Visit: June 27, 2020

🇹🇭 ICI - อิซิ

เชฟเปเปอร์-อริสรา

24 ซอยสุขุมวิท 27 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

Tel: 02-007-3113

Cuisine

🍴 Pâtisserie - ร้านขนม

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

15/20

Price

3/5
          

🎗 รีวิววันนี้ขอกล่าวถึงร้านขนมสุดคิ้วท์ของสุดยอดเชฟอาหารหวานที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย นั่นก็คือ ICI La Patisserie ของเชฟเปเปอร์-อริสรา นั่นเอง ชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ที่นี่” นอกจากนี้ยังพ้องเสียงกับคำว่า Easy ในภาษาอังกฤษให้ความหมายแฝงถึงความง่าย สบาย เหมือนบ้าน

          

🎗 ตัวร้านแอบซ่อนอยู่ในซอยสุขุมวิท 27 มองจากด้านหน้าเป็นบ้านสีขาวโปร่งสองชั้น ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวพร้อมที่จอดรถแนวยาวข้างๆกัน ภายในตกแต่งเเบบเรียบง่ายดูเเล้วอบอุ่นคล้ายการไปนั่งทานขนมที่บ้านเพื่อน ผนังร้านแฝงไปด้วยกิมมิคที่แสดงให้เห็นถึงนิสัยและความขี้เล่นของเชฟเปเปอร์ตั้งเเต่การใช้สีฟ้าตัดขาวรวมไปถึงการแขวนรูปภาพล้อเลียนศิลปินชื่อดังต่างๆ เริ่มจากภาพวาด Monalisa ของ Davinci ที่ถือจานใส่ขนม Monsieur Religieux สวมหมวกเอาไว้ในมือข้างขวา ถัดมาคือภาพ The Thinker สีฟ้าที่นั่งครุ่นคิดพิจารณาเมนู Chocolate Praline Tart โดยเลียนเเบบมาจากรูปปั้นของ Rodin มีภาพ Balloon Dog หรือหมาลูกโป่งของ Jeff Koons ที่หน้าตาดูละม้ายคล้ายกับขนม Blueberry Balloon ของทางร้าน และที่ตลกที่สุดคือรูปของตา David ที่ยืนดูดเครื่องดื่ม Strawberry Soda และมีผลสตรอว์เบอร์รี่ปิดน้องน้อยอยู่ในห้องน้ำชาย ฝั่งขวามือเป็นเคาเตอร์สีน้ำเงินเข้มสำหรับจัดเตรียมอาหารเเละเครื่องดื่ม ลูกค้าสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซฟา โต๊ะเก้าอี้แบบร้านอาหารทั่วไป และโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่รองรับเเก๊งเพื่อนได้หลายคน

🎗 แม้ว่าตัวร้านจะถูกบริหารโดนเจ้าของร้านคุณ Fred Mayer ชาวฝรั่งเศสแต่ทุกเมนูขนมของที่นี่ควบคุมโดยเชฟสาวชาวไทย คุณเปเปอร์-อริสรา จงพาณิชกุล ประวัติคร่าวๆของเชฟเปเปอร์เรียนจบจาก Gastronomicom Culinary School โรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดังในแคว้น Provence ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ทั้งยังเคยฝึกงานกับสุดยอดเชฟอาหารหวานระดับโลกอย่าง Sadaharu Aoki และ Hugo & Victor ในกรุงปารีส รวมไปถึง Laurent Gerbaud ในกรุงบรัสเซลส์ และเคยเข้าร่วมการแข่งขัน Ladies World Pastry Championship ที่เมืองริมินี่ประเทศอิตาลีอีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอเชฟเปเปอร์จึงตัดสินใจเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับ Issaya La Patisserie และ Issaya Siamese Club ก่อนที่จะถูกดึงตัวไปเป็น Pâtissier ให้กับร้าน SAAWAAN เเละคว้าดาวมิชลินมาครองได้ในที่สุด

