หน้าแรก » 🇹🇭 Baan Tepa – บ้านเทพา
Visit: December 10, 2022
🇹🇭 Baan Tepa - บ้านเทพา
👨🏻🍳 Chef Chudaree Debhakam (Chef Tam) - เชฟชุดารี เทพาคำ (เชฟตาม)
561 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
Tel: 098-696-9074
Cuisine
🍴 Thai Contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับผลงานของเชฟหญิงรุ่นใหม่มากความสามารถผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand อย่างเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ณ ห้องอาหารบ้านเทพาซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star เพียงหนึ่งเดียวในย่านรามคำแหงเมื่อเดือนก่อนนี้นั่นเอง
[THE PLACE] Baan Tepa Culinary Space ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหงในย่านหัวหมากแต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เมื่อขับรถผ่านประตูเข้ามาจะพบกับความเงียบสงบแตกต่างออกไปจากบริเวณโดยรอบ ตัวอาคารหลักเป็นบ้านสองชั้นที่เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของ พล.ท. นพ. อัศวิน และ ท่านผู้หญิงสุวรี เทพาคำ หรือคุณปู่และคุณย่าของเชฟตามนั่นเอง ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ มุมฝั่งหนึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม ข้างกันคือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับตกแต่งจานอาหารก่อนนำเสิร์ฟ เบื้องหลังคือประตูที่เปิดให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับสูงครบครัน บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระเดิม สุดท้ายคือ The Garden Wing มีลักษณะเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องรับรองทรง 8 เหลี่ยมสำหรับต้อนรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนใครที่เดินอ้อมไปบริเวณหลังบ้านจะพบกับอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นก็คือ Tepa Garden สวนผักตามฤดูกาลและสมุนไพรออร์แกนิคที่เชฟตามปลูกขึ้นเองโดยไม่อาศัยสารเคมีอันตรายหรือสารเร่งโต ถัดไปคือ Tepa Garden and Cafe พื้นที่สีเขียวที่เชฟตามตั้งใจใช้ต้อนรับลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาหาความสงบเงียบในช่วงกลางวัน สุดท้ายคือบ้านอีกหนึ่งหลังที่คุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ หรือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟตามปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสำนักงานในปัจจุบันนั่นเอง
[THE CHEF] เชฟชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตาม เป็นลูกสาวคนกลางของคุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ โดยตัวเธอนั้นจบการศึกษาด้านโภชนศาสตร์จาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับเชฟ Mirco Keller ที่ห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) อยู่พักหนึ่ง ต่อมาเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร International Culinary Center ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Dan Barber ที่ห้องอาหารระดับโลกอย่าง Blue Hill at Stone Barns (2 MICHELIN Stars) นานกว่า 3 ปีและไต่ระดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟตามจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จนั่นเอง ในส่วนของห้องอาหารบ้านเทพานั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในช่วงราว ๆ ปี 2020 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างมากจากนักชิมและสื่อหลากหลายสำนักจนคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงฉบับปี 2023 ล่าสุด
[THE FOOD] เชฟตามได้หยิบยกเมนูพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยากมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคอันซับซ้อนที่เธอเรียนรู้มาประกอบกันไปกับเครื่องครัวชั้นสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัย, แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ด้วยคอนเซปความยั่งยืนทำให้วัตถุดิบส่วนมากล้วนได้มาจากเกษตรกร, ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังมีผักและสมุนไพรที่ปลูกกันแบบออร์แกนิคที่ Tepa Garden หลังบ้านตามคอนเซป Farm to Table ที่เธอได้รับอิทธิพลมาจากห้องอาหาร Blue Hill at Stone Barns ณ ชานนคร New York ลูกค้าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเข้ามาทางเวปไซต์พร้อมกับระบุชนิดของ Tasting Menu ระหว่าง Introduction 6 Courses (3,900++) และ Full Experience 9 Courses (4,500++) โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วเซ็ตหลังดูจะคุ้มค่ากว่ามาก บรรดาคอไวน์สามารถปรึกษา Sommelier ประจำร้านซึ่งเป็นชาว Napoli ทำให้รายการ Wine List ล้วนเต็มไปด้วยไวน์อิตาลี (และฝรั่งเศส) คุณภาพดีจำนวนมากนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล สำหรับจานที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราในครั้งนี้ได้อย่างเช่น
คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูที่เปรียบได้กับหัวใจของอาหารไทยคือน้ำพริกเสิร์ฟมาในคอนเซปน้ำพริก 3 ภาคเริ่มต้นด้วยน้ำพริกมะเขือส้มจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในถ้วยสีดำ ด้านล่างคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศต้นและมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสเผ็ดแซมด้วยความเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนท็อปด้วยกากหมูช่วยเพิ่มความกรอบได้อย่างมีมิติ ต่อมาคือน้ำพริกหลนปลาส้มจากภาคกลางมีลักษณะเป็น Tartelette ขนาดจิ๋วเตรียมมาจากผงถ่าน ด้านในบรรจุมูสปลาส้มให้ความนุ่มละมุนละมุนตัดกันกับความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่นและอโรมาเฉพาะตัวของขมิ้นขาว สุดท้ายคือน้ำพริกเคยแห้งจากภาคใต้โดยเชฟนำกระจับเขาควายไปปั่นจนกลายเป็น Purée เนียนละเอียดเสริมเ้วยกลิ่นหอมของกะปิเคยชั้นดีแล้วเสิร์ฟมากับเบคอนเนื้อหมูและใบยี่หร่าทอดกรอบนั่นเอง (17/20)
อีกหนึ่งคอร์สที่ดีที่สุดของวันนี้คือการผสมรวมกันของเมนูหมึกน้ำดำและเส้นด๊องแด๊งโดยเชฟนำเสนออกมาในรูปแบบของเส้นพาสต้าโฮมเมดทำมาจากแป้งข้าวหอมกระดังงามีลักษณะหนาคล้ายเกี้ยมอี๋ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคลุกเคล้ากันกับน้ำหมึกดำ ด้านล่างรองด้วยตะไคร้ให้ความกรอบและอโรมาหอมเฉพาะตัว ด้านบนคือหนวดหมึกแห้งจากเลลันตาเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังให้รสชาติที่จัดจ้านจนเหงื่อตกอีกด้วย (17/20)
ต้มยำกุ้งในคอร์สนี้ไม่ใช่เมนูที่เราคุ้นเคยกันแต่อย่างใดเพราะเชฟตามตั้งใจนำเสนอต้มยำกุ้งแม่น้ำเขมรสูตรโบราณโดยอาศัยการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะดันและตะลิงปลิงแทนที่มะนาวอย่างไทย ในด้านรสชาติเค็มนั้นเชฟตามใช้น้ำมันที่เตรียมมาจากเคยแทนที่น้ำปลาหมักแบบบ้านเรา ผลที่ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนโปรตีนหลักนั้นแต่เดิมในแถบกัมพูชานิยมเลือกใช้ปลาน้ำจืดแต่เชฟตามเลือกใช้กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสิร์ฟมาคู่กันกับลูกชิ้นกุ้ง ด้านบนท็อปด้วย Celtuce หรือผักกาดต้น, ขิง และตะลิงปลิงช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบ เสริมด้วยความเค็มอีกเล็กน้อยจากใบชะคราม ยังมีข้าวเวสสันตะระที่ปรุงขึ้นมาในสไตล์ Paella ท็อปด้วยมันกุ้งเข้มข้นและกระเทียมดอง เมล็ดข้าวผัดมาให้ความร่วนที่พอเหมาะเข้ากันดีกับความมันของมันกุ้ง อย่างไรก็ตามในแง่ของการนิยามนั้นเรารู้สึกว่าข้าวผัดจานนี้มีความใกล้เคียงกับข้าวผัดอย่างจีน (ที่ไม่มี Wok Hei) มากกว่า Paella เพราะทั้งจานไม่มีส่วนใดเลยที่สามารถพบเจอ Socarrat หรือความกรอบของข้าวได้เลยนั่นเอง สำหรับใครที่อยากปรุงรสสามารถเติมผงโรยข้าวเตรียมมาจากใบมะกรูดหรือน้ำปลาจากเคยลงไปก็ได้เช่นกัน (17/20)
[WHY GO] เชฟตามสามารถหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคชั้นสูงและอุปกรณ์ครัวชั้นยอดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากนักชิมทุกกลุ่ม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพทำให้ราคาอาหารระดับนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พนักงานในร้านให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รายการไวน์ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี หากจะให้กล่าวโดยสรุปห้องอาหารบ้านเทพาถือว่าควรค่าเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง
Price :
3,900-4,500++
Parking :
จอดรถในร้านอาหาร
Operating Time :
17.00-24.00 ปิดจันทร์-อังคาร
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่หยิบยกเมนูพื้นบ้านแล้วนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ
อาหาร :
16
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 RIVIVING INGREDIENTS. REIMAGININING THAI DISHES
Full Experience (4,500++)
AMUSE-BOUCHE
South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura
