หน้าแรก » 🇹🇭 Chim by Siam Wisdom – ชิม บาย สยามวิสดอม
Visit: August 19, 2023
🇹🇭 Chim by Siam Wisdom - ชิม บาย สยามวิสดอม
👨🏻🍳 Chef Thaninthorn Chantrawan (Chef Noom) - เชฟธนินธร จันทรวรรณ (เชฟหนุ่ม)
315 ซ.องค์รักษ์ 13 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต, กรุงเทพ, 10110, ประเทศไทย
Tel: 085-553-6199
Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
15.5/20
Price
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารไทยที่เราชื่นชอบที่สุดจนมีอันต้องแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี เชฟหนุ่มเจ้าของร้านเริ่มก่อร่างสร้างตัวด้วยตัวเองโดยไร้ซึ่งนายทุนใหญ่มาช่วยทั้งยังเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนกลายมาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ สำหรับบรรดาเชฟรุ่นใหม่
[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านเดิมในซอยสุขุมวิท 31 เชฟหนุ่มจึงตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom มายังตำแหน่งใหม่ในซอยองครักษ์ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิม ตัวอาคารเป็นบ้านไม้สักสองชั้นทรงโคโลเนียลโดยมีเจ้าของเดิมเป็นถึงราชองครักษ์มหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนที่จะขายโฉนดที่ดินต่อมาเรื่อย ๆ ผ่านขุนนางระดับเจ้าพระยาหลายท่านจนถึงเจ้าของคนปัจจุบันคือคุณสกุล อินทกุล ก่อนหน้านี้ตัวอาคารเคยถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ก่อนที่จะปิดทำการไปแล้วปรับมาเป็นห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom แห่งนี้ พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา บริเวณหลังบ้านมีศาลาไทยตั้งอยู่คู่กันกับสระว่ายน้ำขนาดย่อม เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับแผนกต้อนรับและตรวจสอบการจอง ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายและหรูหราอย่างไทยโบราณ โต๊ะไม้เปลือยตกแต่งด้วยรูปจำลองของชฎาหรือสัญลักษณ์ของร้าน พื้นที่ชั้นบนเป็นโต๊ะยาวสำหรับรองรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่ม
[THE CHEF] เชฟหนุ่ม ธนินทร จันทรวรรณ เกิดและเติบโตในจังหวัดนครปฐม หลังจากเรียนจบการศึกษาจากวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาก็ได้เกิดจุดพลิกผันของชีวิตคือการเดินทางไปเรียนภาษาและปริญญาโทต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้วยค่าครองชีพที่สูงทำให้ชีวิตนักเรียนไทยส่วนมากต้องทำงานหารายได้เสริมโดยเชฟหนุ่มในตอนนั้นเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นพนักงานขนของจากซุปเปอร์มาเก็ตมาส่งยังร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีงานจิปาถะอื่น ๆ เช่น ล้างจาน รวมไปถึงการทำอาหารไทยอย่างง่ายจำพวกเสียบหมูสะเต๊ะ จีบขนมจีบ และห่อปอเปี๊ยะ ครั้นสั่งสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่งจากห้องอาหารไทยในกรุง London เชฟหนุ่มได้ย้ายมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ห้องอาหารไทย