Visit: January 21, 2021

🇹🇭 Nahm - น้ำ

โรงแรมโคโม เมโทรโพลิแทน 27 ถนนสาทรใต้ แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120

Tel: 02-625-3333

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

14.5/20

Price

2/5
          

🎗 [Intro] Nahm เป็นห้องอาหารไทยระดับ Fine Dining ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหราชอาณาจักร เชฟ David Thompson เจ้าของร้านคนแรกเป็นชาวออสเตรเลียที่หลงไหลในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทยจนกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากการเปิดร้าน Darley Street Thai และ Sailors Thai ในกรุง Sydney ก่อนที่จะได้รับการชักชวนจากคุณ Christina Ong นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ให้มาร่วมงานกับเครือโรงแรม COMO Hotels and Resorts และเปิดร้าน Nahm สาขาแรกขึ้นที่ COMO The Halkin Hotel ในกรุง London เมื่อปี 2001 ตัวร้านประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามการันตีด้วยรางวัล ⭐️ 1 Michelin Star ตั้งแต่ 6 เดือนแรกหลังเปิดทำการทั้งยังทำสถิติเป็นห้องอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ต่อมาในปี 2010 เชฟ David Thompson จึงได้เปิดร้าน Nahm สาขาที่สอง (และเป็นสาขาเดียวที่ยังเปิดทำการอยู่ในปัจจุบัน) ขึ้นที่โรงแรม COMO Metropolitan Bangkok และเช่นกันร้านสาขากรุงเทพสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกที่มีการจัดอันดับพ่วงด้วยการมีชื่อเข้าไปติดอยู่ใน Asia’s 50 Best Restaurant ต่อเนื่องกันนานหลายปี เส้นทางของ Nahm ต่อจากนี้ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบจนกระทั่งมีข่าวเชฟ David Thompson และผู้ช่วยมือขวาเชฟปริญญ์ ผลสุข ตัดสินใจลากออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ปี 2018 จนเกิดคำถามตามมาในหมู่นักชิมว่าใครกันที่จะเป็นคนรับไม้ต่อจากสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลก

          

🎗 [The Chef] คุณพิม เตชะมวลไววิทย์ เรียนจบการศึกษาสายวิทยาศาสตร์ด้าน Cognitive Science และเข้าทำงานที่ Cisco บริษัท IT ชั้นนำแห่ง Silicon Valley ในรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านไปพักใหญ่ชีวิตเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้พักงานประจำเพื่อออกมาค้นหาตัวเอง งานแรกที่เริ่มทำคือการเขียนรีวิวห้องอาหารชั้นนำระดับมิชลินสตาร์ในแถบยุโรปลงใน Blog ส่วนตัวชื่อ Chez Pim รวมไปถึงสื่อชั้นนำอย่าง The New York Times และ Food & Wines นอกจากนี้ยังเคยลองทำอาหารง่ายๆอย่างแยมผลไม้ส่งประกวดจนคว้ารางวัลจากเวที Good Food Awards ได้ถึง 2 ครั้งติดกัน ส่วนที่มาของการทำร้านอาหารเริ่มมาจากห้องอาหารไทยใน San Francisco ช่วงเวลานั้นมีแต่ร้านระดับกลางทั่วไปที่ใช้เครื่องแกงสำเร็จรูปหรือวัตถุดิบราคาถูกทำให้รสชาติที่ได้ไม่ตรงตามต้นฉบับ คุณพิมเลยตัดสินใจเปิดร้านอาหารกึ่งบิสโตรเป็นของตัวเองขึ้นในโรงแรม Parc 55 Hotel ให้ชื่อว่า Kin Khao (กินข้าว) โดยเน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง เครื่องแกงทำเอง และไม่ประณีประนอมด้านรสชาติ ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ใน Michelin Guide California และรักษาดาวมาได้จนถึงปัจจุบัน นั่นทำให้เชฟพิมเป็นเชฟคนไทยเพียงไม่กี่คนที่สามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้โดยที่ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนสอนทำอาหารโดยตรง

🎗 [The Place] ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม Como Metropilitan Bangkok ลูกค้าที่ขับรถมาสามารถจอดที่หน้าโรงแรมได้เลย บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสีน้ำผึ้งตกลงมากลางโต๊ะทั้งยังสะท้อนไปยังผนังสีทองช่วยให้มื้ออาหารดูโรแมนติคมากขึ้น เสาแต่ละต้นประดับด้วยอิฐมอญสีแดงโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากซากวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่ทางการจนเกินไปตามแบบฉบับห้องอาหารไทย พนักงานมีความรู้และสามารถอธิบายรายละเอียดต่างๆได้พอประมาณ

🎗 [The Food] ลูกค้าสามารถเลือกทาน Set Menu 2 อย่างในราคาสุดคุ้มค่าคือ ~essence~ (1,900++/p) และ ~heritage~ (2,500++/p) โดยทั้งสองเซ็ตจะมีเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารสำรับที่แตกต่างกัน หรือจะเลือกทานเป็น à la carte แบบเราเพื่อให้ได้ทานเมนูแนะนำอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามมีอาหารอยู่ 2-3 จานที่ทำออกมาโดดเด่นชนิดที่หาใครเทียบได้ยากคือ

✨ กะปิพล่าพริกไทยอ่อน (760++)
Relish of wild prawns from Songkla, Chumpon shrimp paste and green peppercorn

หนึ่งในเมนูที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ขอยกให้ “กะปิพล่าพริกไทยอ่อน” เมนูเครื่องจิ้มชั้นดีที่ใช้โปรตีนหลักเป็นเนื้อกุ้งลายเสือสดๆที่ได้มาจากชาวประมงท้องถิ่นจังหวัดสงขลามาคลุกเคล้ากับกะปิชั้นดีจากจังหวัดชุมพร เสิร์ฟมาคู่กับไข่ไก่ออร์แกนิคยางมะตูม มะม่วงมัน ดอกชมจันทร์ แตงกวา มะเขือ ผักชีไทย ผักชีล้อม ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว และใบน้ำ สัมผัสแรกที่ใส่เข้าปากคือรสชาติที่เผ็ดจัดจ้าน หอมกลิ่นกะปิและพริกไทยเด่นชัด เนื้อกุ้งและเนื้อไก่มีความนุ่มที่แตกต่างกันจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี จัดเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง (15/20)

✨ แกงปูใบชะพลู (800++)
Southern yellow curry of blue swimmer crab with betal leaves and calamansi

หนึ่งในเมนูแนะนำขึ้นชื่อของร้านน้ำในยุคของเชฟพิมคือ “แกงปูใบชะพลู” แม้เป็นแกงที่มีต้นกำเนิดมาจากภาคใต้แต่สูตรของเชฟพิมบาลานซ์รสชาติออกมาได้ดีมากๆ มีทั้งความหวานจากเนื้อปู ความครีมมี่ หอม มันจากกะทิ แทรกด้วยรสเผ็ดจากเครื่องแกง ใบชะพลูมีระดับความสุกที่กำลังดี ไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เนื้อปูม้าสดๆจากทะเลฝั่งอ่าวไทยให้รสหวานที่ลงตัว (15/20)

✨ มัสมั่นเนื้อ (820++)
Massaman beef with grilled potatoes and burnt shallots

จานที่ทำออกมาได้ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ “มัสมั่นเนื้อ” เมนู Signature Curry ที่เชฟพิมจัดเสิร์ฟอยู่ที่ร้าน Kin Khao ระดับ 1 ดาวมิชลินในซานฟรานซิสโก เชฟนำเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวไปเคี่ยวนานหลายชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม จากนั้นใส่ลงไปคลุกกับพริกแกงมัสมั่นสูตรเด็ด มีมันฝรั่งย่างใส่มาด้วยกัน ตัวแกงมีความเข้มข้นพอประมาณ หอม มัน ครีมมี่ ทอปด้วยหอมเจียวกรอบๆที่ด้านบน อร่อยจนเรากล้าการันตีว่านี่คือแกงมัสมั่นที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพอย่างแน่นอน (16/20)