🎗 วันนี้เราได้นำภาพของ Set Menu ใหม่ของทางร้านที่ให้ชื่อว่า ICI Around The World มาเเนะนำให้เพื่อนๆไปตามรอยกัน โดยมีคอนเซปที่น่าสนใจคือการขึ้นเครื่องบินเพื่อตระเวนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เเละสหรัฐอเมริกา (ทางร้านลงทุนถึงขนาดทำ Boarding Pass พิมพ์ชื่อเเจกลูกค้าทุกคนที่มาทานในร้าน) เเต่ละเซ็ทจะประกอบไปด้วย Amuse-bouche จิ๋วสามอย่าง ขนมจานหลักอีกสามจาน และ Petit Four อีกสามคำเสิร์ฟมาพร้อมชาร้อนหนึ่งกาสำหรับทานได้ 2 คนที่ราคาเพียง 1,490 บาทเน็ทเท่านั้น นอกจากนี้เรายังได้รวบรวม Signature Dish ที่สร้างชื่อให้เชฟเปเปอร์ในงานประกาศผล Michelin Guide Gala Dinner ทั้งที่ประเทศไทยเเละสิงคโปร์เมื่อปีก่อน และ Permanent Menu เด็ดๆอีกสองสามอย่าง ใครเป็นสายหวานห้ามพลาดโดยเด็ดขาดรสชาติอาหารโดยรวมน่าประทับใจเเละเเทบจะไร้ข้อผิดพลาด ใครที่มาครั้งเเรกขอแนะนำให้สั่งเซ็ทเมนูใหม่ของทางร้านเพราะมีรสชาติดี เข้าถึงง่าย การันตีความอร่อย ทานเเล้วยิ้มกลับบ้านอย่างเเน่นอน แต่เพื่อนๆที่ทานไม่เยอะก็สามารถเลือกสั่งขนมมาทานเป็นจานๆได้เช่นกัน จะมีเพียงเมนู Star Fish และ Chili Crab ที่ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่ต้องการเปิดโลกในการทานขนมหวานเนื่องจากมีรสชาติที่ซับซ้อนเเละต้องตีความรสชาติขณะทานพอสมควร ใครที่ต้องการนั่งทานในร้านอย่าลืมจองล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์หรือ Facebook เท่านั้นเพราะปริมาณโต๊ะที่มีค่อนข้างจำกัด ส่วนใครที่ต้องการซื้อกลับบ้านก็สามารถระบุจำนวนขนมเเล้วขับรถเข้าไปรับได้เลย บิลออกมาราคาอาจสูงกว่าร้านขนมทั่วไปอยู่บ้างแต่คงเทียบไม่ได้กับการสัมผัสขนมหวานของเชฟอาหารหวานประดับดาวมิชลิน

Price :

400-1,500 THB/p

Parking :

จอดรถฟรีอย่างจำกัดได้ในร้าน หากเต็มเเนะนำจอดที่ Narz Club เยื้องกับทางร้านมีค่าบริการ 100 บาท

Operating Time :

10.00-18.00 ปิดวันจันทร์

Dress Code :

Casual

Score

👍 สุดยอดร้านขนมอันดับหนึ่งในกรุงเทพ ใครที่เป็นสายหวานห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

อาหาร :

15

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

🗺 ICI Around The World Set Menu (1,490 บาท / 2 คน) Served with 1 pot of tea

          
Amuse Bouche

shiitake tart / olive oil financier / fried chicken

On The Cloud

sweet Thai basil / strawberry / mascarpone / coconut / turmeric

Mont Fuji

yuzu / genmaicha / wasabi / roasted rice

La Tour Eiffel

elderflower / yogurt / raspberry / lychee

Hollywood

butterscotch / pecan / dark chocolate / banana / lime

Petit Four

mochi ice cream / s’more / st. honoré

📃 Permanent Menu

Starfish (450)

cofee-vanilla mascarpone mousse / phuket pineapple compote / cashewnut praline / crunchy base / ginger milk froth / ginger drops / coconut rum gel

Chili Crab (450)

Calamansi mousse / young coconut inserted / coconut sugar streusel / tomato sponge cake / chili sauce / coffee caramel / salted egg crumb / candied coriander

Petit Mont Blanc (590)

raspberry sauce / cotton candy / vanilla buttercake / sable breton

Blueberry Balloon (235)

soft cheesecake / blueberry gelee / lemon cream / biscuit jocond / deconstucted crumble base

Snow White (185)

yuzu whipped ganache / apricot-red apple inserted / biscuit jocond / crumble base

ICI Macaron (85/pc)

salted egg / caramelized onion / lemon meringue tart / raspberry cheesecake / peanut butter / coffee cocoanib / chocolate cookie / coconut passionfruit / salted caramel

Hot Chocolate Drink (165)

with marshmallow

Strawberry Soda (185)

with strawberry sorbet

🇹🇭 ICI – อิซิ

🍽 Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์

Starfish (450)
cofee-vanilla mascarpone mousse / phuket pineapple compote / cashewnut praline / crunchy base / ginger milk froth / ginger drops / coconut rum gel

นอกจากอาหารหวานรสอร่อยที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทั่วไปแล้ว ICI ยังนำเสนอขนมหวานที่ซับซ้อนอย่าง “สตาร์ฟิช” คอร์สอาหารหวานที่จัดเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหารให้กับแขกผู้เข้าร่วมงาน Michelin Guide Bangkok Phuket & Phang-Nga Gala Dinner 2019 ด้วยคอนเซปประจำงานคือ From Sea to Star ทำให้เชฟเปเปอร์เลือกที่จะทำขนมออกมาเป็นรูปปลาดาวห้าแฉกเสิร์ฟมาในจานสีน้ำเงินขนาดใหญ่แลดูคล้ายกับสีของท้องทะเล ในช่วงเเรกๆขนมหวานจานนี้ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากจนเป็นกระเเสโชเชี่ยลอยู่พักใหญ่ ต่อมาเชฟเปเปอร์จึงได้นำมาใส่เป็นเมนูที่ร้าน ICI ให้คนทั่วไปได้สั่งมาลิ้มลองรสชาติกัน

