หน้าแรก » 🇮🇹 Venanzio – วีนานซิโอ้
Visit: October 21, 2021
🇮🇹 Venanzio - วีนานซิโอ้
👨🏻🍳 Chef Alessio Lucchetti - เชฟ อเลสซิโอ้ ลุคเชตติ
Piazza Palestro 3, Colonnata, 54033, Italy
Tel: (+39) 0585 758033
Cuisine
🍴 Tuscan, Regional Cuisine - อาหารท้องถิ่นทัสคัน
Country
Italy
MICHELIN Guide
Bib Gourmand
Score
13/20
Price
[Intro] Colonnata เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แห่ง Comune di Carrara (โกมูเน ดิ คาราร่า) ในแคว้น Tuscany มีชื่อเสียงก้องโลกจากสินค้าพื้นเมืองสำคัญ 2 อย่างคือ ”Marmo di Carrara“ หรือหินอ่อนคาราร่าซึ่งเป็นหินอ่อนคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และ ”Lardo di Colonnata“ ส่วนไขมันของหมูที่ถูกหมักบ่มในอ่างหินอ่อนจนมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่โดดเด่นครองใจผู้ที่มีใจรักในอาหารอิตาเลียนไปทั่วโลก
[The Chef & The Place] เจ้าของร้านคนแรก Venanzio Vannucci ได้เปิดร้านขึ้นตั้งแต่ปี 1970 ก่อนที่จะสั่งสมชื่อเสียงจนกลายเป็นร้านยอดนิยมของคนในท้องถิ่นก่อนที่ Alessio Lucchetti เชฟ-เจ้าของร้านคนปัจจุบันจะซื้อต่อกิจการทั้งหมดมาเมื่อ 17 ปีก่อนและบริหารร่วมกับหุ้นส่วนคนสำคัญ Roberto Ferlini เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาที่นี่จะต้องผ่านอุโมงค์ขนาดใหญ่ซึ่งมีรถบรรทุกหินอ่อนขับผ่านไปมารวมไปถึงเส้นทางขึ้นเขาอันคดเคี้ยว (หากใครมาในช่วงกลางวันขอบอกเลยว่าขับรถขึ้นมาได้อย่างสบาย ๆ เพราะถนนไม่แคบมากนักแต่ในช่วงกลางคืนนั้นต่างออกไปเพราะทางขึ้น-ลงเขาหลายจุดไม่มีไฟถนน) ระหว่างทางให้มองทางซ้ายและขวาจะพบกับเหมืองหินอ่อนตามเทือกเขา Apuan Alps และโรงงานตัดหินหลายแห่ง เมื่อขับขึ้นมาถึงตัวเมืองที่ระดับความสูง 532 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลให้จอดรถที่ Piazza Palestro หรือจตุรัสใจกลางเมืองได้เลย ภายในห้องอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว ๆ 40-50 คนในขณะที่โต๊ะด้านนอกถูกจัดออกมาให้เป็นที่นั่งแบบ Al Fresco โดดเด่นด้วยวิวของจตุรัสที่มีรถและผู้คนสัญจรไปมาพร้อมกับซึมซับบรรยากาศของภูเขาโดยรอบ
[The Food] ลูกค้าสามารถลิ้มลองอาหารได้ทั้งในรูปแบบเซ็ตเมนูและอลาคาร์ท แต่ละจานถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบอาหารพื้นถิ่นทัสคันอันประกอบไปด้วยพาสต้าเส้นสดคุณภาพดีไปจนถึง Game Dishes ต่าง ๆ ทั้งเนื้อลูกวัว, เนื้อแกะ, ลูกหมู และกระต่ายป่า ส่วนใครที่มาในช่วงปลายปี-ต้นปีห้ามพลาดเมนูทรัฟเฟิลในราคาสุดคุ้มค่า แต่ไฮไลท์ของร้านคงต้องยกให้กับ Lardo di Colonnata ซาลามี่ท้องถิ่นชื่อก้องโลกที่ได้จากการนำไขมันหมู (บริเวณส่วนหลังของหมูที่มีไขมันมากที่สุดคือระหว่าง Retro-occipital region และส่วน Rump) ไปหมักบ่มในอ่างหินอ่อน Carrara นานหลายเดือนจนได้ที่และมีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เสิร์ฟมากับขนมปังกรอบแล้วทอปด้านบนด้วยแองโชวี่หรือมะเขือเทศ สุดยอดมาก ๆ
Price :
15-58 €/p
Parking :
จอดหน้าร้านบริเวณ Piazza Palestro
Operating Time :
