Visit: October 20, 2022

🇮🇹 Rear Restaurant - เรียร์ เรสโตรองต์

👨🏻‍🍳 Chef Francesco Franzese - เชฟฟรานเชสโก้ ฟรานเซเซ่

SS7bis, 80035 Nola NA, Italy

Tel: (+39) 333 211 1322

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

Italy

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

4/5
          

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่าง Nola ลึกเข้าไปในภูมิภาค Campania อย่างไรก็ตามอาหารที่นี่ได้หยิบยกอาหารคลาสสิคมาปัดฝุ่นเสียใหม่จนได้เป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

          

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Rear Restaurant เปิดทำการเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ก่อนจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 จนมีอันต้องปิดตัวลงไปพักใหญ่ อย่างไรก็ตามหลังจากกลับมาเปิดทำการได้พักหนึ่งตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากคนท้องถิ่นและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2022 นั่นเอง ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของโรงแรม Radisson Hotel Naples Nola ภายในโดดเด่นด้วยครัวเปิดแบบ Open Kitchen ขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าค่อนร้าน ยังมีตู้เก็บสัตว์ทะเลจำพวกล็อบสเตอร์และปูคิงแครบให้ลูกค้าได้เลือกชิมกับแบบเป็น ๆ ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยโทนสีดำสนิทเคล้ากันไปกับโต๊ะหินอ่อนเปลือยในขณะที่บางตัวกลับปูด้วยผ้าสีขาวดูตัดกันนั่นเอง

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Francesco Franzese เกิดในปี 1989 ที่เมือง Saviano แคว้น Campania ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารในโรงแรมมาแล้วหลากหลายแห่งก่อนจะมาเริ่มงานกับ Rear Restaurant และสร้างทีมจนคว้าดาวมาครองในที่สุด ลูกค้าสามารถเลือกชิม Business Lunch ช่วงมื้อกลางวันได้ 2 แบบคือ Menù Terra (35 €) และ Menù Mare (40 €) นอกจากนี้ยังมี Menu Degustazione เซ็ตใหญ่อีก 2 แบบคือ In Fondo Al Mar (80 €) และ Terra Mia (80 €) สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบโดยมีจานที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Capelli d’angelo (25 €+)
Con aglio, olio e peperoncino, colatura di alici, polvere di alghe e caviale

พาสต้าเส้น Angel Hair เสิร์ฟมาในรูปแบบ Aglio, Olio e Peperoncino อาจฟังดูเป็นเมนูบ้าน ๆ แต่ในที่นี้เชฟปรับการนำเสนอเสียใหม่ได้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นโดยการท็อปด้านบนด้วย Caviar ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมและโรยผงสาหร่ายลงไปช่วยเสริมให้มีกลิ่นเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตัวซอสยังมีการใส่ Anchovies ลงไปอีกเช่นกัน (15/20)

✨ Pastina dei grandi (22 €+)
Rivisitazione di un piatto degli anni ’80, pastina con coccio e vongole, spuma di lampone e cenere vegetale

Pastina หรือ Little Pasta ปกติแล้วเป็นพาสต้าจิ๋วที่นิยมเสิร์ฟให้กับเด็กเล็ก (ให้นึกถึง Alphabet Pasta หรือพาสต้า ABC ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา) แต่เชฟนำมาปรับการนำเสนอให้เป็น Pastina dei Grandi หรือ Pastina for Adult สำหรับผู้ใหญ่นั่นเอง โดยมีส่วนผสมของ Coccio หรือปบาในตระกูล Gurnard และ Vongole หรือหอยลายอยู่ในตัวซอสให้กลิ่นอายของทะเลแตะจมูก ยังมีองค์ประกอบของ Salmorejo Foam และเถ้าสีดำที่เตรียมมาจากผักนานาชนิดอีกด้วย (15/20)

✨ Spaghettone al pomodoro San Marzano (18 €+)

สุดยอดเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Campania อย่างพาสต้าเส้น Spaghettone เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente กับซอสมะเขือเทศ San Marzano ที่เจริญเติบโตมาบนดินภูเขาไฟจนมีความเปรี้ยวอุมามิและอโรมาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร (14/20)

🎗 [WHY GO] เชฟ Francesco Franzese ได้หยิบยกอาหารที่เราคุ้นเคยกันในห้องอาหารอิตาลีทั่ว ๆ ไปมายกระดับให้กลายมาเป็นเมนูที่มีความซับซ้อนได้อย่างลงตัวทั้งยังเป็นห้องอาหาร MICHELIN Star ที่มีความแคชวลและเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่ม อย่างไรก็ตามด้วยทำเลของที่ตั้งอยู่ห่างจากนคร Naples ออกมาทางตะวันออกเฉียงเหนือราว ๆ 30 นาทีอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดก่อนจะเดินทางมายังเมือง Nola แห่งนี้นั่นเอง

Price :

35-80 €

Parking :

จอดรถในพื้นที่ของโรงแรม Radisson Hotel Naples Nola

Operating Time :

จันทร์-พฤหัส 19.45-01.30, ศุกร์-เสาร์ 19.45-02.30, อาทิตย์ 12.45-15.45 และ 19.45-01.30

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบและเมนูพื้นบ้านของภูมิภาค Campania มาปรับรูปแบบการนำเสนอให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

อาหาร :

15

ราคา :

4/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          

Welcome snacks

Gamberi XXL di Mazara (12 €+/pc)

Capelli d’angelo (25 €+)

Con aglio, olio e peperoncino, colatura di alici, polvere di alghe e caviale

Pastina dei grandi (22 €+)

Rivisitazione di un piatto degli anni ’80, pastina con coccio e vongole, spuma di lampone e cenere vegetale

Risotto gamberi e limone (25 €+)

Risotto cotto in un estratto di gamberi con polvere di pomodoro e burro al limone

Spaghettone al pomodoro San Marzano (18 €+)

Porchetta di agnello (22 €+)

Pancia di agnello con gelato di pizza di scarole, pinoli, uvetta e jus

Guancia di vitello (20 €+)

Con kumquat e crescione alla senape

Millefoglie evoluzione (16 €+)

Crema e gelato al pistacchio, olio evo, sale maldon e pepe Cubebe

Millefoglie tradizione (16 €+)

Fragole e crema chantilly all’italiana

Mignardises

🇮🇹 Rear Restaurant – เรียร์ เรสโตรองต์

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef Francesco Franzese – เชฟฟรานเชสโก้ ฟรานเซเซ่

Welcome snacks

เริ่มต้นด้วย Black Beans หรือถั่วดำที่หมักใน Soya Sauce จนได้กลิ่นหอมและรสติดเค็มเบา ๆ ต่อด้วยหมึกกระดองชุบแป้งทอดในสไตล์ Tempura เสิร์ฟมากับ Oriental Sauce จบด้วย Cacio e Pepe Bread ขนมปังกรอบเบามีกลิ่นหอมของพริกไทยดำและความเค็มของชีส (14/20)

Welcome snacks

Flour Bread มีลักษณะเป็นขนมปังแผ่นแบนบางกรอบ (14/20)

Welcome snacks

Fegatino ที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาในลักษณะโคนกรอบ ด้านในเป็นมูสไก่เนื้อเนียนละมุนท็อปด้านบนด้วย Yuzu Gel (14/20)

Bread

นอกจากนี้ยังมีขนมปังให้เติมกันได้ไม่อั้น

Gamberi XXL di Mazara (12 €+/pc)

ห้ามพลาดอาหารทะเลสด ๆ โดยเฉพาะ Gambero Rosso หรือกุ้งแดงจากแหล่งจับระดับโลก ณ เมือง Mazara del Vallo ณ หมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟคัดเฉพาะไซซ์ XXL เสิร์ฟมาสด ๆ กับเลมอนชั้นดี ที่สำคัญอย่าลืมบีบและดูดบริเวณส่วนหัวกุ้งกันด้วย