Blue Elephant ก่อนจะไต่ขึ้นไปถึงตำแหน่งผู้จัดการที่ห้องอาหาร Thai Square สำหรับเทคนิคการปรุงอาหารแบบตะวันตกก็ได้มาจากการย้ายงานไปยังห้องอาหารหลายสัญชาติทั้งไทย จีน สเปน ญี่ปุ่น รวมไปถึงห้องอาหาร Fine Dining ใน MICHELIN Guide เช่น Zuma, Patterson’s, Momo, Sketch และ Gordon Ramsay หลังจากพัฒนาฝีมือไปได้ถึงขีดสุดเชฟหนุ่มจึงตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมแข่งขันรายการ Iron Chef Thailand ก่อนที่จะรับตำแหน่งเป็น Iron Chef อาหารไทยในเวลาต่อมา สำหรับชีวิตการเป็นเชฟที่ประเทศไทยนั้นเชฟหนุ่มได้ลงทุนเปิดห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom ขึ้นในบ้านเรือนไทยย่านสุขุมวิททั้งยังสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] สำหรับขั้นตอนการจองลูกค้าสามารถกดปุ่มจองได้ในเวปไซต์หรือติดต่อไปยังร้านได้โดยตรงเพื่อตกลงวัน เวลา และจำนวนคน จากนั้นทางร้านจะให้โอนเงินมัดจำไว้ส่วนหนึ่ง (500 บาทต่อคน) โดยจะหักออกจากบิลเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ อาหารที่นี่นำเสนอเสนอมาในรูปแบบ Set Menu เท่านั้นในราคาปัจจุบันที่ 2,950++ ต่อท่าน เชฟหนุ่มตั้งใจคัดเลือกวัตถุดิบจากพี่น้องเกษตรกรณ์รายย่อยทั่วประเทศทั้งยังการันตีความสดโดยการรับวัตถุดิบมาแบบวันต่อวันรวมไปถึงปู กุ้งแม่น้ำ ปลาช่อน ผัก และผลไม้ต่าง ๆ รายการอาหารส่วนมากปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลแต่ก็มีบางจานที่จัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องจนเรียกได้ว่าเป็น Signature Dish ประจำร้านไปแล้ว รายการไวน์ที่คัดมาช่วงนี้จะเน้นหนักไปที่ไวน์จากประเทศสเปนแต่เชฟหนุ่มกำลังมีแผนที่จะนำไวน์จากไร่ GranMonte ที่เขาใหญ่ซึ่งเข้ากันดีมาก ๆ กับอาหารไทยมาจัดจำหน่ายเพิ่มเติมอีกด้วย สำหรับใครที่ตามรอยเราไปขอปักหมุดจานที่ดีที่สุดของร้านอย่างเช่น
คอร์สนี้คือเมนูที่เชฟหนุ่มรังสรรค์ขึ้นมาใหม่โดยใช้เนื้อปูไปทำเป็นน้ำสต๊อกปูผสมผสานไปกับน้ำสต๊อกไก่เสิร์ฟมาในกระดองปู จากนั้นใส่เนื้อปูและเนื้อไก่ลงไปในอัตราส่วนที่พอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีความหอมมันของไข่ปู ความกรุบของไข่ปลาแซลมอน รอบ ๆ คือไข่ตุ๋นที่เตรียมมาจากไข่ไก่ออร์แกนิคให้เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นคล้ายกันกับชาวานมูชิของญี่ปุ่น จากนั้นเชฟจะใส่โฟมที่เตรียมขึ้นมาจากปลาแห้งให้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเบาและมีกลิ่นหอมเด่นชัดลงไปด้วย (17/20)
ห้ามพลาดเมนู Signature Dish ที่มีติดอยู่ในรายการเมนูมานานอย่าง “กุ้งโสร่ง” ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับ “ยำส้มกอ” เชฟห่อกุ้งโดยใช้ใช้วิธีโบราณโดยใส่หัวไชโป๊กรอบหวานเอาไว้ตรงกลาง รอบ ๆ เชฟเลือกที่จะเปลี่ยนชนิดของเส้นจากเส้นหมี่ขาวหรือหมี่เหลืองมาเป็นฟิโลแพสทรี่แบบตะวันตกแทนเพื่อให้ได้ความกรอบที่ชัดเจน ไม่แข็งกระด้าง ทั้งยังไม่อมน้ำมันอีกด้วย