Visit: December 27, 2022

🇮🇹 Armando al Pantheon - อาร์มานโด อัล ปานตีออน

👨🏻‍🍳 Chef Claudio Gargioli - เชฟคลาวดิโอ กาจิโยลี่

Salita de' Crescenzi, 31, 00186 Roma RM, Italy

Tel: (+39) 06 68803 034

Cuisine

🍴 Roman, Classic Cuisine - อาหารโรมัน, อาหารคลาสสิค

Country

Italy

MICHELIN Guide

Bib Gourmand

Score

14/20

Price

5/5
          

🎗 [INTRO] หากกรุงเทพ ฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหารริมทางชั้นยอดโดยเฉพาะร้านยอดนิยมที่มักแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมาย เมืองหลวงของประเทศอิตาลีอย่างกรุง Rome ดูจะเป็นเมืองในยุโรปที่ให้บรรยากาศคล้ายกันมากที่สุด ในวันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารโรมันพื้นเมืองที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังจนดึงดูดให้บรรดานักชิมจากทั่วโลกต้องเดินทางมาแวะชิมกันถึงที่

          

🎗 [THE PLACE] Armando al Pantheon ได้ชื่อมาจากทำเลของตัวร้านที่ตั้งอยู่ติดกันกับ Pantheon สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุง Rome อย่างไรก็ตามผู้ที่วางแผนมาแวะชิมหลังเดินทางท่องเที่ยวมาตลอดวันก็คงต้องทบทวนกันใหม่เพราะตัวร้านสามารถจองได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์และมีคิวเต็มล่วงหน้านานหลายเดือนแต่เราพอจะมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับใครที่ต้องการลิ้มลองอาหารห้องโรมันที่ดีที่สุดในเมืองแห่งนี้โดยการแวะมายังหน้าร้านเพื่อขอจองในอีก 3-4 วันถัดไปเพราะตัวร้านมักจะเตรียมที่ว่างเอาไว้เล็กน้อยในช่วงราว 12.30 ที่ร้านเปิดนั่นเอง ภายในมีขนาดไม่ใหญ่นัก ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยผนังไม้บ่งบอกถึงความเก่าแก่ของตัวร้านได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนและคำนิยมอีกมากมายแขวนประดับเอาไว้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] ในปี 1961 เจ้าของร้านคนแรกคือคุณ Armando Gargioli ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ๆ พ่อค้าให้เปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยเขาตัดสินใจซื้อต่อกิจการห้องอาหารดั้งเดิมข้างกันกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Rome อย่าง Pantheon และใช้ชื่อใหม่ว่า Armando al Pantheon ต่อมาในช่วงปี 1970 ลูกชายของคุณ Armando คือคุณ Claudio และน้องชาย Fabrizio Gargioli เริ่มต้นมีบทบาทในการดูแลห้องอาหารก่อนที่จะแบ่งหน้าที่กันชัดเจนในอีก 10 ปีถัดมาโดยคุณ Claudio รับผิดชอบการควบคุมห้องครัวและคุณ Fabrizio รับบทบาทต้อนรับลูกค้าและให้แนะนำเกี่ยวกับไวน์ กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงราว ๆ ปี 2000 คุณ Armando เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจึงได้ส่งต่อกิจการให้กับลูกชายทั้งสองดูแลกันเองอย่างเต็มที่มาจนถึงปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร Armando al Pantheon นำเสนออาหารอิตาลีสไตล์ Roman ครอบคลุมไปถึงอาหารอิตาลีสไตล์ Lazian อีกบางส่วน เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูพบว่าหลายจานเป็นเมนูคลาสสิคที่แม้กระทั่ง Home Cook ก็สามารถทำได้แต่ตัวร้านกลับยกระดับอาหารธรรมดา ๆ ไปอีกขั้นหนึ่งจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นและเลียนแบบได้ยาก สำหรับจานที่เราขอปักหมุดแนะนำคือ 4 เมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของห้องอาหาร Roman ทุกแห่งอย่าง Amatriciana, Gricia, Carbonarra และ Cacio e Pepe นั่นเอง

✨ Spaghetti cacio e pepe (15 €)
Spaghetti with pecorino romano cheese and black pepper

เมนูที่สร้างชื่อให้กับ Armando al Pantheon คือหนึ่งในสี่พาสต้าที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในกรุง Rome อย่าง Cacio e Pepe เชฟเลือกใช้เส้น Spaghetti เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente โดยมีเพียงความเค็มอันกลมกล่อมของชีสนมแกะ Pecorino Romano สไตล์ Roman ขนานแท้เสริมด้วยกลิ่นหอมของพริกไทยดำเท่านั้น ถึงจะเป็นเมนูที่ดูไม่มีความซับซ้อนแต่สูตรของเชฟ Claudio Gargioli นั้นเรียกได้ว่าอร่อยจนได้รับการยอมรับไปทั่วทั้งกรุง Rome เลยทีเดียว (15/20)

