Visit: December 18, 2020

🇹🇭 Indus - อินดัส

71 ซอยสุขุมวิท 26 แขวง คลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

Tel: 086-339-8582

Cuisine

🍴 Indian - อาหารอินเดีย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

12.5/20

Price

3/5
          

🎗 Indus เป็นร้านอาหารอินเดียชื่อดังที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ตัวร้านมองจากด้านหน้าเห็นเป็นบ้านไม้สไตล์ Art Deco สองชั้นอายุกว่า 60 ปีพร้อมด้วยที่จอดรถกว้างขวางซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของร้านอาหารย่านนี้ เมื่อเดินผ่านประตูไม้เข้าไปจะพบกับพนักงานต้อนรับและโถงทางเดินยาว บนผนังมีการประดับรูปวาดในกรอบสไตล์ราชสถาน ทั้งยังมีงานศิลปะสไตล์อินเดียและราชวงศ์โมกุลช่วยเสริมบรรยากาศให้กลมกลืนไปกับกลิ่นเครื่องเทศหอมๆที่ลอยคลุ้งมาจากครัว ห้องทานอาหารหลักมีมุมให้เลือกนั่งหลายจุด สีขาวของผ้าปูโต๊ะตัดกันกับสีน้ำตาลของพื้นไม้ ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา มองออกไปด้านนอกจะพบกับโซนเอาท์ดอร์รองรับการจัดงานในโอกาสพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรับรองลูกค้าที่มากันเป็นหมู่คณะอีกด้วย

          

🎗 หลังจากจบการศึกษาจาก New York University ในปี 2004 เจ้าของร้านคุณ Sid Sehgal ได้เดินทางกลับมายังกรุงเทพโดยตั้งใจเปิดร้านอาหารอินเดียคุณภาพสูงและเลือกคำว่า Indus หรือชื่อภาษาอังกฤษของเเม่น้ำสินธุซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชียมาใช้เป็นชื่อร้าน อาหารที่นี่ควบคุมโดย Executive Chef Amit Kumar ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำประจำโรงแรมระดับ 5 ดาวมาแล้วหลายแห่งในประเทศอินเดียเช่น Oberoi Gurgaon, The Roseate และ The Amanbagh ก่อนจะย้ายมาคุมห้องครัวให้กับห้องอาหาร Indus ในปี 2017 แต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารของราชวงศ์โมกุลทางตอนเหนือของประเทศอินเดียโดยจะระบุถึงที่มาและประวัติคร่าวๆช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึงรากเหง้าและขั้นตอนเบื้องต้นกว่าจะได้มาเป็นอาหารจานนั้นๆ เชฟ Kumar คัดเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพสูงมาใช้ทั้งยังบาลานซ์กลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศออกมาได้อย่างพอเหมาะจนกวาดรางวัลจากสื่อดังๆมาแล้วมากมายทั้ง Michelin Guide, Tatler, Wongnai และเชลล์ชวนชิม โดยเราขอยกเมนูเด็ดมาแนะนำกันตรงนี้สัก 2-3 อย่างคือ

✨ Kebab-e-Malai | Lucknow (390++)
Cashew nut paste, cream, cheese, cardamom and mild spice marinated chicken.

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดของค่ำคืนนี้ขอยกให้กับ Kebab-e-Malai เมนูเคบับจากรัฐ Lucknow ที่ได้จากการนำไก่ไปหมักในครีม ชีส กระวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์บด และเครื่องเทศ ก่อนนำลงย่างในเตาทันดูร์จนสุก เนื้อไก่นุ่ม หอม ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความครีมมี่ที่ไม่มากจนเกินไป เสิร์ฟมาคู่กับสลัดผัก ขอแนะนำให้บีบมะนาวลงไปสักนิดก่อนทานเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (13/20)

✨ Raan | Western Frontier (500++)
7-hour slow cooked pulled leg of mutton. Fall right off the bone.

