Visit: November 24, 2022

🇮🇹 Tre Olivi - เตร โอลิวี่

👨🏻‍🍳 Chef Giovanni Solofra - เชฟจิโอวานนี่ โซโลฟรา

Floor 1, Savoy Beach Hotel, Via Poseidonia, 41, 84047 Paestum SA, Italy

Tel: (+39) 0828 720023

Cuisine

🍴 Modern - อาหารโมเดิร์น

Country

Italy

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

4/5
          

🎗 [INTRO] Paestum เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล Tyrrhenian ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคืออารามกรีกโบราณ 3 แห่งที่มีทรงเสาแบบดอริก (Doric Order) นอกจากนี้ยังมีชายฝั่งทะเลอันสวยงามเหมาะกับการเดินทางมาพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีใจรักอาหารและงานศิลป์ยังมีห้องอาหารโดยเชฟมากฝีมือที่สามารถผสมผสานความสุนทรีย์ทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง

          

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Tre Olivi ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในแถบนี้อย่าง Savoy Beach Hotel สำหรับใครที่มาถึงก่อนช่วงร้านเปิดสามารถแวะนั่งรอได้บริเวณห้องโถงของโรงแรมที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Mediterranean โดยอาศัยสีเหลืองแซฟรอนตัดสลับกับสีขาว โคมแชนเดอเลียร์ทรงกลมขนาดใหญ่ช่วยให้ความสว่างกับพื้นที่โดยรอบ กระเป๋าเดินทาง Louis Vuitton รุ่นบุกเบิกถูกนำมาวางเรียงกันเพื่อใช้เป็นโต๊ะรับรองลูกค้า เมื่อเดินผ่านประตูห้องอาหารเข้าไปจะพบกับจุดตรวจสอบการจองและห้องเก็บไวน์ขนาดย่อม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งออกมาอย่างหรูหรา ต้นมะกอกจริง 3 ต้นรวมไปถึงลายไม้แกะสลักถูกจัดแสดงเพื่อบ่งบอกถึงที่มาของชื่อ Tre Olivi หรือ Three Olives โต๊ะอาหารทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูเข้ากันดีกับพื้นไม้ปาเก้และแสงไฟสีเหลืองนวลที่สะท้อนลงมาจากเพดาน นอกจากนี้ยังมีเศษหินโบราณที่ขุดพบในพื้นที่ของตัวโรงแรมโดยเชฟ Giovanni Solofra ได้นำมาวางประดับตกแต่งเอาไว้บนโต๊ะทุกตัวดังที่เราได้เห็นกันนั่นเอง

🎗 [THE CHEF] Giovanni Solofra เกิดในปี 1982 ณ เมือง Torre Annunziata ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Quique Dacosta (3 MICHELIN Stars) และ Duomo (2 MICHELIN Stars) ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Heinz Beck ที่ห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ กรุง Rome ในทางกลับกันภรรยาของเขาคือ Roberta Merolli เกิดในปี 1984 บริเวณพื้นที่แคว้น Abruzzo โดยในช่วงแรกนั้นเธอเลือกศึกษาต่อในด้านสถาปนิคก่อนจะเริ่มเรียนรู้เทคนิคเกี่ยวกับขนมปังกับเชฟชั้นนำอย่าง Gabriele Bonci, Ronaldi Morandin, Ezio Marinato ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Il Pagliaccio (2 MICHELIN Stars) และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ซึ่งเป็นจุดที่ Giovanni Solofra และ Roberta Merolli ได้พบรักกันนั่นเอง ต่อมาเชฟ Heinz Beck ได้ส่งทั้งคู่มาควบคุมห้องอาหารเปิดใหม่ของเขาคือ St. George by Heinz Beck ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Taormina แคว้น Sicily และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2018 ครั้นสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Tre Olivi เป็นของตัวเองในเมือง Paestum และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ทันทีในปี 2022 อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] อาหารแต่ละจานที่ Tre Olivi นำเสนอออกมาโดยแทรกความเป็นศิลปะอยู่ค่อนข้างสูงมากกว่าแค่รสชาติที่อร่อยในแบบห้องอาหารทั่วไป ทุกจานได้รับการรังสรรค์โดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ชั้นสูง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือ SUBBICASUTTA (140 €) ที่แปลตรงตัวได้ว่า Upside Down นำเสนอมาจำนวน 7 คอร์สหรือจะเป็น RISTUCCIO (180 €) ที่แปลตรงตัวได้ว่า Whats Remains ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราได้ชิมในวันนี้นำเสนอมาจำนวน 10 คอร์สโดยเชฟตั้งใจนำเสนออาหารที่ชวนให้ลูกค้าย้อนไปรำลึกถึงความทรงจำในอดีตช่วงหนึ่ง ๆ ในอดีตของตัวเขานั่นเอง สุดท้ายคือรายการแบบ À LA CARTE ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าทั้งยังเลือกชิมกันได้ตามใจชอบอีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