ส่วนยำส้มกอนั้นเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวชองในจังหวัดจันทบุรี เชฟเล่าว่าด้วยความที่ชาวชองในอดีตโดนกองทัพของพระเจ้าตากบุกตีจนแตกพ่ายหนีเข้าไปในป่าทำให้อาหารของชาวชองมักไม่ผ่านไฟเพื่อไม่ให้ถูกข้าศึกเห็นได้โดยง่าย ด้านบนท็อปด้วยใบบัวบกน้ำ รอบ ๆ คือซอสโหระพามาโยสีเขียวอ่อนและซอสสไปซี่มาโยสีส้ม นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของถั่วคั่วหอมและผงปาปริก้า จานนี้จบด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้จากสวนหลังบ้าน วิธีรับประทานให้ตักยำส้มกอที่มีรสชาติเปรี้ยวนำหวานแซมรับประทานคู่กันไปกับกุ้งโสร่งจะได้รสชาติครบทั้งเปรี้ยวหวานและเผ็ด ทั้งยังมีความกรอบเทียบกันกับกุ้งโสร่งจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย (16/20)
อีกหนึ่งเมนู Signature Dish ที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูคือ “ต้มยำปลาช่อนโบราณ ร.ศ. ๑๐๙” ซึ่งได้รับการคิดค้นขึ้นโดยคุณหญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (ผู้แต่งตำราแม่ครัวหัวป่าก์) ก่อนที่จะถูกสืบทอดมายังหม่อมส้มจีนและสูญหายไปนานกว่า 200 ปี จนกระทั่งเชฟหนุ่มไปค้นเจอในตำราอาหารชาววังโบราณ เชฟหนุ่มเลือกที่จะปรับสูตรเพียงเล็กน้อยให้เข้ากันกับยุคสมัยองค์ประกอบแรกคือเนื้อปลาช่อนนาแท้ ๆ หัวสั้น ตัวสีเทาเขียวเข้ม ขนาดประมาณ 8-9 ขีดที่เชฟรับมาแบบเป็น ๆ ในทุก ๆ เช้าเตรียมโดยการหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ ส่วนรสชาตินั้นมีความเผ็ดจัดจ้านตามความพอพระทัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศราชินีเผา (แทนที่มะเขือเทศสีดาตามสูตรโบราณ) เชฟยังใส่หอมแดงไทยเผาและผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งในที่นี้คือมะเฟืองลงไปด้วย ส่วนสมุนไพรเชฟใส่ลงไปหลายอย่างทั้งผักชีไทย ผักชีล้อม ผักชีฝรั่ง รวมไปถึงกระเทียวเจียวอย่างไทย หัวใจสำคัญของต้มยำหม้อนี้คือการใส่ข้าวสารดิบลงไปในน้ำซุปเพื่อดูดกลิ่นคาวปลา นอกจากนี้แป้งจากเมล็ดข้าวยังเพิ่มความเข้มข้นให้กับน้ำซุปได้อย่างพอเหมาะ สุดท้ายคือการใส่ข้าวพองที่ผ่านการทอดในน้ำมันจนกรอบลงไปด้านบนเพื่อเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (17/20)
Price :
2,950++ THB
Parking :
จอดในร้าน
Operating Time :
17.00-22.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารไทยที่สามารถยกระดับเทคนิคและรสชาติของอาหารไทยไปได้จนถึงระดับสากล
อาหาร :
15.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 TASTING MENU (2,950++)
AMUSE BOUCHE
Amuse bouche of the day
STARTERS
Steamed organic hen egg with crabmeat
Char-grilled chicken with Golek sauce
King prawn with filo pastry
SALAD
Grilled dry aged squid with basil salad
SOUP
The lost recipe 2nd edition
PRE-MAIN COURSE
Rice noodle with Isaan beef curry broth
MAIN COURSE
River prawn with spicy caramel peanut sauce
Songkhla salted egg fish ball in green curry
