Visit: October 18, 2020

🇹🇭 Fireplace Grill & Bar - ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์

ชั้น G โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล 973 ถ.เพลินจิต เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย

Tel: 02-656-0444

Cuisine

🍴 Meats and Grills - มีทแอนด์กริลล์

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

14/20

Price

2/5
          

🎗 วันนี้แอดตั้งใจนำข้อมูลหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยมาให้เพื่อนๆชมกัน โดยทำการซื้อดีลจากวงใน (แอดซื้อเองและรีวิวเองทั้งหมดจ้า) และสั่งเมนูอลาคาร์ท Signature Dish เพิ่มเติมบางส่วน

          

🎗 Fireplace Grill & Bar เป็นห้องอาหาร Meat and Grills สไตล์ฝรั่งเศส เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1966 หรือกว่า 56 ปีก่อน ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงแรม InterContinental Bangkok ใจกลางย่านราชประสงค์ ภายในตกแต่งอย่างหรูหราราวกับถอดแบบมาจากห้องอาหารชั้นสูงในยุโรปตั้งแต่พื้นที่ปูด้วยหินอ่อน ผ้าปูโต๊ะสีขาว ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค ทางร้านได้จัดส่วนบาร์และห้องนั่งเล่นเพื่อรองรับลูกค้าที่ตั้งใจมานั่งจิบ Cocktail เป็นหลัก ส่วนเหล่า Foodies ขอแนะนำให้เลือกนั่งใกล้ครัวแบบเปิดซึ่งสามารถมองเห็นทีมเชฟผลัดกันจัดเตรียมอาหารเพื่อนำเสิร์ฟตลอดเวลา ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มก็มีห้องแยกให้บริการเพื่อความเป็นส่วนตัว

🎗 ย้อนไปราวๆ 2-3 ปีก่อนอาหารที่นี่ถูกควบคุมโดยเชฟหนุ่มมากประสบการณ์ชาวออสเตรีย Sebastian Reischer ซึ่งตอนนี้ย้ายไปคุมห้องอาหาร Char ที่โรงแรม Indigo หลังจากนั้นตำแหน่ง Chef de Cuisine จึงถูกส่งไม้ต่อมาให้กับเชฟสมศักดิ์ ทองนิ่ม และทีมงานอย่างเชฟกุ้ง-นฤธร เทียนสว่าง แม้จะเป็นคนไทยแต่ฝีมือการทำอาหารยูโรเปี้ยนของเชฟทั้งคู่ไม่ธรรมดาการันตีด้วยการเอาชนะเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยอย่างเชฟพฤกษ์ไปได้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา (เทปออกอากาศเดือนกุมภาพันธ์) กระทั่งไม่กี่เดือนก่อนเชฟสมศักดิ์ได้เกษียรตัวเองและมอบให้เชฟกุ้งขึ้นมารับตำแหน่งสูงสุดในครัวของ Fireplace Grill & Bar

🎗 ปกติเมนู À La Carte ที่นี่จะมีราคาค่อนข้างสูง โดย Appetizer มีราคาเริ่มต้นที่จานละ 750-950 บาท ส่วนเมนคอร์สราคาขึ้นไปสูงถึงจานละ 1,500-3,000 บาทเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะทางร้านคัดสรรค์เฉพาะสุดยอดวัตถุดิบระดับโลกมานำเสนอ เช่น สเต๊กเกรดพรีเมี่ยมจากออสเตรเลียและญี่ปุ่น เนื้อแกะจากออสเตรเลีย เมนล็อบสเตอร์จากอเมริกา ปลาโดเวอร์โซลจากแคว้นบริตานี่ในฝรั่งเศส และปลากระพงจากตลาดปลาโทโยสุในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีไวน์คุณภาพสูงหลากหลาย label จากทั่วทุกมุมโลกให้คอไวน์ได้ลิ้มลองกัน แต่ความพิเศษของช่วงนี้คือทางร้านได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับ Wongnai Restaurant Week นำเสิร์ฟเมนู 3 คอร์สซึ่งใช้วัตถุดิบพรีเมี่ยมแบบเดียวกันกับเมนู À La Carte (บางจานเป็นเมนูเดียวกันเลย ส่วนบางจานใช้โปรตีนหลักเหมือนกันแต่เปลี่ยนซอส) ในราคาสุทธิเพียงคนละ 1,599 บาทเท่านั้น (แน่นอนว่าแอดซื้อเอง รีวิวเองจ้า 😆) ทั้งยังได้สั่งอาหารเพิ่มเติมอีกบางส่วนด้วยโดยจะขอยกจานเด็ดที่เรียกว่าห้ามพลาดมาเล่าให้เพื่อนๆฟังคร่าวๆตรงนี้คือ