ตัวปลาดาวเป็นมูสทำจากวานิลลาผสมกาแฟและครีมชีสมัสคาโปน ทานเเล้วมีเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม มีกลิ่นที่เข้ากันอย่างลงตัวของวานิลลาและกาแฟ ตามขาต่างๆของปลาดาวรองด้วยด้วยกอมโปตทำมาจากสับปะรดท้องถิ่นเมืองภูเก็ตที่นำไปเชื่อมจนมีรสหวานอมเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีครัมเบิ้ลเพื่อเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส มีพราลีนทำจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ โฟมสีขาวเเละเจลสีใสที่ปลายขาทั้งสามของปลาดาวทำจากขิงให้รสเผ็ดพอประมาณ เจลสีขาวเป็นจุดๆทำมาจากมะพร้าวผสมเหล้ารัม

ในด้านรสชาติถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจ เชฟเปเปอร์นำองค์ประกอบหลายอย่างที่รสชาติเเตกต่างกันมาผสมผสานรวมไว้ในจานเดียว ทั้งรสเปรี้ยว หวาน ขม เเละเผ็ด ทั้งยังมีความคิดสร้างสรรค์รวมถึงรูปลักษณ์ที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตามปลาดาวจานนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเพราะต้องใช้การตีความทางรสชาติมากพอสมควรโดยมีตัวตนเเละอัตลักษณ์ของเชฟแอบแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ ขอเเนะนำให้กับเพื่อนๆที่ต้องการเฟ้นหารสชาติและคอมบิเนชั่นใหม่ๆมากกว่าผู้ที่ชอบขนมหวานรสเลิศที่เข้าถึงได้ง่าย (15/20)

Chili Crab (450)
Calamansi mousse / young coconut inserted / coconut sugar streusel / tomato sponge cake / chili sauce / coffee caramel / salted egg crumb / candied coriander

เช่นเดียวกับปลาดาวจานก่อนหน้า “ชิลลี่ แคร๊บ” เป็นคอร์สอาหารหวานที่จัดเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหารให้กับแขกผู้เข้าร่วมงาน Michelin Guide Singapore 2019 Star Revelation and Gala Dinner ด้วยคอนเซปประจำงานคือ “Kitchens of Progression” ขอเเนะนำให้เพื่อนๆลิ้มลองขนมนี้ชิ้นนี้ก่อนน้องปลาดาวเนื่องจากรสชาติเข้าถึงได้ง่าย เเละสามารถทานได้อร่อยโดยไม่ต้องตีความมากนัก

จานนี้เชฟเปเปอร์ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากอาหารขึ้นชื่อประจำชาติสิงคโปร์และได้นำวัตถุดิบต่างๆจากเมนูดังกล่าวทั้งพริก, มะเขือเทศ, ไข่แดง มาประกอบกันเป็นอาหารหวานที่ที่สวยงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก เริ่มจากองค์ประกอบแรกตรงกลางจานคือก้ามปูชิ้นโตที่ทำมาจากส้มคาลามานซี่ให้รสเปรี้ยวเเละช่วยเรียกความสดชื่น เชฟเปเปอร์ยังได้ผสมเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปด้วยเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเล็กน้อยทั้งยังมีความครีมมี่เเละความนุ่มละมุนตัดกันกับคาลามานซี่ช่วยเพิ่มมิติทางรสชาติ มีใบผักชีเคลือบน้ำตาล มีสตรูเซิ่ลทำมาจากมะพร้าวและน้ำตาลให้รสหวาน มัน กรอบ มีสปันจ์เค้กมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิ ครีมคาราเมลสีน้ำตาลอ่อนด้านขวาบนที่มีส่วนผสมของกาแฟเเละพริกให้รสหวานเค็มขมและเผ็ด เจลซอสพริกสีส้มแดงฝั่งซ้ายให้รสเผ็ดที่เด่นชัด และผงไข่แดงที่ได้จากการหมักเกลือให้รสเค็มนิดๆ แนะนำให้ตัดก้ามปูเป็นคำๆแล้วทานสลับกับองค์ประกอบอื่นๆไปมาเพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลายเเละมีมิติมากยิ่งขึ้น (16/20)

Amuse Bouche
shitake tart / olive oil financier / fried chicken

🗺 สำหรับ ICI Around The World Set Menu เริ่มต้นด้วยอมูสบูชหรือขนมเรียกน้ำย่อยสามอย่างเสิร์ฟมาบนแผนที่โลกตามคอนเซปที่เราจะได้ออกไปท่องเที่ยวในเเต่ละประเทศที่เเตกต่างกันไปตลอดมื้อนี้