Giant Trevally Fish, Shiitake Mushrooms, Mushroom Stock, Omm Herbs
warm crab salad, Crab roe, Crab Chawanmushi Bamboo, yellow curry, Nampoo
Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche
Black squid sauce with Lemongrass
Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic
Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth
Pork Collar with pickled vegetables
Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments)
MELON CUCUMBER
Thai Chocolate Miso Tart
Baan Tepa – บ้านเทพา
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Thai Contemporary – อาหารไทยร่วมสมัย
Chef Chudaree Debhakam (Chef Tam) – เชฟชุดารี เทพาคำ (เชฟตาม)
AMUSE-BOUCHE
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยสองอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน ฝั่งซ้ายมือคือ Tartelette ขนาดจิ๋ว ด้านล่างเป็นชิ้นบัวหิมะกรอบ ๆ ท็อปด้วยเมล็ดบัวผสมกับ Ricotta Cheese ให้ความครีมและมัน องค์ประกอบสุดท้ายคือผงปลาจิ้งจั้งโรยเอาไว้ด้านบน ฝั่งขวามือคือข้าวเกรียบหมึกกรอบ ๆ หอม ๆ ท็อปด้วยผงผักชีและพริกจินดาป่น อย่างไรก็ตามการเลือกใช้หมึกอาจทำให้เกิดรสชาติและกลิ่นที่ตกค้างไปจนถึงคอร์สถัด ๆ ไปได้บ้างเล็กน้อย (14/20)
AMUSE-BOUCHE
ถัดมาคือคอร์สที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาเขียวญี่ปุ่นโดยเชฟตามปรับรูปแบบมาใช้เป็น Onion Dashi อุ่น ๆ ที่ได้สีเขียวมาจากผักก้านตรง ข้างกันคือดอกขจรทอดกรอบเสิร์ฟมาให้รับประทานคู่กัน (14/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK
North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking
Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet
South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura
คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูที่เปรียบได้กับหัวใจของอาหารไทยคือน้ำพริกเสิร์ฟมาในคอนเซปน้ำพริก 3 ภาค (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK
North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking
Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet
South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura
เริ่มต้นด้วยน้ำพริกมะเขือส้มจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในถ้วยสีดำ ด้านล่างคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศต้นและมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสเผ็ดแซมด้วยความเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนท็อปด้วยกากหมูช่วยเพิ่มความกรอบได้อย่างมีมิติ (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK
North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking
Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet
South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura
ต่อมาคือน้ำพริกหลนปลาส้มจากภาคกลางมีลักษณะเป็น Tartelette ขนาดจิ๋วเตรียมมาจากผงถ่าน ด้านในบรรจุมูสปลาส้มให้ความนุ่มละมุนละมุนตัดกันกับความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่นและอโรมาเฉพาะตัวของขมิ้นขาว (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK
North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking
Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet
South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura
สุดท้ายคือน้ำพริกเคยแห้งจากภาคใต้โดยเชฟนำกระจับเขาควายไปปั่นจนกลายเป็น Purée เนียนละเอียดเสริมเ้วยกลิ่นหอมของกะปิเคยชั้นดีแล้วเสิร์ฟมากับเบคอนเนื้อหมูและใบยี่หร่าทอดกรอบนั่นเอง (17/20)
FIRST
FISHTAKE
Giant Trevally Fish, Shiitake Mushrooms, Mushroom Stock, Omm Herbs
เชฟตามตั้งใจนำเสนอเนื้อปลาท้องถิ่นของประเทศไทยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นคอร์สที่ชื่อว่า FishTake (อ่านว่า ฟิช-ทา-เกะ) โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือเนื้อปลากะมงที่ผ่านการบ่มจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบและรสชาติเข้มข้นแล้วท็อปด้านบนด้วย Shiitake หรือเห็ดหอมเคี้ยวหนึบสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ดี รอบ ๆ คือ Ponzu Sauce รสเปรี้ยวจับคู่กับซอสสีเข้มรูปหัวใจเตรียมมาจากน้ำมันงาขี้ม่อนให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (15/20)
SECOND
CRAB CRAB CRAB!