Il Calcio Sui Maccheroni หรือแปลตรงตัวได้ว่า The Football on Top of The Maccheroni เป็นคอร์สที่ตั้งชื่อตามหนังสือประพันธ์โดย Eduardo Ferrore ซึ่งเป็นคุณลุงแท้ ๆ ของตัวเชฟนั่นเอง ตัวหนังสือกล่าวถึง A.C. Savoia 1908 ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเก่าแก่ประจำเมือง Torre Anunziata แบะเชื่อมโยงไปถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและพาสต้าอีกด้วย ข้างกันคือใบพนันฟุตบอลซึ่งเป็นเรื่องปกติของสัมคมอิตาลีโดยคุณพ่อของเชฟมักนั่งดูฟุตบอลควบคู่ไปกับการเช็คผลฟุตบอลและกินพาสต้าบ้าน ๆ อร่อย ๆ ไปพร้อมกัน ในที่นี้เชฟนำเสนอพาสต้าพาสต้า Maccheroni หรือมักกะโรนีโฮมเมดที่เตรียมขึ้นมาจากแป้งท้องถิ่นผสมกับแป้งเกาลัดให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบจับคู่กับซอส Neapolitan Ragout สุดคลาสสิคที่เตรียมมาอย่างดีจนได้รสชาติที่เข้มข้น จากนั้นพนักงานจะนำลูกฟุตบอลที่ทำขึ้นมาจากชีสมาขูดฝนลงไปบนจานนั่นเอง (17/20)

✨ BRICIOLE
What remains on the table

สำหรับคอร์สถัดมามีคอเซปคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่บนโต๊ะหรือ What remains on the table นั่นก็คือ Briciole หรือเศษขนมปังนั่นเอง ในที่นี้เชฟเสิร์ฟมากับหอยแมลงภู่แห้งให้กลิ่นอายของทะเลและความอุมามิบนภาชนะที่จำลองให้เหมือนโต๊ะและผ้ากันเปื้อน จากนั้นเททั้งเศษขนมปังและหอยแมลงภู่แห้งลงในจานที่บรรจุหอยหลอดที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและยังมีความกรึบเบา ๆ อย่างไร้ที่ติ ซอสสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจากหอยหลอดและเฟนเนล (17/20)

✨ SOUFFLÈ PIZZA DOLCE (32 €)
The cornerstone of pastry mastery meets the Abruzzo tradition

ของหวานจานถัดมาเป็น Soufflè ที่เชฟให้ชื่อว่าเป็นพิซซ่าของหวานอันเนื่องมาจากองค์ประกอบอย่าง Ricotta Cheese ผสมผสานกับคาราเมลรวมไปถึงเหล้า 2 ชนิดที่แตกต่างกันของแคว้น Abruzzo คือ Alchermes และ Acquista Strega Alberti ทั้งตัว Soufflè ยังให้เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา และรสชาติที่พอเหมาะลงตัวตัดกันกับความกรอบของแผ่น Tuile ด้านล่างรองด้วยช็อกโกแลตและไอศกรีมวานิลลานั่นเอง (17/20)

🎗 [WHY GO] Tre Olivi เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสพย์งานศิลป์ทางอาหารระดับสูงไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศอันเงียบสงบของเมือง Paestum อย่างไรก็ตามด้วยรูปแบบการนำเสนออาจทำให้ตัวร้านไม่ได้เหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้ที่เน้นพิจารณารสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว ราคาอาหารที่ตั้งเอาไว้คือ 140-180 € ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนและรายละเอียดของอาหารแต่ละคอร์ส พนักงานบริการดีและอธิบายอาหารแต่ละจานด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว รายการไวน์ท้องถิ่นนำเสนอมาในราคาสูงกว่าปกติเพียงเล็กน้อย หลังจบมื้ออาหารเราขอแนะนำให้เลือกเข้าพักที่ Savoy Beach Hotel ซึ่งตกแต่งออกมาได้อย่างหรูหราสวยงามโดยมีราคาต่อคืนอยู่ที่ 100-150 € เท่านั้น

