Visit: September 21, 2020

🇹🇭 Baan - บ้าน

139/5 ถ.วิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330

Tel: 02-655-8995

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13/20

Price

3/5
          
🎗 ก่อนจะเริ่มรีวิวขอแจ้งก่อนว่าวันนี้เราได้ “ซื้อดีล” จาก BK Restaurant Week เพื่อมาทำรีวิว ซึ่งตอนนี้ทาง BK กำลังจัดโปรเซ็ตเมนูสุดคุ้มและมีร้านอาหารชั้นนำให้เลือกมากมาย ใครสนใจสามารถตามไปดูรายชื่อร้านอาหารเเละดีลต่างๆได้ที่นี่ (อย่าลืมใช้บัตร Citi จองเพื่อที่จะได้ Complimentary Dish นะ) : https://www.bkrestaurantweek.com/bkrw/

* ฉะนั้นโพสต์นี้ เราทานเองจ่ายเองจ้า เเต่จะมีโพสที่ BK ฝากโปรโมทโดยตรงตามมาอาทิตย์หน้าน้าาาา 😄

 

🎗 หลังจากเดือนที่เเล้วเราได้เเวะเข้าไปทำรีวิวที่ “Le Du” ร้านอาหารไทยระดับหนึ่งดาวมิชลินกันมาเเล้ว วันนี้ถึงคราวของน้องเล็กอย่างร้าน ”Baan“ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านกันบ้าง ตัวร้านตั้งอยู่บนถนนวิทยุเลยสน.ลุมพินีมาราวๆ 50 เมตร มองจากด้านนอกเป็นร้านเล็กๆสีมืดๆหน่อย (ระวังขับรถเลยทางเข้าร้าน) เลี้ยวเข้ามาก็จอดรถที่หน้าร้านได้เลย ภายในตกแต่งแบบ Casual Dining มีขนาดไม่ใหญ่มาก โต๊ะลายหินอ่อนสะท้อนกับเเสงไฟสีส้มที่ส่องมาจากโคมไฟบนเพดาน บนผนังมีรูปวาดปลามังกรสองตัวบนฉากสีเหลือง ฝั่งด้านในเป็นบาร์สำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม

🎗 เช่นเดียวกับ Le Du อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ซึ่งตั้งใจให้ร้านบ้านจัดเสิร์ฟเมนูอาหารง่ายๆสไตล์ Comfort food เหมือนทำให้อาหารคนที่บ้านทาน แต่ก็ไม่ลืมที่ตะคัดสรรค์เฉพาะวัตถุดิบคุณภาพเกรดเดียวกันกับ Le Du มาเสิร์ฟเช่นการคัดเนื้อวัวเเละเนื้อแกะจากฟาร์ม Company B ของคุณโต Silly Fool ซึ่งเป็นชุมชนอิสลามที่อำเภอปากช่อง วัวทุกตัวจะถูกเลี้ยงโดยปราศจากการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นหรือสารเคมีใดๆ ส่วนลูกเเกะนั้นจะถูกเลี้ยงด้วยนมเพียงอย่างเดียวก่อนเเล้วค่อยเลี้ยงด้วยผลไม้ต่ออีกสองอาทิตย์ก่อนที่จะจัดการแบบฮาลาล เนื้อหมูที่นี่ได้มาจาก Sloane’s ฟาร์มที่มีเชฟโบเเละเชฟ Dylan (เจ้าของร้าน Bo.lan) เป็นหุ้นส่วนอยู่ หมูทุกตัวจะเติบโตขึ้นมากับเเม่เเละถูกเลี้ยงปล่อยอิสระเท่านั้น อาหารทะเลที่นี่ได้มาจากการประมงแบบยั่งยืนจากหมู่บ้านเล็กๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทั่งไข่ไก่ยังเป็นไข่คุณภาพสูงจากแม่ไก่เลี้ยงปล่อยที่ Udomchai farm จังหวัดสระบุรี นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาอาหารของร้านบ้านสูงกว่าร้านทั่วๆไปอยู่บ้างเเต่ยังคงจับต้องได้ … เอาน่า You are what you eat เนอะ !

