หน้าแรก » 🇹🇭 Ginza Sushi Ichi – กินซ่า ซูชิ อิจิ
Visit: October 19, 2019
🇹🇭 Ginza Sushi Ichi - กินซ่า ซูชิ อิจิ
3rd Floor,999 Gaysorn Centre Room 3F-08 แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 022500014
Cuisine
🍴 Sushi - ร้านซูชิ
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
15/20
Price
กินซ่า ซูชิ อิจิ ร้านซูชิระดับ 1 ดาวมิชลินร้านแรกและร้านเดียวในมิชลินไกด์ฉบับกรุงเทพฯปี 2019 มีสาขาทั้งในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาขากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และสาขาติดดาวมิชลินในประเทศสิงคโปร์ สำหรับสาขาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอราวัณชั้น LG และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินตั้งเเต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบัน
เช่นเดียวกับร้านซูชิทั่วไปที่หน้าร้านมีการออกเเบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆสลักชื่อร้านด้วยอักษรคันจิสีดำ ข้างในมีห้องรับรองลูกค้ารวมสองห้อง มีเคาเตอร์บาร์ทำจากไม้ฮิโนกิตามแบบฉบับร้านซูชิคลาสสิค แต่ละห้องจะมีเชฟหนึ่งท่านโดยเชฟที่บริการเสิร์ฟซูชิให้เราในวันนี้คือวาตารุซังที่ดูท่าจะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ อาหารที่นี่แบ่งเป็นมื้อกลางวันและกลางคืน โดยมีราคาเริ่มต้นคือคอร์ส Fuyou ที่มีราคาเพียงเเค่ 1,800++ บาทเท่านั้น ถัดขึ้นมาจะเป็นคอร์ส Botan ในราคา 3,000++ บาท และคอร์ส Omakase ในราคา 4,000++ บาท โดยทุกคอร์สจะมี Nigiri Sushi จำนวน 8 ชิ้น แต่จะเเตกต่างกันที่ Appetizer, Sashimi และชนิดของ Nigiri Sushi นอกจากนี้ทางร้านยังมี Signature a la carte menu ที่ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เป็นพิเศษ อย่างแรกคือ Awabi หรือ Japanese abalone เป็นข้าวหน้าหอยเปาฮื้อรสเลิศราดด้วยซอสตับหอยเสิร์ฟมาในราคาจานละ 1,800 บาท ยังมี Ankimo หรือ Monk fish liver ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฟัวกราส์แห่งท้องทะเลโดยเชฟจะแล่ตับปลาให้ดูกันสดๆเสิร์ฟในราคา 850++ บาท วัตถุดิบหลักทั้งปลา กุ้ง หอยของที่นี่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ “วันต่อวัน” เพื่อรับประกันความสดใหม่ของซูชิทุกคำที่ทางร้านจัดเสิร์ฟอีกด้วย
วันนี้เราเลือกทานคอร์สใหญ่ที่สุดของทางร้านคือ Omakase และเลือกสั่งเมนูอลาคาร์ททั้งสองอย่างมาชิมกัน ซูชิทุกคำที่เสิร์ฟมาเราสามารถรับรู้ได้ถึงความสดของเนื้อปลา ส่วนการแล่ปลาและเทคนิคการปั้นข้าวซูชิอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้และยังไม่โดดเด่นมากนัก อย่างไรก็ตามคุณภาพของซูชิที่นี่ถือว่าดีพอที่จะได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน และเป็นร้านซูชิที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพฯได้อย่างไม่ต้องสงสัย
Price :
1,800-4,000++ THB/p
Parking :
จอดรถที่เกษรวิลเลจ
Operating Time :
