ลิ้นจี่ที่จัดเตรียมโดยเชฟ Max Li โดยอ้างอิงจากเทคนิคแบบดั้งเดิมตั้งเเต่สมัยราชวงศ์ถังในช่วงปี ค.ศ. 1330 (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

ห้ามพนักงานจะออกมาแล่เป็ดให้ชมกันข้าง ๆ โต๊ะ (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

เป็ดปักกิ่งที่นี่จะนำเสนอออกมาตามวิธีดั้งเดิมคือการเสิร์ฟส่วนอกซึ่งเป็นจุดที่หนังจะมีความบาง กรอบ และอร่อยที่สุดมาให้ทานคู่กับน้ำตาลทรายขาว (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

แผ่นแป้งที่นี่ผ่านการปรับสูตรใหม่ให้มีความบางลงกว่าสมัยก่อน ข้างกันคือแตงกวา กระเทียมต้น กระเทียมบด และซอยฮอยซินที่ปรับรสชาติจนมีระดับความหวานและเค็มที่พอเหมาะ (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

เนื้อเป็ดส่วนอื่น ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับหนังเพื่อห่อกับแผ่นแป้ง (14/20)

传统北京烤鸭 (1,990++)
Peking Duck

นำทุกองค์ประกอบประกอบกันในแผ่นแป้งและห่อเป็นอันพร้อมชิม (14/20)

千炒鸭松 (二食)
Wok Fried Minced Duck, Lettuce Wrap (Second Service)

สำหรับคอร์สที่สองของเป็ดปักกิ่งเราเลือกเป็นเมนูเมี่ยงเป็ด เชฟจะใช้เนื้อส่วนติดซี่โครงไปผัดกับเมล็ดสนและพริกหวานเสิร์ฟมากับผักกาด อย่างไรก็ตามความหอมของเป็ดและซอสกลับถูกกลบด้วยความฉุนของพริกหวานไปพอสมควร (12/20)

养生木耳洋葱 (180++)
Black Fungus, Coriander, Soy

ยำเห็ดหูหนูดำสไตล์ปักกิ่งมีรสชาติที่ค่อนข้างเบาแต่แลกมาด้วยกลิ่นหอมของผักต่าง ๆ และซีอิ๊วที่โดดเด่นขึ้นมาแทนที่ ชิ้นเห็ดมีความกรอบเคล้ากันไปกับความกรอบของหอมซอยและพริกซอย (13/20)

传统椒麻口水鸡 (290++)
Poached Chicken, Sichuan Spicy Sauce, Crushed Peanuts

เนื้อไก่ที่ Poached จนได้ความสุกพอเหมาะและเนื้อสัมผัสที่นุ่มตัดกันกับความกรอบของถั่วลิสงบด เชฟเสิร์ฟมาแบบเย็นจับคู่กับซอสที่มีความเผ็ดชาลิ้นแบบเสฉวน (13/20)

𡈼煸四季豆 (450++)
String Beans, Minced Pork, Dry Chili

เมนูผักที่เราอยากแนะนำให้ชิมกันคือถั่วแขกที่ผัดกับหมูสับและขิงในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ชิ้นถั่วแขกกรอบพอเหมาะ หมูสับนุ่มเคี้ยวง่าย ทั้งยังมีความหอมที่ได้จากการคั่วและรสชาติเผ็ดเบา ๆ ของพริกแห้ง (14/20)

鹅肝松露和牛炒饭 (680++)
Wagyu Beef, Foie Gras, Chinese Greens

ปิดท้ายของคาวด้วยข้าวผัดมันเนื้อใส่ไข่, เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิว และฟัวกราส์ ชิ้นฟัวกราส์มีความครีมมี่รับหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเนื้อสัมผัสของเมล็ดข้าวร่วน ๆ และเนื้อวัวเข้าด้วยกัน (14/20)