🎗 จานที่ทำออกมาได้โดดเด่นคือเหล่าเมนู Signature Dish ทั้งหลาย เช่น

✨ “บ้าน” ปอเปี้ยะทอด (180++)

เริ่มต้นด้วย Signature appetizer อย่างปอเปี๊ยะทอด เชฟต้นห่อเเป้งด้านนอกบาง ทอดมากรอบเเต่ไม่แข็ง ไส้ด้านในมีวุ้นเส้น เเครอท เเละเห็ดหอม ทานกับน้ำจิ้มหวานๆ เป็นเมนูทานเล่นง่ายๆที่ทำออกมาได้ดีมากจริงๆ (13/20)

✨ “บ้าน” ผัดกะเพราเนื้อพิเศษดรายเอจ 30 วัน (390++)

เมนู Signature Dish ที่ดีที่สุดของร้านบ้านคือผัดกระเพราที่เชฟต้นใช้เนื้อวัวจากฟาร์ม Company B นำเนื้อมาดรายเอจเป็นเวลานานถึง 30 วันเพื่อเพิ่มความเข้มข้นทั้งกลิ่น, รสชาติ และตัวตนความเป็นเนื้อ จากนั้นนำมาผัดกับใบยี่หร่าแบบพอสุกทำให้เนื้อยังมีความนุ่มอยู่ทั้งยังส่งกลิ่นหอมชวนทาน (14/20)

✨ “บ้าน” พล่าคอหมูย่าง (350++)

พล่าคอหมูย่างก็ใช้เนื้อหมูจาก Sloane’s ทำให้มีส่วนไขมันติดมาไม่มากจนเกินไป เนื้อที่ได้นุ่มดีมากๆ น้ำพล่ารสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ถึงเครื่อง ทั้งยังได้ความกรอบของตะไคร้ซอย หอมแดง กระเทียมอีก อร่อยสมกับเป็นอีกหนึ่ง Signature Dish (13/20)

🎗 ด้วยความที่ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงประกอบกับรสมือเฉพาะของเชฟต้นทำให้รสชาติอาหารโดยรวมออกมาดีกว่ามาตรฐาน บรรยากาศในร้านเป็นแบบ Casual dining ง่ายๆเป็นกันเอง ทานเสร็จแล้วใครไม่อิ่มแนะนำให้เปิดประตู*ลับ*เข้าไปนั่งจิบไวน์ใน Mayrai PadThai | Wine Bar ที่อยู่ข้างๆกันโดยเราได้เเอบสั่งผัดไทยเมรัยมาทานจานหนึ่งบอกเลยว่ารสชาติอร่อยไม่เบาทั้งยังมีดนตรีสดเล่นให้ฟังตอน 2 ทุ่มอีกด้วย ซึ่งไว้เราจะเเวะมาทำรีวิวฉบับเต็มกันวันหลัง

Price :

400-1,200 THB/p

Parking :

จอดได้ในร้าน

Operating Time :

11.30-14.30, 17.30-22.30 ปิดวันอังคาร

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารไทยพื้นบ้านของเชฟต้น รสชาติดีทุกจาน อย่าลืมเเวะไปดื่มที่เมรัยผัดไทยบาร์ที่อยู่ข้างกัน

อาหาร :

13

ราคา :

3/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

1/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Baan BK Restaurant Week Menu (2,000++/2 Set)

          

* ส่วนราคาในวงเล็บคือราคาปกติเมื่อสั่งแบบ à la carte

“บ้าน” หมูแดดเดียว (250++)

Moo Dad Deaw – “Baan” signature sun-dried pork

“บ้าน” หมูสะเต๊ะ (290++)

Moo Satay – “Baan” signature grilled pork satay

“บ้าน” พล่าคอหมูย่าง (350++)

Pra Kor Moo Yang – “Bann” signature spicy grilled pork jawl salad

พล่ากุ้ง (350++)

Pra Kung – Spicy shrimp salad

“บ้าน” ผัดกะเพราเนื้อพิเศษดรายเอจ 30 วัน (390++)