Raan เป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากๆจานหนึ่ง ย้อนไปตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกเข้ายึดอาณาจักรอินเดียว่ากันว่าทรงได้รับการนำเสิร์ฟเมนูนี้เป็นของขวัญต้อนรับจากกษัตริยง์องค์ก่อน คำว่า Raan แปลตรงตัวว่าขาเนื่องจากขาหลังของสัตว์ (แกะในแคว้นแคชเมียร์หรือแพะในแคว้นปัญจาบ) เป็นส่วนที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักนั่นเอง สำหรับที่ร้าน Indus เชฟนำขาแกะขนาด 150 กรัม ฉีกเป็นชิ้นๆแล้วเข้ากระบวนการทำนานกว่า 7 ชั่วโมง ต่อด้วยการนำไปย่างในไฟอ่อนจนนุ่ม สุกกำลังดี บีบมะนาวนิดๆก่อนชิม อร่อยเด็ดไม่เบาเลยทีเดียว (13/20)

✨ Gulab Jamun Flambe (240++)
Condensed milk dumplings flamed table-side with Irish whiskey.

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศอินเดียอย่าง Gulab Jamun ปกติจะเป็นเมนูที่ทำจากแป้งผสมนมข้นแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ นำไปแช่ในน้ำกุหลาบเชื่อมตามชื่อ เติมกลิ่นของกระวานลงไปแล้วต้มจนสุก แม้จะถูกยกให้เป็นหนึ่งในของหวานที่มีรสชาติ “หวาน” มากที่สุดในโลกกระทั่งคนอินเดียบางคนยังต้องทานคู่กับน้ำชาเพื่อตัดกับรสหวาน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะที่ร้าน Indus ทำออกมาอร่อยไม่เบาเลยทีเดียว โดยเราขอแนะนำ Gulab Jamun Flambe ที่พนักงานจะตั้งเตาและฟล็อมเบย์ด้วยไอริชวิสกี้กันสดๆที่ข้างโต๊ะลูกค้าเลยทีเดียว (13/20)

🎗 นอกจากที่ว่ามาแล้วยังขอแนะนำแกงไก่ Butter Chicken เมนูขึ้นชื่อของร้านที่เราประทับใจรสชาติตั้งแต่มาทานครั้งก่อน รสชาติอาหารจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน เมื่อประกอบกับบรรยากาศที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดีและการบริการที่สมกับเป็นห้องอาหาร Fine Dining ช่วยให้อาหารมื้อนี้เป็นที่น่าจดจำจนอยากกลับมาทานซ้ำอีกเรื่อยๆ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 15 ปี แต่ Indus ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในกรุงเทพได้อย่างไม่ต้องสงสัย

Price :

1,000-1,500 THB/p

Parking :

มีที่จอดรถในร้าน

Operating Time :

11.30-22.30

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารราชวงศ์โมกุลที่นำเสนอเมนูอันหลากหลาย บรรยากาศดี ราคาเหมาะสม

อาหาร :

12.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Papadum (Complimentary)

Served with chutney

Keema Samosas | Persia | Punjab (240++)

A crispy wheat flour pastry stuffed with spiced minced mutton and green peas. Traced to the 9th century back in Persia, where it was called “sanbosag”.

Galouti Kebab | Lucknow (490++)

The melt-in-the-mouth muttob kebab originally made for the ”toothless king“ Nawab Asad-Ud-Daula (1748-1797).

Kebab-e-Malai | Lucknow (390++)

Cashew nut paste, cream, cheese, cardamom and mild spice marinated chicken.

Raan | Western Frontier (500++)

7-hour slow cooked pulled leg of mutton. Fall right off the bone.

Chicken Tikka Masala | U.K. (390++)

The United Kingdom’s most popular dish. Tandoori smoked chicken cooked in creamy onion and tomato masala.

Malabar Prawn Curry | Kerala (550++)

Prawns cooked with onion and coconut curry, kokum (wild mangosteen) from Kerala.