Soft shell crab
warm crab salad, Crab roe, Crab Chawanmushi Bamboo, yellow curry, Nampoo
ถัดมาคือคอร์สที่เชฟตามตั้งใจนำเสนอความหลากหลายของเนื้อปูในธรรมชาติเริ่มต้นจาก Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นเนื้อปูม้าเสิร์ฟมาคู่กับสลัดปูม้าและน้ำพริกไข่ปูให้รสชาติหวานมันชวนหลงไหล ข้างกันคือปูนิ่มจากจังหวัดตรังที่เชฟนำไปแช่ในน้ำกะทินานถึง 1 คืนก่อนจะนำมาทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ความหอมของเนื้อปูผสานกันได้อย่างดีกับความหอมของน้ำกะทิ ด้านบนทาด้วยน้ำปู๋ (น้ำปู) จากภาคเหนือที่เตรียมขึ้นมาจากปูนา ยังมีองค์ประกอบของกระยาสารทและถั่วแมคาเดเมีย พนักงานแนะนำให้จิ้มปูนิ่มลงไปกับซอสที่เตรียมขึ้นมาจากแกงเหลืองหน่อไม้ดองให้รสชาติครบทั้งเผ็ด เปรี้ยว และเค็มกลมกล่อม (16/20)
THIRD
STREET CART
Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche
จานนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารริมทางอย่างตับปิ้งน้ำจิ้มแจ่วโดยนำเสนอออกมาในรูปแบบคล้ายคลึงกับ Liver Pâté แบบตะวันตก (16/20)
THIRD
STREET CART
Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche
องค์ประกอบแรกคือมูสตับไก่เนื้อเนียน ละมุนลิ้น ทั้งยังมีความครีมมี่และหนาแน่นที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือแผ่นเจลที่เตรียมมาจากน้ำจิ้มแจ่วให้เนื้อสัมผัสที่หนึบขึ้นมาเล็กน้อย ด้านล่างได้ความกรอบจากข้าวคั่วและ ข้างกันคือแยมฝรั่งสีชมพูเทียบเคียงได้กับแยมเบอร์รี่ที่เรามักพบได้ในห้องอาหารฝรั่งเศส (16/20)
THIRD
STREET CART
Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche
เชฟแนะนำให้ใช้มีดทามูสตับไก่และแยมลงบนขนมปัง Sourdough Brioche ที่เตรียมขึ้นมาจากข้าวเหนียวดำเป็นอันพร้อมรับประทาน (16/20)
FOURTH
BLACK SQUID INK ‘DONG DANG’ NOODLES
Black squid sauce with Lemongrass
อีกหนึ่งคอร์สที่ดีที่สุดของวันนี้คือการผสมรวมกันของเมนูหมึกน้ำดำและเส้นด๊องแด๊งโดยเชฟนำเสนออกมาในรูปแบบของเส้นพาสต้าโฮมเมดทำมาจากแป้งข้าวหอมกระดังงามีลักษณะหนาคล้ายเกี้ยมอี๋ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคลุกเคล้ากันกับน้ำหมึกดำ ด้านล่างรองด้วยตะไคร้ให้ความกรอบและอโรมาหอมเฉพาะตัว ด้านบนคือหนวดหมึกแห้งจากเลลันตาเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังให้รสชาติที่จัดจ้านจนเหงื่อตกอีกด้วย (17/20)
FIFTH
CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM
River Prawn, Tom yam Cambodia soup
Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic
ต้มยำกุ้งในคอร์สนี้ไม่ใช่เมนูที่เราคุ้นเคยกันแต่อย่างใดเพราะเชฟตามตั้งใจนำเสนอต้มยำกุ้งแม่น้ำเขมรสูตรโบราณโดยอาศัยการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะดันและตะลิงปลิงแทนที่มะนาวอย่างไทย (17/20)
FIFTH
CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM
River Prawn, Tom yam Cambodia soup
Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic
ในด้านรสชาติเค็มนั้นเชฟตามใช้น้ำมันที่เตรียมมาจากเคยแทนที่น้ำปลาหมักแบบบ้านเรา ผลที่ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนโปรตีนหลักนั้นแต่เดิมในแถบกัมพูชานิยมเลือกใช้ปลาน้ำจืดแต่เชฟตามเลือกใช้กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสิร์ฟมาคู่กันกับลูกชิ้นกุ้ง ด้านบนท็อปด้วย Celtuce หรือผักกาดต้น, ขิง และตะลิงปลิงช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบ เสริมด้วยความเค็มอีกเล็กน้อยจากใบชะคราม