✨ PAN-ROASTED FOIE GRAS
Rougié foie gras | Rocket salad | Raspberry reduction

เริ่มต้นด้วย Signature Appetizer ของร้านอย่าง “รูจิเย่ฟัวกราส์” หรือตับห่านแบรนด์รูจิเย่ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกฟัวกราส์คุณภาพสูงอันดับ 1 ของโลกจาก Sarlat เมืองยุคกลางในแคว้น Perigord ของประเทศฝรั่งเศส เชฟเสิร์ฟมาในระดับที่สุกกำลังดี เนื้อด้านในมีความหอม มัน ครีมมี่ ด้านบนคือซอสราสเบอร์รี่ที่ผ่านการรีดัคชั่นจนงวดให้รสหวานอมเปรี้ยวเข้มข้นตัดกันกับความมันของตับห่าน ฝั่งขวามือคือสลัดผักร็อคเก็ตกรอบๆ ราดด้วย Balsamic olive oil ทำหน้าที่แทนวินิแกรตให้ความมันและรสชาติออกเปรี้ยวเบาๆ จานนี้หากสั่งเป็นเมนู À La Carte จะมีราคาอยู่ที่ 950 บาทแต่จะได้ตับห่านมา 2 ชิ้น ถือเป็นจานคลาสสิคที่ไม่ซับซ้อนแต่ทุกองค์ประกอบทำออกมาได้อย่างเพอร์เฟค (14/20)

✨ DUET OF BEEF
Grilled Stockyard Wagyu Beef Strip loin Kiwami | 24-hour braised short rib | Carrot fondant | Mashed potato | Rosemary jus

เมนคอร์สจานแรกเป็น “ดูเอท ออฟ บีฟ” หรือเนื้อวัวนำเสิร์ฟมา 2 ส่วน ด้านล่างเป็น Short rib ที่ผ่านการตุ๋นนานถึง 24 ชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม มีกลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อวัวค่อนข้างเด่นชัด ด้านบนคือเนื้อ Stockyard Wagyu Striplion Kiwami Marble Score 9 หรือเนื้อวัววากิวคิวามินำเข้าจากรัฐควีนส์แลนด์เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียม แม้จะเป็นเนื้อวัวจากประเทศออสเตรเลียแต่ด้วยความที่เป็นสายพันธุ์วากิวจึงมีอัตราส่วนไขมันค่อนข้างสูง มีความนุ่มจนแทบจะละลายในปาก ราดด้วยซอส Rosemary jus เข้มข้น ทานกับผักเคียงคือ Carrot fondant, mashed potato และ Onion rings (15/20)

✨ CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

ห้ามพลาดเมนูอาหารหวานคลาสสิคอย่างเครปซูเซ็ต โดย Fireplace Grill & Bar เป็นหนึ่งในห้องอาหารไม่กี่แห่งที่ยังคงจัดเตรียมเครปแบบ Tableside กันสดๆข้างโต๊ะลูกค้า แป้งเครปเนื้อนุ่ม ทานแล้วได้รสหวานอมเปรี้ยวจากซอสส้มตามด้วยรสขมเบาๆจากผิวส้มเชื่อม น้ำซอสเข้มกำลังดีไม่มากจนเกินไป ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลารสหวานและครัมเบิ้ลกรอบทานสลับกันกับเครปอุ่นๆลงตัวเป็นที่สุด (15/20)

🎗 เชฟกุ้งคุมมาตรฐานอาหารออกมาได้น่าประทับใจสมกับเป็นกริลล์รูมสไตล์ฝรั่งเศส พนักงานบริการดีและมีความรู้เกี่ยวกับอาหารแต่ละจานอย่างลึกซึ้ง ราคาจัดว่าค่อนข้างสูงเทียบกับห้องอาหารอื่นๆในระดับเดียวกัน Fireplace Grill & Bar ได้ยืนหยัดฝ่ากาลเวลามานานเกือบ 60 ปีและยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่ดีที่สุดในกรุงเทพจนถึงปัจจุบัน

Price :