Price :

140-180 €

Parking :

จอดรถที่ Savoy Beach Hotel

Operating Time :

Lunch Sunday 13.00-14.45, Dinner Tuesday-Saturday 19.30-21.30, Closed on Monday

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารที่ผสมผสานนัยยะเชิงศิลป์เข้ากันกับอาหารออกมาได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

16

ราคา :

4/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 RISTUCCIO (180 €)

          
BRUCA

What remains of the ground

ASCIUTTA O IN BRODO

What remains of childhood

IL CALCIO SUI MACCHERONI

What remains of Sunday

SCARPETTA

What remains in the plate

BRICIOLE

What remains on the table

MENAICA

What remains in the fishing net

CENERE

What does not burn

ASTRICO

What remains in the attic

PEPPINA

The voice of Paestum

TOXIGEN

Pennyroyal Tea

📃 SUBSTITUTION

LAT(T)E FUTURE (26 €)

The evocation of the first memory linked to breakfast when, for the first time, a drop of coffee in milk was allowed and the toasted bread was soaked like a biscuit

SOUFFLÈ PIZZA DOLCE (32 €)

The cornerstone of pastry mastery meets the Abruzzo tradition

🇮🇹 Tre Olivi – เตร โอลิวี่

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🍴 Modern – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef Giovanni Solofra – เชฟจิโอวานนี่ โซโลฟรา

WELCOME DRINK

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยน้ำที่เตรียมมาจาก Celeriac และ Tonic

AMUSE-BOUCHE

Diver’s Tomb (Tomba del Tuffatore) เป็นอนุเสาวรีย์โบราณที่ขุดค้นพบที่เมือง Paestum แห่งนี้ในปี 1968 เชฟนำเสนอมาเป็นขนมปังกรอบจับคู่กับความหอมมันของชีส Mozzarella เสริมด้วยรสเปรี้ยวของมะเขือเทศและความหอมของใบเบซิล (17/20)

AMUSE-BOUCHE

ถัดมาคือของว่างรูปเรือกระดาษเตรียมมาจากแครอทโดยมีรสเปรี้ยวจาก Lemon Gel ภายใต้ตัวเรือมี Orawn Tartare หรือทาทาร์เนื้อกุ้งสับรสหวานละมุนแอบซ่อนอยู่ (17/20)

AMUSE-BOUCHE

ในภาพเป็นคอร์สที่เตรียมขึ้นมาเพื่อให้เป็น Vegetarian โดยมีองค์ประกอบของ Mayonnaise สีขาวเตรียมมาจาก Aquafaba ยังมีอโรมาหอม ๆ ของ Truffle และ Earthy Aroma ของเห็ดต่าง ๆ นอกจากนี้บริเวณเขายังเตรียมมาจากแป้ง Einkorn flour (17/20)

AMUSE-BOUCHE

Salty Choux เตรียมมาจากเคเปอร์และสาหร่ายให้รสเค็มนิด ๆ ด้านบนท็อปด้วย Fish Cream หรือครีมทำมาจากปลาและมะเขือเทศกงฟี (17/20)

AMUSE-BOUCHE

ภาพของ Francesco มีลักษณะเป็นมันฝรั่งกรอบเสิร์ฟมาคู่กับ Saffron Mayonnaise เสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของไขมันลูกแกะ (17/20)

AMUSE-BOUCHE

Crispy Beetroot เสิร์ฟมาเป็นถ้วยกรอบ ๆ ด้านในบรรจุครีมถั่วและครัมเบิ้ลมันฝรั่ง (17/20)

AMUSE-BOUCHE

Tortelli ทำมาจากแป้งข้าว ด้านในสอดไส้ Buffalo Mortadella หรือแฮมเนื้อควายจบด้วยการหยด Balsamic Vinegar เพื่อเสริมรสชาติเปรี้ยวมองเห็นเป็นหยดสีดำเข้ม (17/20)

AMUSE-BOUCHE

หางหมูกรอบ ๆ ได้รับการดัดแปลงมาจากบิสกิต Neapolitan ท้องถิ่นที่เรียกกันว่า Trarallo (17/20)

AMUSE-BOUCHE

Ladybug หรือเต่าทองเป็นคอร์ส Vegetarian ให้เนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนตัดกันกับความกรอบของ Crispy Basil ได้อย่างลงตัว (17/20)

AMUSE-BOUCHE

Amuse-bouche จัดเสิร์ฟมาพร้อมกันเซ็ตใหญ่ (17/20)