“Baan” signature stir-fried minced dry-aged beef in spicy holy basil

“บ้าน” มัสมั่นแกะตุ๋น (590++)

“Baan” signature Massaman curry with braised lamb belly

ข้าวสวย (50++)

Organic Jasmine rice

ข้าวเหนียวมะม่วง (290++)

Coconut sticky rice with mango (seasonal)

สาคูข้าวเหนียวถั่วดำ (150++)

Tapioca sticky rice with black bean in coconut cream

📃 À La Carte

* จานนอกเมนูที่เราสั่งเพิ่มจาก BK Set Menu

“บ้าน” ปอเปี้ยะทอด (180++)

Por Pia Tod – “Baan” signature spring roll

บัวลอยเผือก (150++)

Taro balls in coconut cream

🇹🇭 Baan – บ้าน

🍽 The Plate – มิชลิน เพลท

🍴 Thai – อาหารไทย

หลังจากเดือนที่เเล้วเราได้เเวะเข้าไปทำรีวิวที่ “Le Du” ร้านอาหารไทยระดับหนึ่งดาวมิชลินกันมาเเล้ว วันนี้ถึงคราวของน้องเล็กอย่างร้าน ”Baan“ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านกันบ้าง

เช่นเดียวกับ Le Du อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ซึ่งตั้งใจให้ร้านบ้านจัดเสิร์ฟเมนูอาหารง่ายๆสไตล์ Comfort food เหมือนทำให้อาหารคนที่บ้านทาน แต่ก็ไม่ลืมที่ตะคัดสรรค์เฉพาะวัตถุดิบคุณภาพเกรดเดียวกันกับ Le Du มาเสิร์ฟ

“บ้าน” ปอเปี้ยะทอด (180++)
Por Pia Tod – “Baan” signature spring roll

เมนูอาหารทานเล่น Signature ของร้านบ้านคือปอเปี๊ยะทอด เชฟต้นห่อเเป้งด้านนอกบาง ทอดมากรอบเเต่ไม่แข็ง ไส้ด้านในมีวุ้นเส้น เเครอท เเละเห็ดหอม ทานกับน้ำจิ้มหวานๆเข้ากันได้ดี (13/20)

“บ้าน” หมูแดดเดียว (250++)
Moo Dad Deaw – “Baan” signature sun-dried pork

จานนี้คือ ”หมูเเดดเดียว“ เนื้อหมูที่นี่ได้มาจาก Sloane’s ฟาร์มที่มีเชฟโบเเละเชฟ Dylan (เจ้าของร้าน Bo.lan) เป็นหุ้นส่วนอยู่ หมูทุกตัวจะถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ตามธรรมชาติ เลี้ยงปล่อยอิสระเท่านั้น หลังจากได้เนื้อมาเชฟต้นนำไปตากเเดด จากนั้นนำไปหมักคลุกกับงาขาวเเล้วทอดจนสุก ต่างจากหมูแดดเดียวทั่วไปที่มักทำออกมาแห้งเเละเหนียว ที่นี่เนื้อหมูนุ่มอร่อย แป้งด้านนอกกรอบ ทั้งยังมีอัตราส่วนเทียบกับเนื้อหมูก็พอดีมากๆ เสิร์ฟมากับซอสพริกศรีราชาโฮมเมดรสชาติจัดจ้าน (13/20)

“บ้าน” หมูสะเต๊ะ (290++)
Moo Satay – “Baan” signature grilled pork satay

หมูสะเต๊ะที่นี่เสิร์ฟมาแบบชิ้นหนาเคี้ยวได้เต็มปากเต็มคำ คลุกกับขมิ้นเเล้วย่างจนสุก เนื้อหมูของ Sloane’s คุณภาพดีมากๆ เคี้ยวนุ่ม ส่วนน้ำจิ้มสะเต๊ะที่นี่ค่อนข้างใสและรสชาติอ่อนไปนิด ส่วนน้ำอาจาดมีความเปรี้ยวเเละกลิ่นน้ำส้มสายชูไม่แรงจนเกินไป รสดีเลยทีเดียว (12/20)

