หน้าแรก » 🇹🇭 Lenzi Tuscan Kitchen – เล็นซี่ ทัสคัน คิทเช่น
Visit: June 17, 2024
🇹🇭 Lenzi Tuscan Kitchen - เล็นซี่ ทัสคัน คิทเช่น
👨🏻🍳 Chef Francesco Lenzi - เชฟฟรานเชสโก เล็นซี่
69/2 ซ.ร่วมฤดี 2 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย
Tel: 02-001-0116
Cuisine
🍴 Italian - อาหารอิตาลี
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารอิตาลีที่เราแวะไปชิมนับครั้งไม่ถ้วน สาเหตุก็เพราะเชฟ Francesco Lenzi เจ้าของร้านสามารถนำเสนออาหารอิตาลีออกมาได้รสชาติเทียบเท่ากับร้านอาหารระดับสูงในประเทศต้นตำรับ ทั้งยังมีบรรยากาศที่สบาย ๆ อีกด้วย
[THE PLACE] ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดี 2 โดยใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวทางร้านก็มีที่จอดรองรับเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย ภายในตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับวิลล่าสไตล์ทัสคัน เคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่มีเอาไว้สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ฝั่งห้องครัวกั้นด้วยกระจกใสทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา โต๊ะทุกตัวมีขนาดเพียงพอสำหรับวางจานใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาสต้าหรือสเต๊ก เก้าอี้สีแดงนั่งสบายช่วยสร้างบรรยากาศให้แลดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่นเป็นกันเองของพนักงานเสิร์ฟ บนผนังตกแต่งด้วยงานศิลป์ต่าง ๆ บ่งบอกถึงตัวตนของเชฟได้เป็นอย่างดี
[THE CHEF] Francesco Lenzi เกิดและเติบโตขึ้นมาในเมือง Pisa แคว้น Tuscany และจบการศึกษาจากโรงเรียนอาหารระดับโลกอย่าง Gamberro Rosso Cooking School เชฟตัดสินใจเดินทางสู่กรุงเทพเพื่อดำรงตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร OPUS Wine Bar & Restaurant ต่อด้วยการร่วมงานกับห้องอาหาร Medici ใน Hotel Muse หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในช่วงปลายปี 2014 ใช้ชื่อว่า Lenzi Tuscan Kitchen และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนสามารถขยับขยายไปเปิดห้องอาหารอีกแห่งที่มีความแคชวลมากกว่าภายใต้ชื่อ Nonna Nella by Lenzi อีกด้วย ปัจจุบันเชฟ Lenzi เพิ่งเปิดโปรเจคใหม่อย่างห้องอาหาร Casa Lenzi ซึ่งอาศัยการลงทุนสูงเพียบพร้อมไปด้วยทีมเชฟมากฝีมือและทีม Sommelier ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา
[THE FOOD] ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเห็นอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคันได้ตามขื่อร้านแต่เชฟ Lenzi ยังหยิบยกเมนูจากภูมิภาคอื่น ๆ รวมไปถึงเมนูที่เขารังสรรค์ขึ้นมาเองและเหล่านักชิมชาวไทยทำความเข้าใจได้ง่ายมานำเสนอให้ได้ชิมกันอย่างครบครัน สำหรับใครที่แวะมาในช่วงกลางวันของวันธรรมดาสามารถเพลิดเพลินไปกับ Set Menu ที่มีชื่อว่า Lunch in Bangkok นำเสนอมาที่ 980++/3 คอร์สและ 1,180++/4 คอร์ส ส่วนรายการไวน์มีให้เลือกในหลากหลายระดับราคาทั้งยังผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี นอกจากนี้ผู้ที่เลือกซื้อไวน์ของทางร้าน 1 ขวดยังสามารถนำไวน์มาเปิดเองได้อีก 1 ขวดด้วย ส่วนจานเด็ดที่เราประทับใจในวันนี้คือ
จานนี้เชฟนำมะเขือเข้าเตาอบจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและละมุนลิ้น จากนั้นราดด้วยซอสสีแดงที่เตรียมมาจากมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิและเผ็ดเล็กน้อย ซอสสีเขียวที่เตรียมมาจากเบซิลให้กลิ่นฉุนเบา ๆ และฟองดูสีขาวของพาเมซานชีสที่ผ่านการบ่มมานานให้รสชาติที่เค็มและมัน จากนั้นโรยด้านบนด้วยองค์ประกอบของมะกอกดำ (14/20)
สำหรับเมนูพาสต้าจานแรกคือ Pici โฮมเมดที่มีเนื้อสัมผัสเหนียว นุ่ม หนึบ เคี้ยวสนุก เชฟคลุกเคล้ามากับซอสมะเขือเทศเชอร์รี่และเนื้อปูอลาสกันชิ้นใหญ่ (14/20)
หนึ่งในเมนูเด็ดประจำร้านคือข้าวรีซอตโต้ที่ปรุงสุกในน้ำสต๊อกกับชีส Taleggio ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลอีมัลชั่นและเห็ดทรัฟเฟิลฝานสด ๆ ส่งอโรมาหอมคลุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะและน่าลิ้มลองเป็นอย่างมาก (14/20)
Price :
1,000-2,500 THB
Parking :