OIL�
จากนั้นพนักงานจะนำน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ มาให้เลือกตือน้ำมันมะกอก EVO ท้องถิ่นจาก Estate San Salvatore, น้ำมัน Flaxseed, น้ำมันถั่ว Hazelnut และน้ำมันเมล็ดฟักทอง

SALT

ยังมีเกลือจากหลายแหล่งให้เลือกทั้งเกลือสีเขียวเตรียมมาจากสาหร่ายท้องถิ่น, เกลือแดงจาก Hawaii, เกลือสีเทาจาก Brittany ประเทศฝรั่งเศส, เกลือสีน้ำเงินจาก Persia และเกลือสีดำจากปากีสถาน

BREAD

ลูกค้าสามารถเลือกชิมขนมปังได้หลากหลายชนิดคือ Sourdough, Focaccia, Wholemeal Baguette, Semolina Dough Bread, Neapolitan Trarallo ที่เตรียมมาจากเนย อัลมอนด์ และพริกไทย, Breadsticks ทรงเกลียว, Ferratella ชิ้นกลมใหญ่ด้านหลังเป็นขนมปังที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo เตรียมมาจากมะเขือเทศและออริกาโน สุดท้ายคือ Brioche นุ่ม ๆ ให้รสชาติหวานที่พอเหมาะ ยังมี Dips หรือเครื่องจิ้มขนมปังให้เลือกอีก 3 อย่างคือ Zucchini Cream, Baba Ganoush เตรียมมาจาก Aubergine ท็อปด้วยองค์ประกอบสีแดงของทับทิม สุดท้ายคือ Chickpea Hammus นั่นเอง

BRUCA
What remains of the ground

เริ่มต้นจานแรกใน Set Menu ด้วยสิ่งที่แลดูคล้ายอาหารที่เรารู้จักอย่างเช่น Prosciutto, Salmon, Salami, แต่ทั้งหมดกลับเตรียมมาจากผักต่าง ๆ (16/20)

BRUCA
What remains of the ground

ในภาพประกอบไปด้วย White Zucchini ชวนนึกถึง Lardo หรือไขมันหมู, Celeriac with Pistachio ชวนนึกถึง Mortadella, Beetroot ชวนนึกถึง Bresaola (เนื้อเค็มตากแห้ง), Pumpkin หรือฟักทองชวนนึกถึงปลาแซลมอนรมควัน, Aubergine หรือมะเขือฝรั่งชวนนึกถึง Pork Loin, Dried Red Pepper แทนที่เมนูเนื้อจากกรุง Rome, เห็ดย่างแทนที่สเต๊ก, ไส้กรอกที่เตรียมมาจากดอกไม้รับประทานได้, ข้าวโพดต้มท็อปด้วย Popcorn Butter ยังมีองค์ประกอบตรงกลางคือ Ricotta เตรียมมาจากนมถั่วอัลมอนด์, Mozzarella เตรียมมาจากนมถั่วอัลมอนด์และ Blue Cheese เตรียมมาจากถั่วอัลมอนด์และถั่วฮาเซลนัท (16/20)

BRUCA
What remains of the ground

ยังมีสิ่งที่หน้าตาดูเหมือนชีสแต่ทั้งหมดกลับเตรียมมาจากผักท้องถิ่นหลากหลายชนิดซึ่งเราขอเรียกว่าชีสจำแลงนั่นเอง (16/20)

BRUCA
What remains of the ground

มุมขวาบนคือชีส Sainte-Maure de Touraine จำแลงที่เตรียมมาจากถั่ว Chickpea เพื่อเลียนแบบชีสนมแพะจากฝรั่งเศส มุมขวาล่างคือชีสจำแลงที่เตรียมมาจาก Bean Paste เพื่อเลียนแบบชีสฝรั่งเศส Selles-sur-Cher ด้านบนคือชีส Brie จำแลงที่เตรียมมาจากถั่ว Controne ตรงกลางคือชีส Roquefort จำแลงที่เตรียมมาจากถั่ว Chickpea มุมซ้ายล่างคือชีส Morbier จำแลงที่เตรียมมาจากถั่วอัลมอนด์จากเมือง Avola บนหมู่เกาะ Sicily มุมซ้ายบนคือ Crosta Lavata จำแลงที่เตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัทเสิร์ฟมาคู่กับน้ำผึ้งกลมกล่อม (16/20)