“บ้าน” พล่าคอหมูย่าง (350++)
Pra Kor Moo Yang – “Bann” signature spicy grilled pork jawl salad

พล่าคอหมูย่างก็ใช้เนื้อหมูจาก Sloane’s ทำให้มีส่วนไขมันติดมาไม่มากจนเกินไป เนื้อหมูนุ่มมากๆ น้ำพล่ารสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ถึงเครื่อง ทั้งยังได้ความกรอบของตะไคร้ซอย หอมแดง กระเทียมอีก สุดยอดสมกับเป็น Signature Dish จริงๆ (13/20)

พล่ากุ้ง (350++)
Pra Kung – Spicy shrimp salad

พล่ากุ้งเองใช้เครื่องพล่าแบบเดียวกันกับพล่าคอหมูย่างเเต่น้ำพล่าจะไม่ได้ซึมเข้าเนื้อได้เท่ากับจานก่อนหน้า กุ้งที่นี่ได้มาจากการประมงแบบยั่งยืนที่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะคัดเฉพาะกุ้งที่ตัวโตเต็มที่ทำให้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื้อเด้ง สุกกำลังดี อย่างไรก็ตามการให้กุ้งมา 3 ตัวเทียบกับราคาเรารู้สึกว่าน้อยไปนิด (12/20)

“บ้าน” ผัดกะเพราเนื้อพิเศษดรายเอจ 30 วัน (390++)
“Baan” signature stir-fried minced dry-aged beef in spicy holy basil

เมนู Signature Dish ที่ดีที่สุดของร้านบ้านคือผัดกระเพราที่เชฟต้นใช้เนื้อวัวจากฟาร์ม Company B ของคุณโต Silly Fool วัวทุกตัวจะถูกเลี้ยงอย่างดีโดยปราศจากการใช้สารเคมีเเละฮอร์โมนก่อนที่จะจัดการด้วยวิธีแบบฮาลาล เชฟต้นนำเนื้อมาดรายเอจเป็นเวลานานถึง 30 วันเพื่อเพิ่มความเข้มข้นทั้งกลิ่น, รสชาติ และตัวตนความเป็นเนื้อ จากนั้นนำมาผัดกับใบยี่หร่าแบบพอสุกทำให้เนื้อยังมีความนุ่มอยู่ทั้งยังส่งกลิ่นหอมชวนทานมากๆ (14/20)

“บ้าน” มัสมั่นแกะตุ๋น (590++)
“Baan” signature Massaman curry with braised lamb belly

ห้ามพลาดที่จะลองชิมมัสมั่นเนื้อเเกะที่เชฟต้นได้มาจากฟาร์ม Company B เนื้อแกะที่นี่ถูกเลี้ยงด้วยนมแม่จนถึงระยะหนึ่ง จากนั้นจะถูกเลี้ยงต่อด้วยผลไม้อีกสองอาทิตย์ก่อนนำไปจัดการด้วยวิธีฮาลาล เชฟต้นนำเนื้อลูกแกะไปตุ๋นข้ามคืนถึง 2 คืนจนเนื้อนุ่ม กลิ่นสาบเเกะไม่แรงจนเกินไป (แต่ยังมีให้พอสัมผัสได้) ส่วนเครื่องแกงทางร้านก็ตำเองทั้งหมด รสชาติที่ออกมาเป็นเป็นมัสมั่นเเบบไทยๆ เนียน นุ่ม หอมสมุนไพรต่างๆพอใช้ได้ (13/20)

ข้าวสวย (50++)
Organic Jasmine rice

ข้าวหอมมะลิที่นี่เลือกใช้ข้าวออร์แกนิคจากจากไร่ทองในจังหวัดศรีษะเกศ เสิร์ฟมาร้อนๆ จะทานกับแกงหรือผัดกระเพราก็อร่อย

ข้าวเหนียวมะม่วง (290++)
Coconut sticky rice with mango (seasonal)