Capelli d’angelo (25 €+)
Con aglio, olio e peperoncino, colatura di alici, polvere di alghe e caviale

พาสต้าเส้น Angel Hair เสิร์ฟมาในรูปแบบ Aglio, Olio e Peperoncino อาจฟังดูเป็นเมนูบ้าน ๆ แต่ในที่นี้เชฟปรับการนำเสนอเสียใหม่ได้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นโดยการท็อปด้านบนด้วย Caviar ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมและโรยผงสาหร่ายลงไปช่วยเสริมให้มีกลิ่นเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตัวซอสยังมีการใส่ Anchovies ลงไปอีกเช่นกัน (15/20)

Pastina dei grandi (22 €+)
Rivisitazione di un piatto degli anni ’80, pastina con coccio e vongole, spuma di lampone e cenere vegetale

Pastina หรือ Little Pasta ปกติแล้วเป็นพาสต้าจิ๋วที่นิยมเสิร์ฟให้กับเด็กเล็ก (ให้นึกถึง Alphabet Pasta หรือพาสต้า ABC ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา) แต่เชฟนำมาปรับการนำเสนอให้เป็น Pastina dei Grandi หรือ Pastina for Adult สำหรับผู้ใหญ่นั่นเอง โดยมีส่วนผสมของ Coccio หรือปบาในตระกูล Gurnard และ Vongole หรือหอยลายอยู่ในตัวซอสให้กลิ่นอายของทะเลแตะจมูก ยังมีองค์ประกอบของ Salmorejo Foam และเถ้าสีดำที่เตรียมมาจากผักนานาชนิดอีกด้วย (15/20)

Risotto gamberi e limone (25 €+)
Risotto cotto in un estratto di gamberi con polvere di pomodoro e burro al limone

ข้าว Risotto ปรุงสุกในน้ำสกัดจากตัวกุ้ง จากนั้นท็อปด้านบนด้วยเนื้อกุ้งหวาน ๆ และเนยเลมอนรสเปรี้ยวตัดกันกับความเปรี้ยวอุมามิของผงมะเขือเทศที่โรยมารอบ ๆ ได้อย่างลงตัว (15/20)

Spaghettone al pomodoro San Marzano (18 €+)

สุดยอดเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Campania อย่างพาสต้าเส้น Spaghettone เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente กับซอสมะเขือเทศ San Marzano ที่เจริญเติบโตมาบนดินภูเขาไฟจนมีความเปรี้ยวอุมามิและอโรมาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร (14/20)

Porchetta di agnello (22 €+)
Pancia di agnello con gelato di pizza di scarole, pinoli, uvetta e jus

Main Course จานแรกคือเนื้อแกะส่วนท้องให้เนื้อสัมผัสนุ่มเคี้ยวง่าย ข้างกันคือ Escarole Pizza Ice Cream ด้านล่างรองด้วยขนมปัง Brioche ส่วนองค์ประกอบด้านบนคือ Pinoli หรือเมล็ดสดและ Uvetta หรือลูกเกดที่เจริญเติบโตขึ้นในประเทศอิตาลีนั่นเอง (14/20)

Porchetta di agnello (22 €+)
Pancia di agnello con gelato di pizza di scarole, pinoli, uvetta e jus

พนักงานจะเทราดซอส Jus ที่มีส่วนผสมของลูกเกดลงไป (14/20)

Guancia di vitello (20 €+)
Con kumquat e crescione alla senape

Main Course อีกจานหนึ่งคือ Guancia หรือแก้มลูกวัวนุ่ม ๆ ที่ผ่านการ slow-cooked นานกว่า 48 ชั่วโมงแล้วเสิร์ฟมาแบบไร้กระดูก จากนั้นราดด้วย Veal Jus รสชาติเข้มข้นเสริมด้วยความเปรี้ยวจากผลไม้จำพวกซิตรัสอย่าง Kumquats นอกจากนี้ยังมีอโรมาหอม ๆ ที่ได้จากเมล็ดมัสตาร์ดและผัก Watercress อีกด้วย (15/20)