🎗 [Conclusion] อาหารของ Nahm ในยุคเชฟพิมเต็มไปด้วยเทคนิค ความละเอียดอ่อน และรสมือที่ดีจนสามารถยกระดับและเรียกความตื่นเต้นให้กับเมนูพื้นบ้านที่เราคนไทยคุ้นเคยกัน ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ สำหรับใครก็ตามที่มองหาร้านอาหารไทยที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องตีความ Nahm คือคำตอบสำหรับคุณ

Price :

1,900-2,500++ THB/p

Parking :

จอดหน้าโรงแรมโคโม เมโทรโพลิแทน

Operating Time :

Lunch 12.00-14.00 (ทุกวัน), Dinner 18.30-22.30 (จันทร์-ศุกร์) * เวลาทำการปัจจุบันโปรดสอบถามกับทางร้าน

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารไทยพื้นบ้านรสเลิศในโรงแรมชั้นนำ ควรคู่กับรางวัล 1 ดาวมิชลินด้วยประการทั้งปวง

อาหาร :

14.5

ราคา :

2/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
ปูซ่อนกลิ่น (460++)

Blue swimmer crab, coriander and pickled garlic on rice crackers with peanuts

เมี่ยงนพเก้า (420++)

Miang of river prawn, chicken, green mango, snake fruit and herbs served on a betal leaf

ต้มยำกุ้งกับเห็ดป่า (450++)

Tom yum soup of river prawn, wild mushroom and chili jam

กะปิพล่าพริกไทยอ่อน (760++)

Relish of wild prawns from Songkla, Chumpon shrimp paste and green peppercorn

แกงปูใบชะพลู (800++)

Southern yellow curry of blue swimmer crab with betal leaves and calamansi

มัสมั่นเนื้อ (820++)

Massaman beef with grilled potatoes and burnt shallots

เนื้อผัดพิโรธ (760++)

“Angry beef” stir-fried with wagyu beef, young coconut shoots, basil and green peppercorns

ข้าวเขียวอ่อนและข้าวหอมมะลิ (Complimentary)

Steamed Rice from Suphan Buri and Surin

มะพร้าว (350++)

Life cycle of coconut

ใบเตย (350++)

Textures and flavours of pandan

📃 Mocktails

พิ้งค์ เลมอนเนด (220++)

Strawberry puree, lemon juice, sprite

เรียม (220++)

Cranberry juice, pineapple juice, strawberry juice

🇹🇭 Nahm – น้ำ

⭐️ 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 Thai – อาหารไทย

Nahm เป็นห้องอาหารไทยระดับ Fine Dining ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหราชอาณาจักร เชฟ David Thompson เจ้าของร้านคนแรกเป็นชาวออสเตรเลียที่หลงไหลในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทยจนกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากการเปิดร้าน Darley Street Thai และ Sailors Thai ในกรุง Sydney ก่อนที่จะได้รับการชักชวนจากคุณ Christina Ong นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ให้มาร่วมงานกับเครือโรงแรม COMO Hotels and Resorts และเปิดร้าน Nahm สาขาแรกขึ้นที่ COMO The Halkin Hotel ในกรุง London เมื่อปี 2001 ตัวร้านประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามการันตีด้วยรางวัล ⭐️ 1 Michelin Star ตั้งแต่ 6 เดือนแรกหลังเปิดทำการทั้งยังทำสถิติเป็นห้องอาหารไทยแห่งแรกของโลกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