✨ Rigatoni all’Amatriciana (15 €)
Short pasta with tomato sauce, pecorino cheese, pork cheeks and black pepper

Amatriciana เป็นหนึ่งในสี่ชนิดเมนูยอดนิยมประจำห้องอาหาร Roman ทุกแห่ง ถึงแม้จะมีต้นกำเนิดมาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Amatrice แต่หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนเมืองเกือบทั้งหมดพังทลายลงไปทำให้กรุง Rome สามารถใช้เครดิตของเมนูนี้มาอย่างเต็มที่ เชฟเลือกใช้ Rigatoni พาสต้าทรงกระบอกเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศคุณภาพดีให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ ยังมีความกรอบ เค็ม และมันของ Guanciale หรือแก้มหมูและอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยดำ เราขอแนะนำให้เทราด Pecorino Cheese เพิ่มลงไปด้านบนเพื่อรสชาติที่เข้มข้น (15/20)

✨ Spaghetti alla Gricia (15 €)
Spaghetti with pecorino romano cheese, pork cheeks and black pepper

พาสต้ายอดนิยมประจำห้องอาหาร Roman จานถัดมาคือ Gricia โดยเชฟเลือกใช้ Spaghetti เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente คลุกเคล้าไปกับชีสนมแกะแห่งกรุง Rome อย่าง Pecorino Romano เสริมด้วยความกรอบ มัน และเค็มของแก้มหมู Guanciale และอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยดำ (15/20)

🎗 [WHY GO] สำหรับใครที่เฟ้นหาสุดยอดห้องอาหารสไตล์ Roman และ Lazian ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีควรค่าที่จะต้องเดินทางมาแวะชิม Armando al Pantheon ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ราคาอาหารอาจสูงกว่าร้านริมทางอื่น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังคุ้มค่ากว่าห้องอาหารอิตาลี Fine Dining ระดับกลางในบ้านเรา อย่าลืมขอคำแนะนำเพื่อลิ้มลองไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีแต่ด้วยปริมาณลูกค้าที่ค่อนข้างเยอะทำให้พนักงานอาจให้บริการได้ไม่ทั่วถึงนักนั่นเอง

Price :

20-35 €

Parking :

จอดรถนอกเขต ZTL

Operating Time :

12.30-15.00, 19.00-23.00 ปิดวันอาทิตย์

Dress Code :

Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารสไตล์ Roman และ Lazian ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุง Rome

อาหาร :

14

ราคา :

5/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Parmigiana di melanzane (10 €)

Eggplants cooked with tomato, ricotta cheese, mozzarella, parmesan and basil

Spaghetti al tartufo nero (25 €)

Spaghetti with oil and black truffle

Rigatoni all’Amatriciana (15 €)

Short pasta with tomato sauce, pecorino cheese, pork cheeks and black pepper

Spaghetti alla Gricia (15 €)

Spaghetti with pecorino romano cheese, pork cheeks and black pepper

Spaghetti alla Carbonara (15 €)

Spaghetti with egg, pecorino cheese, pork cheeks and black pepper

Spaghetti cacio e pepe (15 €)

Spaghetti with pecorino romano cheese and black pepper

Insalata fantasia con rucola, parmigiano, mais, semi di papavero e misto di frutta a guscio (11 €)

Salad with arugula, parmesan cheese, corn and mix of nuts and dried fruit

La “Torta Antica Roma” con ricotta, marmelllata di frigole, semi di papavero e semi di sesamo (8 €)

Cake made with ricotta cheese, strawberry jam, poppy and sesame seed

Tiramisù con camtucci alle nocciole e gocce di cioccolato (8 €)

Tiramisù made with chocolate, coffee and hazelnuts cookies

Maritozzo romano del “Forno Roscioli” servito con gelato alla vaniglia (8 €)

Brioche/sweet bread from “Roscioli” bakery served with vanilla ice cream

🇮🇹 Armando al Pantheon – อาร์มานโด อัล ปานตีออน

😋 Bib Gourmand – บิบ กูร์มองด์

🍴 Roman, Classic Cuisine – อาหารโรมัน, อาหารคลาสสิค

👨🏻‍🍳 Chef Claudio Gargioli – เชฟคลาวดิโอ กาจิโยลี่

Parmigiana di melanzane (10 €)
Eggplants cooked with tomato, ricotta cheese, mozzarella, parmesan and basil