Amuse Bouche
shiitake tart

🍄 เริ่มต้นกันที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยขนมทาร์ตเล็ตงาดำขนาดจิ๋วพอดีคำ แป้งทาร์ตบางกรอบ ภายในบรรจุเห็ดชิทาเกะเเละต้นหอมญี่ปุ่น ด้านบนโรยด้วย Mushroom powder เพิ่มกลิ่นเเละความเป็นเห็ดให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทั้งยังวางดอกเห็ดจิ๋วเอาไว้เพื่อเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสเวลาเคี้ยว

🍄 สำหรับใครที่มีโอกาสได้ทานขนมหวานแบบอินโนเวทีฟจะรู้ว่าวัตถุดิบบางอย่างจัดเป็นวัตถุดิบปราบเซียนยกตัวอย่างเช่น แพลงก์ตอน สาหร่าย รวมไปถึงเห็ด เนื่องด้วยกลิ่นเฉพาะตัวที่ขจัดออกได้ยากเเละมักไม่เข้ากันกับรสหวานทำให้เเม้เเต่ห้องอาหารระดับ 1-2 ดาวมิชลินบางแห่งยังมีข้อผิดพลาดให้เห็น แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ เพราะเชฟเปเปอร์สามารถขจัด Earthy flavor ของตัวเห็ดรวมไปถึงรสขมปลายของเห็ดที่มักจะโผล่มาเป็น aftertaste รบกวนความหวานเเละกลิ่นของขนมออกไปได้เกือบหมดคงเหลือเเต่รสหวานนิดๆจากต้นหอม (ซึ่งก็ทำมาดีเช่นกันเเละไม่มีรสเผ็ดติดมาเลย) ผสมผสานกับกลิ่นของเห็ดได้อย่างลงตัว เป็น Finger food ที่ดีทั้งรสชาติ หน้าตา รวมไปถึงทางด้านเทคนิคการปรุง (17/20)

Amuse Bouche
olive oil financier

🧈 ถัดมาคือฟินองซิเย่น้ำมันมะกอกชิ้นจิ๋วที่เป็นตัวเเทนของประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมาบนก้อนหินสีดำ เนื้อฟินองซิเย่เพอร์เฟค ไม่นุ่ม ไม่เเข็ง เเละไม่เเน่นจนเกินไป ตอนทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก และกลิ่นนั้นจะยังคงติดจมูกเราไปได้อีกพักหนึ่งอันเนื่องมาจากกระบวนการหมักแบบปิดของน้ำมันมะกอกที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ (16/20)

Amuse Bouche
fried chicken

🍗 สุดท้ายคือไก่ทอดชิ้นจิ๋วที่เป็นตัวเเทนของประเทศอเมริกา เเม้หน้าตาจะดูเหมือนน่องไก่เเต่ภายในเป็น Mashed potato เนื้อเนียนละเอียด ด้านนอกเคลือบด้วยผงเครื่องเทศ 11 ชนิด ก่อนทานให้จิ้มกับซาวครีมที่เสิร์ฟมาคู่กัน เคี้ยวเบาๆเพื่อสัมผัสถึงความกรอบด้านนอกชวนให้คิดถึงน่องไก่ของจริง (15/20)

On The Cloud
sweet Thai basil / strawberry / mascarpone / coconut / turmeric

☁️ สำหรับขนมจานแรกของเรามีชื่อว่า On The Cloud พนักงานจะยกจานสีฟ้าขนาดใหญ่มาวางไว้บนโต๊ะ บนจานมีหมอกสายไหมสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง (16/20)

On The Cloud
sweet Thai basil / strawberry / mascarpone / coconut / turmeric

☁️ เมื่อทำการพ่นสเปรย์ละอองน้ำมะพร้าวทำให้หมอกสายไหมค่อยๆละลายหายไป เครื่องบินสีเหลืองลำจิ๋วแห่งสายการบิน ICI Airline ที่กำลังบินฝ่าชั้นบรรยากาศจึงได้ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าพวกเราพร้อมกับก้อนเมฆสีนวล (16/20)

On The Cloud
sweet Thai basil / strawberry / mascarpone / coconut / turmeric

☁️ ภายในเค้กก้อนเมฆถูกจัดเรียงเป็นชั้นๆ เริ่มจากชั้นบนทำมาจากสตรอว์เบอร์รี่มีสีเเดงสด ถัดมาคือชั้นของใบโหระพามีสีเขียวเพียงอ่อนๆ และชั้นของขมิ้นกับมะพร้าวให้สีออกเหลือง เครื่องบินด้านบนก็ทำมาจากขมิ้นด้วยเช่นกัน ตัวเค้กมีรสชาติเปรี้ยวนำเพื่อตัดกับรสหวานของหมอกสายไหม เเนะนำให้ตักทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อสัมผัสกลิ่นหอมของขมิ้นเเละใบโหระพาที่เสริมกันได้อย่างลงตัว ถือเป็นขนมเค้กสไตล์ตะวันตกที่นำเสนอวัตถุดิบไทยๆออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทั้งยังมีวิธีการนำเสนอที่ใครได้พบเจอก็ต้องอมยิ้มไปตามกัน (16/20)