รอบเช้า 11.30–14.30 และรอบบ่าย 17.300–22.00 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านซูชิคุณภาพสูง มีคอร์สราคาเริ่มต้นราคาไม่แพง เป็นอีกหนึ่งร้านซูชิคุณภาพที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Lunch Omakase (4,000++/p)
Shungiku kani dashimaki, Iwachi, Kisu Tempura
Hirame, Engawa, Saba, Tsubugai
Shimaaji
Kinmedai
Todai Tsubu
Wakasagi
Akami
Ika
Kamasu
Chutoro
Aji
Uni Ikura Don
Anago
Miso Soup
Himokyu Roll
Tamago
Dessert
Salt Waffle Ice Cream, Shine Muscat Grape, Tofu Pudding, Red Bean Mochi
Signature A la Carte Menu
Awabi (1,800++)
Ankimo (850++)
Drinks
Ginza Sushi Ichi – กินซ่า ซูชิ อิจิ
1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน
กินซ่า ซูชิ อิจิ ร้านซูชิระดับ 1 ดาวมิชลินร้านแรกและร้านเดียวในมิชลินไกด์ ฉบับกรุงเทพฯปี 2019 ตัวร้านมีสาขาทั้งในย่านกินซ่ากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาขากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และสาขาติดดาวมิชลินในประเทศสิงคโปร์ สำหรับสาขาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอราวัณชั้น LG และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินตั้งเเต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบัน
Appetizer
Shungiku kani dashimaki, Iwachi, Kisu Tempura
สำหรับอาหารทานเล่นจานเเรกเริ่มจากถ้วยใสด้านบนคือ ชุนกิคุ หรือผักตั้งโอ๋ เชฟนำไปเเช่ในน้ำดาชิผสมเนื้อปูทอปด้วยดอกเบญจมาศ เสิร์ฟมาแบบเย็น ตอนทานจะได้กลิ่นหอมและความสดชื่นจากเนื้อปูกับรสหวานอ่อนๆจากธรรมชาติของผัก อร่อยใช้ได้เลย (14/20) ถัดมาทางซ้ายคือ อิวาชิ หรือปลาซาดีนญี่ปุ่นต้มซีอิ๊วหวาน ทอปด้วยมัสตาร์ด เนื้อสัมผัสของปลาเเข็งหน่อยๆ ซีอิ๊วรสหวานเค็ม ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (13/20) สุดท้ายคือ คิสึเทมปุระ หรือปลาทรายญี่ปุ่นชุบแป้งทอดทอปด้วยดอกและใบโอบะสับจากนั้นนำไปต้ม ตัวเทมปุระกรอบนอก นุ่มใน ทานคำเดียวอร่อยสุดๆ (15/20)
2nd Appetizer
Hirame, Engawa, Saba, Tsubugai
สำหรับอาหารว่างเซ็ตที่สองจะเสิร์ฟมาอย่างละสองชิ้น ให้สลับทานกับเกลือทะเลเเละโชยุอย่างละชิ้นจะได้รสชาติที่แตกต่างกัน เริ่มจากปลาเนื้อขาวทางซ้ายมือสุดคือ “ฮิราเมะ” หรือเนื้อปลาตาเดียวญี่ปุ่น แล่มาบางๆ สีขาวใสสวยงามมากๆ วางมาบนหัวไชเท้าหั่นฝอย (15/20) ถัดมาสีขาวข้างๆกันคือ “เอ็นกาวะ” หรือส่วนครีบของปลาตาเดียว ใครจะรู้ว่าครีบนั้นอร่อยกว่าเนื้อเสียอีก ด้วยความที่มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรึบคล้ายข้อกระดูกไก่ เเต่ยังไม่ทิ้งความนุ่มในแบบของเนื้อปลา ทานเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดี เเละชูรสชาติด้วยโชยุและเกลือ อร่อยมากๆทั้งสองคำ (16/20) ถัดมาคือ “ซาบะ” ที่เชฟนำไปดองจนมีรสหวานอ่อนๆ เเนะนำให้ทานกับซอสโชยุเท่านั้นเพราะปลาที่ดองมามีรสชาติเค็มอยู่แล้ว หากทานกับเกลืออาจมีรสเค็มจนเกินไป (14/20) สุดท้ายคือ “ซึบุไก” หรือเนื้อหอยสังข์วางมาบนสาหร่ายวากาเมะและเลมอน (14/20)