Daal Bukhara | Punjab (320++)

Slow-cooked whole urad daal (black lentil) with tomato puree, butter and cream.

Lucknowi Chicken Biryani | Lucknow (490++)

Spiced chicken, caramelized onion, basmati rice, layered and cooked in a sealed pot, “dum”.

Garlic Naan | Punjab (120++)

Garlic fluffy leavened tandoori bread.

Gulab Jamun Flambe (240++)

Condensed milk dumplings flamed table-side with Irish whiskey.

Khoya Malai Kulfi (140++)

Almond and pistachio Indian ice cream.

Phirni (140++)

Saffron and cardamom rice pudding.

🇹🇭 Indus – อินดัส

🍴 Indian – อาหารอินเดีย

Indus เป็นร้านอาหารอินเดียชื่อดังที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ตัวร้านมองจากด้านหน้าเห็นเป็นบ้านไม้สไตล์ Art Deco สองชั้นอายุกว่า 60 ปีพร้อมด้วยที่จอดรถกว้างขวางซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของร้านอาหารย่านนี้

Papadum (Complimentary)
Served with chutney

ระหว่างรออาหารทางร้านจะนำเสิร์ฟปาปาดุม หรือข้าวเกรียบอินเดียทานคู่กับชัทนีย์ต่างๆมีทั้งมะขาม มะม่วง มิ้นท์ และหอมแดงดอง ตัวข้าวเกรียบกรอบดี มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

Keema Samosas | Persia | Punjab (240++)
A crispy wheat flour pastry stuffed with spiced minced mutton and green peas. Traced to the 9th century back in Persia, where it was called “sanbosag”.

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยขนมทานเล่นอย่าง Keema Samosa เสิร์ฟมาในตะแกรงเหล็ก เป็นเมนูที่มีต้นตำรับมาจากจักรวรรดิเปอร์เซียและรัฐปัญจาบ (ในเปอร์เซียช่วยศตวรรษที่ 9 จะเรียกเมนูนี้ว่า Sanbosag) เชฟใช้เนื้อแพะสับจนละเอียดให้เนื้อสัมผัสคล้ายกันกับหมูสับบ้านเราใส่เมล็ดถั่วลันเตาเราลงไปเพื่อให่เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสเวลาเคี้ยว ทั้งยังคงกลิ่นเฉพาะตัวของแพะเอาไว้ได้ครบถ้วน ด้านนอกเป็นแป้งซาโมซ่ากรอบ หยิบทานเพลินๆแปปเดียวก็หมด (12/20)

Galouti Kebab | Lucknow (490++)
The melt-in-the-mouth muttob kebab originally made for the ”toothless king“ Nawab Asad-Ud-Daula (1748-1797).

Galouti Kebab เป็นอาหารจากรัฐ Lucknow ของประเทศอินเดีย ประวัติของเมนูนี้ต้องย้อนไปในช่วงสมัยการขึ้นครองราชบัลลังก์ของกษัตริย์ Nawab Asaf-ud-daula (ค.ศ. 1748-1797) แห่งเมืองลุคเนาเสวยซึ่งว่ากันว่าเป็นกษัตริย์ผู้ไม่มีฟันทำให้พ่อครัวในท้องพระโรงต้องคิดค้นเมนูที่ทานได้ง่ายโดยไม่ต้องเคี้ยว ว่ากันว่าสูตรดั้งเดิมผสมเครื่องเทศมากกว่า 150 ชนิดเข้ากับเนื้อแพะที่สับละเอียด ทานแล้วละลายในปากได้โดยไม่ต้องเคี้ยว สูตรของร้าน Indus เชฟสับเนื้อแพะจนละเอียดมากจนเกือบจะเป็นพูเรแต่กลิ่นเฉพาะตัวของแพะยังคงอยู่ค่อนข้างมาก ด้านล่างเป็น วาคี พาราตา หรือขนมปังอินเดียที่ช่วยเพิ่มความกรอบขณะทาน ขอแนะนำว่าจานนี้เหมาะกับคนที่คุ้นเคยอาหารอินเดียระดับหนึ่งและชื่นชอบกับกลิ่นของเนื้อแพะเท่านั้น (11/20)

Kebab-e-Malai | Lucknow (390++)
Cashew nut paste, cream, cheese, cardamom and mild spice marinated chicken.