FIFTH
CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM
River Prawn, Tom yam Cambodia soup
Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic
ยังมีข้าวเวสสันตะระที่ปรุงขึ้นมาในสไตล์ Paella ท็อปด้วยมันกุ้งเข้มข้นและกระเทียมดอง เมล็ดข้าวผัดมาให้ความร่วนที่พอเหมาะเข้ากันดีกับความมันของมันกุ้ง อย่างไรก็ตามในแง่ของการนิยามนั้นเรารู้สึกว่าข้าวผัดจานนี้มีความใกล้เคียงกับข้าวผัดอย่างจีน (ที่ไม่มี Wok Hei) มากกว่า Paella เพราะทั้งจานไม่มีส่วนใดเลยที่สามารถพบเจอ Socarrat หรือความกรอบของข้าวได้เลยนั่นเอง (17/20)
FIFTH
CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM
River Prawn, Tom yam Cambodia soup
Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic
สำหรับใครที่อยากปรุงรสสามารถเติมผงโรยข้าวเตรียมมาจากใบมะกรูดหรือน้ำปลาจากเคยลงไปก็ได้เช่นกัน (17/20)
SIXTH
KHAO TOM HANG
Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอเป็นข้าวต้มแห้งในรูปแบบของบ้านเทพาโดยปรับรูปแบบการนำเสนอจากหมูและเครื่องในหมูมาเป็นหอยชนิดต่าง ๆ (15/20)
SIXTH
KHAO TOM HANG
Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth
ในจานประกอบไปด้วยหอยเป๋าฮื้อจากจังหวัดตราดและหอยมะระ ด้านล่างรองด้วยข้าวต้มแห้งปรุงรสแบบต้นฉบับจับคู่กับซอสรสชาติเข้มข้นเตรียมมาจากตับหอยเป๋าฮื้อ (15/20)
SIXTH
KHAO TOM HANG
Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth
ข้างกันคือซุปหมูและหอยอบแห้งรสชาติเข้มข้นอุมามิ (15/20)
SEVENTH
TAWEE FARM PORK
Pork Collar with pickled vegetables
จานนี้เชฟเลือกใช้สันคอหมูจาก Tawee Farm ซึ่งเป็น Bionic Farm สำหรับหมูแห่งแรกในประเทศไทย ข้าวกันคือ Condiments รวมกัน 3 อย่างที่คนเลี้ยงหมูใช้เลี้ยงเป็นอาหารด้วยเริ่มจากด้านบนคือหัวฟลีเสิร์ฟมาในรูปแบบของสลัด ตรงกลางคือน้ำจิ้มแจ่วที่ได้รสชาติเปรี้ยวอันซับซ้อนจากลูกหม่อนแทนที่มะนาวแบบปกติ สุดท้ายคือถั่วพูช่วยเพิ่มความกรอบให้กับจาน (15/20)
EIGHT
LAMB CURRY
Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments)
อาหารคาวจานสุดท้ายเชฟตั้งใจนำเสนอแกงกะหรี่แบบไทยมาคู่กับเนื้อแกะจาก Karim’s Farm อำเภอปากช่อง (15/20)
EIGHT
LAMB CURRY
Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments)
นอกจากนี้ยังมีโรตีนุ่มหนึบเตรียมมาจากแป้งข้าวเจ้าพันธุ์เม็ดฝ้ายให้หยิบจิ้มลงในตัวแกง (15/20)
EIGHT
LAMB CURRY
Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments)
เชฟเลือกใช้ส่วน Saddle หรือส่วนสันนอกของแกะซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสอันนุ่ม ฉ่ำ มีชั้นไขมันที่หนาและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเสิร์ฟมาคู่กับ Collar หรือสันคอที่จะมีความเฟิร์มมากกว่าโดยเชฟได้นำไปฉีกต่อด้วยกงฟีในน้ำมันแล้วค่อยอบจนกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยถั่วกาหยี อย่างไรก็ตามต้องยอมรับตามจริงว่าถึงเชฟจะเตรียมเนื้อแกะออกมาได้อย่างดีที่สุดแล้วแต่เนื้อสัมผัสโดยธรรมชาติอาจยังเทียบเคียงกับเนื้อแกะจากฝั่งยุโรปไม่ได้ ข้างกันคือแกงกะหรี่อย่างไทยให้ความหอม มัน หวาน ครีมมี่ บาลานซ์กันได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
EIGHT
LAMB CURRY
Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments)
น้ำอาจาดรสชาติเปรี้ยว เผ็ด และฉุนสำหรับตัดรสกับความมันของแกงกะหรี่อย่างไทยนั่นเอง (15/20)
PRE DESSERT
MELON CUCUMBER