คุณพิม เตชะมวลไววิทย์ เรียนจบการศึกษาสายวิทยาศาสตร์ด้าน Cognitive Science และเข้าทำงานที่ Cisco บริษัท IT ชั้นนำแห่ง Silicon Valley ในรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านไปพักใหญ่ชีวิตเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้พักงานประจำเพื่อออกมาค้นหาตัวเอง งานแรกที่เริ่มทำคือการเขียนรีวิวห้องอาหารชั้นนำระดับมิชลินสตาร์ในแถบยุโรปลงใน Blog ส่วนตัวชื่อ Chez Pim รวมไปถึงสื่อชั้นนำอย่าง The New York Times และ Food & Wines นอกจากนี้ยังเคยลองทำอาหารง่ายๆอย่างแยมผลไม้ส่งประกวดจนคว้ารางวัลจากเวที Good Food Awards ได้ถึง 2 ครั้งติดกัน ส่วนที่มาของการทำร้านอาหารเริ่มมาจากห้องอาหารไทยใน San Francisco ช่วงเวลานั้นมีแต่ร้านระดับกลางทั่วไปที่ใช้เครื่องแกงสำเร็จรูปหรือวัตถุดิบราคาถูกทำให้รสชาติที่ได้ไม่ตรงตามต้นฉบับ คุณพิมเลยตัดสินใจเปิดร้านอาหารกึ่งบิสโตรเป็นของตัวเองขึ้นในโรงแรม Parc 55 Hotel ให้ชื่อว่า Kin Khao (กินข้าว) โดยเน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง เครื่องแกงทำเอง และไม่ประณีประนอมด้านรสชาติ ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ใน Michelin Guide California และรักษาดาวมาได้จนถึงปัจจุบัน นั่นทำให้เชฟพิมเป็นเชฟคนไทยเพียงไม่กี่คนที่สามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้โดยที่ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนสอนทำอาหารโดยตรง

ขนมเบื้องเค็ม
Amuse bouche

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยขนมเบื้องเค็ม แป้งถ่านทำออกมาได้กรอบพอดีมากๆ ด้านในสอดไส้กุ้งสับและมะพร้าวรมควันให้รสชาติเค็มกลมกล่อม ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีจนเราแอบเสียดายที่ให้มาเพียงคนละ 1 ชิ้น (13/20)

ปูซ่อนกลิ่น (460++)
Blue swimmer crab, coriander and pickled garlic on rice crackers with peanuts

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง “ปูซ่อนกลิ่น” ที่ได้จากการนำเนื้อปูม้าสดๆมาคลุกกับพริกขี้หนูสวน ถั่วลิสง และกระเทียมดอง ด้านล่างเป็นข้าวตังกรอบเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนราดด้วยน้ำเดรสซิ่งที่ได้จากการผสมน้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาชั้นดี และรากผักชีลงไปเพื่อเพิ่มความเป็นซิตรัสช่วยชูรสหวานของเนื้อปูให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทอปด้วยใบชะมวงและพริกเขียว นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้วยังจัดเป็นจานที่กระตุ้นความอยากอาหารก่อนเข้าสู่อาหารจานหลักได้เป็นอย่างดี (14/20)

เมี่ยงนพเก้า (420++)
Miang of river prawn, chicken, green mango, snake fruit and herbs served on a betal leaf

ถัดมาคือ “เมี่ยงนพเก้า” เชฟพิมนำใบชะพลูมารองด้านล่าง จากนั้นใส่โปรตีนคือเนื้อกุ้งและเนื้อไก่ลงไปเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ส่วนเครื่องเมี่ยงมีทั้งทับทิม มะม่วงซอย ขิง ข่า ใบมะกรูด ผักชี ส้มโอ พริกแดง สละ หอมแดง ก่อนที่จะราดด้วยน้ำเมี่ยงรสชาติจัดจ้านดีงามมากๆ อย่างไรก็ตามใบชะพลูที่เราได้ทานรู้สึกได้ถึงความขมเกินมาอยู่บ้างเล็กน้อย (14/20)

ต้มยำกุ้งกับเห็ดป่า (450++)
Tom yum soup of river prawn, wild mushroom and chili jam