Steamed jasmine rice with jasmine flower water
DESSERT
Chim by Siam Wisdom – ชิม บาย สยามวิสดอม
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Thai – อาหารไทย
Chef Thaninthorn Chantrawan (Chef Noom) – เชฟธนินธร จันทรวรรณ (เชฟหนุ่ม)
AMUSE BOUCHE
เริ่มต้นระหว่างรออาหารด้วยขนมดอกจอกเค็มกรอบ ๆ หอม เบาท้อง รับประทานง่าย
AMUSE BOUCHE
หลนปู เมี่ยงคำหลวง ม้าฮ่อ
Amuse bouche of the day
เชฟแนะนำให้รับประทาน “หลนปู” ที่อาศัยเนื้อปูจากอำเภอระโนดในจังหวัดสงขลาเสิร์ฟมาบนแผ่นข้าวตังกรอบ ๆ รสชาติมีครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด บาลานซ์มาดีมาก ๆ สังเกตจากรสชาติที่ไม่ครีมมี่หรือหวานจนเกินไป (15/20)
AMUSE BOUCHE
หลนปู เมี่ยงคำหลวง ม้าฮ่อ
Amuse bouche of the day
คำที่สองคือเมี่ยงคำหลวงที่เชฟใส่ปลาป่นกรอบ ๆ ลงไปด้วยช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้ตัดกันกับใบชะพลู เชฟเตรียมน้ำเมี่ยงคำโดยใช้วิธีแบบดั้งเดิมคือการใส่ข่า น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะพร้าวเคี่ยวจนข้นเพื่อให้ได้รสชาติที่หวานกลมกล่อม สุดท้ายคือ “ม้าฮ่อ” องค์ประกอบด้านล่างคือสับปะรดที่นำไปผ่านกระบวนการ Compressed ให้ดูดน้ำสับปะรดกลับเข้าไปจนได้เนื้อสัมผัสที่ฉ่ำและคงความกรอบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ด้านบนคือองค์ประกอบที่ได้จากการนำถั่วและหัวไชโป๊หวานไปเคี่ยวกับน้ำตาลโตนดจนข้น จากนั้นปั้นเป็นก้อนกล แล้วนำมาคลุกกับถั่วบดอีกทีหนึ่ง (15/20)
STARTERS
ปูไข่ไก่หลง
Steamed organic hen egg with crabmeat
คอร์สนี้คือเมนูที่เชฟหนุ่มรังสรรค์ขึ้นมาใหม่โดยใช้เนื้อปูไปทำเป็นน้ำสต๊อกปูผสมผสานไปกับน้ำสต๊อกไก่เสิร์ฟมาในกระดองปู จากนั้นใส่เนื้อปูและเนื้อไก่ลงไปในอัตราส่วนที่พอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีความหอมมันของไข่ปู ความกรุบของไข่ปลาแซลมอน รอบ ๆ คือไข่ตุ๋นที่เตรียมมาจากไข่ไก่ออร์แกนิคให้เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นคล้ายกันกับชาวานมูชิของญี่ปุ่น (17/20)
STARTERS
ปูไข่ไก่หลง
Steamed organic hen egg with crabmeat
จากนั้นเชฟจะใส่โฟมที่เตรียมขึ้นมาจากปลาแห้งให้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเบาและมีกลิ่นหอมเด่นชัดลงไปด้วย (17/20)
STARTERS
อายัมกอและห์
Char-grilled chicken with Golek sauce
กอและห์หรือฆอและเป็นอาหารมลายูปักษ์ใต้และมาเลเซียโดยคำว่ากอและมีที่มา 2 แหล่ง หนึ่งคือการพลิกไปพลิกมาและสองคือคำที่ใช้เรียกเรือกอและซึ่งมีขนาดเล็กและโคลงเคลงไปมาได้นั่นเอง ส่วนคำว่าอายัมหรืออาแยนั้นแปลว่าไก่ (16/20)
STARTERS
อายัมกอและห์
Char-grilled chicken with Golek sauce
เชฟนำเนื้อไก่ออร์แกนิคเลี้ยงแบบปล่อยจากฟาร์มที่จังหวัดสุพรรณบุรีไปผ่านกระบวนการซูวีก่อนเพื่อให้สุกแล้วค่อยนำมาย่างโดยใช้ถ่านเผาเนื้อมะพร้าวให้มีกลิ่นหอมลอยขึ้นมาติดกับชิ้นไก่ จากนั้นเชฟจึงพลิกไปพลิกมาต่อหน้าลูกค้าที่ข้างโต๊ะ ระหว่างนั้นเชฟจะทาซอสลงไปแล้วย่างต่อจนตัวซอสเข้มข้น ด้านบนขูดผิวมะกรูดลงไปเล็กน้อย (16/20)