BRUCA
What remains of the ground

Papaccella Napolitana เป็นพริกหวานท้องถิ่นของพื้นที่แถบ Campania เชฟได้นำมายัดไส้ Dried Fruit หรือผลไม้อบแห้งและมะเขือเทศ (16/20)

BRUCA
What remains of the ground

สุดท้ายคือ Beetroot Juice ที่ใช้สื่อถึงไวน์แดงนั่นเอง (16/20)

ASCIUTTA O IN BRODO
What remains of childhood

จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอคอร์สสลัดเพื่อสื่อถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เราเคยหยิบผักหรือหญ้าในป่าขึ้นมาลองชิมดู ในที่นี่เชฟเสิร์ฟหญ้าและผักหลายชนิดที่เก็บมาจากป่าจับคู่กับ Hazelnut Dressing และอโรมาของ Truffle ส่วนตัวอักษรด้านบนเตรียมมาจาก Prickly Pear (Opuntia) Gel (15/20)

ASCIUTTA O IN BRODO
What remains of childhood

ต่อมาพนักงานจะนำ Prickly Pear ที่ผ่านกระบวนการอบแห้งมาฝนลงไปบนจาน วิธีชิมให้ใช้มือหยิบผักทีละชิ้นจิ้มเจลตัวอักษรแล้วนำเข้าปากได้เลย (15/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

ถัดมาพนักงานจะนำเสนอแผ่น Crossword เพื่อบอกว่าเชฟกำลังนำเราเข้าสู่คอร์ส Pasta (17/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

เรื่องราวของคอร์สนี้ต้องเล่าย้อนไปถึงสมัยรุ่นปู่ของเชฟผู้มีอาชีพเป็นคนทำพาสต้าและด้วยความคุ้นเคยนี้เองทำให้ตัวเขาไม่ค่อยชอบพาสต้าเท่าไหร่นักถึงขนาดว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาชอบหยิบชิ้นพาสต้าโยนลงไปต้มในน้ำซุปของคุณปู่ตามประสาเด็กเล่นนั่นเอง (17/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

Ravioli หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ปกติจะเสิร์ฟมากับซอสหรือซุปแต่ในที่นี้เชฟนำเสนอมาแบบแห้ง ด้านบนเป็นชิ้นหมึกนุ่มหนึบ ด้านในบรรจุ Rock Broth ประกอบขึ้นมาจากอาหารทะเลหลากหลายชนิด เมื่อกัดแล้วน้ำซุปด้านในจะแตกออกชวนนึกถึงเสี่ยวหลงเป่าอยู่เหมือนกัน (17/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

ในทางกลับกันพาสต้าแบบเส้นซึ่งปกติจะเสิร์ฟมาแบบแห้งเชฟนำเสนอมาในน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมแทน (17/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

Il Calcio Sui Maccheroni หรือแปลตรงตัวได้ว่า The Football on Top of The Maccheroni เป็นคอร์สที่ตั้งชื่อตามหนังสือประพันธ์โดย Eduardo Ferrore ซึ่งเป็นคุณลุงแท้ ๆ ของตัวเชฟนั่นเอง ตัวหนังสือกล่าวถึง A.C. Savoia 1908 ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเก่าแก่ประจำเมือง Torre Anunziata แบะเชื่อมโยงไปถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและพาสต้าอีกด้วย ข้างกันคือใบพนันฟุตบอลซึ่งเป็นเรื่องปกติของสัมคมอิตาลีโดยคุณพ่อของเชฟมักนั่งดูฟุตบอลควบคู่ไปกับการเช็คผลฟุตบอลและกินพาสต้าบ้าน ๆ อร่อย ๆ ไปพร้อมกัน (17/20)

IL CALCIO SUI MACCHERONI
What remains of Sunday

ในที่นี้เชฟนำเสนอพาสต้าพาสต้า Maccheroni หรือมักกะโรนีโฮมเมดที่เตรียมขึ้นมาจากแป้งท้องถิ่นผสมกับแป้งเกาลัดให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบจับคู่กับซอส Neapolitan Ragout สุดคลาสสิคที่เตรียมมาอย่างดีจนได้รสชาติที่เข้มข้น จากนั้นพนักงานจะนำลูกฟุตบอลที่ทำขึ้นมาจากชีสมาขูดฝนลงไปบนจานนั่นเอง (17/20)

SCARPETTA
What remains in the plate

Scarpetta เป็นภาษาอิตาลีที่ใช้อธิบายถึงการกวาดซอสรสชาติเข้มข้นที่หลงเหลืออยู่ในจานจนเกลี้ยง หรือที่เชฟให้คอนเซปคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในจาน (What remains in the plate) นั่นเอง (16/20)