ล้างปากก่อนเข้าของหวานด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของแตงกวาญี่ปุ่นและเมลอน องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจากแตงกวาญี่ปุ่นให้ความกรอบที่พอเหมาะ ภายในบรรจุแยมเมลอนและแลคโตเจลลี่เมลอนนุ่มหนึบ ตรงกลางคือกรานิต้าเตรียมมาจาก Tarragon ที่เชฟปลูกเองบริเวณสวน Tepa Garde หลังบ้าน ยังมีซอร์เบท์แตงกวาผสมกับแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นและแตงกวาฝานบางช่วยเพิ่มมิติความกรอบให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยความที่เชฟเลือกใช้เป็นแตงกวาญี่ปุ่นทำให้เมื่อหยิบชิมดูแล้วพบว่าไม่มีกลิ่นเขียวเฉพาะตัวของแตงกวาโดดขึ้นมาแม้แต่น้อย สุดยอดมาก ๆ (16/20)
NINTH
JACK JACK JACK
Thai Chocolate Miso Tart
สำหรับอาหารหวานจานหลักคือทาร์ตกรอบ ๆ ภายในบรรจุช็อกโกแลตจากจังหวัดชุมพรแบรนด์ Kad Kokoa เราประทับใจมาก ๆ ที่เชฟบาลานซ์รสชาติด้วย Miso ทำให้รสเปรี้ยวแปร่ง ๆ ที่มักพบได้ในช็อกโกแลตชุมพรกลับไม่แสดงออกมาโดดเด่นจนเกินไป ตรงกลางเป็นช็อกโกแลตเหลวเข้มข้น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมขนุนหอมมันเข้ากันได้เป็นอย่างดี (15/20)
COCONUT PANDAN CAKE
สำหรับใครที่มาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษทางร้านจะมอบเค้กมะพร้าวใบเตยให้อีก 1 จานอีกด้วย
MIGNARDISES
ปิดท้ายด้วยของฝากกลับบ้านเริ่มจากขนมชั้นฝังซ้ายมือเตรียมมาจากข้าวโพดและกะทิ ถัดมาที่มีหน้าตาคล้าย Madeleine เตรียมมาจากข้าวเหนียวดำเคี้ยวหนึบ ช็อกโกแลตชมพู่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสคล้ายแยมรสเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยเยลลี่เสาวรสพริกเกลือนั่นเอง
ราคา 16,360 บาท (3 คน)
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับผลงานของเชฟหญิงรุ่นใหม่มากความสามารถผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand อย่างเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ณ ห้องอาหารบ้านเทพาซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star เพียงหนึ่งเดียวในย่านรามคำแหงเมื่อเดือนก่อนนี้นั่นเอง
[THE FOOD] เชฟตามได้หยิบยกเมนูพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยากมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคอันซับซ้อนที่เธอเรียนรู้มาประกอบกันไปกับเครื่องครัวชั้นสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัย, แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ด้วยคอนเซปความยั่งยืนทำให้วัตถุดิบส่วนมากล้วนได้มาจากเกษตรกร, ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังมีผักและสมุนไพรที่ปลูกกันแบบออร์แกนิคที่ Tepa Garden หลังบ้านตามคอนเซป Farm to Table ที่เธอได้รับอิทธิพลมาจากห้องอาหาร Blue Hill at Stone Barns ณ ชานนคร New York
ลูกค้าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเข้ามาทางเวปไซต์พร้อมกับระบุชนิดของ Tasting Menu ระหว่าง Introduction 6 Courses (3,900++) และ Full Experience 9 Courses (4,500++) โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วเซ็ตหลังดูจะคุ้มค่ากว่ามาก
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งได้อย่างมีสไตล์
ข้างกันคือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับตกแต่งจานอาหารก่อนนำเสิร์ฟ
ภายในตกแต่งในแบบที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
มุมฝั่งหนึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม
บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระเดิม
สุดท้ายคือ The Garden Wing มีลักษณะเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่
ภายในเชื่อมต่อกับห้องรับรองทรง 8 เหลี่ยมสำหรับต้อนรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
บรรดาคอไวน์สามารถปรึกษา Sommelier ประจำร้านซึ่งเป็นชาว Napoli ทำให้รายการ Wine List ล้วนเต็มไปด้วยไวน์อิตาลี (และฝรั่งเศส) คุณภาพดีจำนวนมากนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล
[THE CHEF] เชฟชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตา ม เป็นลูกสาวคนกลางของคุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ โดยตัวเธอนั้นจบการศึกษาด้านโภชนศาสตร์จาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับเชฟ Mirco Keller ที่ห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) อยู่พักหนึ่ง ต่อมาเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร International Culinary Center ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Dan Barber ที่ห้องอาหารระดับโลกอย่าง Blue Hill at Stone Barns (2 MICHELIN Stars) นานกว่า 3 ปีและไต่ระดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟตามจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จนั่นเอง ในส่วนของห้องอาหารบ้านเทพานั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในช่วงราว ๆ ปี 2020 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างมากจากนักชิมและสื่อหลากหลายสำนักจนคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงฉบับปี 2023 ล่าสุด
เบื้องหลังคือประตูที่เปิดให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับสูงครบครัน
ส่วนใครที่เดินอ้อมไปบริเวณหลังบ้านจะพบกับอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นก็คือ Tepa Garden สวนผักตามฤดูกาลและสมุนไพรออร์แกนิคที่เชฟตามปลูกขึ้นเองโดยไม่อาศัยสารเคมีอันตรายหรือสารเร่งโต
พืนที่ Tepa Garden and Cafe พื้นที่สีเขียวที่เชฟตามตั้งใจใช้ต้อนรับลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาหาความสงบเงียบในช่วงกลางวัน
เบื้องหลังแสดงถึงบ้านอีกหนึ่งหลังที่คุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ หรือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟตามปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสำนักงานในปัจจุบันนั่นเอง
[WHY GO] เชฟตามสามารถหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคชั้นสูงและอุปกรณ์ครัวชั้นยอดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากนักชิมทุกกลุ่ม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพทำให้ราคาอาหารระดับนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พนักงานในร้านให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รายการไวน์ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี หากจะให้กล่าวโดยสรุปห้องอาหารบ้านเทพาถือว่าควรค่าเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
ตัวอาคารหลักเป็นบ้านสองชั้นที่เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของ พล.ท. นพ. อัศวิน และ ท่านผู้หญิงสุวรี เทพาคำ หรือคุณปู่และคุณย่าของเชฟตามนั่นเอง
Baan Tepa Culinary Space ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหงในย่านหัวหมากแต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เมื่อขับรถผ่านประตูเข้ามาจะพบกับความเงียบสงบแตกต่างออกไปจากบริเวณโดยรอบ