2nd Appetizer
Sea salt and shoyu
เสิร์ฟมาให้ทานกับเกลือทะเลและโชยุ
Shimaaji
คำนี้คือ “ชิมะอะจิ” หรือปลาทูหางเหลือง เป็นนิงิริที่รสชาติจัดว่าน่าสนใจมาก เพราะเเม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นปลาทู เเต่รสชาติที่ออกมาไม่ได้มีรสเค็มหรือกลิ่นทะเลเเรงแบบที่ปลาทูทั่วไปมี เนื้อปลาเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นเค็มที่เเรงเกินไปตัดรสกับวาซาบิอย่างลงตัว เเละน่าจะเป็นชิมะอะจิที่ดี่ที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพเลยทีเดียว (16/20)
Kinmedai
หนึ่งในนิงิริซูชิทีเด็ดของคอร์สโอมากาเสะคือ “คินเมะได” หรือปลากะพงแดงตาโต มีเนื้อสีส้มอมชมพูสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม แทบจะละลายในปาก มีรสหวานของเนื้อปลาตัดกับรสและกลิ่นของวาซาบิ อร่อยสุดๆ (16/20)
Todai Tsubu
จานนี้คือโทไดซึบุ หรือลูกหอยสังข์นำไปคลุกกับซอสงา ใส่สาหร่ายวากาเมะ เฮียวงะหรือดอกขิงดอง ทอปด้วยดอกคานาโฮะหรือดอกใบชิโสะ ทานเเล้วจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของลูกหอย กลิ่นหอมและความครีมมี่ของซอสงา และความหวานของผักนานาชนิด (12/20)
Wakasagi
ถัดมาคือ “วาคาซางิ” ปลาขนาดเล็กที่ใช้ชีวิตในทะเลน้ำแข็ง นำไปทอด หมักด้วยซอสรสหวาน ทอปด้วยพริกแห้งของญี่ปุ่น เสิร์ฟมาเย็นๆ เนื้อปลามีเนื้อสัมผัสเเข็งหน่อยๆตามประสาปลาตัวเล็ก รสหวานของซอสดับกลิ่นคาวปลาได้ดี (13/20)
Akami
อากามิหรือเนื้อส่วนหลังของปลาทูน่า เป็นส่วนที่มีความเป็นปลาสูง มีไขมันน้อย ทานเข้าไปจะได้รสเปรี้ยวของข้าวตัดกับรสของเนื้อปลา มีกลิ่นของส้มยูซูอ่อนๆแยกกันกับกลิ่นของวาซาบิ จัดเป็นซูชิอากามิที่ดีมากเลย (15/20)
Ika
อิกะ หรือปลาหมึก แล่มาสวยงามขนาดพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยซึดาจิหรือมะนาวญี่ปุ่น ตอนทานจะได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของปลาหมึก ตัดด้วยรสเปรี้ยว ของมะนาวและกลิ่นของวาซาบิ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของหมึกยังจัดว่าเหนียวไปสักหน่อย (14/20)
Awabi (1,800++)
อะวาบิหรือข้าวหน้าหอยเปาฮื้อ เมนูอลาคาร์ทซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ขายในราคาสูงถึงจานละ 1,800++ บาท ตัวข้าวสุกกำลังดี นุ่มใช้ได้ ทานกับหอยเปาฮ้อญี่ปุ่นที่หั่นมาเป็นชิ้น เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีกลิ่นหอม ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ราดด้วยซอสสีเขียวทำจากตับหอยเปาฮื้อ ตัวซอสเนื้อเนียน ครีมมี่ ละมุน เสมือนเป็นกาวเชื่อมข้าวกับหอยเข้าด้วยกัน อร่อยสมกับมาตรฐาน 1 ดาวมิชลิน เเละจัดเป็นเมนูห้ามพลาดสำหรับการมาทานซูชิที่นี่เลยทีเดียว (17/20)
Kamasu
คามาซึ หรือปลา Baraccuda ชื่อภาษาไทยคือปลาน้ำดอกไม้ นำไปย่างจนสุก ทอปด้วยดอกขิง โดยตอนทานให้ทานดอกขิงก่อน โดยจะมีกลิ่นขิงอ่อนๆ มีรสขมเบาๆ ทีเด็ดคือเนื้อปลานุ่ม ละมุนมากราวกับสำลี มีรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาเจือไปกับกลิ่นหอมที่ได้จากการย่างถ่าน อร่อยเด็ดมากๆ (17/20)