STARTERS
อายัมกอและห์
Char-grilled chicken with Golek sauce
เนื้อไก่มีความนุ่มฉ่ำ เข้ากันดีกับตัวซอส จากนั้นจึงจัดลงจานท็อปด้านบนด้วยใบชะพลูทอดแล้วอบต่อจนแห้งกรอบ ข้างกันคือดอกดาหลาดองให้รสชาติที่ไม่ขมและไม่ฝาดจนเกินไปใช้ดับรสชาติเผ็ดได้เป็นอย่างดี (16/20)
กุ้งโสร่ง
King prawn with filo pastry
ห้ามพลาดเมนู Signature Dish ที่มีติดอยู่ในรายการเมนูมานานอย่าง “กุ้งโสร่ง” ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับ “ยำส้มกอ” เชฟห่อกุ้งโดยใช้ใช้วิธีโบราณโดยใส่หัวไชโป๊กรอบหวานเอาไว้ตรงกลาง รอบ ๆ เชฟเลือกที่จะเปลี่ยนชนิดของเส้นจากเส้นหมี่ขาวหรือหมี่เหลืองมาเป็นฟิโลแพสทรี่แบบตะวันตกแทนเพื่อให้ได้ความกรอบที่ชัดเจน ไม่แข็งกระด้าง ทั้งยังไม่อมน้ำมันอีกด้วย ส่วนยำส้มกอนั้นเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวชองในจังหวัดจันทบุรี เชฟเล่าว่าด้วยความที่ชาวชองในอดีตโดนกองทัพของพระเจ้าตากบุกตีจนแตกพ่ายหนีเข้าไปในป่าทำให้อาหารของชาวชองมักไม่ผ่านไฟเพื่อไม่ให้ถูกข้าศึกเห็นได้โดยง่าย ด้านบนท็อปด้วยใบบัวบกน้ำ รอบ ๆ คือซอสโหระพามาโยสีเขียวอ่อนและซอสสไปซี่มาโยสีส้ม นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของถั่วคั่วหอมและผงปาปริก้า จานนี้จบด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้จากสวนหลังบ้าน วิธีรับประทานให้ตักยำส้มกอที่มีรสชาติเปรี้ยวนำหวานแซมรับประทานคู่กันไปกับกุ้งโสร่งจะได้รสชาติครบทั้งเปรี้ยวหวานและเผ็ด ทั้งยังมีความกรอบเทียบกันกับกุ้งโสร่งจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย (16/20)
ปลาหมึกเห่าดง
Grilled dry aged squid with basil saladเห่าดงเป็นเมนูโบราณที่มีต้นกำเนิดมาจากชาวบ้านในแถบภาคอีสาน แต่เดิมนิยมนำเนื้องูเห่าหรืองูจงอางมาปรุงสุกและปรุงรสให้เผ็ดจัดจ้านและมีกลิ่นสมุนไพรรวมไปถึงกลิ่นข้าวคั่วที่โดดเด่นเพื่อดับกลิ่นสาบ ในที่นี้เชฟปรับรูปแบบมาใช้โปรตีนหลักอย่างหมึกที่ผ่านกระบวนการ Dry Aged จนได้ระดับความกรอบที่น่าพึงพอใจ น้ำยำให้รสชาติที่เผ็ดแซบจัดจ้าน มีกลิ่นหอมของใบกระเพรา, ใบโหระพา และใบผักแพว จากนั้นจบด้วยการวางใบยี่หร่าทอดกรอบลงไปด้านบนช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
ต้มยำปลาช่อนโบราณ
The lost recipe 2nd editionอีกหนึ่งเมนู Signature Dish ที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูคือ “ต้มยำปลาช่อนโบราณ ร.ศ. ๑๐๙” ซึ่งได้รับการคิดค้นขึ้นโดยคุณหญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (ผู้แต่งตำราแม่ครัวหัวป่าก์) ก่อนที่จะถูกสืบทอดมายังหม่อมส้มจีนและสูญหายไปนานกว่า 200 ปี จนกระทั่งเชฟหนุ่มไปค้นเจอในตำราอาหารชาววังโบราณ เชฟหนุ่มเลือกที่จะปรับสูตรเพียงเล็กน้อยให้เข้ากันกับยุคสมัยองค์ประกอบแรกคือเนื้อปลาช่อนนาแท้ ๆ หัวสั้น ตัวสีเทาเขียวเข้ม ขนาดประมาณ 8-9 ขีดที่เชฟรับมาแบบเป็น ๆ ในทุก ๆ เช้าเตรียมโดยการหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ (17/20)