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดประจำค่ำคืนนี้ขอยกให้กับ Kebab-e-Malai เมนูเคบับจากรัฐ Lucknow ที่ได้จากการนำไก่ไปหมักในครีม ชีส กระวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์บด และเครื่องเทศ ก่อนนำลงย่างในเตาทันดูร์จนสุก เนื้อไก่นุ่ม หอม ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความครีมมี่ที่ไม่มากจนเกินไป เสิร์ฟมาคู่กับสลัดผัก ขอแนะนำให้บีบมะนาวลงไปสักนิดก่อนทานเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (13/20)

Raan | Western Frontier (500++)
7-hour slow cooked pulled leg of mutton. Fall right off the bone.

Raan เป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากๆจานหนึ่ง ย้อนไปตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกเข้ายึดอาณาจักรอินเดียว่ากันว่าทรงได้รับการนำเสิร์ฟเมนูนี้เป็นของขวัญต้อนรับจากกษัตริยง์องค์ก่อน คำว่า Raan แปลตรงตัวว่าขาเนื่องจากขาหลังของสัตว์ (แกะในแคว้นแคชเมียร์หรือแพะในแคว้นปัญจาบ) เป็นส่วนที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักนั่นเอง สำหรับที่ร้าน Indus เชฟนำขาแกะขนาด 150 กรัม ฉีกเป็นชิ้นๆแล้วเข้ากระบวนการทำนานกว่า 7 ชั่วโมง ต่อด้วยการนำไปย่างในไฟอ่อนจนนุ่ม สุกกำลังดี บีบมะนาวนิดๆก่อนชิม อร่อยเด็ดไม่เบาเลยทีเดียว (12/20)

Chicken Tikka Masala | U.K. (390++)
The United Kingdom’s most popular dish. Tandoori smoked chicken cooked in creamy onion and tomato masala.

เริ่มต้นเมนูแกงด้วยหนึ่งในจานยอดนิยมของร้านอาหารอินเดียทุกร้านอย่าง Chicken Tikka Masala แม้จะมีหน้าตาดูเป็นอาหารอินเดียแต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วแกงชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นที่ Britain ! บ้างเล่าว่าในช่วงปี 1960 มีเชฟซึ่งเป็นคนอพยพชาวบังคลาเทศตั้งใจคิดค้นเมนูอาหารสไตล์อินเดียหลานจานเพื่อทำขายและหนึ่งในนั้นคือแกง Chicken Tikka Masala นี่ล่ะ ส่วนบางคนก็เล่าว่าเมนูนี้เเท้จริงเเล้วคิดค้นโดยโดยเชฟลูกครึ่งบริติช-ปากีสถานนามว่า Ali Ahmed Aslam เจ้าของร้าน Shish Mahal Restaurant ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง Glasgow ประเทศ Scotland แต่ไม่ว่าตำนานไหนจะเป็นเรื่องจริงเอาเป็นว่าแกงชนิดนี้ไม่เคยมีอนู่ในประวัติศาสตร์อินเดียแต่กลับถูกคิดค้นขึ้นที่เกาะบริเตนแน่นอน ที่ร้าน Indus เชฟนำไก่ไปรมควันแล้วปรุงกับมาซาล่าที่ทำมาจากครีม หัวหอม มะเขือเทศ เนื้อไก่นุ่ม ไม่กระด้าง อย่างไรก็ตามตัวแกงมีความเข้มข้นจากมะเขือเทศไม่มากนักทำให้รสชาติดูจะอ่อนไปสักหน่อย เครื่องแกงเนียนละเอียด ทานกับขนมปังนานเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว (13/20)

Malabar Prawn Curry | Kerala (550++)
Prawns cooked with onion and coconut curry, kokum (wild mangosteen) from Kerala.