SCARPETTA
What remains in the plate

องค์ประกอบแรกคือ Crystal Bread หรือขนมปังสีใสกรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วย Parmesan และ Ragout Oil เสิร์ฟมาในซองสีน้ำตาลขนาดจิ๋ว (16/20)

SCARPETTA
What remains in the plate

ในจานคือ Neapolitan Ragout สูตรต้นตำรับแบบเดียวกับที่เราได้ชิมกันในคอร์ส Maccheroni จานก่อน เชฟเตรียมมาในลักษณะของเพสต์เนื้อเนียนละเอียด ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของใบเบซิลสีเขียวนั่นเอง (16/20)

BRICIOLE
What remains on the table

สำหรับคอร์สถัดมามีคอนเซปคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่บนโต๊ะหรือ What remains on the table นั่นก็คือ Briciole หรือเศษขนมปังนั่นเอง ในที่นี้เชฟเสิร์ฟมากับหอยแมลงภู่แห้งให้กลิ่นอายของทะเลและความอุมามิบนภาชนะที่จำลองให้เหมือนโต๊ะและผ้ากันเปื้อน จากนั้นเททั้งเศษขนมปังและหอยแมลงภู่แห้งลงในจานที่บรรจุหอยหลอด (17/20)

BRICIOLE
What remains on the table

ชิ้นหอยเตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและยังมีความกรึบเบา ๆ อย่างไร้ที่ติ ซอสสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจากหอยหลอดและเฟนเนล (17/20)

MENAICA
What remains in the fishing net

Menaica เป็นชื่อภาษาอิตาลีของแหจับปลาชนิดหนึ่งโดยในคอร์สนี้เชฟตั้งใจสื่อถึงสิ่งที่หลงเหลือมาจากแหจับปลานั่นเอง พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำให้เรารู้จักกับ Garum ที่เตรียมมาจากปลา Anchovy ซึ่งจับด้วยแห Menaica ก่อนจะนำไปผ่านกระบวนการหมักบ่มจนได้รสชาติที่มีความบาลานซ์ระหว่างความเค็มและหวานได้อย่างพอเหมาะ (16/20)

MENAICA
What remains in the fishing net

พนักงานเสิร์ฟมาคู่กับเนื้อปลา Anchovy หมักในน้ำทะเลโดยเติมแต่งรสชาติโดยอาศัยเพียงเลมอนและน้ำมันมะกอกเท่านั้นซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับที่ชาวประมงใช้รับประทานกันในรูปแบบอย่างง่าย ทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มจนเกือบละลายหายไปในปากได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้างกันคือสาหร่ายและกะหล่ำปลีโรมันอย่าลืมเติม Anchovy Garum ลงไปเพื่อเติมแต่งรสชาติได้ตามใจชอบ (16/20)

CENERE
What does not burn

Main Ciurse จานสุดท้ายก่อนเข้าสู่อาหารหวานคือ Cenere หรือขี้เถ้าภายใต้คอนเซปสิ่งที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ (What does not burn) (15/20)

CENERE
What does not burn

ในที่นี้เชฟเลือกใช้เนื้อนกกระทาย่างบน Vegetable Charcoal หรือก้อนถ่านของผักต่าง ๆ จนสุกได้ที่ นอกจากนี้ยังมีรสเปรี้ยวของ Verjuice ที่มาช่วยตัดความมัน ข้างกันคือ Eggplant หรือมะเขือนุ่ม ๆ นั่นเอง (15/20)

CENERE
What does not burn

นอกจากนี้ยังมีขานกกระทาที่สอดไส้ตับนกกระทาเอาไว้ด้านในอีกทีหนึ่งย่างแล้วเสิร์ฟมาคู่กัน (15/20)

CENERE
What does not burn

ตัวอย่างของ Vegetable Charcoal ที่พนักงานนำมาแสดงให้ดู (15/20)

ASTRICO
What remains in the attic

ล้างปากด้วย Pre-dessert ที่เชฟได้คอนเซปมาจากสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในห้องใต้หลังคาในที่นี้คือสูตร Pineapple Cake (Torta d’ananas) ที่คุณย่าของเขาเคยทำให้เพื่อฉลองวันเกิดสมัยที่เขายังเด็ก ในจานประกอบไปด้วย Caramelized Pineapple หรือสับปะรดเชื่อมเสิร์ฟมากับไอศกรีมเพื่อเรียกความสดชื่น (16/20)