ต้มยำปลาช่อนโบราณ
The lost recipe 2nd editionส่วนรสชาตินั้นมีความเผ็ดจัดจ้านตามความพอพระทัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศราชินีเผา (แทนที่มะเขือเทศสีดาตามสูตรโบราณ) เชฟยังใส่หอมแดงไทยเผาและผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งในที่นี้คือมะเฟืองลงไปด้วย ส่วนสมุนไพรเชฟใส่ลงไปหลายอย่างทั้งผักชีไทย ผักชีล้อม ผักชีฝรั่ง รวมไปถึงกระเทียวเจียวอย่างไทย หัวใจสำคัญของต้มยำหม้อนี้คือการใส่ข้าวสารดิบลงไปในน้ำซุปเพื่อดูดกลิ่นคาวปลา นอกจากนี้แป้งจากเมล็ดข้าวยังเพิ่มความเข้มข้นให้กับน้ำซุปได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
SOUP
ต้มยำปลาช่อนโบราณ
The lost recipe 2nd edition
สุดท้ายคือการใส่ข้าวพองที่ผ่านการทอดในน้ำมันจนกรอบลงไปด้านบนเพื่อเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (17/20)
SOUP
ต้มยำปลาช่อนโบราณ
The lost recipe 2nd edition
เชฟจะตักแบ่งให้ลูกค้าทุกคนและสามารถขอเติมจากหม้อได้เรื่อย ๆ (17/20)
PRE-MAIN COURSE
อ่อมงัวข้าวปุ้น
Rice noodle with Isaan beef curry broth
อ่อมงัวข้าวปุ้นเป็นเมนูที่ได้จากการนำเนื้อแก้มวัวไปตุ๋นในน้ำแกงเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น จากนั้นใส่น้ำปลาร้าลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในน้ำแกงยังมีปลาแห้งตำและผักชีลาวอยู่ด้วย (15/20)
PRE-MAIN COURSE
อ่อมงัวข้าวปุ้น
Rice noodle with Isaan beef curry broth
เราสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติที่เผ็ดจัดจ้านจากพริกและความกรอบที่หลากหลายจากผักเคียงต่าง ๆ นอกจากนี้ด้านล่างยังมีเส้นข้าวปุ้นมีลักษณะคล้ายขนมจีนนุ่ม ๆ อีกเช่นกัน (15/20)
MAIN COURSE
พริบพรีกุ้งแม่น้ำ
River prawn with spicy caramel peanut sauce
กุ้งแม่น้ำจากจังหวัดอยุธยาที่เชฟรับมาแบบสด ๆ วันต่อวันย่างบนเตาถ่ายจนสุกกำลังดี เนื้อกุ้งนุ่มเด้งผสานไปกับมันจากหัวกุ้ง ตัวซอสมีชื่อเรียกเฉพาะว่าซอสพริบพรีซึ่งเป็นชื่อเรียกขานของเมืองเพชรบุรีให้รสชาติเผ็ดเปรี้ยวจากพริกดอง หอมดอง และกระเทียมดอง แต่เชฟหนุ่มได้เพิ่มถั่วตัดลงไปเพื่อให้มีความแตกต่างและมีมิติทางรสชาติมากยิ่งขึ้น (15/20)
MAIN COURSE
แกงระแวงปลากรายไข่ครอบ
Songkhla salted egg fish ball in green curry
“แกงระแวง” เป็นเมนูอาหารไทยโบราณตำรับชาววังที่มีลักษณะคล้ายกับแกงเขียวหวานเข้มข้น สูดลมหายใจลึก ๆ จะสัมผัสได้ถึงอโรมาหอม ๆ และความกรอบของลูกพริกไทยผสานไปกับความกรอบของมะเขือพวง ตัวแกงมีสีเขียวเหลืองจากขมิ้น สำหรับอีกหนึ่งประกอบคือไข่ครอบนั้นมีที่มาจากจับหวัดสงขลาโดยเชฟจะคัดเฉพาะส่วนไข่แดงของไข่เป็ดไปดองในน้ำเกลือห่อหุ้มรอบ ๆ ด้วยลูกชิ้นปลากรายนุ่มเด้งเข้ากันกับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ได้อย่างไร้ที่ติ (16/20)
MAIN COURSE
ข้าวหุงน้ำลอยดอกมะลิ
Steamed jasmine rice with jasmine flower water