Mont Fuji
yuzu / genmaicha / wasabi / roasted rice

🗻 ใครที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นน่าจะต้องได้เห็นภูเขาไฟฟูจิกันมาเเล้วเเน่ๆ เเละอาจมีบางคนที่ได้จัดทริปไปเที่ยวบริเวณ Fuji-goko หรือทะเลสาบทั้งห้าที่ล้อมรอบภูเขาไฟเอาไว้ จานนี้เชฟเปเปอร์ได้รับเเรงบัลดาลใจจากวิวการชมภูเขาไฟฟูจิที่สวนโออิชิในทะเลสาบ Kawaguchiko ในเดือนพฤษภาคม เวลาถ่ายรูปเราจะเห็นดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งเป็นฉากหน้าพร้อมด้วยวิวภูเขาไฟฟูจิสีฟ้าครามในวันที่อากาศเป็นใจตั้งเป็นฉากหลัง สวยงามสุดๆ (15/20)

Mont Fuji
yuzu / genmaicha / wasabi / roasted rice

🗻 ตัวภูเขาไฟมีสีฟ้าอ่อน ภายในบรรจุวาซาบิเค้กเเละ Genmaicha cream ไม่ต้องกังวลเพราะเค้กวาซาบิเชฟคัดมาเฉพาะกลิ่น ไม่ได้มีรสเผ็ดติดมาเเต่อย่างใด ฐานด้านล่างรองด้วยข้าวพองญี่ปุ่นคั่วเพิ่มความกรุบกรอบเวลาทาน ทะเลสาบด้านนอกทำมาจาก Yuzu Emulsion มีกลิ่นหอมเเซมด้วยรสเปรี้ยวนิดๆ อย่าลืมตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์ที่สุด (15/20)

La Tour Eiffel
elderflower / yogurt / raspberry / lychee

🇫🇷 กลับมาที่กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสกันบ้าง บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Trocadero เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นหอไอเฟลตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสวน Champ de Mars ทำให้เชฟเปเปอร์จำลองจุดชมวิวมาไว้ในขนมคอร์สนี้ (17/20)

La Tour Eiffel
elderflower / yogurt / raspberry / lychee

🇫🇷 ตัวหอไอเฟลทำมาจาก Michel Cluizel White Chocolate หนึ่งในกูร์เมท์ช็อกโกแลตที่ดีที่สุดจากประเทศฝรั่งเศส น้องพนักงานจะนำไวท์ช็อกโกแลตลงไปละลายกับนม วานิลลา และเหล้ารัมเพียงเล็กน้อยเพื่อทำเป็น Hot White Chocolate ซึ่งเป็น Special drink ประจำคอร์สนี้

🇫🇷 ทันที่ที่ยกขึ้นดื่มจะสัมผัสได้ถึงความเป็นเนื้อเดียวกันของกลิ่นหอมจากไวท์ช็อกโกแลตและกลิ่นหอมของวานิลลา ไม่ต้องกังวลเพราะกลิ่นของเหล้ารัมค่อนข้างเบามากทำให้ทานได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป เเนะนำให้รีบดื่มขณะที่ยังอุ่นๆเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด (17/20)

La Tour Eiffel
elderflower / yogurt / raspberry / lychee

🇫🇷 ฐานรองด้านล่างเป็น Elderflower Yogurt Mousse เนื้อเนียนละมุน เสิร์ฟมาคู่กับ Raspberry สีแดงและ Lychee Gel กลิ่นหอมลิ้นจี่เด่นชัดมากให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับได้ไปยินอยู่ในกรุงปารีสจริงๆ (17/20)

Hollywood
butterscotch / pecan / dark chocolate / banana / lime

🎥 ที่เที่ยวสุดท้ายในทริปนี้คือบริเวณ Griffith Observatory หรือหอดูดาวกริฟฟิท ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นป้าย Hollywood ได้ชัดเจนที่สุด (15/20)

Hollywood
butterscotch / pecan / dark chocolate / banana / lime

🎥 ภายในภูเขาประกอบด้วยชั้นเค้กของ Butterscotch, Butter cake, Pecan praline และ Banana lime jam ทานเเล้วให้รสชาติที่เข้มข้น สังเกตว่าชั้นของเนื้อเค้กจะเเน่นกว่าขนมคอร์สอื่นเพื่อเป็นการปิดท้ายทริป ICI Aroind The World อย่างสมบูรณ์ (15/20)

Petit Four
mochi ice cream / s’more / st. honoré

🧳 ก่อนที่เราจะกลับประเทศไทย น้องพนักงานจะนำตะกร้าของฝาก (14/20)

Petit Four
mochi ice cream / s’more / st. honoré

🧳 ภายในบรรจุขนมอบขนาดจิ๋วชวนระลึกถึงความทรงจำจากแหล่งที่เที่ยวต่างๆตลอดทริป (14/20)