“ต้มยำกุ้ง” ที่ร้านน้ำได้จากการนำหัวกุ้งไปเคี่ยวเพื่อทำเป็นน้ำสต็อกก่อน จากนั้นจึงเคี่ยวส่วนมันกุ้งใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความเข้มข้น เชฟใส่เห็ดป่าลงไปช่วยเพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัส อีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญคือน้ำพริกเผาที่ทางร้านทำเองซึ่งมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจนเสริมกันกับมันกุ้งแต่ไม่มากเกินไปจนเลี่ยน รสชาติโดยรวมไม่จัดจ้านแต่กลมกล่อมและแฝงความเป็นผู้ดีเอาไว้อย่างแนบเนียน (14/20)

กะปิพล่าพริกไทยอ่อน (760++)
Relish of wild prawns from Songkla, Chumpon shrimp paste and green peppercorn

หนึ่งในเมนูที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ขอยกให้ “กะปิพล่าพริกไทยอ่อน” เมนูเครื่องจิ้มชั้นดีที่ใช้โปรตีนหลักเป็นเนื้อกุ้งลายเสือสดๆที่ได้มาจากชาวประมงท้องถิ่นจังหวัดสงขลามาคลุกเคล้ากับกะปิชั้นดีจากจังหวัดชุมพร เสิร์ฟมาคู่กับไข่ไก่ออร์แกนิคยางมะตูม มะม่วงมัน ดอกชมจันทร์ แตงกวา มะเขือ ผักชีไทย ผักชีล้อม ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว และใบน้ำ (15/20)

กะปิพล่าพริกไทยอ่อน (760++)
Relish of wild prawns from Songkla, Chumpon shrimp paste and green peppercorn

สัมผัสแรกที่ใส่เข้าปากคือรสชาติที่เผ็ดจัดจ้าน หอมกลิ่นกะปิและพริกไทยเด่นชัด เนื้อกุ้งและเนื้อไก่มีความนุ่มที่แตกต่างกันจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี จัดเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง (15/20)

แกงปูใบชะพลู (800++)
Southern yellow curry of blue swimmer crab with betal leaves and calamansi

หนึ่งในเมนูแนะนำขึ้นชื่อของร้านน้ำในยุคของเชฟพิมคือ “แกงปูใบชะพลู” แม้เป็นแกงที่มีต้นกำเนิดมาจากภาคใต้แต่สูตรของเชฟพิมบาลานซ์รสชาติออกมาได้ดีมากๆ มีทั้งความหวานจากเนื้อปู ความครีมมี่ หอม มันจากกะทิ แทรกด้วยรสเผ็ดจากเครื่องแกง ใบชะพลูมีระดับความสุกที่กำลังดี ไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เนื้อปูม้าสดๆจากทะเลฝั่งอ่าวไทยให้รสหวานที่ลงตัว (15/20)

มัสมั่นเนื้อ (820++)
Massaman beef with grilled potatoes and burnt shallots

จานที่ทำออกมาได้ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ “มัสมั่นเนื้อ” เมนู Signature Curry ที่เชฟพิมจัดเสิร์ฟอยู่ที่ร้าน Kin Khao ระดับ 1 ดาวมิชลินในซานฟรานซิสโก เชฟนำเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวไปเคี่ยวนานหลายชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม จากนั้นใส่ลงไปคลุกกับพริกแกงมัสมั่นสูตรเด็ด มีมันฝรั่งย่างใส่มาด้วยกัน ตัวแกงมีความเข้มข้นพอประมาณ หอม มัน ครีมมี่ ทอปด้วยหอมเจียวกรอบๆที่ด้านบน อร่อยจนเรากล้าการันตีว่านี่คือแกงมัสมั่นที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพอย่างแน่นอน (16/20)

เนื้อผัดพิโรธ (760++)
“Angry beef” stir-fried with wagyu beef, young coconut shoots, basil and green peppercorns