12.30-15.00 และ 19.30-22.00 ปิดวันพฤหัสทั้งวันและวันอาทิตย์ช่วงเย็น
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหารพื้นถิ่นทัสคันรสเลิศ ราคาไม่แพง
อาหาร :
13
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Uova al tartufo (12 €)
Crostini caldi con lardo misti (6 €)
Tagliolini al tartufo (20 €)
Ravioli di carne ed erbette di montagna con salsa al pomodoro fresco (10 €)
Torta di mele al profumo di Calvados (6 €)
Panna cotta con salsa di fragole fresche frutalle (6 €)
Creme brulè (6 €)
Coperto e pane (3 €/p)
Venanzio – วีนานซิโอ้
Bib Gourmand – บิบ กูร์มองด์
Tuscan, Regional Cuisine – อาหารท้องถิ่นทัสคัน
Chef Alessio Lucchetti – เชฟ อเลสซิโอ้ ลุคเชตติ
ภายในห้องอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็เพียงพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว ๆ 40-50 คนในขณะที่โต๊ะด้านนอกถูกจัดออกมาให้เป็นที่นั่งแบบ Al Fresco โดดเด่นด้วยวิวของจตุรัสที่มีรถและผู้คนสัญจรไปมาพร้อมกับซึมซับบรรยากาศของภูเขาโดยรอบ
Uova al tartufo (12 €)
ไฮไลท์ของห้องอาหาร Venanzio ในช่วงปลายปีคือการนำเสนอเมนูทรัฟเฟิลในราคาสุดคุ้มค่า จานนี้มีหน้าตาคล้ายไข่กระทะบ้านเรา ผิวไข่บริเวณที่ติดกับกระทะกรอบ ไข่แดงกึ่งสุกกึ่งดิบมีความนุ่ม หนึบ เยิ้ม ด้านบนโรยด้วยทรัฟเฟิลมาให้จนล้นจาน (13/20)
Crostini caldi con lardo misti (6 €)
มาที่เมือง Colonnata ห้ามพลาดเมนูที่สร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบขึ้นชื่ออย่าง Lardo di Colonnata ซาลามี่ท้องถิ่นชื่อก้องโลกที่ได้จากการนำไขมันหมู (บริเวณส่วนหลังของหมูที่มีไขมันมากที่สุดคือระหว่าง Retro-occipital region และส่วน Rump) ไปหมักบ่มในอ่างหินอ่อน Carrara นานหลายเดือนให้รสชาติเค็มอูมามิไม่บาดคอ มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟมากับขนมปังกรอบ ด้านบนทอปด้วยด้วยแองโชวี่หรือมะเขือเทศ ทานสลับกัน 2 แบบเพื่อมห้ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่างกัน (13/20)
Tagliolini al tartufo (20 €)
เส้นพาสต้าตาโยลินี่ทำระดับความสุกได้น่มพอดี ทอปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลล้นจานให้อโรม่าที่เด่นชัดอีกเช่นกัน (13/20)
Ravioli di carne ed erbette di montagna con salsa al pomodoro fresco (10 €)
ส่วนเมนู Classic of The House ต้องยกให้กับราวิโอลี่หรือพาสต้าทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้เนื้อวัวและสมุนไพรต่าง ๆ ราดด้วยซอสมะเขือเทศเสริมความอุมามิให้กับจาน (14/20)
Ravioli di carne ed erbette di montagna con salsa al pomodoro fresco (10 €)
อย่าลืมขอชีส Parmigiano Reggiano มาโรยให้ทั่วจาน (14/20)
Torta di mele al profumo di Calvados (6 €)
สำหรับของหวานเองก็มีให้เลือกหลากหลาย เราสั่งทาร์ตแอปเปิ้ลชิ้นโต ผิวแป้งกรอบ เนื้อแอปเปิ้ลด้านในมีความหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ มีกลิ่นแอลกอฮอล์จากกัสวาดอสเล็กน้อย (12/20)
Panna cotta con salsa di fragole fresche frutalle (6 €)