เริ่มต้นจานแรกด้วย Parmigiana di Melanzane มะเขือม่วงหั่นเป็นชิ้นเล้วนำมาวางเรียงสลับชั้นกับชีสและ Passata จากนั้นอบจนสุก ความนุ่มละมุนของมะเขือเข้ากันได้ดีกับรสชาติอันซับซ้อนของชีสทั้ง 3 ชนิดคือ Ricotta, Mozzarella และ Parmesan อย่างไรก็ตามรสชาติของมะเขือเทศจะไม่โดดเด่นมากนัก (13/20)

Spaghetti al tartufo nero (25 €)
Spaghetti with oil and black truffle

พาสต้าเส้น Spaghetti คลุกเคล้ากับน้ำมัน ด้านบนโรยด้วยทรัฟเฟิลขูดละเอียดส่งอโรมาหอม ๆ เย้ายวนใจเป็นที่สุด (13/20)

Rigatoni all’Amatriciana (15 €)
Short pasta with tomato sauce, pecorino cheese, pork cheeks and black pepper

Amatriciana เป็นหนึ่งในสี่ชนิดเมนูยอดนิยมประจำห้องอาหาร Roman ทุกแห่ง ถึงแม้จะมีต้นกำเนิดมาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Amatrice แต่หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนเมืองเกือบทั้งหมดพังทลายลงไปทำให้กรุง Rome สามารถใช้เครดิตของเมนูนี้มาอย่างเต็มที่ เชฟเลือกใช้ Rigatoni พาสต้าทรงกระบอกเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศคุณภาพดีให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ ยังมีความกรอบ เค็ม และมันของ Guanciale หรือแก้มหมูและอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยดำ เราขอแนะนำให้เทราด Pecorino Cheese เพิ่มลงไปด้านบนเพื่อรสชาติที่เข้มข้น (15/20)

Spaghetti alla Gricia (15 €)
Spaghetti with pecorino romano cheese, pork cheeks and black pepper

พาสต้ายอดนิยมประจำห้องอาหาร Roman จานถัดมาคือ Gricia โดยเชฟเลือกใช้ Spaghetti เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente คลุกเคล้าไปกับชีสนมแกะแห่งกรุง Rome อย่าง Pecorino Romano เสริมด้วยความกรอบ มัน และเค็มของแก้มหมู Guanciale และอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยดำ (15/20)

Spaghetti alla Carbonara (15 €)
Spaghetti with egg, pecorino cheese, pork cheeks and black pepper

อีกหนึ่งเมนูพาสต้ายอดนิยมประจำห้องอาหาร Roman จานที่สามคือ Carbonarra โดยอาศัยเส้น Spaghetti คลุกเคล้ากับไข่และ Pecorino Cheese รวมไปถึงแก้มหมู Guanciale ด้านบนโรยด้วยพริกไทยดำช่วยเสริมกลิ่นให้หอมมากยิ่งขึ้น (14/20)

Spaghetti cacio e pepe (15 €)
Spaghetti with pecorino romano cheese and black pepper

เมนูที่สร้างชื่อให้กับ Armando al Pantheon คือหนึ่งในสี่พาสต้าที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในกรุง Rome อย่าง Cacio e Pepe เชฟเลือกใช้เส้น Spaghetti เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente โดยมีเพียงความเค็มอันกลมกล่อมของชีสนมแกะ Pecorino Romano สไตล์ Roman ขนานแท้เสริมด้วยกลิ่นหอมของพริกไทยดำเท่านั้น ถึงจะเป็นเมนูที่ดูไม่มีความซับซ้อนแต่สูตรของเชฟ Claudio Gargioli นั้นเรียกได้ว่าอร่อยจนได้รับการยอมรับไปทั่วทั้งกรุง Rome เลยทีเดียว (15/20)

Insalata fantasia con rucola, parmigiano, mais, semi di papavero e misto di frutta a guscio (11 €)
Salad with arugula, parmesan cheese, corn and mix of nuts and dried fruit

เราแนะนำให้ตัดรสชาติของชีสด้วยสลัดแฟนตาซีที่ผสมทั้ง Arugula ข้าวโพด และถั่วหลากหลายชนิด และผลไม้แห้งเข้ากับชีส Parmesan (12/20)

Bread (2 €/p)

ขนมปังสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ

La “Torta Antica Roma” con ricotta, marmelllata di frigole, semi di papavero e semi di sesamo (8 €)
Cake made with ricotta cheese, strawberry jam, poppy and sesame seed

เมนูอาหารหวานโฮมเมดจานแรกคือ Torta Antica Roma มีลักษณะเป็นเค้กที่เตรียมมาจาก Ricotta Cheese โดยมีความเปรี้ยวจากแยมสตรอว์เบอร์รี่และความกรอบของเมล็ดป็อปปี้และเมล็ดงา (14/20)

Tiramisù con camtucci alle nocciole e gocce di cioccolato (8 €)
Tiramisù made with chocolate, coffee and hazelnuts cookies