เชฟเตรียมข้าวเริ่มต้นจากการนำดอกมะลิมาล้างแล้วคัดส่วนเกสรที่มีรสชาติขมออกไปก่อน จากนั้นน้ำข้าวหอมมะลิไปหุงกับน้ำลอยดอกมะลิจนให้อโรมาหอมกรุ่น
DESSERT
กรานิต้าและขนมโค
Dessert of the day
ล้างปากด้วยกรานิต้าที่เตรียมมาจากผลมะเฟืองและเลมอนให้รสเปรี้ยวจับคู่มากับครัมเบิ้ล นอกจากนี้ยังมีผลไม้คือมะม่วงและแอปเปิ้ลเขียวหั่นเต๋าใส่มาอีกด้วย (14/20)
DESSERT
กรานิต้าและขนมโค
Dessert of the day
ขนมโคน้ำกะทิเป็นของหวานยอดนิยมในพิธีประเพณีแรกนาขวัญ เชฟปั้นลูกขนมโคมาในขนาดพอดีคำ ตรงกลางสอดไส้ที่ได้จากการมะพร้าวทึนทึกอัมพวาไปเคี่ยวกับน้ำตาลโตนดเมืองเพชรจนให้รสชาติหวานที่มีมิติ น้ำกะทิรอบ ๆ ให้รสชาติหวานที่พอเหมาะเพื่อไม้ให้บดบังความโดดเด่นของไส้ขนมโค ด้านล่างมีบัวลอยนุ่มหนึบใส่มาด้วย จากนั้นจบด้วยการโรยงาขาวและงาดำลงไปเสริมกลิ่นหอมชวนหลงไหลเป็นที่สุด (15/20)
DESSERT
ปิดท้ายด้วยของหวาน Petit Fours ที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองหลากหลายชนิดมีทั้งกลีบลำดวน หยกมณี ถั่วอัด ผลไม้ตามฤดูกาล ขนมอาลัว และขนมกล้วยจับคู่มากับชาสมุนไพรคนละ 1 แก้ว
ราคา 6,485.27 บาท
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารไทยที่เราชื่นชอบที่สุดจนมีอันต้องแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี เชฟหนุ่มเจ้าของร้านเริ่มก่อร่างสร้างตัวด้วยตัวเองโดยไร้ซึ่งนายทุนใหญ่มาช่วยทั้งยังเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนกลายมาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ สำหรับบรรดาเชฟรุ่นใหม่
[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านเดิมในซอยสุขุมวิท 31 เชฟหนุ่มจึงตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom มายังตำแหน่งใหม่ในซอยองครักษ์ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิม
ตัวอาคารเป็นบ้านไม้สักสองชั้นทรงโคโลเนียลโดยมีเจ้าของเดิมเป็นถึงราชองครักษ์มหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนที่จะขายโฉนดที่ดินต่อมาเรื่อย ๆ ผ่านขุนนางระดับเจ้าพระยาหลายท่านจนถึงเจ้าของคนปัจจุบันคือคุณสกุล อินทกุล
ก่อนหน้านี้ตัวอาคารเคยถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ก่อนที่จะปิดทำการไปแล้วปรับมาเป็นห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom แห่งนี้
พื้นที่ชั้นบนเป็นโต๊ะยาวสำหรับรองรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่ม
โต๊ะไม้เปลือยตกแต่งด้วยรูปจำลองของชฎาหรือสัญลักษณ์ของร้าน
[THE CHEF] เชฟหนุ่ม ธนินทร จันทรวรรณ เกิดและเติบโตในจังหวัดนครปฐม หลังจากเรียนจบการศึกษาจากวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาก็ได้เกิดจุดพลิกผันของชีวิตคือการเดินทางไปเรียนภาษาและปริญญาโทต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้วยค่าครองชีพที่สูงทำให้ชีวิตนักเรียนไทยส่วนมากต้องทำงานหารายได้เสริมโดยเชฟหนุ่มในตอนนั้นเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นพนักงานขนของจากซุปเปอร์มาเก็ตมาส่งยังร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีงานจิปาถะอื่น