1,500-3,000 THB/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ

Operating Time :

18.30-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหาร Fine Dining เก่าแก่แต่ไม่ล้าสมัย นำเสิร์ฟเมนูมีทแอนด์กริลล์สไตล์ฝรั่งเศสขนานแท้

อาหาร :

14

ราคา :

2/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

1/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Special Set Menu (1,599 THB/p)

          

AMUSE BOUCHE

PAN-ROASTED FOIE GRAS

Rougié foie gras | Rocket salad | Raspberry reduction

OR

LOBSTER BISQUE

Brandy | Latte foam

—————–

DUET OF BEEF

Grilled Stockyard Wagyu Beef Strip loin Kiwami | 24-hour braised short rib | Carrot fondant | Mashed potato | Rosemary jus

OR

PAN-SEARED SNOW FISH

Saffron roasted vegetable | Spinach cream sauce

—————–

COFFEE FLAVOUR MASCARPONE MOUSSE

Coffee ice cream

OR

SLOW COOKED PANNA COTTA

Fresh raspberries | raspberry coulis

—————–

FIREPLACE PETIT FOUR

📃 À La Carte

HAND-CHOPPED BEEF TARTARE (750++)

Our version of the tartare | Egg yolk | Cornichon | Shallots | Green olives

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)

Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

🇹🇭 Fireplace Grill & Bar – ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์

🍴 Meats and Grills – มีทแอนด์กริลล์

ป้ายมิชลิน

BREAD
Rye bread | Ciabatta

ขนมปังที่นี่เค้าทำออกมาดีมากๆชนิดที่ว่ามาทีไรก็ทานหมดจนต้องขอเพิ่มตลอด วันนี้ทางร้านนำเสนอขนมปัง 2 แบบคือ White Bread หรือ Ciabatta เนื้อนุ่ม ฟู ทานง่าย อีกชนิดหนึ่งคือ Farmer Bread หรือ Rye Bread ซึ่งมีธัญพืชอยู่ด้วย ส่วนเนยก็มีให้เลือก 2 แบบคือ Plain Butter หรือเนยจืดและ Homemade Truffle Butter หรือเนยที่ผสมทรัฟเฟิลลงไปจนหอม มัน เข้ากันดีกับขนมปังมากๆ

AMUSE BOUCHE
Pork Terrine | Beef Rillette Croquettes

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชนำเสิร์ฟ 2 อย่าง ชิ้นบนเป็น Pork Terrine เนื้อนุ่ม แน่น หอม เสิร์ฟมาในอุณหภูมิเย็นพอเหมาะ ด้านล่างเป็นขนมปัง ส่วนด้านบนทอปด้วย Sun Dried Tomato เพิ่มความเปรี้ยว อุมามิเบาๆตัดกับความมันของเทอร์รีนได้อย่างดี (13/20)

อีกชิ้นหนึ่งคือ Beef Rillette Croquettes เชฟนำเนื้อวัวไปตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม จากนั้นนำไปชุบขนมปังทอดจนกรอบ กัดเข้าไปกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นจะระเบิดออกมาในปาก อร่อยใช้ได้เลย (13/20)

PAN-ROASTED FOIE GRAS
Rougié foie gras | Rocket salad | Raspberry reduction

เริ่มต้นด้วย Signature Appetizer ของร้านอย่าง “รูจิเย่ฟัวกราส์” หรือตับห่านแบรนด์รูจิเย่ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกฟัวกราส์คุณภาพสูงอันดับ 1 ของโลกจาก Sarlat เมืองยุคกลางในแคว้น Perigord ของประเทศฝรั่งเศส เชฟเสิร์ฟมาในระดับที่สุกกำลังดี เนื้อด้านในมีความหอม มัน ครีมมี่ ด้านบนคือซอสราสเบอร์รี่ที่ผ่านการรีดัคชั่นจนงวดให้รสหวานอมเปรี้ยวเข้มข้นตัดกันกับความมันของตับห่าน ฝั่งขวามือคือสลัดผักร็อคเก็ตกรอบๆ ราดด้วย Balsamic olive oil ทำหน้าที่แทนวินิแกรตให้ความมันและรสชาติออกเปรี้ยวเบาๆ จานนี้หากสั่งเป็นเมนู À La Carte จะมีราคาอยู่ที่ 950 บาทแต่จะได้ตับห่านมา 2 ชิ้น ถือเป็นจานคลาสสิคที่ไม่ซับซ้อนแต่ทุกองค์ประกอบทำออกมาได้อย่างเพอร์เฟค (14/20)