“เนื้อผัดพิโรธ” ดูจะเป็นจานที่รสชาติธรรมดาที่สุดในมื้อนี้ เชฟใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวไปผัดกับพริกแกงแบบแห้ง ใส่ใบมะกรูด พริกไทย ยอดมะพร้าวลงไป เนื้อวัวแม้จะยังไม่ถึงกับเหนียวแต่โดยรวมยังไม่ถือว่าโดดเด่นมากนัก พริกแกงและสมุนไพรให้กลิ่นที่หอมใช้ได้แต่รสชาติยังค่อนข้างอ่อนจนสัมผัสได้ถึงความมันนำมาก่อน ทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไม่เบาแต่เราคาดหวังรสชาติที่เด่นชัดกว่านี้เทียบกับชื่อชั้นของร้านและราคาที่ตั้งไว้ (13/20)

ข้าวเขียวอ่อนและข้าวหอมมะลิ (Complimentary)
Steamed Rice from Suphan Buri and Surin

ทางร้านนำเสนอข้าวออร์แกนิค 2 ชนิด ฝั่งซ้ายคือ “ข้าวเขียวอ่อน” จากจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีจุดเด่นคือเมล็ดข้าวที่มีสีเขียวออกเหลือง ฝั่งขวาคือ “ข้าวหอมมะลิ” คุณภาพสูงจากจังหวัดสุรินทร์ ข้าวทั้ง 2 แบบคุณภาพสูงมาก เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ลักษณะเต็มเมล็ดเกือบทุกเมล็ด ถือเป็นหนึ่งในร้านที่เสิร์ฟข้าวคุณภาพดีที่สุดร้านหนึ่งในปนะเทศไทยเลยทีเดียว

Sweet Time ! 😍

มะพร้าว (350++)
Life cycle of coconut

เริ่มจาก “มะพร้าว” ขนมหวาน 4 อย่างที่เชฟพิมตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบหลักชนิดเดียวแต่แตกต่างกันที่ช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว อย่างแรกคือ “ไอติมมะพร้าว” โบราณที่ได้จากการปั่นผสมน้ำและเนื้อมะพร้าวรวมกัน หอม สดชื่นมากๆ ถัดมาคือ “ขนมเหนียว” เคี้ยวหนึบทำมาจากแป้งข้าวเหนียว ด้านบนโรยด้วยมะพร้าวขูดและน้ำไซรัปจากดอกมะพร้าวทั้งหอมทั้งหวานกลมกล่อม เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการโรยข้าวตอกและงาขาวลงไปด้วย ชิ้นขวาบนคือ “ขนมใส่ไส้” ทำมาจากมะพร้าวเช่นกัน เนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนลิ้น ไส้ด้านในเค็มนิดๆพอประมาณ ปิดท้ายด้วย “วุ้นมะพร้าว” ชั้นดีที่ได้จากการนำเนื้อมะพร้าวไปขึ้นรูป ด้านในมีเนื้อมะพร้าวใส่อยู่ด้วย (15/20)

มะพร้าว (350++)
Life cycle of coconut

เปิดห่อใบตองออกมาจะพบกับขนมใส่ไส้ด้านใน (15/20)

ใบเตย (350++)
Textures and flavours of pandan

ถัดมาคือ “ใบเตย” ขนมที่นำเสนอเนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่างกันขอฝใบเตยซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในครัวอาหารหวานของไทย เริ่มจากขนมชั้นใบเตยนุ่มหนึบ มีกลิ่นหอมใบเตยเด่นชัดเจน ถัดมาคืออินทนิล ขนมไทยโบราณที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมเป็นเมนูที่ทานกันเฉพาะในวังเท่านั้น เชฟพิมทำเนื้อสัมผัสของอินทนิลออกมาได้ไร้ที่ติมากๆ นุ่ม หนึบ หอม เข้ากันดีกับน้ำกะทิด้านล่าง น่าเสียดายมากที่ใส่มาเพียงชิ้นเดียว ในถ้วยกลมคือขนมมันทำมาจากมันสำปะหลัง ตอนทานจะได้ความหนึบและสู้ฟันมากกว่าขนมถ้วยที่เราคุ้นเคยกัน สุดท้ายคือขนมดอกจอกใบเตย ทั้งกรอบ หอม และอร่อยไม่เบา (15/20)