PEPPINA
The voice of Paestum

Peppina เป็นชื่อของควายท้องถิ่นโดยตัวจานจะมีกิมมิคเล็ก ๆ คือเมื่อลูกค้าตักชิมจะเกิดแรงกดไปกระตุ้นกลไกทำให้มีเสียงร้องของวัวดังออกมาตลอดทุกครั้งจนกว่าจะรับประทานกันหมดจานตามคอนเซป The voice of Paestum หรือเสียงร้องของวัวที่สามารถพบได้ตลอดทางในพื้นที่แถบเมือง Paestum องค์ประกอบในจานเริ่มต้นที่รูปเขาวัวเตรียมมาจากช็อกโกแลต ส่วนตาวัวเตรียมมาจาก Creamy Tomato ส่วนตรงกลางเป็นรูปเกาะ Capri ด้านล่างรองด้วย Herbal Biscuit กรอบ ๆ จับคู่กับ Hay Ice Creamหรือไอศกรีมที่มีกลิ่นของหญ้าฟางหอม ๆ และโยเกิร์ตที่เตรียมมาจากนมควาย (17/20)

LAT(T)E FUTURE (26 €)
The evocation of the first memory linked to breakfast when, for the first time, a drop of coffee in milk was allowed and the toasted bread was soaked like a biscuit

ของหวานจานนี้เชฟรังสรรค์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงช่วงที่เกิดการผสมกาแฟเข้ากับนมจนได้ออกมาเป็น Caffè Latte ที่เราคุ้นเคยกันดี (17/20)

LAT(T)E FUTURE (26 €)
The evocation of the first memory linked to breakfast when, for the first time, a drop of coffee in milk was allowed and the toasted bread was soaked like a biscuit

จากนั้นพนักงานจะผสมผสานขนมปังที่ย่างจนกรอบ, โฟมนม, เมอแรงก์ และเจลาโต้กาแฟเข้าด้วยกัน (17/20)

SOUFFLÈ PIZZA DOLCE (32 €)
The cornerstone of pastry mastery meets the Abruzzo tradition

ของหวานจานถัดมาเป็น Soufflè ที่เชฟให้ชื่อว่าเป็นพิซซ่าของหวานอันเนื่องมาจากองค์ประกอบอย่าง Ricotta Cheese ผสมผสานกับคาราเมลรวมไปถึงเหล้า 2 ชนิดที่แตกต่างกันของแคว้น Abruzzo คือ Alchermes และ Acquista Strega Alberti (17/20)

SOUFFLÈ PIZZA DOLCE (32 €)
The cornerstone of pastry mastery meets the Abruzzo tradition

พนักงานจะตักไอศกรีมใส่ลงไปเ้วย (17/20)

SOUFFLÈ PIZZA DOLCE (32 €)
The cornerstone of pastry mastery meets the Abruzzo tradition

ขนม Soufflè ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม เบา และรสชาติที่พอเหมาะลงตัวตัดกันกับความกรอบของแผ่น Tuile ส่วนองค์ประกอบด้านล่างคือช็อกโกแลตและไอศกรีมวานิลลานั่นเอง (17/20)

TOXIGEN
Pennyroyal Tea

ปิดท้ายด้วย Pennyroyal Tea เสิร์ฟมาเป็นรูปหัวกะโหลก (15/20)

TOXIGEN
Pennyroyal Tea

พนักงานจะเทน้ำลงไปเพื่อจะละลายเป็นอันพร้อมดื่ม (15/20)

Mignardises

ขนมปังเสิร์ฟมาคู่กับ Nutella ชวนรำลึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก

Mignardises

Caprese Cake Marshmallow นุ่มหนึบ

Mignardises

ต่อด้วย Macaron of Hazelnut from Giffoni หวานละลายในปาก

Mignardises

Ice Cream หลายชนิดทั้ง Walnuts Ice Cream, Hazelnut Ice Cream และ Amaretto Ice Cream and Almond Chocolate

Mignardises

Freezing Water ที่มีรสเปรี้ยวของ Acacia Flower และ Sour Orange

Mignardises

Confetti & Nougat สีน้ำตาลเตรียมมาจาก Giffoni Hazelnut ต่อด้วยสีขาวเตรียมมาจาก Avola Almonds และชิ้นสุดท้ายคือ Pistachio & Rosemary Powder

Mignardises

จบด้วยช็อกโกแลตอีก 3 ชนิดคือ Chocolate with Giffoni Hazelnut, Mixed Chocolate with Avola Almonds และ White Chocolate and Yuzu Cloud