มาทานอาหารไทยของหวานที่ขาดไม่ได้คือข้าวเหนียวมะม่วง ตัวข้าวเหนียวทำออกมาได้ดีมากๆ มีความนุ่ม ละมุน เนื้อสัมผัสไม่เหนียวจนเกินไป จนเราเเอบว้าวเลยทีเดียว น่าเสียดายที่มะม่วงวันนี้เป็นมะม่วงนอกฤดูกาลทำให้มีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยวโดดไปหน่อย (12/20)

(ถ้ามะม่วงหวานดีจานนี้น่าให้ 13 คะเเนนได้เลยเพราะข้าวเหนียวดีงามมากๆ)

สาคูข้าวเหนียวถั่วดำ (150++)
Tapioca sticky rice with black bean in coconut cream

ถัดมาคือสาคูทำจากแป้ง เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ยังมีข้าวเหนียวมูนรสเลิศ ถั่วดำ ข้าวโพด เนื้อมะพร้าว และน้ำกะทิหวานมัน อร่อยสมราคา (13/20)

บัวลอยเผือก (150++)
Taro balls in coconut cream

สุดท้ายคือเมนูอลาคาร์ทที่เราสั่งมาทานเองอย่างบัวลอยหลากสี เนื้อสัมผัสหนึบพอใช้ได้ ทานกับเผือกต้มนุ่มๆ และน้ำกะทิหวานๆ มันๆ (11/20)

วันนี้เราได้ “ซื้อดีล” จาก BK Restaurant Week เพื่อมาทำรีวิว ซึ่งตอนนี้ทาง BK กำลังจัดโปรเซ็ตเมนูสุดคุ้มและมีร้านอาหารชั้นนำให้เลือกมากมาย ใครสนใจสามารถตามไปดูรายชื่อร้านอาหารเเละดีลต่างๆได้ที่นี่ (อย่าลืมใช้บัตร Citi จองเพื่อที่จะได้ Complimentary Dish นะ) : https://www.bkrestaurantweek.com/bkrw/
* ฉะนั้นโพสต์นี้ เราทานเองจ่ายเองจ้า เเต่จะมีโพสที่ BK ฝากโปรโมทโดยตรงตามมาอาทิตย์หน้าน้าาาา 😄

ภายในตกแต่งแบบ Casual Dining มีขนาดไม่ใหญ่มาก โต๊ะลายหินอ่อนสะท้อนกับเเสงไฟสีส้มที่ส่องมาจากโคมไฟบนเพดาน

บนผนังมีรูปวาดปลามังกรสองตัวบนฉากสีเหลือง ฝั่งด้านในเป็นบาร์สำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม

Baan ตั้งอยู่บนถนนวิทยุเลย สน.ลุมพินีมาราวๆ 50 เมตร มองจากด้านนอกเป็นร้านเล็กๆสีมืดๆหน่อย (ระวังขับรถเลยทางเข้าร้าน) เลี้ยวเข้ามาก็จอดรถที่หน้าร้านได้เลย

ทานเสร็จแล้วใครไม่อิ่มแนะนำให้เปิดประตู*ลับ*เข้าไปนั่งจิบไวน์ใน Mayrai PadThai | Wine Bar ที่อยู่ข้างๆกัน

ด้านในมีดนตรีสดเล่นให้ฟังตอน 2 ทุ่มอีกด้วย ซึ่งไว้เราจะเเวะมาทำรีวิวฉบับเต็มกันวันหลัง

แอบแถมเมนูของร้านผัดไทย

ผัดไทยเมรัย (75++)
Pad Thai Mayrai

เมนูเริ่มต้นที่นี่คือผัดไทยเมรัย ด้วยความที่จานนี้มีเเต่เต้าหู้ไม่มีเนื้อสัตว์ทำให้เชฟต้นเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นจันทน์แบบปกติมาใช้เป็นวุ้นเส้นเเทนเพื่อลดความเลี่ยน เนื้อวุ้นเส้นมีความกรึบนิดๆ ซอสมะขนมรสเปรี้ยวอมหวาน มีถั่วบด ถั่วงอกที่หั่นหัวเเละปลายออก บีบมะนาวก่อนทาน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว (13/20)

ทานอาหารเสร็จแวะมาจิบน้ำชาเย็นๆส้กแก้ว 😅

ป้ายมิชลิน