Petit Four
mochi ice cream

🧳 เริ่มด้วยขนมโมจิจากประเทศญี่ปุ่นเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ด้านในสอดไส้พีชซอร์เบท์ ทานเเล้วเย็นชื่นใจ (14/20)

Petit Four
s’more

🧳 ถัดมาคือสมอร์ ขนมบิตกิตจากประเทศอเมริกา ตรงกลางเป็นมาร์ชเมลโล่เสาวรสรสเปรี้ยว ราดด้วย Salted caramel รสหวานเค็มตัดกันได้ลงตัว (14/20)

Petit Four
st. honoré

🧳 สุดท้ายคือขนมแซง-โตโนเร จากประเทศฝรั่งเศส เป็นแป้งชูกสองชั้นสอดไส้ช็อกโกแลต ด้านบนของเเต่ละชั้นราดด้วยซอสพราลีน (14/20)

ในเซ็ตเมนูได้รวมชาร้อนให้ 1 กาโดยเราได้เลือกทาน Jasmine Tea หากน้ำชาหมดสามารถขอเติมน้ำร้อนได้อีกเรื่อยๆเลย

🗺 ICI Around The World Set Menu (1,490 บาท / 2 คน)
Served with 1 pot of tea

Petit Mont Blanc (590)
raspberry sauce / cotton candy / vanilla buttercake / sable breton

เราขอเเนะนำว่าใครที่ตั้งใจสั่งขนมจานนี้ต้องเเบ่งกันทานกับเพื่อนสามถึงสี่คนเพราะเสิร์ฟมาในขนาดค่อนข้างใหญ่ เชฟนำมงบล็องก์หรือเค้กเกาลัดพื้นบ้านฝรั่งเศสมาดัดแปลงเสียใหม่ให้กลายเป็น “เปอตีส์ มงบล็องก์” บัตเตอร์เค้กวานิลลาชิ้นโตและไอศกรีมเกาลัดที่ทำรูปร่างให้ดูคล้ายกับภูเขาหิมะมงบล็องก์ในเทือกเขาแอลป์ที่เมือง Chamonix หากใครเคยไปเที่ยวเเละได้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปถึงจุดสูงสุดจะพบว่าเรายืนอยู่เหนือเมฆเเละมีวิวสวยงามมากๆ ในจานนี้เชฟจึงนำขนมสายไหมมาใช้เเทนเมฆจริงๆ ด้านล่างเป็นคุกกี้ฝรั่งเศสหรือ ซาเบล เบรอตอง เพิ่มความกรุบกรอบ ก่อนทานให้ราดซอสราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวสีแดงลงไป ขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าทานคนเดียวเพราะมีความหวานมันมากกว่าขนมจานอื่นและอาจทำให้รู้สึกอิ่มได้ง่าย (14/20)

Petit Mont Blanc (590)
raspberry sauce / cotton candy / vanilla buttercake / sable breton

ชื่อว่า Petit แต่ขนาด Grande มากๆ เสิร์ฟมากับซอสราสเบอร์รี่ (14/20)

Blueberry Balloon (235)
soft cheesecake / blueberry gelee / lemon cream / biscuit jocond / deconstucted crumble base

หนึ่งในขนมหวานที่อยู่เคียงคู่กับร้าน ICI มาตั้งเเต่ช่วงร้านเปิดใหม่ เเละยังเป็นที่หนึ่งใน Best Selling Item มาจนถึงปัจจุบันคือ “บลูเบอร์รี่ บอลลูน” ขนมรูปลูกโป่งสีม่วง มีผิวทรงกลมมันวาวสะท้อนเเสง แท้จริงแล้วภายในคือบลูเบอร์รี่ชีสเค้กเนื้อนุ่มเบาจนคล้ายมูสมีรสชาติหวานมัน ตรงกลางเป็นแกเลทำจากบลูเบอร์รี่และครีมเลมอนให้รสเปรี้ยวนำตามด้วยรสหวานนิดๆตอนปลาย ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลและบิสกิต โจคอนให้รสเค็มนิดๆเเละมีความกรอบเพิ่มความลึกทางเนื้อสัมผัสให้กับชีสเค้กด้านบน จัดเป็นสุดยอดขนมหวานที่ภายนอกดูเรียบง่าย เเต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยจริงๆ (16/20)

Snow White (185)
yuzu whipped ganache / apricot-red apple inserted / biscuit jocond / crumble base

นี่คือแอปเปิ้ลอาบยาพิษ เอ้ย ไม่ใช่ … ขนมจานใหม่รูปแอปเปิ้ลสีแดงที่เพิ่งถูกใส่เข้ามาในเมนูได้ไม่นานให้ชื่อว่า “สโน ไวท์” (14/20)

Snow White (185)
yuzu whipped ganache / apricot-red apple inserted / biscuit jocond / crumble base