LOBSTER BISQUE
Brandy | Latte foam

ถัดมาคือ “ซุปข้นกุ้งล็อบสเตอร์” โดยสูตรของทางร้านต้องบอกเลยว่ารสชาติค่อนข้างเข้มข้น ตัวซุปจะมีกลิ่นของมันกุ้งล็อบสเตอร์เมืองเมนนำเข้าจากประเทศอเมริกา เสริมด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของบรั่นดีเพียงเบาๆ มีรสชาติออกเค็มนำตามด้วยรสขมกำลังดี ด้านบนคือโฟมลาเต้ซึ่งเข้ากันได้ดีกับกลิ่นของมันกุ้ง สุดท้ายคือครัมเบิ้ลมะเขือเทศที่จะช่วยเพิ่มมิติทางรสชาติได้เล็กน้อย (13/20)

HAND-CHOPPED BEEF TARTARE (750++)
Our version of the tartare | Egg yolk | Cornichon | Shallots | Green olives

คั่นกลางด้วยเมนู À La Carte ที่เราสั่งแยกมาทานต่างหากคือทาทาร์สูตรพิเศษดั้งเดิมของร้าน Fireplace Grill and Bar เชฟจะเริ่มต้นด้วยการนำเนื้อวัวนำเข้าจากรัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลียมาสับจนละเอียด ใส่หอม แตงกวาดอง พิกเกิลด์หรืแผักดอง เคเปอร์ ใบพาสลีย์ เกลือ พริกไทยดำบดละเอียด ปิดท้ายด้วยการเหยาะบรั่นดีลงไปเล็กน้อย จากนั้นปรุงรสด้วยซอสทาบาสโก้ ซอสเปรี้ยววูตเตอร์ลีแอนด์เพอร์ริน และน้ำมะนาวอีกนิด คลุกให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเชฟตีไข่แดงเข้ากับมัสตาร์ดและน้ำมันมะกอกเพื่อเตรียมทำเป็นซอส (14/20)

HAND-CHOPPED BEEF TARTARE (750++)
Our version of the tartare | Egg yolk | Cornichon | Shallots | Green olives

นำมาจัดเสิร์ฟให้เป็นทรงดูน่าทาน ทอปด้านบนด้วยผักต่างๆ ราดด้วยน้ำมันมะกอกนิดหน่อย ข้างกันคือมะเขือเทศกงฟี หยดสีส้มได้มาจากไข่แดงที่ตีกับมัสตาร์ด (14/20)

HAND-CHOPPED BEEF TARTARE (750++)
Our version of the tartare | Egg yolk | Cornichon | Shallots | Green olives

เสิร์ฟมากับขนมปังกรอบ วิธีทานให้ตักทาทาร์วางลงบนขนมปัง ใส่หยดไข่แดงลงไป แล้วทานทุกองค์ประกอบพร้อมกัน (14/20)

HAND-CHOPPED BEEF TARTARE (750++)
Our version of the tartare | Egg yolk | Cornichon | Shallots | Green olives

ทาทาร์เนื้อนุ่ม ละเอียด สูตรของทางร้านตั้งใจทำทาทาร์ออกมาให้มีรสอมเปรี้ยวนิดๆจากผักและแตงกวาดองเพื่อตัดความมันไม่ให้ลิ้นคนไทยเลี่ยนได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความหอมมันจากซอสไข่แดง หากทานกับขนมปังก็จะได้ความกรอบเป็นมิติเพิ่มขึ้นมา หรือจะทานกับผักต่างๆก็อร่อยไม่แพ้กัน (14/20)

DUET OF BEEF
Grilled Stockyard Wagyu Beef Strip loin Kiwami | 24-hour braised short rib | Carrot fondant | Mashed potato | Rosemary jus