ๆ เช่น ล้างจาน รวมไปถึงการทำอาหารไทยอย่างง่ายจำพวกเสียบหมูสะเต๊ะ จีบขนมจีบ และห่อปอเปี๊ยะ ครั้นสั่งสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่งจากห้องอาหารไทยในกรุง London เชฟหนุ่มได้ย้ายมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ห้องอาหารไทย Blue Elephant ก่อนจะไต่ขึ้นไปถึงตำแหน่งผู้จัดการที่ห้องอาหาร Thai Square สำหรับเทคนิคการปรุงอาหารแบบตะวันตกก็ได้มาจากการย้ายงานไปยังห้องอาหารหลายสัญชาติทั้งไทย จีน สเปน ญี่ปุ่น รวมไปถึงห้องอาหาร Fine Dining ใน MICHELIN Guide เช่น Zuma, Patterson’s, Momo, Sketch และ Gordon Ramsay หลังจากพัฒนาฝีมือไปได้ถึงขีดสุดเชฟหนุ่มจึงตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมแข่งขันรายการ Iron Chef Thailand ก่อนที่จะรับตำแหน่งเป็น Iron Chef อาหารไทยในเวลาต่อมา สำหรับชีวิตการเป็นเชฟที่ประเทศไทยนั้นเชฟหนุ่มได้ลงทุนเปิดห้องอาหาร Chim by Siam Wisdom ขึ้นในบ้านเรือนไทยย่านสุขุมวิททั้งยังสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] สำหรับขั้นตอนการจองลูกค้าสามารถกดปุ่มจองได้ในเวปไซต์หรือติดต่อไปยังร้านได้โดยตรงเพื่อตกลงวัน เวลา และจำนวนคน จากนั้นทางร้านจะให้โอนเงินมัดจำไว้ส่วนหนึ่ง (500 บาทต่อคน) โดยจะหักออกจากบิลเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ อาหารที่นี่นำเสนอเสนอมาในรูปแบบ Set Menu เท่านั้นในราคาปัจจุบันที่ 2,950++ ต่อท่าน เชฟหนุ่มตั้งใจคัดเลือกวัตถุดิบจากพี่น้องเกษตรกรณ์รายย่อยทั่วประเทศทั้งยังการันตีความสดโดยการรับวัตถุดิบมาแบบวันต่อวันรวมไปถึงปู กุ้งแม่น้ำ ปลาช่อน ผัก และผลไม้ต่าง ๆ รายการอาหารส่วนมากปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลแต่ก็มีบางจานที่จัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องจนเรียกได้ว่าเป็น Signature Dish ประจำร้านไปแล้ว รายการไวน์ที่คัดมาช่วงนี้จะเน้นหนักไปที่ไวน์จากประเทศสเปนแต่เชฟหนุ่มกำลังมีแผนที่จะนำไวน์จากไร่ GranMonte ที่เขาใหญ่ซึ่งเข้ากันดีมาก ๆ กับอาหารไทยมาจัดจำหน่ายเพิ่มเติมอีกด้วย
พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา บริเวณหลังบ้านมีศาลาไทยตั้งอยู่คู่กันกับสระว่ายน้ำขนาดย่อม
[WHY GO] Chim by Siam Wisdom ยังคงนำเสนออาหารไทยที่มีรสชาติแบบต้นตำรับ ไม่ปราณีปรานอมถึงแม้จะเป็นห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ วัตถุดิบทั้งหมดผ่านการคัดสรรมาอย่างดีประกอบกับเทคนิคพื้นบ้านและรสมืออันน่าทึ่งชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก
ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่จัดเสิร์ฟมาให้ พนักงานบริการแบบเป็นกันเองแต่อาจล่าช้าไปบ้างในช่วงที่มีอาหารออกหลาย ๆ โต๊ะพร้อมกัน จากที่กล่าวมาทำให้เรากล้าการันตีได้ว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารไทยที่โดดเด่นในทุก ๆ ด้านและควรคู่กับการแวะมาชิมอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งอย่างไร้ข้อกังขา