Chutoro
ปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ปั้นออกมาได้สวยงาม เนื้อปลาสีเเดง มีไขมันเเทรกอยู่ปานกลาง คำนี้เชฟทำอัตราส่วนข้าวต่อเนื้อปลาดีมากๆ เนื้อปลาสด ทำให้เนื้อสัมผัสของปลาออกมานุ่มกว่าร้านอื่นๆที่เคยทานมาในประเทศไทย ทานเเล้วไขมันของปลาเกือบจะละลายในปาก ฟินสุดๆ (16/20)
Aji
อะจิ ปลาทูญี่ปุ่น เชฟแล่มาเป็นชิ้นหนาพอสมควร ทอปด้วยขิงสด เนื้อปลาอาจินุ่ม เเต่ตรงกลางรู้สึกถึงความสดจากเนื้อที่เด้งสู้ฟันกว่าร้านซูชิอื่นที่เคยทานมาในประเทศไทย รสและกลิ่นของขิงไม่แรงจนกลบเนื้อปลา ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยสำหรับปลาทูธรรมดา (16/20)
Uniikuradon
ถัดมาเชฟจะจัดเตรียมเมนูข้าวให้เรา โดยสำหรับคอร์สโอมากาเสะจะได้ข้าวพิเศษกว่าคอร์สอื่นๆคือจะมีบาฟุนอูนิใส่ลงไปกับข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนด้วย (16/20)
Uni Ikura Don
สำหรับเมนูข้าวซิกเนเจอร์ของทางร้านคือข้าวหน้าอิคุระหรือไข่ปลาเเซลมอน โดยคอร์สโอมากาเสะจะเพิ่ม Bafun Uni เป็นไข่หอยเม่นพันธุ์บาฟุนรสเลิศเข้าไปบนไข่ปลาแซลมอนอีกที ตัวอูนิมีความครีมมี่ อร่อยมากๆ ช่วยดับกลิ่นคาวของอิคุระได้อย่างลงตัว ข้าวด้านล่างสุกพอดี เคี้ยวหนึบ เมนูข้าวของที่นี่ถือว่าอร่อยกว่าร้านซูชิอื่นๆที่เคยไปทานมาในกรุงเทพฯทั้งหมด ห้ามพลาดเลยทีเดียว (16/20)
Anago
นิงิริซูชิคำสุดท้ายคืออะนาโกะหรือปลาไหลทะเลญี่ปุ่น มีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์คือนุ่มคล้ายสำลีจนละลายได้ในปาก หอมกลิ่นย่างถ่าน และมีหวานเลิศจากน้ำซอส ปลาไหลทะเลที่นี่เนื้อนุ่ม ละมุนใช้ได้สมกับระดับ 1 ดาวมิชลิน แต่ยังด้อยกว่าร้านซูชิมาซาโตะที่มีเมนูนี้เป็นซิกเนเจอร์อยู่ขั้นหนึ่ง (15/20)
Miso Soup
ซุปมิโสะของที่นี่เพิ่มเนื้อสัมผัสเเละรสชาติด้วยการใส่มัน Nagaimo ฝนลงไปด้านล่าง ให้ลูกค้าคนก่อนทาน รสชาติของซุปกลมกล่อม หอมในเเบบที่ควรจะเป็น และมีความนวลของมันฝนอยู่ข้างล่าง (15/20)
Himokyu Roll
สำหรับโรลในคอร์สโอมากาเสะคือฮิโมะคิวหรือครีบหอยแครงทานกับแตงกวา (13/20)
Himokyu Roll
ตัวโรลรสชาติอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ม้วนออกมาโรลยังไม่สวยเท่าไหร่ กลิ่นของแตงกวาเเรงพอๆกับหอยเเครง ยังไม่จัดว่าเด็ดสักเท่าไหร่ (13/20)
Tamago
สุดท้ายก่อนเข้าของหวานคือทามาโกะหรือไข่หวานสูตรพิเศษที่ทางร้านใส่มันกับเนื้อกุ้งลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความเนียนของไข่ รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ แต่ยังสู้ไข่หวานของซูชิมาซาโตะกับซูชิมิซากิระดับมิชลิน เพลท ไม่ได้ (15/20)
Ankimo (850++)
สุดท้ายคืออังกิโมะ หรือตับปลา Monk fish หมัก เมนูที่ได้รับการขนานนามว่า ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล เเละเป็นอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านกินซ่า ซูชิ อิจิ (16/20)
Ankimo (850++)
เชฟจะหั่นตับปลาออกมาสองชิ้น แล้วหั่นครึ่งจนเป็นสี่ขิ้น เสิร์ฟมากับวาซาบิสด (16/20)