สำหรับเมนคอร์สอย่างแรกเป็น “ดูเอท ออฟ บีฟ” หรือเนื้อวัวนำเสิร์ฟมา 2 ส่วน เริ่มจากด้านล่างเป็นเนื้อส่วน Short rib ที่ผ่านการตุ๋นนานถึง 24 ชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม มีกลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อวัวค่อนข้างเด่นชัด ส่วนด้านบนคือเนื้อ Stockyard Wagyu Striplion Kiwami Marble Score 9 หรือเนื้อวัววากิวคิวามินำเข้าจากรัฐควีนส์แลนด์เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียม แม้จะเป็นเนื้อวัวจากประเทศออสเตรเลียแต่ด้วยความที่เป็นสายพันธุ์วากิวจึงมีอัตราส่วนไขมันค่อนข้างสูง มีความนุ่มจนแทบจะละลายในปาก ราดด้วยซอส Rosemary jus เข้มข้น ทานกับผักเคียงคือ Carrot fondant, mashed potato และ Onion rings (15/20)

PAN-SEARED SNOW FISH
Saffron roasted vegetable | Spinach cream sauce

หรือจะเลือกทานเป็นจานปลา South Atlantic Ocen Snow Fish นำเข้าจากหมู่เกาะ Falkland ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ เชฟนำไปแพนเซียจนมีระดับความสุกที่เพอร์เฟค เนื้อปลานุ่ม หอม ใช้ลิ้นดันเบาๆก็ขาด ทานคู่กับซอสครีมผักโขมที่มีความครีมมี่พอเหมาะ ไม่เลี่ยน และผักในสวนนานาชนิดที่ผ่านการคลุกเคล้ากับหญ้าฝรั่นแล้วย่างจนสุก แต่ละชนิดก็จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกุนออกไป อร่อยมากๆ (15/20)

COFFEE FLAVOUR MASCARPONE MOUSSE
Coffee ice cream

สำหรับขนมหวานอย่างแรกคือมูสมัสคาโปเน่รสกาแฟเนื้อนุ่ม เนียน ทานคู่กับไอศกรีมกาแฟราดซอสช็อกโกแลตที่อยู่ข้างกัน ความพิเศษของจานนี้คือการคัดเลือกกาแฟคุณภาพสูงจากแคว้น Veneto ประเทศอิตาลีมาใช้ ทำให้ตัวมูสมีความหอมและกลมกล่อมกว่าที่พบเจอได้ทั่วไป (13/20)

SLOW COOKED PANNA COTTA
Fresh raspberries | raspberry coulis

อีกจานหนึ่งคือพานาคอตต้าเนื้อนุ่ม หอม หวาน ดีงามตามมาตรฐาน ส่วนด้านบนจะราดด้วยซอสราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว ทั้งยังมีผลเบอร์รี่ต่างๆให้ทานสลับกันไปอีกด้วย (13/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

ห้ามพลาดเมนูอาหารหวานคลาสสิคอย่างเครปซูเซ็ต โดย Fireplace Grill & Bar เป็นหนึ่งในห้องอาหารไม่กี่แห่งที่ยังคงจัดเตรียมเครปแบบ Tableside กันสดๆข้างโต๊ะลูกค้า โดยเพจเราได้เคยเรียบเรียงประวัติของเครปซูเซ็ตเอาไว้เลยขอยกมาเล่าให้ฟังกันตรงนี้

🏴󠁧󠁢󠁷󠁬󠁳󠁿 ในปี 1940 พระเจ้า Edward ที่ 4 ซึ่งขณะนั้นพระองค์ยังคงเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ร่วมด้วยพระสหายและสุภาพสตรีชาวฝรั่งเศสนามว่าแม่นาง Suzette เสด็จไปทานอาหารกันที่ Monte Carlo กาสิโนชื่อดังในราชรัฐโมนาโก พระองค์ได้สั่งเครปมาเป็นของหวานแก่ตนเองและพระสหาย ในห้องครัว Henri Charpentier เด็กเสิร์ฟวัย 14 ปี กำลังจัดจานเครปส้มก่อนที่จะนำเสิร์ฟ ทันใดนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นคือตัวเครปติดไฟกลับขึ้นมา เด็กเสิร์ฟตกใจคิดว่าแย่แน่ๆเนื่องจากหากทำอาหารจานใหม่ก็จะไม่ทันกาลและทำให้เจ้าชายและพระสหายรอนาน เขาจึงได้ลองชิมรสเครปนั้นดูปรากฎว่าเครปที่ออกมามีรสหวานหอมจากกลิ่นส้ม แทรกด้วยรสขมนิดๆจากเหล้าที่หกลงไป จึงได้ลองนำอาหารจานนี้ไปเสิร์ฟดู