จอดที่ลานจอดของร้าน
Operating Time :
11.20-14.00, 17.30-22.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารอิตาลีที่นำเสนอเมนูออกมาได้อย่างปราณีตและพิถีพิถันสมราคา
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Soft Southern Italian buffalo & cow cheese with green, yellow & red tomatoes
Slow cooked half baked eggplant, light spicy tomato sauce & aged parmesan fondue
Homemade pici with Alaskan crab meat in cherry tomato sauce, basil & parsley
Spaghetti in white wine sauce, Italian clams & shaved dried bottarga
Rigatoni in San Marzano tomato sauce, burrata cheese & fresh basil
Spaghetti in white wine sauce, Italian squid, tiger prawns, baby octopus, Italian clams & cherry tomatoes
Slow cooked carnaroli rice with taleggio cheese, truffle emulsion & fresh black truffle
Quality Coffee sponge cake & Chocolate
Piedmont Style cooked cream & passion fruit
Pear baked in wood-fired oven, chocolate ice cream & sabayon
Lenzi Tuscan Kitchen – เล็นซี่ ทัสคัน คิทเช่น
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Italian – อาหารอิตาลี
Chef Francesco Lenzi – เชฟฟรานเชสโก เล็นซี่
Bread
ทางร้านเสิร์ฟกริสซินี่โฮมเมดมาคู้กับขนมปังตะกร้าใหญ่
Burratina con insalata di pomodorini (680++)
Soft Southern Italian buffalo & cow cheese with green, yellow & red tomatoes
เริ่มต้นด้วยชีสนมวัวและนมควายคุณภาพสูงสังเกตได้จากเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและครีมมี่ของ Stracciatella ตรงกลาง นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยว อุมามิ และสดชื่นของมะเขือเทศเข้ากันดีกับความเปรี้ยวของบัลซามิคเพิร์ล (14/20)
Melanzana al forno (520++)
Slow cooked half baked eggplant, light spicy tomato sauce & aged parmesan fondue
จานนี้เชฟนำมะเขือเข้าเตาอบจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและละมุนลิ้น จากนั้นราดด้วยซอสสีแดงที่เตรียมมาจากมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิและเผ็ดเล็กน้อย ซอสสีเขียวที่เตรียมมาจากเบซิลให้กลิ่นฉุนเบา ๆ และฟองดูสีขาวของพาเมซานชีสที่ผ่านการบ่มมานานให้รสชาติที่เค็มและมัน จากนั้นโรยด้านบนด้วยองค์ประกอบของมะกอกดำ (14/20)
Pici al granchio (720++)
Homemade pici with Alaskan crab meat in cherry tomato sauce, basil & parsley
สำหรับเมนูพาสต้าจานแรกคือ Pici โฮมเมดที่มีเนื้อสัมผัสเหนียว นุ่ม หนึบ เคี้ยวสนุก เชฟคลุกเคล้ามากับซอสมะเขือเทศเชอร์รี่และเนื้อปูอลาสกันชิ้นใหญ่ (14/20)
Spaghetti con vongole veraci e bottarga (880++)
Spaghetti in white wine sauce, Italian clams & shaved dried bottarga
พาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับไวน์ขาวแล้วเสิร์ฟมาแบบ Al Dente เชฟคลุกเคล้ากับหอยลอยหอม ๆ ทั้งยังเพิ่มความมันและอุมามิจากไข่ปลากระบอก Bottarga มาที่ด้านบน (14/20)
Rigatoni con pomodorini e burrata (650++)
Rigatoni in San Marzano tomato sauce, burrata cheese & fresh basil
พาสต้าเส้นริกาโตนี่ที่โดดเด่นด้วยความเปรี้ยวอุมามิของซอสมะเขือเทศซาน มาซาโน่ตัดกันกับความครีมมี่ของชีสบูราต้าและความฉุนของใบเบซิล (14/20)
Spaghetti allo scoglio del Lenzi (750++)
Spaghetti in white wine sauce, Italian squid, tiger prawns, baby octopus, Italian clams & cherry tomatoes
สปาเก็ตตี้เส้นแห้งผัดกับไวน์ขาวแล้วเสิร์ฟมาแบบ Al Dente ในจานประกอบไปด้วยอาหารทัเลมากมายทั้งกุ้งลายเสือ หมึก หมึกยักษ์ตัวจิ๋ว หอยลาย และความฉ่ำของมะเขือเทศเชอร์รี่ (14/20)
Risotto taleggio e tartufo (880++)
Slow cooked carnaroli rice with taleggio cheese, truffle emulsion & fresh black truffle
หนึ่งในเมนูเด็ดประจำร้านคือข้าวรีซอตโต้ที่ปรุงสุกในน้ำสต๊อกกับชีส Taleggio ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลอีมัลชั่นและเห็ดทรัฟเฟิลฝานสด ๆ ส่งอโรมาหอมคลุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะและน่าลิ้มลองเป็นอย่างมาก (14/20)
Tiramisù (230++)
Quality Coffee sponge cake & Chocolate