ระหว่างมื้ออาหารพนักงานจะคอยเสิร์ฟสลัดมันฝรั่งมาคู่กันกับหัวไชเท้าดองซีอิ๊ว

茉莉香茶烤布蕾 (320++)
Crème Brûlée, Jasmine Tea

ของหวานจานแรกคือ Crème Brûlée เนื้อเนียนนุ่มที่ทางร้าน infused ชามะลิลงไปด้วยจนมีกลิ่นหอมขึ้นจมูก มีรสหวานพอดี ผิวด้านบนถูกทอร์ชจนคาราเมลไลซ์เป็นชั้นบางๆ มีรสหวานปนขมเล็กน้อย ถือเป็นจานที่เรียบง่ายเเต่ผสมผสานความเป็นตะวันออกเเละตะวันตกออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว (14/20)

榛子芝麻球 (320++)
Sesame Ball, Hazelnut, Cocoa

ถัดมาคืออีกฟนึ่งของหวานซิกเนเจอร์ประจำร้านอย่างไข่หงษ์ทรงกลมทอดคลุกงา ภายในสอดไส้ครีมช็อกโกแลตที่มีกลิ่นหอมของถั่วฮาเซลนัท แป้งด้านนอกเหนียวนุ่ม ไม่อมน้ำมัน ตัดกับความกรอบของงา ทางร้านใส่ใจถึงขนาดใช้กระดาษพิมพ์ด้วยตัวอักษรจีนแลดูคล้ายหนังสือพิมพ์ยุคเก่ารองมาด้านล่างอีกด้วย (14/20)

小吊梨汤 (320++)
Li-Tang, Pear Soup, Snow Fungus, Dates

Xiao Diao Li Tang เป็นของหวานโบราณที่นิยมกันมากในแถบปักกิ่งของประเทศจีนมีลักษณะเป็นซุปลูกแพร์ที่มีความเปรี้ยวของโกลจิเบอร์รี่ ไฮไลท์คือความกรอบที่ได้จากเห็ดหูหนูขาวและเนื้อสัมผัสสู้ฟันของพุทราจีน (13/20)

Complimentary Cake

ส่วนใครที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษทางร้านจะมีเค้กจากทางโรงแรมให้คนละ 1 ชิ้นด้วย

รายการเครื่องดื่ม

💰 ราคา 7,862.36 บาท

🎗 [THE PLACE] Nan Bei ตั้งอยู่บนชั้น 19 ของโรงแรม Rosewood Hotel Bangkok ภายในตกแต่งในสไตล์ Chinese Art Deco โดยมีไฮไลท์ของร้านอย่างแรกคือ Moongate Entrance ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณด้านหน้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกใสบานใหญ่ประดับด้วยสะพานดาวทำจากหลอดไฟสีส้มเหลืองพร้อมนกกระเรียนพับจำนวนกว่า 600 ตัว

การออกแบบอ้างอิงแรงบันดาลใจจากนิทานจีนเรื่อง “เจ็ดนางฟ้า” หรือ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า (The Cowherd and the Weaver Girl)” ซึ่งเล่าถึงหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อ “หนิวหลาง” บังเอิญไปพบนางฟ้า 7 องค์ที่ลงจากสวรรค์เพื่อมาเล่นน้ำ ต่อมาวัวที่ชายหนุ่มเลี้ยงไว้ได้กระซิบบอกให้ชายหนุ่มไปโขมยเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เหล่านางฟ้าลอยกลับสวรรค์ บรรดานางฟ้าจึงส่ง “จือหนี่” น้องสาวคนสุดท้องมาเจรจาเพื่อขอเสื้อผ้าคืน หนิวหลางจึงคืนเสื้อผ้าให้เเลกกับข้อแม้ว่าจือหนี่ต้องอยู่เป็นภรรยาของตนตลอดไป นางฟ้าองค์สุดท้องตอบรับเเละอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จือหนี่มีฝีมือในการทอผ้าและสามารถขายได้ในราคาสูงจนร่ำรวยและมีลูกด้วยกันสองคน หลังจากนั้น “เง๊กเซียนฮองเฮา” มารดาของนางฟ้าทั้งเจ็ดรู้เรื่องเข้าจึงโกรธมากเเละมีคำสั่งให้ไปนำตัวจือหนี่กลับสู่สวรรค์ วัวของหนิวหลางจึงยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้เจ้านายเอาหนังคลุมร่างลอยขึ้นสวงสวรรค์เพื่อตามหาภรรยา เง๊กเซียนฮองเฮาเห็นดังนั้นก็โกรธยิ่งกว่าเดิมและนำปิ่นปักผมกรีดท้องฟ้าออกเป็นเเม่น้ำสีเงินซึ่งคนบนโลกต่างรู้จักกันในนามของทางช้างเผือกหรือ Milky Way เเยกจือหนี่กับหนิวหลางเเละลูก ๆ ให้อยู่กันคนละฝั่งของแม่น้ำ ตามตำนานจือหนี่ได้กลายเป็นดาวที่เรารู้จักกันในชื่อของดาว Vega และหนิวหลางกลายเป็นดาว Altair ส่วนลูก ๆ ทั้งสองคนกลายเป็นดาว Beta Aquilae และ Gamma Aquilae ส่องสว่างเคียงข้างดาว Altair ของหนิวหลางอยู่บนท้องฟ้าโดยจะมีเพียงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีที่เหล่านกกระเรียนจะบินมาเรียงตัวกันทอดข้ามเเม่น้ำสีเงินเพื่อเป็น “สะพานฉวีเฉียว” โดยปัจจุบันคือสะพานดาว Magpie Bridge ที่ทอดข้ามดาว Deneb ให้ทั้งคู่ได้มาพบกันเพียงวันเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ชาวจีนยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันเรียกว่าเทศกาลชีซี่ (หรือเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น) ในทุก ๆ ปีอีกด้วย