ยังมีของฝาก Dried Fig and Dried Fruit Bread ติดไม้ติดมือกลับบ้านมาอีกด้วย

💰 ราคา 685 €

🎗 [INTRO] Paestum เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล Tyrrhenian ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคืออารามกรีกโบราณ 3 แห่งที่มีทรงเสาแบบดอริก (Doric Order) นอกจากนี้ยังมีชายฝั่งทะเลอันสวยงามเหมาะกับการเดินทางมาพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีใจรักอาหารและงานศิลป์ยังมีห้องอาหารโดยเชฟมากฝีมือที่สามารถผสมผสานความสุนทรีย์ทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Tre Olivi ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในแถบนี้อย่าง Savoy Beach Hotel สำหรับใครที่มาถึงก่อนช่วงร้านเปิดสามารถแวะนั่งรอได้บริเวณห้องโถงของโรงแรมที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Mediterranean โดยอาศัยสีเหลืองแซฟรอนตัดสลับกับสีขาว โคมแชนเดอเลียร์ทรงกลมขนาดใหญ่ช่วยให้ความสว่างกับพื้นที่โดยรอบ กระเป๋าเดินทาง Louis Vuitton รุ่นบุกเบิกถูกนำมาวางเรียงกันเพื่อใช้เป็นโต๊ะรับรองลูกค้า

เมื่อเดินผ่านประตูห้องอาหารเข้าไปจะพบกับจุดตรวจสอบการจองและห้องเก็บไวน์ขนาดย่อม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งออกมาอย่างหรูหรา

ต้นมะกอกจริง 3 ต้นรวมไปถึงลายไม้แกะสลักถูกจัดแสดงเพื่อบ่งบอกถึงที่มาของชื่อ Tre Olivi หรือ Three Olives โต๊ะอาหารทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูเข้ากันดีกับพื้นไม้ปาเก้และแสงไฟสีเหลืองนวลที่สะท้อนลงมาจากเพดาน

นอกจากนี้ยังมีเศษหินโบราณที่ขุดพบในพื้นที่ของตัวโรงแรมโดยเชฟ Giovanni Solofra ได้นำมาวางประดับตกแต่งเอาไว้บนโต๊ะทุกตัวดังที่เราได้เห็นกันนั่นเอง

ห้องรับประทานอาหารหลัก

🎗 [THE FOOD] อาหารแต่ละจานที่ Tre Olivi นำเสนอออกมาโดยแทรกความเป็นศิลปะอยู่ค่อนข้างสูงมากกว่าแค่รสชาติที่อร่อยในแบบห้องอาหารทั่วไป ทุกจานได้รับการรังสรรค์โดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ชั้นสูง

ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือ SUBBICASUTTA (140 €) ที่แปลตรงตัวได้ว่า Upside Down นำเสนอมาจำนวน 7 คอร์สหรือจะเป็น RISTUCCIO (180 €) ที่แปลตรงตัวได้ว่า Whats Remains ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราได้ชิมในวันนี้นำเสนอมาจำนวน 10 คอร์สโดยเชฟตั้งใจนำเสนออาหารที่ชวนให้ลูกค้าย้อนไปรำลึกถึงความทรงจำในอดีตช่วงหนึ่ง ๆ ในอดีตของตัวเขานั่นเอง

สุดท้ายคือรายการแบบ À LA CARTE ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าทั้งยังเลือกชิมกันได้ตามใจชอบอีกด้วย

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🎗 [WHY GO] Tre Olivi เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสพย์งานศิลป์ทางอาหารระดับสูงไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศอันเงียบสงบของเมือง Paestum อย่างไรก็ตามด้วยรูปแบบการนำเสนออาจทำให้ตัวร้านไม่ได้เหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้ที่เน้นพิจารณารสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว

ราคาอาหารที่ตั้งเอาไว้คือ 140-180 € ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนและรายละเอียดของอาหารแต่ละคอร์ส พนักงานบริการดีและอธิบายอาหารแต่ละจานด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว รายการไวน์ท้องถิ่นนำเสนอมาในราคาสูงกว่าปกติเพียงเล็กน้อย

หลังจบมื้ออาหารเราขอแนะนำให้เลือกเข้าพักที่ Savoy Beach Hotel ซึ่งตกแต่งออกมาได้อย่างหรูหราสวยงามโดยมีราคาต่อคืนอยู่ที่ 100-150 € เท่านั้น