ใบเตย (350++)
Textures and flavours of pandan

แม้หน้าตาของขนมมันจะดูคล้ายขนมถ้วยแต่เนื้อสัมผัสต่างกันชัดเจน (15/20)

ขนมเบื้องหวาน
Mignardise

ในเมื่อเริ่มต้นด้วยขนมเบื้องเค็มเชฟพิมจึงตัดสินใจจบมื้ออาหารด้วยขนมเบื้องหวาน ด้านในมีฝอยทอง มะพร้าวอ่อน ผิวมะกรูดเชื่อม และงาขาว รสชาติออกหวานอย่างชาววังและไม่โดดเด่นเท่าขนมเบื้องเค็ม (12/20)

พิ้งค์ เลมอนเนด (220++)
Strawberry puree, lemon juice, sprite

ส่วน Mocktail อย่างแรกที่เราได้ลองคือ “พิ้งค์ เลมอนเนด” ได้จากการผสมพูเรสตรอว์เบอร์รี่เข้ากับน้ำเลมอนและสไปรท์ ทานแล้วให้ความหวาน ซ่า และกลิ่นหอมสดชื่นของสตรอว์เบอร์รี่ชัดเจน

เรียม (220++)
Cranberry juice, pineapple juice, strawberry juice

“เรียม” ได้จากการผสมน้ำแครนเบอร์รี่เข้ากับน้ำสับปะรดและน้ำสตรอว์เบอร์รี่ ให้รสหวานนำอมเปรี้ยวนิดๆ

💰 ราคา 6,143.94 บาท

ต่อมาในปี 2010 เชฟ David Thompson จึงได้เปิดร้าน Nahm สาขาที่สอง (และเป็นสาขาเดียวที่ยังเปิดทำการอยู่ในปัจจุบัน) ขึ้นที่โรงแรม COMO Metropolitan Bangkok และเช่นกันร้านสาขากรุงเทพสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกที่มีการจัดอันดับพ่วงด้วยการมีชื่อเข้าไปติดอยู่ใน Asia’s 50 Best Restaurant ต่อเนื่องกันนานหลายปี

เส้นทางของ Nahm ต่อจากนี้ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบจนกระทั่งมีข่าวเชฟ David Thompson และผู้ช่วยมือขวาเชฟปริญญ์ ผลสุข ตัดสินใจลากออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ปี 2018 จนเกิดคำถามตามมาในหมู่นักชิมว่าใครกันที่จะเป็นคนรับไม้ต่อจากสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลก

บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสีน้ำผึ้งตกลงมากลางโต๊ะทั้งยังสะท้อนไปยังผนังสีทองช่วยให้มื้ออาหารดูโรแมนติคมากขึ้น

เสาแต่ละต้นประดับด้วยอิฐมอญสีแดงโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากซากวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่ทางการจนเกินไปตามแบบฉบับห้องอาหารไทย พนักงานมีความรู้และสามารถอธิบายรายละเอียดต่างๆได้พอประมาณ

ลูกค้าสามารถเลือกทาน Set Menu 2 อย่างในราคาสุดคุ้มค่าคือ ~essence~ (1,900++/p) และ ~heritage~ (2,500++/p) โดยทั้งสองเซ็ตจะมีเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารสำรับที่แตกต่างกัน หรือจะเลือกทานเป็น à la carte แบบเราเพื่อให้ได้ทานเมนูแนะนำอย่างครบถ้วน

บริเวณหน้าโรงแรม

ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม Como Metropilitan Bangkok ลูกค้าที่ขับรถมาสามารถจอดที่หน้าโรงแรมได้เลย

อาหารของ Nahm ในยุคเชฟพิมเต็มไปด้วยเทคนิค ความละเอียดอ่อน และรสมือที่ดีจนสามารถยกระดับและเรียกความตื่นเต้นให้กับเมนูพื้นบ้านที่เราคนไทยคุ้นเคยกัน ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ สำหรับใครก็ตามที่มองหาร้านอาหารไทยที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องตีความ Nahm คือคำตอบสำหรับคุณ