มาถึงแกงกุ้ง Malabar Curry เป็นจานมีต้นกำเนิดมาจากอ่าว Malabar ในรัฐ Kerala ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย ได้จากการนำเนื้อกุ้งไปเคี่ยวด้วยกะทิ หัวหอม และวัตถุดิบสำคัญคือ Kokum หรือมังคุดป่าจากรัฐ Kerala เช่นกัน เนื้อกุ้งแน่นและสุกกำลังดี ตัวแกงมีความหอม มัน ครีมมี่จากกะทิ (ให้นึกถึงแกงพะแนงบ้านเราแต่มีรสหวานน้อยกว่า) อร่อยสมกับเป็นเมนู Signature Dish ของร้านเลยล่ะ (13/20)

Daal Bukhara | Punjab (320++)
Slow-cooked whole urad daal (black lentil) with tomato puree, butter and cream.

สุดท้ายคือซุปถั่ว Daal Bukhara เมนู Vegetarian ขึ้นชื่อจากรัฐปัญจาบที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจาก Bukhara Restaurant ร้านอาหารชื่อดังแห่ง ITC Maurya Hotel ในกรุง New Delhi ขั้นตอนการทำเริ่มจากการใช้ Urad Daal หรือถั่วเลนทิลดำใส่ครีม มะเขือเทศพูเร และเนย จากนั้น Slow-cooked บนเตาทันดูร์ข้ามคืนเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้กับตัวซุป เนื้อสัมผัสของซุปจะออกหยาบๆสักหน่อย ซึ่งเป็นปกติของถั่วเลนทิล ทั้งนี้ตัวถั่วเองก็เคี้ยวนุ่มดี รสชาติซุปอมเปรี้ยวนิดๆ เราลองทานกับขนมปังนานกระเทียมช่วยเสริมกลิ่นของกันและกันได้อย่างลงตัว (12/20)

Lucknowi Chicken Biryani | Lucknow (490++)
Spiced chicken, caramelized onion, basmati rice, layered and cooked in a sealed pot, “dum”.

สุดท้ายคือข้าวหมกไก่สูตรต้นตำรับจากรัฐ Lucknow ที่ใช้ข้าวหอมบาสมาติใส่ไก่ลงไปแล้วหมักกับเครื่องเทศ ด้านบนโรยด้วยหอมเขียวและหญ้าฝรั่น ใส่มาในหม้อทองเหลือง ด้านบนปิดด้วยแป้งพัฟเป็นโดมสวยงามแล้วอบจนสุก (12/20)

Lucknowi Chicken Biryani | Lucknow (490++)
Spiced chicken, caramelized onion, basmati rice, layered and cooked in a sealed pot, “dum”.

สาเหตุที่ต้องปิดโดมเอาไว้ด้วยแป้งพัฟเพื่อไม่ให้ข้าวที่ผิวหน้าสุกเกินไปจนแห้ง ทั้งยังช่วยให้เกิดการกระจายความร้อนจนข้าวแบะเนื้อไก่สุกเท่ากันหมดทั้งหม้ออีกด้วย ที่โต๊ะพนักงานจะมาช่วยผ่าแป้งพัฟออกก่อนนำเสิร์ฟ (12/20)

Lucknowi Chicken Biryani | Lucknow (490++)
Spiced chicken, caramelized onion, basmati rice, layered and cooked in a sealed pot, “dum”.

ข้าวบาสมาติสุกกำลังดีทั่วถึงกันทั้งหมด มีอโรมาและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากหญ้าฝรั่น เนื้อไก่นุ่มพอดี ใช้ทานกับแกงต่างๆอร่อยไม่เบาเลยล่ะ (12/20)

Lucknowi Chicken Biryani | Lucknow (490++)
Spiced chicken, caramelized onion, basmati rice, layered and cooked in a sealed pot, “dum”.