Millefoglie evoluzione (16 €+)
Crema e gelato al pistacchio, olio evo, sale maldon e pepe Cubebe

ขนมหวานจานแรกคือ Mille-Feuille ที่ปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใหม่หรือ Evolution โดยเชฟจับคู่มากับถั่ว Pistachio ในรูปแบบของครีมและไอศกรีม ยังมีขนมปังกรอบ, ความเค็มของเกลือ Maldon, ความหอมของน้ำมันมะกอก EVO และอโรมาของพริกไทย Cubebe (14/20)

Millefoglie tradizione (16 €+)
Fragole e crema chantilly all’italiana

Mille-Feuille อีกจานหนึ่งนำเสนอมาแบบพื้นบ้านหรือ Tradition โดยมีความหวานละมุนของ Chantilly Cream อิตาลีและความเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รี่ ส่วนด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมนมนั่นเอง (15/20)

Mignardises

ปิดท้ายมื้อด้วยขนมหวานชิ้นจิ๋วเสิร์ฟมาในจานเล็ก ๆ

Mignardises

นอกจากนี้ยังพนักงานยังมอบคุกกี้ให้กลับบ้านอีก 1 ชิ้นด้วย

💰 ราคา 300 €

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่าง Nola ลึกเข้าไปในภูมิภาค Campania อย่างไรก็ตามอาหารที่นี่ได้หยิบยกอาหารคลาสสิคมาปัดฝุ่นเสียใหม่จนได้เป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Rear Restaurant เปิดทำการเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ก่อนจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 จนมีอันต้องปิดตัวลงไปพักใหญ่ อย่างไรก็ตามหลังจากกลับมาเปิดทำการได้พักหนึ่งตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากคนท้องถิ่นและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2022 นั่นเอง

ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของโรงแรม Radisson Hotel Naples Nola

ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยโทนสีดำสนิทเคล้ากันไปกับโต๊ะหินอ่อนเปลือยในขณะที่บางตัวกลับปูด้วยผ้าสีขาวดูตัดกันนั่นเอง

ภายในโดดเด่นด้วยครัวเปิดแบบ Open Kitchen ขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าค่อนร้าน ยังมีตู้เก็บสัตว์ทะเลจำพวกล็อบสเตอร์และปูคิงแครบให้ลูกค้าได้เลือกชิมกับแบบเป็น ๆ

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Francesco Franzese เกิดในปี 1989 ที่เมือง Saviano แคว้น Campania ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารในโรงแรมมาแล้วหลากหลายแห่งก่อนจะมาเริ่มงานกับ Rear Restaurant และสร้างทีมจนคว้าดาวมาครองในที่สุด

ลูกค้าสามารถเลือกชิม Business Lunch ช่วงมื้อกลางวันได้ 2 แบบคือ Menù Terra (35 €) และ Menù Mare (40 €) นอกจากนี้ยังมี Menu Degustazione เซ็ตใหญ่อีก 2 แบบคือ In Fondo Al Mar (80 €) และ Terra Mia (80 €) สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🎗 [WHY GO] เชฟ Francesco Franzese ได้หยิบยกอาหารที่เราคุ้นเคยกันในห้องอาหารอิตาลีทั่ว ๆ ไปมายกระดับให้กลายมาเป็นเมนูที่มีความซับซ้อนได้อย่างลงตัวทั้งยังเป็นห้องอาหาร MICHELIN Star ที่มีความแคชวลและเข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่ม อย่างไรก็ตามด้วยทำเลของที่ตั้งอยู่ห่างจากนคร Naples ออกมาทางตะวันออกเฉียงเหนือราว ๆ 30 นาทีอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดก่อนจะเดินทางมายังเมือง Nola แห่งนี้นั่นเอง