Ankimo (850++)
ตับปลามีความนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใดๆ มีความนวล ครีมมี่ ใช้ลิ้นดันจะได้ความเนียนของเนื้อตับละลายไปกับลิ้นเลย ทานตัดรสชาติด้วยวาซาบิสดรสเผ็ดอ่อนๆ คำเดียวก็ฟินสุดๆแล้ว (16/20)
Desserts
Salt Waffle Ice Cream, Shine Muscat Grape, Tofu Pudding, Red Bean Mochi
สำหรับใครที่ไปฉลองวันสำคัญทางร้านจะมอบเซ็ทของหวานให้หนึ่งเซ็ท
Desserts
Salt Waffle Ice Cream
ขนมหวานอย่างเเรกคือขนมหวานสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือวาฟเฟิลไอศกรีมเกลือ มีรสเค็มอ่อนๆดับกลิ่นปลาอาหารที่ทานมาทั้งหมดได้เป็นอย่างดี (13/20)
Desserts
Tofu Pudding
พุดดิ้งเต้าหู้รสเลิศ เนื้อสัมผัสเต้าหู้นุ่ม ละมุนคล้ายพานาคอตต้า ข้าวบนคือซอสชาเขียว มีกลิ่นหอมของชาเบาๆเสิร์ฟกับกลิ่นเต้าหู้อย่างลงตัว (15/20)
Desserts
Shine Muscat Grape
อถัดมาคืองุ่นเขียวคุณภาพสูงอย่างไชน์มัสกัตนำเข้าจากญี่ปุ่นสองชิ้น (11/20)
Desserts
Red Bean Mochi
“โมจิไส้ถั่วแดง” ทำแป้งข้างนอกออกมาได้เคี้ยวหนึบ ไส้ข้างในเนื้อเนียน รสหวานอร่อย (15/20)
Matcha
ทางร้านมีชาเขียวเสิร์ฟให้อยู่แล้วโดยลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะทานร้อนหรือเย็นจึงไม่จำเป็นต้องสั่งน้ำอื่นๆเพิ่มเติม (12/20)
Ginger and Wasabi
คั่นเเต่ละคอร์สด้วยขิงและวาซาบิสด
ราคาหลังหักส่วนลดบัตร CITI 10% เหลือ 11,281.55 บาท (ต้องทานเกิน 10,000 บาท/ใบเสร็จ)
แต่ละห้องจะมีเชฟหนึ่งท่านโดยเชฟที่บริการเสิร์ฟซูชิให้เราในวันนี้คือวาตารุซังที่ดูท่าจะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ
วัตถุดิบหลักทั้งปลา กุ้ง หอยของที่นี่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ “วันต่อวัน” เพื่อรับประกันความสดใหม่ของซูชิทุกคำที่ทางร้านจัดเสิร์ฟอีกด้วย
อาหารที่นี่แบ่งเป็นมื้อกลางวันและกลางคืน โดยมีราคาเริ่มต้นคือคอร์ส Fuyou ที่มีราคาเพียงเเค่ 1,800++ บาทเท่านั้น ถัดขึ้นมาจะเป็นคอร์ส Botan ในราคา 3,000++ บาท และคอร์ส Omakase ในราคา 4,000++ บาท โดยทุกคอร์สจะมี Nigiri Sushi จำนวน 8 ชิ้น แต่จะเเตกต่างกันที่ Appetizer, Sashimi และชนิดของ Nigiri Sushi นอกจากนี้ทางร้านยังมี Signature a la carte menu ที่ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เป็นพิเศษ อย่างแรกคือ Awabi หรือ Japanese abalone เป็นข้าวหน้าหอยเปาฮื้อรสเลิศราดด้วยซอสตับหอยเสิร์ฟมาในราคาจานละ 1,800 บาท ยังมี Ankimo หรือ Monk fish liver ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฟัวกราส์แห่งท้องทะเลโดยเชฟจะแล่ตับปลาให้ดูกันสดๆเสิร์ฟในราคา 850++ บาท
เช่นเดียวกับร้านซูชิทั่วไปที่หน้าร้านมีกออกเเบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆสลักชื่อร้านด้วยอักษรคันจิ ข้างในมีห้องรับรองลูกค้ารวมสองห้อง มีเคาเตอร์บาร์ทำจากไม้ฮิโนกิตามแบบฉบับร้านซูชิคลาสสิค
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน
ตัวอย่างซูชิคอร์ส Fuyou ราคาคนละ 1,800++ บาทที่เรามาทานครั้งก่อน