Tiramisù เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Le Beccherie ในเมือง Treviso ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในที่นี้เชฟนำเสนอสปองเค้กที่ชุ่มไปด้วยกาแฟคุณภาพสูงล้อมรอบด้วยมัสคาโปนครีม จากนั้นโรยด้วยผงช็อกโกแลต (14/20)
Panna cotta e frutto della passione (230++)
Piedmont Style cooked cream & passion fruit
Panna Cotta แปลตรงตัวได้ว่า Cooked Cream เป็นอาหารหวานยอดนิยมที่มีต้นกำเนิดมาจากจากแคว้น Piemonte ทางร้านเตรียมเนื้อสัมผัสออกมาได้ดีมาก ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวของเสาวรสและความสดชื่นของผลไม้นานาชนิด (14/20)
Pera cotta nel forno a legna (280++)
Pear baked in wood-fired oven, chocolate ice cream & sabayon
ลูกแพร์ที่ผ่านการอบในเตาฟืนจนนุ่ม จากนั้นเสิร์ฟมากับ Sabayon หอมละมุนและไอศกรีมช็อกโกแลตที่ตัดรสชาริกันอย่างลงตัว (14/20)
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารอิตาลีที่เราแวะไปชิมนับครั้งไม่ถ้วน สาเหตุก็เพราะเชฟ Francesco Lenzi เจ้าของร้านสามารถนำเสนออาหารอิตาลีออกมาได้รสชาติเทียบเท่ากับร้านอาหารระดับสูงในประเทศต้นตำรับ ทั้งยังมีบรรยากาศที่สบาย ๆ อีกด้วย
[THE PLACE] ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดี 2 โดยใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวทางร้านก็มีที่จอดรองรับเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย ภายในตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับวิลล่าสไตล์ทัสคัน เคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่มีเอาไว้สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ฝั่งห้องครัวกั้นด้วยกระจกใสทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา โต๊ะทุกตัวมีขนาดเพียงพอสำหรับวางจานใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาสต้าหรือสเต๊ก เก้าอี้สีแดงนั่งสบายช่วยสร้างบรรยากาศให้แลดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่นเป็นกันเองของพนักงานเสิร์ฟ บนผนังตกแต่งด้วยงานศิลป์ต่าง ๆ บ่งบอกถึงตัวตนของเชฟได้เป็นอย่างดี
[THE CHEF] Francesco Lenzi เกิดและเติบโตขึ้นมาในเมือง Pisa แคว้น Tuscany และจบการศึกษาจากโรงเรียนอาหารระดับโลกอย่าง Gamberro Rosso Cooking School เชฟตัดสินใจเดินทางสู่กรุงเทพเพื่อดำรงตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร OPUS Wine Bar & Restaurant ต่อด้วยการร่วมงานกับห้องอาหาร Medici ใน Hotel Muse หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในช่วงปลายปี 2014 ใช้ชื่อว่า Lenzi Tuscan Kitchen และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนสามารถขยับขยายไปเปิดห้องอาหารอีกแห่งที่มีความแคชวลมากกว่าภายใต้ชื่อ Nonna Nella by Lenzi อีกด้วย ปัจจุบันเชฟ Lenzi เพิ่งเปิดโปรเจคใหม่อย่างห้องอาหาร Casa Lenzi ซึ่งอาศัยการลงทุนสูงเพียบพร้อมไปด้วยทีมเชฟมากฝีมือและทีม Sommelier ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา
[THE FOOD] ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเห็นอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคันได้ตามขื่อร้านแต่เชฟ Lenzi ยังหยิบยกเมนูจากภูมิภาคอื่น ๆ รวมไปถึงเมนูที่เขารังสรรค์ขึ้นมาเองและเหล่านักชิมชาวไทยทำความเข้าใจได้ง่ายมานำเสนอให้ได้ชิมกันอย่างครบครัน สำหรับใครที่แวะมาในช่วงกลางวันของวันธรรมดาสามารถเพลิดเพลินไปกับ Set Menu ที่มีชื่อว่า Lunch in Bangkok นำเสนอมาที่ 980++/3 คอร์สและ 1,180++/4 คอร์ส ส่วนรายการไวน์มีให้เลือกในหลากหลายระดับราคาทั้งยังผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี นอกจากนี้ผู้ที่เลือกซื้อไวน์ของทางร้าน 1 ขวดยังสามารถนำไวน์มาเปิดเองได้อีก 1 ขวดด้วย
[WHY GO] Lenzi Tuscan Kitchen เป็นหนึ่งในห้องอาหารอิตาลีที่เราต้องแวะมาชิมทุกปี อาหารทุกจานเข้าถึงง่ายทั้งยังผ่านการเตรียมและรังสรรค์ออกมาได้อย่างปราณีต ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ สำหรับผู้ที่ต้องการ Walk-In อาจต้องแวะมาในช่วงค่ำหรือหากดีกว่านั้นคือให้ทำการจองก่อนล่วงหน้าเพื่อการันตีโต๊ะที่อาจถูกจองเต็มได้เกือบทุกวันนั่นเอง