ลูกค้าสามารถใส่โยเกิร์ตที่เสิร์ฟมาด้วยกันลงไปบนข้าวเพื่อเพิ่มความครีมมี่และรสเปรี้ยวเบาๆอร่อยไม่แพ้กันเลย (12/20)

Garlic Naan | Punjab (120++)
Garlic fluffy leavened tandoori bread.

ขนมปังนานมีต้นกำเนิดมาจากรัฐปัญจาบ ทั้งตัวนานกระเทียมยังเป็นเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของร้าน Indus จุดเด่นคือเนื้อขนมปังที่อบในบนเตาถ่านทันดูร์ กรอบนอก นุ่มใน มีกลิ่นหอมของกระเทียม อาจเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อน แต่ทำออกมาอร่อยสมกับเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านจริงๆ (13/20)

Gulab Jamun Flambe (240++)
Condensed milk dumplings flamed table-side with Irish whiskey.

Gulab Jamun เป็นขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศอินเดียทำจากแป้งผสมนมข้นแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำกุหลาบเชื่อมตามชื่อ เติมกลิ่นของกระวานลงไปแล้วต้มจนสุก มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ปกติแล้วขนมชนิดนี้จัดเป็นหนึ่งในของหวานที่มีรสชาติ “หวาน” มากที่สุดในโลกกระทั่งคนอินเดียบางคนยังต้องทานคู่กับน้ำชาเพื่อตัดกับรสหวานนั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะที่ร้าน Indus ทำออกมาอร่อยไม่เบาเลยทีเดียว โดยจะนำเสนอออกมาใน 2 รูปแบบคือ Gulab Jamun ปกติที่ราคา 140++ ซึ่งจะมีรสชาติหวานเด่นชัดโดดตรงตามต้นฉบับ แต่เราขอแนะนำให้สั่ง Gulab Jamun Flambe ที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อยคือ 240++ โดยทางร้านจะนำกุหลาบจามุนไปฟล็อมเบย์กับวิสกี้ไอริชซึ่งจะช่วยเพิ่มรสขมอ่อนๆและกลิ่นหอมมาตัดกับรสหวาน บอกเลยว่ารสชาติออกมาอร่อยและลงตัวมากๆ (13/20)

Gulab Jamun Flambe (240++)
Condensed milk dumplings flamed table-side with Irish whiskey.

พนักงานจะตั้งเตาและฟล็อมเบย์กันที่ข้างโต๊ะลูกค้า ช่วงที่ไฟลุกเหมาะกับการถ่ายลงไอจีมากๆ (13/20)

Gulab Jamun Flambe (240++)
Condensed milk dumplings flamed table-side with Irish whiskey.

แป้งทรงกลมนุ่ม ไม่แข็งและไม่เละจนเกินไป น้ำเชื่อมมีรสหวานนำแต่แทรกด้วยรสขมอ่อนๆของไอริชวิสกี้ที่ฟล็อมเบย์นำแอลกอฮอล์ออกไปช่วยตัดปลายของรสหวานไม่ให้เด่นชัดจนเกินไป ทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใครมาที่ Indus แล้วไม่สั่งถือว่าพลาดมากๆ (13/20)

Khoya Malai Kulfi (140++)
Almond and pistachio Indian ice cream.

Kulfi เป็นเมนู Street Food ยอดนิยมที่หาได้ริมทางทั่วไปในประเทศอินเดีย ที่ร้าน Indus นำเสิร์ฟเป็น Khoya Malai Kulfi ไอศกรีมทำเองที่ส่วนผสมของถั่วอัลมอนต์และถั่วพิสตาชิโอ เนื้อแน่นแต่ไม่แข็ง รสชาติออกไปทางหวานครีมมี่แบบไอศกรีมถั่ว เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยการใส่อัลมอนต์และพิสตาชิโอ้บดลงไปด้วย (13/20)

Phirni (140++)
Saffron and cardamom rice pudding.