ผิวชั้นนอกเป็นกานาชยูซูให้รสเปรี้ยวเบาๆ กลับกันตรงกลางเป็นเนื้อแอปเปิ้ลผสมกับแอปริคอตให้รสหวาน ด้านล่างเป็นบิสกิต โจคอนเเละครัมเบิ้ลกรอบ ถือเป็นจานที่ไม่ซับซ้อนมากนักเเต่ยังคงทำออกมาได้น่าประทับใจ (14/20)

ICI Macaron (85/pc)
salted egg / lemon meringue tart / raspberry cheesecake / peanut butter / coffee cocoanib / chocolate cookie / coconut passionfruit / salted caramel

นอกจากขนมหวานทั่วไปแล้ว อีกอย่างที่สะดุดตาเราตั้งเเต่เเรกเห็นคือขนมมาการองที่มีให้เลือกกันถึง 9 อย่าง บางชิ้นมีรสชาติแบบตะวันตกดั้งเดิม ในขณะที่บางชิ้นมีการประยุกต์ผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบไทยอย่างลงตัว สังเกตให้ดีจะพบว่าไส้ของมาการองเเต่ละชิ้นเป็บแบบ Double filling โดยมีการใส่วัตถุดิบลงไปมากกว่าหนึ่งอย่างเพื่อความซับซ้อนเเละรสชาติที่หลากหลาย จะมีเพียงมาการองหอมใหญ่ที่ต้องระวังรสเเละกลิ่นเฉพาะตัวสักนิด แต่อย่างอื่นชอบรสไหนสั่งมาชิมกันได้เลย (15/20)

Salted Egg Macaron (85)
salted egg cream with cured egg yolk

เริ่มจากมาการองไข่เค็ม ผิวด้านนอกมีสีขาวเเละมีทรงกลมสีส้มตรงกลางดูเเล้วเหมือนไข่เค็มจริงๆ ไส้มาการองมีสองส่วน ด้านนอกเป็นครีมสีส้มแดงทำจากไข่เค็ม มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ไส้ตรงกลางเเทรกด้วยเนื้อไข่เค็มจริงๆ เป็นมาการองแบบฝรั่งที่ผสมผสานความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัวเเละว้าวมากๆ

Peanut Butter Macaron (85)
peanut butter cream with housemade peanut butter

ถัดมาคือมาการองพีนัทบัทเตอร์ ด้านบนเป็นขนมปังรูปเพรซเซลขนาดจิ๋ว เคี้ยวกรอบ ไส้มาการองมีสองชั้นคือชั้นครีมด้านนอกเเละชั้นของพีนัทบัทเตอร์ด้านใน

Chocolate Cookie Macaron (85)
chocolate ganache with chocolate chip cookie

มาการองช็อกโกแลต คุกกี้ ผิวด้านนอกมีสีน้ำตาลไหม้ ด้านบนทอปด้วยช็อกโกแลตชิป
ด้านในสอดไส้ด้วยกานาชช็อกโกแลตรสหวานปนขมเล็กน้อยๆ เเละมินิคุกกี้ชิ้นเล็กๆ เข้ากันได้ดี

Lemon Meringue Tart (85)
lemon ganache with poppy seed cake and lime marshmallow

ชิ้นนี้เป็นลูกครึ่งที่มองจากด้านล่างดูคล้ายเลมอนทาร์ต แต่พอสลับมามองจากด้านบนดูเหมือนมาการอง นั่นเพราะองค์ประกอบด้านบนเป็นฝามาการองสีเหลือง ส่วนด้านล่างเป็นแป้งทาร์ตบางกรอบ ภายในสอดไส้เลมอนกานาชรสเปรี้ยวอ่อนๆ หอมกลิ่นเลมอน ยังมีมาร์ชแมลโล่มะนาวรสเปรี้ยว ถือเป็นการผสมผสานที่น่าสนใจ

Coffee Cocoanib Macaron (85)
coffee ganache with coffee cake and cocoa-nib

มาการองสีขาวสลับน้ำตาลคือมาการองกาแฟคาเคา นิบส์ ภายในเป็นกานาชกาแฟผสมกับเมล็ดคาเคาชิ้นเล็กๆให้รสหวานนำตามด้วยขมปลายนิดๆ มีกลิ่นหอม เหมาะคนรักกาแฟมากๆ

Coconut Passionfruit Macaron (85)
coconut with coconut sugar cream and passionfruit

มาการองสีขาวมุมขวาล่างคือมะพร้าวเสาวรส ด้านนอกมีสีขาวโรยด้วยมะพร้าวขูดช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัส ด้านในเป็นครีมมะพร้าวเนื้อนวล หอม สอดไส้ตรงกลางเป็นเสาวรสรสเปรี้ยวตัดกันได้อย่างดี