ถัดมาคือเมนูคลาสสิคอย่าง Tiramisù ที่มีความหอมของกาแฟ ความกรอบของบิสกิตฮาเซลนัท และความเข้มข้นของช็อกโกแลตผสมผสานกันอย่างลงตัว (13/20)

Maritozzo romano del “Forno Roscioli” servito con gelato alla vaniglia (8 €)
Brioche/sweet bread from “Roscioli” bakery served with vanilla ice cream

เมนูสุดท้ายคือของหวานที่ใช้ขนมปังนุ่ม ๆ จากร้านเบเกอร์รี่ชื่อดังอย่าง Roscioliเสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมวานิลลาและผงน้ำตาลไอซิ่ง (13/20)

💰 ราคา 164 €

🎗 [INTRO] หากกรุงเทพ ฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหารริมทางชั้นยอดโดยเฉพาะร้านยอดนิยมที่มักแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมาย เมืองหลวงของประเทศอิตาลีอย่างกรุง Rome ดูจะเป็นเมืองในยุโรปที่ให้บรรยากาศคล้ายกันมากที่สุด

🎗 [THE PLACE] Armando al Pantheon ได้ชื่อมาจากทำเลของตัวร้านที่ตั้งอยู่ติดกันกับ Pantheon สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุง Rome

อย่างไรก็ตามผู้ที่วางแผนมาแวะชิมหลังเดินทางท่องเที่ยวมาตลอดวันก็คงต้องทบทวนกันใหม่เพราะตัวร้านสามารถจองได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์และมีคิวเต็มล่วงหน้านานหลายเดือนแต่เราพอจะมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับใครที่ต้องการลิ้มลองอาหารห้องโรมันที่ดีที่สุดในเมืองแห่งนี้โดยการแวะมายังหน้าร้านเพื่อขอจองในอีก 3-4 วันถัดไปเพราะตัวร้านมักจะเตรียมที่ว่างเอาไว้เล็กน้อยในช่วงราว 12.30 ที่ร้านเปิดนั่นเอง

ภายในห้องอาหาร

ภายในมีขนาดไม่ใหญ่นัก ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยผนังไม้บ่งบอกถึงความเก่าแก่ของตัวร้านได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนและคำนิยมอีกมากมายแขวนประดับเอาไว้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] ในปี 1961 เจ้าของร้านคนแรกคือคุณ Armando Gargioli ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ๆ พ่อค้าให้เปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยเขาตัดสินใจซื้อต่อกิจการห้องอาหารดั้งเดิมข้างกันกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Rome อย่าง Pantheon และใช้ชื่อใหม่ว่า Armando al Pantheon ต่อมาในช่วงปี 1970 ลูกชายของคุณ Armando คือคุณ Claudio และน้องชาย Fabrizio Gargioli เริ่มต้นมีบทบาทในการดูแลห้องอาหารก่อนที่จะแบ่งหน้าที่กันชัดเจนในอีก 10 ปีถัดมาโดยคุณ Claudio รับผิดชอบการควบคุมห้องครัวและคุณ Fabrizio รับบทบาทต้อนรับลูกค้าและให้แนะนำเกี่ยวกับไวน์ กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงราว ๆ ปี 2000 คุณ Armando เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจึงได้ส่งต่อกิจการให้กับลูกชายทั้งสองดูแลกันเองอย่างเต็มที่มาจนถึงปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร Armando al Pantheon นำเสนออาหารอิตาลีสไตล์ Roman ครอบคลุมไปถึงอาหารอิตาลีสไตล์ Lazian อีกบางส่วน เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูพบว่าหลายจานเป็นเมนูคลาสสิคที่แม้กระทั่ง Home Cook ก็สามารถทำได้แต่ตัวร้านกลับยกระดับอาหารธรรมดา ๆ ไปอีกขั้นหนึ่งจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นและเลียนแบบได้ยาก

สำหรับจานที่เราขอปักหมุดแนะนำคือ 4 เมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของห้องอาหาร Roman ทุกแห่งอย่าง Amatriciana, Gricia, Carbonarra และ Cacio e Pepe นั่นเอง

🎗 [WHY GO] สำหรับใครที่เฟ้นหาสุดยอดห้องอาหารสไตล์ Roman และ Lazian ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีควรค่าที่จะต้องเดินทางมาแวะชิม Armando al Pantheon ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ราคาอาหารอาจสูงกว่าร้านริมทางอื่น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังคุ้มค่ากว่าห้องอาหารอิตาลี Fine Dining ระดับกลางในบ้านเรา

อย่าลืมขอคำแนะนำเพื่อลิ้มลองไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีแต่ด้วยปริมาณลูกค้าที่ค่อนข้างเยอะทำให้พนักงานอาจให้บริการได้ไม่ทั่วถึงนักนั่นเอง