บนโต๊ะอาหารเจ้าชายเอ่ยถามว่า “อาหารจานนี้มีชื่อว่าอะไร” เด็กเสิร์ฟคิดไม่ทันจึงตอบกลับทันทีว่า “ชื่อ เครปโอแปรง (Crêpe au Prince)” หรือเครปของเจ้าชาย แต่ด้วยความที่เจ้าชายทรงให้เกียรติสุภาพสตรีคือแม่นางซูเซ็ตต์ที่มาร่วมทานอาหารด้วย จึงเอ่ยถามว่า “เปลี่ยนชื่อเป็น เครปซูเซ็ตต์ (Crêpe Suzette) ได้หรือไม่” เด็กเสิร์ฟตอบว่า “ได้” จากนั้นเป็นต้นมา เราจึงได้เครปซูเซ็ตต์ อาหารหวานที่ดีที่สุดจานหนึ่งของห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วโลก และเป็นเมนูแนะนำที่อยู่คู่กับ Fireplace Grill & Bar มาช้านาน

ส่วนเด็กเสิร์ฟคนนั้นในวันต่อมาก็ได้รับรางวัลจากเจ้าชายเป็นแหวนประดับอัญมณี หมวกปานามา และไม้เท้า เป็นบำเหน็จตอบแทนการเสิร์ฟอาหารหวานรสเลิศ เรื่องราวนี้มีบันทึกอยู่ในหนังสือ Life à la Henri หรืออัตชีวประวัติของอองรีนั่นเอง (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

กรรมวิธีการทำนั้นเริ่มจากการใส่น้ำตาลทรายขาวและแดงลงไปเคี่ยวบนกระทะร้อนจนน้ำตาลละลายก่อน (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

จากนั้นใส่น้ำส้มคั้นสดลงไป แล้วเคี่ยวต่ออีกพักหนึ่ง (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

ขั้นตอนที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือการใส่เหล้าลงไปเพื่อฟลอมเบจนไฟลุก ความร้อนจะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกไป เหลือแต่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเหล้านั้นๆและรสขมเบาๆของน้ำส้มที่ผ่านความร้อนเกิดเป็นมิติทางรสชาติที่ลงตัวสุดๆ (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP
สูตรของที่นี่ได้เปลี่ยนจากเหล้า Grand Marnier แบบดั้งเดิมมาใช้เป็น Martell VSOP ซึ่งเป็นคอนยัคผสมเข้ากับ Cointreau ลดไฟลง ใส่เนยจืดลงไป (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

ตามด้วยการใส่ผิวส้มที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วผ่านการต้มในน้ำเชื่อม ใส่แป้งเครปลงไป หมุนกระทะ และตักน้ำซอสราดให้ทั่วถึงทุกรอยพับของเครป เคี่ยวจนน้ำซอสงวดเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

สูตรของที่นี่ได้เปลี่ยนจากเหล้า Grand Marnier แบบดั้งเดิมมาใช้เป็น Martell VSOP ซึ่งเป็นคอนยัคผสมเข้ากับ Cointreau (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

สุดท้ายคือการจุดไฟกับเหล้าสองชนิดที่ผสมแยกไว้ ราดลงบนผิวส้มที่ฝานเป็นเกลียวเพื่อให้เหล้าชะกลิ่นจากผิวส้มลงไปในกระทะ (15/20)

CLASSIC CREPES SUZETTE (450++)
Vanilla ice cream | Orange segments | Cointreau | Martell VSOP

ในที่สุดเราก็ได้อาหารหวานที่คลาสสิคและมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาอาหารฝรั่งเศสทั้งหมด และยังเป็น Signature Dessert ของร้าน Fireplace Grill & Bar อีกด้วย

เนื้อแป้งนุ่ม ทานแล้วได้รสหวานอมเปรี้ยวจากซอสส้มตามด้วยรสขมเบาๆจากผิวส้มเชื่อม น้ำซอสเข้มกำลังดีไม่มากจนเกินไป ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลารสหวานและครัมเบิ้ลกรอบทานสลับกันกับเครปอุ่นๆลงตัวเป็นที่สุด (15/20)

FIREPLACE PETIT FOUR

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยเปอตีโฟว์ประกอบไปด้วย Financier, Madeleine, Blackberry & raspberry jelly และ White and Dark chocolate ที่ข้างเป็นไอศกรีมเย็นชื่นใจ (12/20)