Raspberry Cheesecake Macaron (85)
creamcheese with raspberry gelee

มาการองราสเบอร์รีชีสเค้ก ด้านนอกมีสีสันสวยงามทั้งชมพู ม่วง ขาว ไส้ด้านในมีความเป็นชีสเค้กจริงๆ เนื้อเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอมครีมชีสจริงๆ ตัดรสด้วยเจลราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

Salted Caramel Macaron (85)
salted caramel cream with salted caramel sauce

สุดท้ายคือมาการองคาราเมล ด้านในเป็นครีมคาราเมลรสเค็ม เนื้อครีมค่อนข้างข้นกว่ามาการองชิ้นอื่นรสชาติชวนนึกถึง Monsieur Religeux ขนมหวานที่เคยถูกใส่เอาไว้ในเมนูชุดก่อน ตรงกลางเป็นเนื้อคาราเมลเข้มข้น

Hot Chocolate Drink (165)
with marshmallow

สำหรับเมนูเครื่องดื่มใครเป็นสายหวานต้องสั่งนี่เลย “ฮอทช็อกโกแลตดริ้งค์” เครื่องดื่มสุดน่ารักแก้วนี้คือช็อกโกแลตร้อนที่มีขนมมาร์ชแมลโล่รูปหมีน้อยเสมือนกับกำลังนอนหลับเเช่อยู่ในฟองนม เชฟเปเปอร์เลือกใช้ช็อกโกเเลตคุณภาพของ Valrhona รสชาติหวานกำลังดี ไม่บาดคอ มีความเข้มข้นใช้ได้ ผสมผสานกับฮาเซลนัทพราลีน ตัวหมีน้อยที่ทำมาจากมาร์ชแมลโล่เองก็ดีงามไม่เเพ้กัน เบา ละลายในปาก ทั้งอร่อยเเถมยังแถมยังอร่อย เเละน่ารักสุดๆ (13/20)

Strawberry Soda (185)
with strawberry sorbet

เครื่องดื่มอีกแก้วที่เรามีโอกาสได้ลองชิมคือสตรอว์เบอร์รี่โซดา เชฟผสมผสานกลิ่นเเละรสของสตรอว์เบอร์รี่เข้ากับความซ่าของโซดาอย่างมีชั้นเชิง ด้านบนมีเลมอนเพิ่มมิติทางรสชาติ มีสตรอว์เบอรี่สดหั่นแว่นและสตรอว์เบอรี่ซอเบท์รสเปรี้ยวช่วยตัดรสชาติของขนมหวานจานต่างๆได้เป็นอย่างดี (13/20)

ผนังร้านแฝงไปด้วยกิมมิคที่แสดงให้เห็นถึงนิสัยและความขี้เล่นของเชฟเปเปอร์ตั้งเเต่การใช้สีฟ้าตัดขาวรวมไปถึงการแขวนรูปภาพล้อเลียนศิลปินชื่อดังต่างๆ

ฝั่งขวามือเป็นเคาเตอร์สีน้ำเงินเข้มสำหรับจัดเตรียมอาหารเเละเครื่องดื่ม

เขฟเปเปอร์-อริศรา กับภาพวาด Monalisa ของ Davinci ที่ถือจานใส่ขนม Monsieur Religieux สวมหมวกเอาไว้ในมือข้างขวา

ที่ตลกที่สุดคือรูปของตา David ที่ยืนดูดเครื่องดื่ม Strawberry Soda และมีผลสตรอว์เบอร์รี่ปิดน้องน้อยอยู่ในห้องน้ำชาย

มีภาพ Balloon Dog หรือหมาลูกโป่งของ Jeff Koons ที่หน้าตาดูละม้ายคล้ายกับขนม Blueberry Balloon ของทางร้าน

ภาพ The Thinker สีฟ้าที่นั่งครุ่นคิดพิจารณาเมนู Chocolate Praline Tart โดยเลียนเเบบมาจากรูปปั้นของ Rodin

ลูกค้าสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซฟา โต๊ะเก้าอี้แบบร้านอาหารทั่วไป และโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่รองรับเเก๊งเพื่อนได้หลายคน

แม้ว่าตัวร้านจะถูกบริหารโดนเจ้าของร้านคุณ Fred Mayer ชาวฝรั่งเศสแต่ทุกเมนูขนมของที่นี่ควบคุมโดยเชฟสาวชาวไทย คุณเปเปอร์-อริสรา จงพาณิชกุล

มุมนั่งชิลหน้าร้าน

ตัวร้านแอบซ่อนอยู่ในซอยสุขุมวิท 27 มองจากด้านหน้าเป็นบ้านสีขาวโปร่งสองชั้น ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวพร้อมที่จอดรถแนวยาวข้างๆกัน ภายในตกแต่งเเบบเรียบง่ายดูเเล้วอบอุ่นคล้ายการไปนั่งทานขนมที่บ้านเพื่อน

ชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ที่นี่” นอกจากนี้ยังพ้องเสียงกับคำว่า Easy ในภาษาอังกฤษให้ความหมายแฝงถึงความง่าย สบาย เหมือนบ้าน