พื้นที่ห้องรับประทานอาหาร

ห้องฝั่งตรงข้ามที่ออกแบบให้เป็นตัวแทนของหนุ่มเลี้ยงวัวหนิวหลางสังเกตได้จากวัสดุหนังวัวแท้ ๆ ที่ใช้ตกแต่งภายใน

ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟทำอาหารเเละย่างเป็ดให้ชมตั้งเเต่เริ่มจนจบ

Nan Bei เป็นภาษาจีนกลางที่แปลว่า ใต้-เหนือ โดยตัวร้านใช้ชื่อนี้เพื่ออธิบายถึงคอนเซปเมนูที่หยิบยกจานเด็ดจากทางตอนใต้และเหนือของประเทศจีนมาจัดไว้ด้วยกันให้ลูกค้าได้เลือกสรร นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการพาคนรู้ใจหรือครอบครัวมารับประทานในโอกาสสุดพิเศษ

รายการอาหารเมนูนำเสนออกมาผ่านรายการแบบ À La Carte โดยแบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ เเต่ละกลุ่มจะถูกเเยกย่อยออกเป็นสองฝั่งคืออาหารจากประเทศจีนตอนใต้ (Nan) และอาหารจากประเทศจีนตอนเหนือ (Bei) และมีเมนูแนะนำประจำร้านคือ Peking Duck หรือเป็ดปักกิ่งสูตรโบราณสมัยราชวงศ์หยวนในปี ค.ศ. 1330 อีกด้วย ส่วนใครที่มาในช่วงกลางวันสามารถลิ้มลองรายการ Dim Sum ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายพอประมาณในราคามาตรฐานสำหรับห้องอาหารในโรงแรมหรู รายการชาเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะทางร้านได้รวบรวมชาคุณภาพสูงจากหลากหลายแหล่งในราคาที่สมเหตุสมผล

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่กำกับโดยเชฟ Matthew Gang ผู้เกิดเเละเติบโตขึ้นมาในกรุงปักกิ่งและมีประสบการณ์การทำอาหารในโรงแรมห้าดาวทั่วประเทศจีนถึง 25 ปีโดยเชฟ Matthew จะทำงานร่วมกับเชฟ Max Li ผู้รับผิดชอบเมนู Dim Sum รสเลิศ

🎗 [WHY GO] Nan Bei ถือเป็นห้องอาหารจีนที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพอย่างไร้ข้อกังขา รสชาติโดยรวมถือว่าดีงามสมกับมาตรฐานห้องอาหารจีนชั้นนำ ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างแต่ยังคงอยู่ในกรอบมาตรฐานของภัตตาคารในโรงแรม 5 ดาว สำหรับใครที่สนใจขอแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าเพื่อสัมผัสโต๊ะที่มองเห็นทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน