Visit: October 1, 2020

🇹🇭 PRU - พรุ

เชฟ Jim Ophrost

60/1 Moo 6, Srisoonthorn Road, Cherngtalay, ถนน ศรีสุนทร Cherngtalay, Thalang District, Phuket 83110

Tel: 076 310 232

Cuisine

🍴 Innovative - อาหารเชิงนวัตกรรม

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

16.5/20

Price

2/5
          

🎗 [Intro] “ทำไมถึงไม่ได้ 2 ดาววววว !” คือความคิดแรกของเราหลังจากจบหนึ่งในมื้ออาหารที่ดีที่สุดในรอบปี อะไรที่ทำให้เรารู้สึกว้าวได้ขนาดนี้ อยากให้เพื่อนๆตามมาชมกัน … ปกติแล้วห้องอาหารระดับ Michelin Star มักจะตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ อาจเพราะทำเล กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และความเข้าถึงง่าย ทำให้รายชื่อของร้านติดดาวในประเทศไทยตั้งอยู่ในกรุงเทพเกือบทั้งหมด รีวิววันนี้เราขอพาเพื่อนๆไปพบกับห้องอาหารระดับ Michelin Star เพียงแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ตนั่นก็คือร้าน PRU นั่นเอง

          

🎗 [The Place] ชื่อ “PRU” ย่อมาจากคำเต็มว่า “Plant-Raise-Understand” หรือ “ปลูก-ดูแล-เข้าใจ” มีความหมายแฝงถึงพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่มีน้ำจืดขังซึ่งเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตัวร้านบริหารงานโดยเครือมนทาระโดยตั้งอยู่ในรีสอร์ทสุดหรูชื่อดังอย่าง Trisara Phuket การเดินทางแนะนำให้มาโดยรถยนต์เท่านั้นเพราะทางเข้าค่อนข้างคดเคี้ยวและมีบางจุดที่ถนนค่อนข้างมืดอีกด้วย หลังจากจอดรถที่โรงแรมจะมีพนักงานขับรถกอล์ฟนำเราไปยังห้องอาหารซึ่งอยู่ไกลออกไปพอสมควร ใครที่มาถึงช่วงเย็นสามารถชมวิวดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดส่วนตัวของโรงแรมซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านพอดิบพอดี ห้องทานอาหารหลักมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด ภายในถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งซ้าย-ขวาและมีโต๊ะเพียงฝั่งละ 3-4 ตัว เพื่อการบริการอย่างทั่วถึงทำให้การมาทานอาหารที่นี่ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 อาทิตย์ การบริการอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศสมกับเป็นห้องอาหารระดับ Fine Dining แต่ยังแฝงความเป็นกันเองทำให้การทานอาหารดูไม่ทางการจนเกินไป

🎗 [The Chef] เชฟ Jim Ophrost เกิดและเติบโตที่ประเทศเนเธอแลนด์ หลังจากจบการศึกษาจาก Smink Culinair เชฟ Jimmy ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมารับงานเป็น Sous Chef ให้กับห้องอาหาร Seafood at Trisara เมื่อราวๆ 8 ปีก่อน และย้ายงานไปมาระหว่างประเทศไทยและเนเธอแลนด์อยู่พักหนึ่ง แม้ว่าเชฟ Jimmy จะไม่เคยทำงานในร้านระดับ Michelin Star มาก่อนแต่ด้วยฝีมือและพรสวรรค์ทำให้เชฟมีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหาร Gaggan เป็นระยะเวลาสั้นๆราว 6 เดือน และอาศัยช่วงเวลานั้นซึมซับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงรวมไปถึงเทคนิคโมเลกุลสมัยใหม่ก่อนที่ในช่วงปลายปี 2014 จะย้ายกลับมารับตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับ Trisara Resort ถัดมาอีก 2 ปี ห้องอาหาร PRU ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีเชฟ Jimmy ดำรงตำแหน่ง Head Chef ควบคุมทุกอย่างในห้องอาหารตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการจัดแต่งจานก่อนนำเสิร์ฟ

🎗 [The Food] อาหารที่นี่นำเสิร์ฟออกมาในสไตล์ European ลูกค้าสามารถเลือกทาน Tasting Menu ชื่อว่า PRU EXPERIENCE ซึ่งจะมีให้เลือกระหว่าง 5 คอร์สราคา 4,500++ และ 7 คอร์สราคา 5,500++ ทั้งสองแบบมีคอร์สย่อยที่แตกต่างกันออกไป (ฉะนั้นหากไปทานกัน 2 คนสามารถสั่ง Set Menu คนละแบบได้) นอกจากนี้เชฟ Jimmy ยังมีคอร์สพิเศษนอกเมนูสำหรับเซอไพรส์ลูกค้าทุกคนอีกด้วย จุดเด่นของ PRU คือการรังสรรค์เมนูอาหารที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเลือกใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นเกือบ 100% ตั้งแต่เนย เกลือ หรือน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะวัตถุดิบจากฟาร์มออร์แกนิคขนาดกว่า 600 ไร่ที่มีชื่อว่าพรุจำปา (PRU JAMPA) แม้ว่าในช่วงแรกที่ร้านเปิด PRU ใช้แหล่งวัตถุดิบอื่นๆจากภูเก็ต พังงา และกระบี่ แต่ถัดมาอีก 2-3 ปี เชฟ Jimmy และทีมงาน R&D ได้ขยายเป้าหมายมาใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศ บางองค์ประกอบที่เราเจอวันนี้มีคุณภาพสูงเทียบเคียงได้กับวัตถุดิบนำเข้าชนิดที่ไม่คิดว่าจะพบเจอได้บนผืนแผ่นดินไทยเช่น ไข่ปลาคาเวียร์จากฟาร์มคุณภาพสูงในอำเภอหัวหิน ไข่เค็มจากอำเภอไชยาจับคู่กับหอยเป่าฮื้อจากฟาร์มบนเกาะสิเหร่ ปูและปลาช่อนทะเลใช้เป็นตัวแทนของจังหวัดพังงา ปลาเก๋าเพลิงจากตลาดสะพานหิน เป็ดไร่ทุ่งจากจังหวัดเพชรบูรณ์ กุ้งธรรมชาติจับจากแม่น้ำตาปี เนื้อแกะจากจังหวัดราชบุรี เนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดนครพนม จำปาดะจากนครศรีธรรมราช รวมไปถึงชีสคุณภาพสูงจากภาคเหนือของไทยที่เรากล้าการันตีว่ามีคุณภาพทัดเทียมกับชีสที่พบเจอได้จากห้องอาหาร Michelin Star ในยุโรปเลยทีเดียว โดยเราจะขอยกคอร์สที่ทำออกมาโดดเด่นจนเป็นที่น่าจดจำมาเล่าให้ฟังบางส่วนคือ

✨ Plant.
Grilled green asparagus and Dutch piccadilly

เพียง Amuse-bouche คำแรกก็เรียกเรียกความตื่นเต้นจากเราได้แล้ว ตัวอักษร P ที่ย่อมาจากคำว่า Plant. เป็น “หน่อไม้ฝรั่งย่าง” เสิร์ฟกับครีมดัตช์พิคคาดิลลี่ทำมาจาก Pickled จำพวกหอมใหญ่ดองหรือแตงกวาดองให้รสเปรี้ยวนิดๆช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร เเตงกวาดองกรอบ ไม่เหม็นเขียว ทอปด้วยปลาทูตากแห้งรมควันให้รสชาติเค็มอุมามิ ไม่น่าเชื่อว่าองค์ประกอบอย่างปลาทูเเละเเตงกวาดองจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ (18/20)

✨ We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

หากต้องเลือกคอร์สที่ดีที่สุดจานเดียวจากมื้ออาหารในวันนี้ต้องยกให้แก่นตะวันที่เชฟนำไปอบเกลือก่อนเพื่อให้บริเวณผิวถูกดึงน้ำออกไปจนมีชั้นความกรอบนิดๆ จากนั้นจึงทอปด้านบนด้วยไข่ปลาคาเวียร์คุณภาพสูงจากฟาร์มในอำเภอหัวหิน ด้านบนคือ Spring Onion, Spring Onion Oil และเห็ด Portobello อบแห้ง ข้างกันคือครีมแก่นตะวันเเละซอสสีน้ำตาลเข้มทำจากกระดูกปลาสเตอร์เจี้ยน แก่นตะวันมีความกรึบที่ชั้นผิวบางๆด้านนอก เนื้อด้านในนุ่ม เนียน ละเอียดอย่างไม่น่าเชื่อ ตัดด้วยรสเค็มของไข่ปลาคาเวียร์ที่บอกเลยว่าคุณภาพเทียบเคียงได้กับฟาร์มชั้นสูงในทวีปยุโรป ซอสสเตอร์เจี้ยนรสชาติกลมกบ่อม หอม เข้มข้น ครีมเเก่นตะวันเป็นตัวเชื่อมรสชาติและเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สุดยอดมากๆ (18/20)

✨ Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

ไข่เค็มไชยาเป็นเมนู Signature Dish ขึ้นชื่อของทางร้าน พนักงานจะใช้เครื่องชงกาแฟแบบไซฟ่อนเพื่อต้ม Mushroom based dashi ทำมาจากเห็ดและวัตถุดิบล้ำค่าอย่างหอยเป๋าฮื้อท้องถิ่นจากฟาร์มชื่อดังบนเกาะสิเหร่ ความพิเศษของฟาร์มนี้คือคุณลุงเจ้าของฟาร์มชาวพังงามีแรงบันดาลใจในการทำประมงแบบยั่งยืนสูงมากๆโดยคุณลุงจะเลี้ยงหอยจนโตเเล้วส่งขายเพียง 20% ของจำนวนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 80% จะปล่อยกลับลงทะเล ส่วนพระเอกของจานคือไข่เค็มไชยาที่เชฟใช้เวลานานถึง 2 ปีในการคิดค้น เริ่มด้วยการนำไข่เป็ดไปเเช่น้ำเกลือนาน 3 สัปดาห์แล้วคัดเฉพาะส่วนไข่เเดงที่มีเนื้อสัมผัสครีมมี่เคี้ยวหนึบคล้ายเจลลี่มาใช้ ด้านล่างคือครีมมะเขือม่วง ใบมะรุม ผักแพว ใบมะขาม เห็ดเข็มทอง และเห็ดหอม ปิดท้ายด้วยการขูดหอยเป๋าฮื้อภูเก็ตรมควันไว้ที่ด้านบนช่วยเพิ่มกลิ่นเเละความหอมให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (17/20)

✨ A rare find at Saphan Hin market
Coral grouper and young ginger

คอร์สที่เชฟเลือกใช้สุดยอดวัตถุดิบอย่างปลาเก๋าเพลิงนำไป Poached จนนุ่มเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด ตอนเเรกสัมผัสดูเหมือนจะเนื้อเเน่น เเต่พอกัดเเล้วเนื้อปลาเกือบจะละลายหายไป ทานกับขิงอ่อนเเละหัวไชเท้าดองให้รสเปรี้ยวนิดๆ ข้างกันคือ Beurre Blanc Sauce ทำมาจาก Brown Butter มีความหอมและครีมมี่พอดิบพอดี ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย ถือเป็นจานที่ชูวัตถุดิบระดับโลกของไทยออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (18/20)

🎗 [Conclusion] รสชาติและเทคนิคที่เราพบเจอในวันนี้เกินเลยคำว่า 1 ดาวมิชลินไปไกลมาก แต่ละคอร์สเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความซับซ้อนชนิดที่ร้านติดดาวหลายแห่งในกรุงเทพยังเทียบไม่ติด อัตลักษณ์ความเป็นชาวดัตช์ของเชฟยังถูกแฝงเอาไว้ในอาหารหลายต่อหลายจาน ขอชมทีม R&D ของร้านที่สามารถเฟ้นหาวัตถุดิบชั้นสูงจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศไทยมานำเสนอให้คนไทยและชาวโลกได้รู้จัก พนักงานบริการดีมากและสามารถอธิบายถึงรายละเอียดและที่มาที่ไปของอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างละเอียด … สำหรับเรา PRU คือหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทย และคู่ควรแก่การเลื่อนชั้นเป็นร้านระดับ 2 ดาวมิชลินด้วยประการทั้งปวง

Price :

4,500-5,500++ THB/p

Parking :

จอดในโรงแรม Trisara

Operating Time :

ศุกร์-จันทร์ 18.00-22.30

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 Best of The Best ! ร้านอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ใครที่มาเที่ยวภูเก็ตห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

อาหาร :

16.5

ราคา :

2/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 PRU EXPERIENCE 7 COURSES CUISINE JOURNEY (5,500++)

          
Plant.

Grilled green asparagus and Dutch piccadilly

Raise.

Caviar, sour sardine mousse and black garlic

Understand.

Curly kale tempura, butternut pumpkin XO

White sourdough bread

Caramelized butter, smoked butter and Thai basil oil

A walk through the forest of PRU Jampa

Grilled baby corn with yellow passion fruit vinaigrette

———–

Flaura and Fauna of Phang Nga

Black crab and bitter herbs

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa

Pickled duck egg

Cooked in the soil they came from

Carrot and hollandaise

Chef’s first trip to Surat Thani

River prawn and fermented soy bean

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin

Sun choke and caviar

Roaming the hills of Petchabun

Aged duck and Shiitake

Spring in Ratchaburi

Baby lamb and spring vegetables

Artisan cheese from Thailand

Jewel of Phuket

Phuket Pineapple and Makaewn

Chef’s favorite from Chiang Mai

Jicama and longan

A Message from our pastry team

Petit (four) six

📃 PRU EXPERIENCE 5 COURSES CUISINE JOURNEY (4,500++)
Plant.

Grilled green asparagus and Dutch piccadilly

Raise.

Caviar, sour sardine mousse and black garlic

Understand.

Curly kale tempura, butternut pumpkin XO

White sourdough bread

Caramelized butter, smoked butter and Thai basil oil

A walk through the forest of PRU Jampa

Grilled baby corn with yellow passion fruit vinaigrette

———–

Phuket, a place where ocean and land meet

Aged black king fish and mulberry

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa

Pickled duck egg

Cooked in the soil they came from

Carrot and hollandaise

A rare find at Saphan Hin market

Coral grouper and young ginger

Fifteen years of farming in Nakhon Phanom

Wagyu short rib and sweet onion

Artisan cheese from Thailand

Jewel of Phuket

Phuket Pineapple and Makaewn

Golden fruit from Nakhon Si Thammarat

Cempedak and citrus

A Message from our pastry team

Petit (four) six

📃 DRINKS

Organic coffee from the North of Thailand roasted daily in Surin Beach, Phuket (220++)
Espresso, Ristretto, Machiato, Americano, Latte, Cappuccino, Mocha

🇹🇭 PRU – พรุ

🍴 Innovative – อาหารเชิงนวัตกรรม

⭐️ 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

จุดเด่นของ PRU คือการรังสรรค์เมนูอาหารที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเลือกใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นเกือบ 100% ตั้งแต่เนย เกลือ หรือน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะวัตถุดิบจากฟาร์มออร์แกนิคขนาดกว่า 600 ไร่ที่มีชื่อว่าพรุจำปา (PRU JAMPA) แม้ว่าในช่วงแรกที่ร้านเปิด PRU ใช้แหล่งวัตถุดิบอื่นๆจากภูเก็ต พังงา และกระบี่ แต่ถัดมาอีก 2-3 ปี เชฟ Jimmy และทีมงาน R&D ได้ขยายเป้าหมายมาใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศ บางองค์ประกอบที่เราเจอวันนี้มีคุณภาพสูงเทียบเคียงได้กับวัตถุดิบนำเข้าชนิดที่ไม่คิดว่าจะพบเจอได้บนผืนแผ่นดินไทย

Amuse-bouche

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูช 3 อย่าง นำเสิร์ฟมาพร้อมกัน เเต่ละจานเป็นตัวเเทนของอักษรย่อจากชื่อร้าน PRU คือ Plant, Raise และ Understand

Plant.
Grilled green asparagus and Dutch piccadilly

อย่างเเรกคือ P ที่ย่อมาจากคำว่า Plant. เป็น “หน่อไม้ฝรั่งย่าง” เสิร์ฟกับครีมดัตช์พิคคาดิลลี่ทำมาจาก pickled จำพวกหอมใหญ่ดองหรือแตงกวาดองให้รสเปรี้ยวนิดๆช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร องค์ประกอบที่เป็นเเตงกวาดองกรอบ มีกลิ่นเเตงกวาเพียงเบาๆ ไม่เหม็นเขียวชนิดที่คนไม่ชอบเเตงกวาก็ทานได้ ด้านบนทอปด้วย Dried smoked mackerel หรือปลาทูตากแห้งรมควันให้รสชาติเค็มอุมามิ ทั้งยังส่งอโรมาความหอมเย้ายวนชวนทานสุดๆ คำแรกนี้ว้าวมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าองค์ประกอบอย่างปลาทูเเละเเตงกวาดองจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ (18/20)

Raise.
Caviar, sour sardine mousse and black garlic

ถัดมาคือ R ที่ย่อมาจากคำว่า Raise. มีพระเอกของจานเป็น “ไข่ปลาคาเวียร์” จากฟาร์มที่อำเภอหัวหินมีรสเค็มกลมกล่อม หอม แทบจะไร้ซึ่งกลิ่นคาว แม้จะเป็นคาเวียร์ของไทยเเต่คุณภาพดีมากจนเราตกใจ บอกเลยว่าสามารถเทียบเคียงกับคาเวียร์ระดับกลางของยุโรปได้อย่างสบายๆ รองด้านล่างด้วย Sour sardine mousse สีออกเขียวๆด้านล่าง ให้รสเปรี้ยวนิดๆช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร แป้งทาร์ตด้านนอกทำมาจากพริกไทยดำ บาง กรอบ ตัดกันกับความนุ่มของมูสเเละไข่ปลา สุดยอดไม่เเพ้กัน (17/20)

Understand.
Curly kale tempura, butternut pumpkin XO

สุดท้ายคือ U ซึ่งย่อมาจาก Understand เเสดงถึงความเข้าใจในการเลือกใช้วัตถุดิบแต่ละฤดูกาล เป็น “เทมปุระ” ที่ได้จากการนำคะน้าใบหยิกจากฟาร์มของร้านซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดไม้ขาวไปทอดจนกรอบ เราเเอบติดตรงเนื้อสัมผัสของเทมปุระทำออกมาเเข็งไปเล็กน้อย จับคู่กับครีมฟักทองน้ำเต้าปรุงออกมาในสไตล์ซอส XO องค์ประกอบสุดท้ายด้านบนคือดอกหางนกยูงตกเเต่งให้อมูสบูชคำนี้มีสีส้มสวยงาม (14/20)

White sourdough bread
Caramelized butter, smoked butter and Thai basil oil

ขนมปังที่นี่อบกันสดๆใหม่ๆก่อนนำเสิร์ฟลูกค้า ผิวด้านนอกค่อนข้างแข็งมากไปนิด เนื้อด้านในนุ่ม ฟู อร่อยไม่เบา ทีเด็ดอยู่ที่เนย 2 ชนิด คือเนยธรรมดาและเนยรมควันทอปด้านบนด้วยผงตะไคร้และพริกไทย นอกจากนี้ยังมีน้ำมันโหระพาให้เป็นตัวเลือกอีกด้วย

A walk through the forest of PRU Jampa
Grilled baby corn with yellow passion fruit vinaigrette

อมูสบูชจานสุดท้ายเสิร์ฟมาเป็นจานเเยกโดยใช้ชื่อว่า A walk through the forest of PRU Jampa เชฟ Jimmy เลือกใช้ “ข้าวโพดอ่อน” หั่นมาเป็นชิ้นๆรองไว้ด้านล่างซึ่งมีความกรอบเป็นเนื้อสัมผัสหลักของจาน ข้างบนคือผัก สมุนไพร และดอกไม้ของไทยหลายชนิดที่เติบโตในฟาร์มพรุจำปา จบด้วยการราดซอสที่ทำมาจาก “เสาวรสพันธุ์สีเหลือง” ท้องถิ่นซึ่งจะมีรสชาติเปรี้ยวจัดมากกว่าเสาวรสทั่วๆไป ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้มากขึ้นไปอีก (16/20)

Flaura and Fauna of Phang Nga
Black crab and bitter herbs

อาหารจานแรกของเซ็ตเมนู 7 คอร์สเป็นตัวเเทนของจังหวัดพังงาคือ “สลัดปูทะเล” ที่ “คุณโอ๋” ชาวประมงท้องถิ่นจากบ้านท่ามะพร้าวจับโดยใช้ตะกร้าไม้ไผ่แบบโบราณแล้วจัดส่งมาให้ร้าน PRU เกือบจะวันต่อวัน เชฟ Jimmy เลือกแกะส่วนเนื้อออกมาใช้เป็นโปรตีนหลักแล้วเสิร์ฟมากับสลัดผักรสขมหลายชนิดมีทั้งแอปเปิ้ลเขียว ใบลิ้นห่าน มะม่วงหาวมะนาวโห่ดอง ส้มโอ และสาหร่ายพวงองุ่น ส่วนน้ำซุปสีเหลืองรอบๆคือ Tomato broth หรือซุปใสมะเขือเทศที่ถูก infused ด้วยใบยูคาลิปตัสช่วยให้มีความขมเเละความสดชื่นเพิ่มขึ้นมา ความขมและเปรี้ยวของสลัดผักไม่แรงเด่นจนเกินไปแต่กลับช่วยให้เนื้อปูหวานเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีความกรุบกรอบที่หลากหลายจากผักเเต่ละชนิดช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับจานอีกด้วย (16/20)

เพื่อนๆสามารถอ่านเรื่องราวของคุณโอ๋ได้ที่นี่: http://prurestaurant.com/fisherman-story/

Phuket, a place where ocean and land meet
Aged black king fish and mulberry

วัตถุดิบหลักของวัตถุดิบจานแรกของเมนู 5 คอร์สคือลูกหม่อนหรือผล Mulberry (17/20)

Phuket, a place where ocean and land meet
Aged black king fish and mulberry

จานแรกของฝั่ง 5 คอร์สเป็นตัวเเทนวัตถุดิบจากจังหวัดพังงาเช่นกัน ที่เห็นในจานคือ Cobia หรือ “ปลาช่อนทะเล” ที่เชฟนำไปห่อด้วยใบงาหอมหรือใบชิโสะเพื่อให้กลิ่นหอมเเทรกเข้าไปในเนื้อปลาแล้วจึงเเล่เป็นเเผ่นบางๆ จุดเด่นของเนื้อปลาช่อนทะเลคือเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเฟิร์มแน่นเเต่ไม่เเข็ง แต่ด้วยความที่เป็นปลาเนื้อขาวทำให้รสชาติของเนื้อปลาไม่เด่นชัดมากนักเชฟ Jimmy จึงใส่องค์ประกอบด้านบนคือ Pickled turnip หรือหัวไชเท้าดองซึ่งจะมีความกรอบและเสริมรสเปรี้ยวนิดๆให้กับจานนี้ ข้างกันคือใบงาหอม จุดสีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาคือ Mulberry หรือลูกหม่อน ซอร์เบท์สีเเดงสดตรงกลางทำมาจากลูกหม่อนผสมกับบีทรูทซึ่งจะมีความ Earthy เบาๆช่วยบาลานซ์รสเปรี้ยวของหัวไชเท้าดองไม่ให้เด่นแหลมจนเกินไป (17/20)

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

วัตถุดิบหลักของอาหารคอร์สถัดไปคือไข่เค็มไชยา จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั่นเอง (17/20)

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

อีกหนึ่งเมนู Signature Dish ของทางร้านอย่าง “ไข่แดงเค็มไชยา” พนักงานจะใช้เครื่องชงกาแฟแบบไซฟ่อนเพื่อต้มดาชิหรือน้ำสต็อกแบบญี่ปุ่นที่จะใช้ในจานต่อไป (17/20)

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

พนักงานจะนำถ้วยใส่ไข่เค็มมาวางไว้ที่หน้าเราก่อน (17/20)

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

ตัวน้ำซอสมีสีน้ำตาลเข้มเนื่องจากเป็น Mushroom based sauce ทำมาจากเห็ดและวัตถุดิบล้ำค่าอย่าง Phuket Abalone หรือหอยเป๋าฮื้อท้องถิ่นจากฟาร์มชื่อดังบนเกาะสิเหร่ ความพิเศษของฟาร์มนี้คือคุณลุงเจ้าของฟาร์มชาวพังงามีแรงบันดาลใจในการทำประมงแบบยั่งยืนสูงมากๆโดยคุณลุงจะเลี้ยงหอยจนโตเเล้วส่งขายเพียง 20% ของจำนวนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 80% จะปล่อยกลับลงทะเล น้ำซุปมีรสชาติน่าสนใจคือมีรสชาติเข้มข้นเกือบจะคล้ายซุปไก่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความอุมามิ มีกลิ่นหอม เชื่อเลยว่ารสของน้ำซุปจะมีคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบอย่างเเน่นอน เเต่ส่วนตัวเเล้วเราชอบมาก (17/20)

Inspired by a Chaiya treat, sourced at Pru Jampa
Pickled duck egg

ส่วนพระเอกของจานคือไข่เค็มไชยาที่ได้จากการนำไข่เป็ดไปเเช่น้ำเกลือนาน 3 สัปดาห์ คัดเฉพาะส่วนไข่เเดงที่มีเนื้อสัมผัสครีมมี่เคี้ยวหนึบคล้ายเจลลี่มาใช้ พนักงานเล่าให้ฟังว่าเชฟใช้เวลานานถึง 2 ปีในการคิดค้นไข่แดงให้ได้เนื้อสัมผัสแบบนี้ ด้านล่างคือครีมมะเขือม่วง ใบมะรุม ผักแพว ใบมะขาม เห็ดเข็มทอง และเห็ดหอม ปิดท้ายด้วยการขูดหอยเป๋าฮื้อภูเก็ตรมควันไว้ที่ด้านบนช่วยเพิ่มกลิ่นเเละความหอมให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (17/20)

Chef’s first trip to Surat Thani
River prawn and fermented soy bean

วัตถุดิบเสริมของจานกุ้งแม่น้ำคือดอกดาหลาและถั่วเน่าที่ได้จากการนำถั่วเหลืองไปหมักกับเชื้อราจนมีกลิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พนักงานเล่าว่าชาวบ้านภาคเหนือนิยมนำไปใส่ในแกงอ่อมทานกัน (16/20)

Chef’s first trip to Surat Thani
River prawn and fermented soy bean

คอร์สนี้เป็นจานที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งเเรก จึงได้นำ “กุ้งเเม่น้ำธรรมชาติ” จับจากแม่น้ำตาปีมาเป็นวัตถุดิบหลัก เริ่มจากการนำไปแช่ในสาโทไทยเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อให้ความหวานของข้าวหมักเเทรกซึมเข้าไปในเนื้อกุ้ง จากนั้นนำไป Poached ในซอสสีน้ำตาลทำมาจากถั่วเน่าเดือด เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง สุกกำลังดี โรยด้วยผงสีเเดงด้านบนทำมาจากดอกดาหลา เชฟนำซอสถั่วเน่าซึ่งมีกลิ่นเเละรสชาติเฉพาะตัวเสิร์ฟมาข้างกัน สีเขียวด้านบนคือ Vegetable Oil เเหวกดูในตัวซอสจะพบกับดอกดาหลาที่ผ่านการดองจนมีรสชาติเฉพาะตัว ก่อนเสิร์ฟเชฟนำกุ้งเเม่น้ำไปรมควันกับไม้ลำไยอีกทีเพื่อเพิ่มความหอมให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (16/20)

A rare find at Saphan Hin market
Coral grouper and young ginger

จานนี้คือ “ปลาเก๋าเพลิง” เป็นปลาเก๋าตัวสีแดงจุดฟ้าซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำทะเลลึกที่ชาวประมงท้องถิ่นจับมาให้ร้านพรุโดยเฉพาะ นำไป Poached จนนุ่มเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด ทานกับขิงอ่อนเเละหัวไชเท้าดอง ข้างกันคือ Beurre Blanc Sauce ทำมาจาก Brown Butter ไม่เพียงเท่านี้เพราะจานด้านล่างยังออกแบบมาเพื่ออาหารจานนี้โดยเฉพาะเพื่อเลียนเเบบสีของน้ำทะเลซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของปลาเก๋าเพลิงนั่นเอง (18/20)

A rare find at Saphan Hin market
Coral grouper and young ginger

ปลาเก๋าเพลิงมีเนื้อสัมผัสขั้นเทพเลย ตอนเเรกสัมผัสดูเหมือนจะเนื้อเเน่น เเต่พอกัดเเล้วเนื้อปลาเกือบจะละลายหายไป น่าประทับใจมากๆ ซอส Beurre Blanc มีความหอมและครีมมี่พอดิบพอดี ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย ตัดด้วยรสเปรี้ยวเบาๆของหัวไชเท้าดอง นอกจากนี้ขิงอ่อนยังให้กลิ่นที่ดี แต่ไม่มีรสเผ็ดมารบกวนเนื้อปลาและซอส จานนี้เป็นจานปลาที่เชฟทำออกมาได้สุดมากจริงๆ (18/20)

Cooked in the soil they came from
Carrot and hollandaise

ถัดมาคือคอร์สพิเศษที่ไม่มีอยู่ในเซ็ทเมนูปกติแต่เป็นจานที่เคยได้รับการขนานนามให้เป็น Signature Dish จานเเรกๆของร้าน เชฟ Jimmy ใช้แครอทออร์แกนิคที่ปลูกในฟาร์ม PRU JAMPA ปอกเปลือกออกแล้วนำไปห่อด้วยใบตอง จากนั้นนำไปฝังใต้ดินแล้วสุมไฟด้วยถ่านไม้ที่ด้านบนเพื่อทำให้แครอทสุกโดยใช้ดินเป็นตัวนำความร้อนนานราวๆ 6-8 ชั่วโมง แครอทจะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม มีกลิ่นหอมจากใบตองและควันไม้ ทานกับซอส Hollandaise ที่มีส่วนผสมของน้ำเปลือกแครอทหมักเป็นระยะเวลา 1 เดือนผสมกับไข่แดงออร์แกนิค ผ่านความร้อนเพียงชั่วครู่จนได้ซอส Hollandaise ที่มีกลิ่นหอม นวล ละมุนลิ้น เพิ่มมิติทางรสชาติด้วยการขูดไข่แดงเค็มโรยเอาไว้ที่ด้านบนทำให้มีรสเค็มเบาๆให้พอตัดกับความครีมมี่ของซอส เป็นจานที่เเสดงถึงธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งยังบ่งบอกอัตลักษณ์และแสดงถึงความเป็นดัตช์ของเชฟออกมาได้น่าประทับใจมากจริงๆ (16/20)

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

หากให้เราเลือกคอร์สที่ดีที่สุดในมื้อเพียงอย่างเดียวต้องยกตำแหน่งให้กับ “แก่นตะวัน” คอร์สนี้ (18/20)

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

เริ่มจากการนำแก่นตะวันไปอบเกลือก่อนเพื่อให้บริเวณผิวถูกดึงน้ำออกไปจนมีชั้นความกรอบนิดๆ (18/20)

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

จากนั้นจึงทอปด้านบนด้วยไข่ปลาคาเวียร์คุณภาพสูงจากฟาร์มในอำเภอหัวหินซึ่งสั่งทำพิเศษมาให้ร้านพรุโดยเฉพาะ (18/20)

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

ปิดท้ายด้วยองค์ประกอบของ Spring Onion, Spring Onion Oil และเห็ด Portobello อบแห้งทอปไว้ด้านบนอีกครั้งหนึ่ง (18/20)

We rediscover the lesser known treasures of Hua Hin
Sun choke and caviar

ข้างกันคือครีมแก่นตะวันเเละซอสสีน้ำตาลเข้มทำจากกระดูกปลาสเตอร์เจี้ยน ตัวแก่นตะวันไฮไลท์ของจานมีความกรึบที่ชั้นผิวบางๆด้านนอก เนื้อด้านในนุ่ม เนียน ละเอียดอย่างไม่น่าเชื่อ ตัดด้วยรสเค็มของไข่ปลาคาเวียร์ที่บอกเลยว่าคุณภาพเทียบเคียงได้กับฟาร์มชั้นสูงในทวีปยุโรป ซอสสเตอร์เจี้ยนหอม เข้มข้น มีรสเค็มกลมกล่อม ครีมเเก่นตะวันเป็นตัวเชื่อมรสชาติและเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สุดยอดมากๆ (18/20)

Roaming the hills of Petchabun
Aged duck and Shiitake

กระถินและเห็ดหอมจะถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักของอาหารคอร์สถัดไป (16/20)

Roaming the hills of Petchabun
Aged duck and Shiitake

พนักงานจะนำจานมาเสิร์ฟพร้อมราดซอสลงไป (16/20)

Roaming the hills of Petchabun
Aged duck and Shiitake

จานนี้คือเป็ดไร่ทุ่งจากฟาร์มเปิดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เชฟนำไปแช่น้ำผึ้ง 1 คืนเเล้ว Dry Aged ต่ออีก 5 วันเพื่อให้เนื้อเป็ดนุ่มที่สุด จากนั้นย่างมาพอให้หนังกรอบ เสิร์ฟมากับเห็ดหอมนุ่มๆชิ้นโต รอบๆคือครีมเห็ดชิตาเกะทอปด้วยเมล็ดกระถิน ก่อนจะราดด้วย Duck jus หรือซอสทำมาจากกระดูกเป็ดที่ผ่านการ Reduced ถึง 4 ครั้งจนเข้มข้น (16/20)

Roaming the hills of Petchabun
Aged duck and Shiitake

ด้วยความที่เป็นเป็ดไทยเราคาดหวังว่าจะต้องเจอกลิ่นสาบปะปนมาบ้างเเต่พอได้ทานก็ผิดคาดเพราะเนื้อเป็ดนุ่มมากและยังคงความฉ่ำของเนื้ออยู่ด้านใน หนังกรอบจริงเหมือนทานเป็ดฮ่องกงและไม่มีกลิ่นสาบใดๆ จะมีข้อสังเกตนิดหน่อยก็เเค่ครีมเห็ดชิมาเกะกับกระถินรอบๆจานดูจะให้มาเยอะไปสักนิด (16/20)

Spring in Ratchaburi
Baby lamb and spring vegetables

เมนคอร์สของเมนู 7 คอร์สคือแกะจาก Certified Organic Lamb Farm เพียงแห่งเดียวของไทยในจังหวัดราชบุรีนำเสิร์ฟมา 2 ส่วน ชิ้นด้านล่างคือ Lamb Loin ส่วนชิ้นด้านบนคือ Lamb Shoulder ที่ผ่านการ Dry Aged มานาน 5 วัน เสิร์ฟมากับผักเคียงหลายชนิด มีผักกูดและถั่วพูเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบด้วย ด้านล่างเป็นอัลมอนต์คัสตาร์ดที่มีส่วนผสมของ Lamb Stew ก่อนทานพนักงานจะราดด้วย Lamb Jus ทำมาจากส่วนขาและคอของเเกะ (15/20)

Spring in Ratchaburi
Baby lamb and spring vegetables

เนื้อแกะทำออกมาดี ไม่มีกลิ่นสาบ เนื้อสัมผัสของ Lamb Shoulder นุ่มใช้ได้เเต่ส่วน Loin แอบเหนียวไปเล็กน้อย หากนำไปเทียบกับเนื้อแกะจากฝรั่งเศสบอกตรงๆว่าอาจจะเป็นรองอยู่ก้าวหนึ่ง ผักที่เสิร์ฟมาด้วยกรอบ มีรสหวานและกลิ่นหอมจากคัสตาร์ดอัลมอนต์ช่วยดับกลิ่นสาบแกะ ถือเป็น Classic Dish ที่เลือกใช้วัตถุดิบของไทยออกมาได้ดี (15/20)

Fifteen years of farming in Nakhon Phanom
Wagyu short rib and sweet onion

สำหรับเมนคอร์สของเซ็ตเมนู 5 คอร์สคือเนื้อวัวจากจังหวัดนครพนม พนักงานเล่าให้ฟังว่าเมื่อ 15 ปีก่อนเจ้าของฟาร์มได้นำเข้าวัวสายพันธุ์ Japanese Wagyu และสายพันธุ์ Australian มาผสมกันจนได้ลูกผสมออกมาเป็น Thai Wagyu เชฟนำเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ทอปด้านบนด้วย Crispy Green Onion เเละ Sweet Potato หรือมันหวาน รอบๆคือ Onion in Different Texture หรือหอมใหญ่ในรูปแบบที่แตกต่างกันนั่นเอง ก่อนทานพนักงานจะราด Beef Jus ต่อหน้าลูกค้าบนโต๊ะ (16/20)

Fifteen years of farming in Nakhon Phanom
Wagyu short rib and sweet onion

จุดเด่นของเนื้อวัวไทยวากิวคือความนุ่มที่เด่นชัดกว่าเนื้อวัวทั่วไป เเต่ยังมีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเเละคงความเป็นเนื้อที่ดีไม่ได้ละลายในปากเหมือนเนื้อวัววากิวเเท้ๆ เหมาะกับการทานคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ หอมใหญ่รอบๆเสิร์ฟมาในรูปแบบที่แตกต่างกันให้รสหวานเข้ากันดีกับกลิ่นของเนื้อวัว น้ำซอสรสชาติเข้มข้นชูความเป็นเนื้อให้เด่นชัดออกมามากกว่าเดิม (16/20)

เมนคอร์สทั้งสองจานเสิร์ฟมาพร้อมกับ Brioche Bun กรอบนอกนุ่มในให้ทานคู่กันกับเนื้อสัตว์นั่นเอง

Artisan cheese from Thailand

อีกหนึ่งคอร์สที่เซอไพรซ์เรามากที่สุดในมื้อนี้คือ “ชีส” คุณภาพสูงจากแหล่งบ่มชีสทางตอนเหนือของประเทศไทยและฟาร์ม Heaven On Cheese จังหวัดนครสวรรค์ … เซอไพรซ์แรกคือคอร์สนี้ไม่มีในเมนู เซอไพรซ์ที่สองคือไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเซอไพรซ์ที่สามคือคุณภาพชีสเทียบเคียงได้กับชีสคุณภาพสูงในยุโรปเลยทีเดียว … ทางร้านมีชีสมาให้เลือกมากมาเรียงจากขวามาซ้ายคือ

Buchette
ชีสที่ทำมาจากนมแพะดิบ 100% มีเนื้อสัมผัสครีมมี่โดยชีสชนิดนี้ยิ่งบ่มนานเท่าไหร่จะยิ่งครีมมี่มากขึ้น รสชาติทานง่ายสำหรับคนทั่วไป

Molene
ชีสจังหวัดเชียงใหม่ทำมาจากนมวัวแท้ๆ 100% เป็น Soft Cheese ที่มีขั้นตอนการผลิตเหมือนกันกับ Camembert มีเนื้อสัมผัสครีมมี่เป็นเอกลักษณ์

Ashed Goat Cheese
ชีสนมแพะที่มีผิวชั้นนอกปกคลุมด้วยผักที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าสีดำ เป็นชีสที่บ่มจากตำบลโหล่งขอด จังหวัดเชียงใหม่ โดดเด่นด้วยความครีมมี่ตัดด้วยรสฝาดของเบสในขี้เถ้าเล็กน้อย

Colliné
อีกหนึ่งชีสนมแพะดิบ 100 % ที่ผ่านกระบวนการ Aging นานถึง 30 วัน ทำให้มีความเข้มข้น มีความครีมมี่และกลิ่นขึ้นจมูกค่อนข้างเด่น

Rebruchon
ถัดมาคือชีสเรอบลูชงจาก Heaven On Cheese ที่คุณ Reinhard Matheis และภรรยาแฮนคราฟท์ขึ้นมาเองกับมือ ทั้งยังเป็นชีสที่เชฟ Jimmy ชื่นชอบเป็นพิเศษได้มาจากจังหวัดนครสวรรค์ มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทานง่าย รสชาติไม่แรงจนเกินไป

Munsterland
ชีสเมิงส์แตร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งผลผลิตจาก Heaven On Cheese จังหวัดนครสวรรค์ มีรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าชีสเรอบลูชง

Le Doi Pao
เลอ ดอยเปา เป็น Hard Cheese รสชาติไม่แรงมากนัก ทำมาจากนมวัวแท้ 100% และผ่านกระบวนการ Aging ในถ้ำจำลองข้างๆดอยเปา อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่นานถึง 8 เดือน

Mae Lao
ชีสทำมือจากอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เป็นชีสในกลุ่ม Tomme de Chivre et Vache หรือ Hard Cheese ที่ได้จากการผสมนมแพะ 50% และนมวัวอีก 50% แล้วจึงผ่านกระบวนการ Aging นาน 1.5 เดือน

Tomme de Chevre
ชีสนมแพะดิบ 100 % และผ่านกระบวนการ Aging นานถึง 3 เดือน ทำให้มีกลิ่นเเละรสชาติเป็นเอกลักษณ์คล้ายกันกับ Parmesan Cheese

Blue Stilton
ชีสนมวัว 100% ที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบ Stilton Style จากนั้นผ่านกระบวนการ Aging นานถึง 1.5 เดือนเป็นอย่างน้อยทำให้มีความครีมมี่ระดับหนึ่ง

(17/20)

Artisan cheese from Thailand

ชีสทั้งหมดถูกเสิร์ฟมากับ Chutney สองชนิดคือชัทนีย์องุ่นและแอปเปิ้ลซินนามอน ขนมปังขิง ขนมปังผลไม้ และองุ่นแห้งจากภาคเหนือ ชีสทุกอย่างถูกคัดสรรค์มาอย่างดีโดยเฉพาะ Soft Cheese ที่ทานแล้วรู้สึกว่าสามารถเทียบเคียงได้กับชีสระดับสูงในยุโรปเลยทีเดียว (17/20)

Jewel of Phuket
Phuket Pineapple and Makaewn

ก่อนเข้าสู่อาหารหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟ Pre-dessert เพื่อดับรสอาหารคาวจานก่อนหน้า เชฟเลือกใช้สับปะรดพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตย่างจนกรอบ หอม ทั้งยังทำให้รสเปรี้ยวอมหวานของน้ำในตัวสับปะรดเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านล่างคือมูสสับปะรดเพิ่มความมัน และครีมมี่นิดๆ ข้างกันเป็นไอศกรีมทำจากใบเบซิลและมะแขว่นมีกลิ่นหอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างคือครัมเบิ้ลกรอบทำจากลูกกระบก (หรืออีกชื่อหนึ่งคืออีสานอัลมอนต์) ทานเเล้วให้ความสดชื่นคล้ายใบมิ้นตัดด้วยรสเปรี้ยวหวานของสับปะรด แปลก ไม่ซ้ำใคร (17/20)

Chef’s favorite from Chiang Mai
Jicama and longan

หนึ่งในจานที่เชฟกล้าลองเสี่ยงมากที่สุดในมื้อนี้คืออาหารหวานจานสุดท้ายในเซ็ทเมนู 7 คอร์สที่นำวัตถุดิบหลักของแกงกะหรี่มาทำเป็นอาหารหวาน เริ่มจากแผ่นเมอแรงก์กรอบด้านบนทำมาจากผงกะหรี่ ตรงกลางคือไอศกรีมลิ้นจี่ผสมกับลำไย มีเนื้อมันแกวช่วยเพิ่มความกรอบ มีขิงและเปลือกมะนาวที่นำมาทำเป็นครัมเบิ้ล รองด้านล่างด้วยเค้กน้ำตาลมะพร้าว ทานเเล้วจะได้กลิ่นหอมของแกงกะหรี่ ความหวานของลำไย ตัดด้วยความเผ็ดของขิงซึ่งดูจะแรงมากไปนิด ถือเป็นอาหารหวานที่ซับซ้อนเเละน่าจะถูกใจเหล่า Foodies มากๆ กลับกันใครที่มาทานเเล้วคาดหวังอาหารหวานที่ตรงไปตรงมาเพื่อปิดท้ายคอร์สอาหารคาวอาจไม่ชอบสักเท่าไหร่ (16/20)

Golden fruit from Nakhon Si Thammarat
Cempedak and citrus

สำหรับขนมหวานในเมนู 5 คอร์สมีองค์ประกอบอย่างลูกโทงเทงสีส้มแสดจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีอยู่ด้วย (17/20)

Golden fruit from Nakhon Si Thammarat
Cempedak and citrus

สำหรับของหวานในเมนู 5 คอร์สคือ “พานาคอตต้าจำปาดะ” จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม หอม มัน ทอปด้านบนด้วย Coffee Tuile บางกรอบที่จะมีรสขมปลายเพียงเบาๆ จับคู่กับซิตรัสซอเบท์รสเปรี้ยวที่มีองค์ประกอบของผลโทงเทงจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและครัมเบิ้ลกรอบ เชฟเก่งมากที่นำวัตถุดิบพื้นถิ่นของไทยมาทำเป็นขนมหวานที่ซับซ้อนในทุกองค์ประกอบแบบนี้ (17/20)

Calamansi Cake

ใครที่มาเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษกับทางร้านจะได้รับเค้กส้มคาลามานซี่ เนื้อด้านในเป็นครีมมูสรสเลิศ ด้านบนเป็นเมลอนพร้อมเทียนใส่มาดูน่ารักและยังอร่อยด้วย (16/20)

A Message from our pastry team
Petit (four) six

ปิดท้ายด้วยเปอตีส์ ซิก นำเสิร์ฟมา 6 อย่างคือ

Melon with Kaffir lime เชฟใช้เมลอนท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ตมาโรยด้วยผงมะกรูดหอมๆ

Madeleine หน้าตาคลาสสิคเเต่เปลี่ยนวัตถุดิบมาใช้น้ำตาลมะพร้าวดิบและเพสต์ถั่วหมักของไทย อร่อยมากๆ

Canelé สูตรต้นตำรับผิวด้านนอกหนึบ ด้านในนุ่ม หอมมากเช่นกัน

Banana & Coffee ที่เชฟนำกล้วยไปผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลเซชั่นเป็นเลเยอร์บางๆก่อนทานคู่กับกาแฟด้านล่าง รสหวานของกล้วยกับรสขมของกาแฟรวมถึงกลิ่นของทั้งสององค์ประกอบเข้ากันได้ดีสุดๆ

Chumpon Chocolate ช็อกโกแลตจากฟาร์มคาเคาแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดชุมพรทอปด้านบนด้วยมูส eggfruit หรือชื่อไทยว่าม่อนไข่

Chiang Mai Chocolate ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตทรัฟเฟิลจากจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเชฟตั้งใจให้เราได้ชิมช็อกโกแลตพันธุ์เดียวกันแต่เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมต่างกันซึ่งให้รสชาติที่ต่างกันไปด้วย ด้านในมีกานาชลูกหม่อนเพื่อตัดรสขมของช็อกโกแลตด้านนอก

ทุกอย่างทำออกมาดีงามไร้ที่ติช่วยปิดท้ายมื้ออาหารนี้อย่างสมบูรณ์ (17/20)

Organic coffee from the North of Thailand roasted daily in Surin Beach, Phuket (220++)
Espresso, Ristretto, Machiato, Americano, Latte, Cappuccino, Mocha

แนะนำให้ลองสั่งกาแฟ Caffe Latte มาดื่มคู่กับ Petit Six ของทางร้านซึ่งคัดกาแฟคุณภาพสูงจากจังหวัดเชียงใหม่มาผ่านกระบวนการ Double roasted ทุกวันจากหาดสุรินทร์ในอำเภอเชิงทะเลแล้วส่งตรงมายังร้าน PRU

💰 ราคา 12,933.46 บาท

อาหารที่นี่นำเสิร์ฟออกมาในสไตล์ European ลูกค้าสามารถเลือกทาน Tasting Menu ชื่อว่า PRU EXPERIENCE ซึ่งจะมีให้เลือกระหว่าง 5 คอร์สราคา 4,500++ และ 7 คอร์สราคา 5,500++ ทั้งสองแบบมีคอร์สย่อยที่แตกต่างกันออกไป (ฉะนั้นหากไปทานกัน 2 คนสามารถสั่ง Set Menu คนละแบบได้) นอกจากนี้เชฟ Jimmy ยังมีคอร์สพิเศษนอกเมนูสำหรับเซอไพรส์ลูกค้าทุกคนอีกด้วย

เพื่อการบริการอย่างทั่วถึงทำให้การมาทานอาหารที่นี่ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 อาทิตย์

ห้องทานอาหารหลักมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด ภายในถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งซ้าย-ขวาและมีโต๊ะเพียงฝั่งละ 3-4 ตัว

การบริการอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศสมกับเป็นห้องอาหารระดับ Fine Dining แต่ยังแฝงความเป็นกันเองทำให้การทานอาหารดูไม่ทางการจนเกินไป

รสชาติและเทคนิคที่เราพบเจอในวันนี้เกินเลยคำว่า 1 ดาวมิชลินไปไกลมาก แต่ละคอร์สเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความซับซ้อนชนิดที่ร้านติดดาวหลายแห่งในกรุงเทพยังเทียบไม่ติด อัตลักษณ์ความเป็นชาวดัตช์ของเชฟยังถูกแฝงเอาไว้ในอาหารหลายต่อหลายจาน

ขอชมทีม R&D ของร้านที่สามารถเฟ้นหาวัตถุดิบชั้นสูงจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศไทยมานำเสนอให้คนไทยและชาวโลกได้รู้จัก

เชฟ Jim Ophrost เกิดและเติบโตที่ประเทศเนเธอแลนด์ หลังจากจบการศึกษาจาก Smink Culinair เชฟ Jimmy ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมารับงานเป็น Sous Chef ให้กับห้องอาหาร Seafood at Trisara เมื่อราวๆ 8 ปีก่อน และย้ายงานไปมาระหว่างประเทศไทยและเนเธอแลนด์อยู่พักหนึ่ง แม้ว่าเชฟ Jimmy จะไม่เคยทำงานในร้านระดับ Michelin Star มาก่อนแต่ด้วยฝีมือและพรสวรรค์ทำให้เชฟมีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหาร Gaggan เป็นระยะเวลาสั้นๆราว 6 เดือน และอาศัยช่วงเวลานั้นซึมซับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงรวมไปถึงเทคนิคโมเลกุลสมัยใหม่ก่อนที่ในช่วงปลายปี 2014 จะย้ายกลับมารับตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับ Trisara Resort ถัดมาอีก 2 ปี ห้องอาหาร PRU ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีเชฟ Jimmy ดำรงตำแหน่ง Head Chef ควบคุมทุกอย่างในห้องอาหารตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการจัดแต่งจานก่อนนำเสิร์ฟ

ชื่อ “PRU” ย่อมาจากคำเต็มว่า “Plant-Raise-Understand” หรือ “ปลูก-ดูแล-เข้าใจ” มีความหมายแฝงถึงพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่มีน้ำจืดขังซึ่งเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์

สำหรับเรา PRU คือหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทย

ใครที่มาถึงช่วงเย็นสามารถชมวิวดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดส่วนตัวของโรงแรมซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านพอดิบพอดี

หลังจากจอดรถที่โรงแรมจะมีพนักงานขับรถกอล์ฟนำเราไปยังห้องอาหารซึ่งอยู่ไกลออกไปพอสมควร

ตัวร้านบริหารงานโดยเครือมนทาระโดยตั้งอยู่ในรีสอร์ทสุดหรูชื่อดังอย่าง Trisara Phuket การเดินทางแนะนำให้มาโดยรถยนต์เท่านั้นเพราะทางเข้าค่อนข้างคดเคี้ยวและมีบางจุดที่ถนนค่อนข้างมืดอีกด้วย