COMPLIMENTARY CAKE

ใครที่ไปฉลองโอกาสสำคัญกับทางร้านให้แจ้งตอนจองหรือแจ้งล่วงหน้าก่อนไป 1 วัน เพื่อรับเค้กสมนาคุณจาก Pastry chef ทางโรงแรม วันนี้เราได้ทานเป็นเค้กส้ม ด้านบนทอปด้วยมาการองและช็อกโกแลต

Fireplace Grill & Bar เป็นห้องอาหาร Meat and Grills สไตล์ฝรั่งเศสซึ่งเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1966 หรือกว่า 56 ปีก่อน
ส่วนเหล่า Foodies ขอแนะนำให้เลือกนั่งใกล้ครัวแบบเปิดซึ่งสามารถมองเห็นทีมเชฟผลัดกันจัดเตรียมอาหารเพื่อนำเสิร์ฟตลอดเวลา ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มก็มีห้องแยกให้บริการเพื่อความเป็นส่วนตัว

ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงแรม InterContinental Bangkok ใจกลางย่านราชประสงค์ ภายในตกแต่งอย่างหรูหราราวกับถอดแบบมาจากห้องอาหารชั้นสูงในยุโรป

พื้นด้านล่างที่ปูด้วยหินอ่อน ผ้าปูโต๊ะสีขาว ยังมีเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคต่างๆประดับเอาไว้มากมาย

ภายในห้องอาหาร

ย้อนไปราวๆ 2-3 ปีก่อนอาหารที่นี่ถูกควบคุมโดยเชฟหนุ่มมากประสบการณ์ชาวออสเตรีย Sebastian Reischer ซึ่งตอนนี้ย้ายไปคุมห้องอาหาร Char ที่โรงแรม Indigo หลังจากนั้นตำแหน่ง Chef de Cuisine จึงถูกส่งไม้ต่อมาให้กับเชฟสมศักดิ์ ทองนิ่ม และทีมงานอย่างเชฟกุ้ง-นฤธร เทียนสว่าง แม้จะเป็นคนไทยแต่ฝีมือการทำอาหารยูโรเปี้ยนของเชฟทั้งคู่ไม่ธรรมดาการันตีด้วยการเอาชนะเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยอย่างเชฟพฤกษ์ไปได้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา (เทปออกอากาศเดือนกุมภาพันธ์)

กระทั่งไม่กี่เดือนก่อนเชฟสมศักดิ์ได้เกษียรตัวเองและมอบให้เชฟกุ้งขึ้นมารับตำแหน่งสูงสุดในครัวของ Fireplace Grill & Bar

ทางร้านได้จัดส่วนบาร์และห้องนั่งเล่นเพื่อรองรับลูกค้าที่ตั้งใจมานั่งจิบ Cocktail เป็นหลัก

ปกติเมนู À La Carte ที่นี่จะมีราคาค่อนข้างสูง โดย Appetizer มีราคาเริ่มต้นที่จานละ 750-950 บาท ส่วนเมนคอร์สราคาขึ้นไปสูงถึงจานละ 1,500-3,000 บาทเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะทางร้านคัดสรรค์เฉพาะสุดยอดวัตถุดิบระดับโลกมานำเสนอ เช่น สเต๊กเกรดพรีเมี่ยมจากออสเตรเลียและญี่ปุ่น เนื้อแกะจากออสเตรเลีย เมนล็อบสเตอร์จากอเมริกา ปลาโดเวอร์โซลจากแคว้นบริตานี่ในฝรั่งเศส และปลากระพงจากตลาดปลาโทโยสุในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีไวน์คุณภาพสูงหลากหลาย label จากทั่วทุกมุมโลกให้คอไวน์ได้ลิ้มลองกัน

เชฟกุ้งคุมมาตรฐานอาหารออกมาได้น่าประทับใจสมกับเป็นกริลล์รูมสไตล์ฝรั่งเศส พนักงานบริการดีและมีความรู้เกี่ยวกับอาหารแต่ละจานอย่างลึกซึ้ง ราคาจัดว่าค่อนข้างสูงเทียบกับห้องอาหารอื่นๆในระดับเดียวกัน Fireplace Grill & Bar ได้ยืนหยัดฝ่ากาลเวลามานานเกือบ 60 ปีและยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่ดีที่สุดในกรุงเทพจนถึงปัจจุบัน

ป้ายมิชลิน

ลูกค้าสามารถเดินเข้าร้านผ่านหน้าโรงแรมหรือจากด้านในก็ได้