สุดท้ายคือ Phirni หรือพุดดิ้งข้าวสไตล์อินเดีย เป็นขนมทรงกลม นุ่มๆ มีเนื้อสัมผัสสากลิ้นนิดๆ เสิร์ฟมาเย็นๆ ตักทานแล้วจะได้กลิ่นหฃเฉพาะตัวของหญ้าฝรั่นและกระวานเด่นชัด ด้านบโรยด้วยถั่วพิสตาชิโอ้และอัลมอนช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (12/20)

💰 ราคาหลังหักส่วนลดเหลือ 4,820.99 บาท

ห้องทานอาหารหลักมีมุมให้เลือกนั่งหลายจุด สีขาวของผ้าปูโต๊ะตัดกันกับสีน้ำตาลของพื้นไม้ ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา มองออกไปด้านนอกจะพบกับโซนเอาท์ดอร์รองรับการจัดงานในโอกาสพิเศษต่างๆ

ทางร้านได้จัดห้องส่วนตัวสำหรับรับรองลูกค้าที่มากันเป็นหมู่คณะอีกด้วย

บนผนังมีการประดับรูปวาดในกรอบสไตล์ราชสถาน ทั้งยังมีงานศิลปะสไตล์อินเดียและราชวงศ์โมกุลช่วยเสริมบรรยากาศให้กลมกลืนไปกับกลิ่นเครื่องเทศหอมๆที่ลอยคลุ้งมาจากครัว

อาหารที่นี่ควบคุมโดย Executive Chef Amit Kumar ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำประจำโรงแรมระดับ 5 ดาวมาแล้วหลายแห่งในประเทศอินเดียเช่น Oberoi Gurgaon, The Roseate และ The Amanbagh ก่อนจะย้ายมาคุมห้องครัวให้กับห้องอาหาร Indus ในปี 2017 แต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารของราชวงศ์โมกุลทางตอนเหนือของประเทศอินเดียโดยจะระบุถึงที่มาและประวัติคร่าวๆช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึงรากเหง้าและขั้นตอนเบื้องต้นกว่าจะได้มาเป็นอาหารจานนั้นๆ เชฟ Kumar คัดเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพสูงมาใช้ทั้งยังบาลานซ์กลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศออกมาได้อย่างพอเหมาะจนกวาดรางวัลจากสื่อดังๆมาแล้วมากมายทั้ง Michelin Guide, Tatler, Wongnai และเชลล์ชวนชิม โดยเราขอยกเมนูเด็ดมาแนะนำกันตรงนี้สัก 2-3 อย่างคือ

เมื่อเดินผ่านประตูไม้เข้าไปจะพบกับพนักงานต้อนรับและโถงทางเดินยาวสู่ห้องทานอาหารหลัก

ประตู้ไม้บริเวณทางเข้าบอกเราถึงตัวตนความเป็นอินเดียได้อย่างชัดเจน

หลังจากจบการศึกษาจาก New York University ในปี 2004 เจ้าของร้านคุณ Sid Sehgal ได้เดินทางกลับมายังกรุงเทพโดยตั้งใจเปิดร้านอาหารอินเดียคุณภาพสูงและเลือกคำว่า Indus หรือชื่อภาษาอังกฤษของเเม่น้ำสินธุซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชียมาใช้เป็นชื่อร้าน

รสชาติอาหารจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน เมื่อประกอบกับบรรยากาศที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดีและการบริการที่สมกับเป็นห้องอาหาร Fine Dining ช่วยให้อาหารมื้อนี้เป็นที่น่าจดจำจนอยากกลับมาทานซ้ำอีกเรื่อยๆ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 15 ปี แต่ Indus ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในกรุงเทพได้อย่างไม่ต้องสงสัย