พานา คอตต้าเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นวานิลลา ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่างราดซอสช็อกโกแลต, ซอสสตรอว์เบอร์รี่ หรือคาราเมลก็ยังได้ (12/20)
Creme brulè (6 €)
ปิดท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อของทางร้าน ขนมเครมบรูเล่รสเด็ดที่ทางร้านทอร์ชไฟกันสด ๆ แบบจานต่อจาน เนื้อครีมเนียน นุ่ม รสหวานกำลังพอดี ผิวน้ำตาลด้านบนคาราเมลไลซ์เป็นเลเยอร์บาง ๆ กรอบ ๆ ไม่หนาจนเกินไป (13/20)
Coperto e pane (3 €/p)
เป็นธรรมเนียมของห้องอาหารในประเทศอิตาลีเกือบทุกแห่งจะมีค่าบริการและขนมปังเพิ่มอีกเล็กน้อย
กาแฟปิดท้ายมื้ออาหาร
ราคาสำหรับมื้อนี้
เจ้าของร้านคนแรก Venanzio Vannucci ได้เปิดร้านขึ้นตั้งแต่ปี 1970 ก่อนที่จะสั่งสมชื่อเสียงจนกลายเป็นร้านยอดนิยมของคนในท้องถิ่นก่อนที่ Alessio Lucchetti เชฟ-เจ้าของร้านคนปัจจุบันจะซื้อต่อกิจการทั้งหมดมาเมื่อ 17 ปีก่อนและบริหารร่วมกับหุ้นส่วนคนสำคัญ Roberto Ferlini
ห้ามพลาดไวน์ท้องถิ่นรสเลิศ
ตัวร้านเปิดทำการมานานกว่า 51 ปี
ภายในห้องอาหาร
ลูกค้าสามารถลิ้มลองอาหารได้ทั้งในรูปแบบเซ็ตเมนูและอลาคาร์ท แต่ละจานถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบอาหารพื้นถิ่นทัสคันอันประกอบไปด้วยพาสต้าเส้นสดคุณภาพดีไปจนถึง Game Dishes ต่าง ๆ ทั้งเนื้อลูกวัว, เนื้อแกะ, ลูกหมู และกระต่ายป่า ส่วนใครที่มาในช่วงปลายปี-ต้นปีห้ามพลาดเมนูทรัฟเฟิลในราคาสุดคุ้มค่า แต่ไฮไลท์ของร้านคงต้องยกให้กับ Lardo di Colonnata นั่นเอง
ทางร้านการันตีด้วยรางวัลต่าง ๆ มากมาย
บริเวณหน้าร้าน
เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาที่นี่จะต้องผ่านอุโมงค์ขนาดใหญ่ซึ่งมีรถบรรทุกหินอ่อนขับผ่านไปมารวมไปถึงเส้นทางขึ้นเขาอันคดเคี้ยว (หากใครมาในช่วงกลางวันขอบอกเลยว่าขับรถขึ้นมาได้อย่างสบาย ๆ เพราะถนนไม่แคบมากนักแต่ในช่วงกลางคืนนั้นต่างออกไปเพราะทางขึ้น-ลงเขาหลายจุดไม่มีไฟถนน)
เมื่อขับขึ้นมาถึงตัวเมืองที่ระดับความสูง 532 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลให้จอดรถที่ Piazza Palestro หรือจตุรัสใจกลางเมืองได้เลย
ระหว่างทางให้มองทางซ้ายและขวาจะพบกับเหมืองหินอ่อนตามเทือกเขา Apuan Alps และโรงงานตัดหินหลายแห่ง
ทั่วทั้งหมู่บ้านมีสินค้าอย่าง Lardo di Colonnata เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
เหมืองหินอ่อน Carrara มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ก่อนกลับอย่าลืมแวะข้างทางเพื่อซื้อของฝากที่ทำมาจากเศษหินอ่อน Carrara
เราได้ครกหินอ่อนชิ้นใหญ่มาในราคาแค่ 35 € เท่านั้น
Colonnata เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แห่ง Comune di Carrara (โกมูเน ดิ คาราร่า) ในแคว้น Tuscany มีชื่อเสียงก้องโลกจากสินค้าพื้นเมืองสำคัญ 2 อย่างคือ ”Marmo di Carrara“ หรือหินอ่อนคาราร่าซึ่งเป็นหินอ่อนคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และ ”Lardo di Colonnata“ ส่วนไขมันของหมูที่ถูกหมักบ่มในอ่างหินอ่อนจนมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่โดดเด่นครองใจผู้ที่มีใจรักในอาหารอิตาเลียนไปทั่วโลก