หน้าแรก » 🇪🇸 Les Cols – เลส โคลส์
Visit: November 8, 2021
🇪🇸 Les Cols - เลส โคลส์
👩🏻🍳 Chef Fina Puigdevall - เชฟ ฟีน่า พุยดีวัล
Carretera de la Canya, 106, 17800 Olot, Girona, Spain
Tel: (+34) 972 26 92 09
Cuisine
🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์
Country
Spain
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16.5/20
Price
[Intro] Catalonia เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปโดยประกอบไปด้วยทะเล Mediterranean ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เทือกเขา The Pyrenees ทางทิศเหนือ รวมไปถึงแม่น้ำหลากหลายสายทำให้อาหารในแคว้นนี้มีความหลากหลายมากไปตามกัน รีวิวฉบับนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานจากแคว้น Catalonia เจ้าของร้านเชฟ Fina Puigdevall สามารถถ่ายทอดอาหารรูปแบบ Cocina Volcánica หรือ Volcanic Cuisine โดยใช้วัตถุดิบที่เติบโตบนดินภูเขาไฟในพื้นที่แถบ La Garrotxa ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
[The Place] Olot เป็นเมืองเล็ก ๆ ใน Province of Girona ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของ La Garrotxa Volcanic Zone Natural Park หรืออุทยานแห่งชาติ La Garrotxa ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของ Volcanic Hill หรือเนินภูเขาไฟ, Scoria หรือหินดินดำ และ Fesols de Santa Pau หรือถั่วขาว (White Bean) ที่เจริญเติบโตบนดินภูเขาไฟ ณ หมู่บ้าน Santa Pau ซึ่งทั้งหมดที่เกริ่นมาจะส่งผลต่ออาหารที่เราจะไปชิมกันในรอบนี้ดังจะเล่าให้หัวข้อถัดไป ห้องอาหาร Les Cols มีชื่อเป็นภาษา Catalan แปลตรงตัวได้ว่า Cabbage Head มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ ณ ชานเมือง Olot ห่างจากใจกลางเมือง Barcelona ไปทางเหนือราว ๆ 110 กิโลเมตร ลูกค้าสามารถจอดรถที่หน้าร้านแล้วเดินผ่านประตูเหล็กเข้าไปยังพื้นที่ของห้องอาหารซึ่งอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ของโรงแรม ตัวร้านเป็น Masía หรือฟาร์มเฮ้าส์หลังเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 หลายส่วนถูกปกคลุมไปด้วยต้น Buckwheat นั่นก็เพราะพื้นที่ La Garrotxa เป็นส่วนเดียวในแถบ Catalonia ที่ต้น Buckwheat สามารถเจริญเติบโตได้นั่นเอง ด้านนอกตัวอาคารเป็นทรงสี่เหลี่ยมหลังคาจั่ว 3 ชั้น แม้จะดูเก่าไปสักหน่อยแต่สำหรับภายในนั้นแตกต่างกันอย่างมากเพราะ RCR Arquitectes บริษัทออกแบบตกแต่งภายในประจำเมือง Olot เจ้าของรางวัล Pritzker Prize ปี 2017 ได้รับหน้าที่รีโนเวทพื้นที่ห้องอาหารในปี 2003 เมื่อเดินเข้าไปในร้านให้หันมองฝั่งซ้ายมือจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลัก โต๊ะและเก้าอี้สีทองดีไซน์แปลกตาตัดกันกับพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มและผนังสีดำได้อย่างน่าประหลาด ผนังฝั่งหนึ่งถูกออกแบบให้เป็นกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดตา ทั้งยังมีห้องเก็บไวน์แอบซ่อนอยู่ข้าง ๆ กัน ฝั่งห้องครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่และเต็มไปด้วยอุปกรณ์ครัวระดับสูง นอกจากใช้จัดเตรียมอาหารแล้วทางร้านยังนำเสิร์ฟ Amuse Bouche บางส่วนกันที่นี่อีกด้วย เดินตรงเข้าไปจะพบกับโต๊ะสีทองยาวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้มากถึง 40 คน ผนังส่วนนี้เต็มไปด้วย Slat หรือระแนงทรงเกลียวสีทองและห้องส่วนตัวจำนวน 3 ห้อง เมื่อเดินเข้าไปสุดห้องอาหารผ่านประตูกระจกออกไปยังสวนให้หันกลับมามองตัวอาคารจะพบกับ Facade ที่เต็มไปด้วยต้น Buckwheat ซึ่งเป็นมุม Iconic ของห้องอาหารแห่งนี้ ส่วนใครที่ตั้งใจรับประทานอาหารมื้อเย็นซึ่งอาจกินเวลายาวไปถึงราว ๆ เที่ยงคืนแล้วไม่อยากขับรถกลับเราขอแนะนำให้จองห้องที่โรงแรม Les Cols Pavilions ที่ตั้งอยู่ติดกัน ภายในมีทั้งหมด 5 ห้อง ทุกห้องมีออนเซ็นน้ำร้อนและห้องน้ำในตัวแต่ไม่มีทีวีและวิทยุเพื่อให้แขกที่เข้าพักดื่มด่ำไปกับแสงอาทิตย์ในยามกลางวันและแสงดาวในยามค่ำคืนซึ่งถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
[The Chef] Fina Puigdevall เกิดในเดือนพฤษภาคม 1963 ณ Masía หรือฟาร์มเฮ้าส์เล็ก ๆ ที่เมือง Olot ซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหาร Les Cols ในปัจจุบัน เชฟ Fina เปิดห้องอาหาร Les Cols ขึ้นในปี 1990 ร่วมกันกับสามีคุณ Manel Puigvert โดยเริ่มต้นจากอาหารในหลากหลายสไตล์ก่อนที่ในอีก 12 ปีถัดมาจะเปลี่ยนมานำเสนออาหารพื้นถิ่นในรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ตัวร้านได้รับรางวัล
1 Michelin Star ในปี 2005 และถูกเลื่อนให้เป็นห้องอาหารระดับ ![]()
2 Michelin Star ในปี 2010 ตามมาด้วยรางวัล
The Michelin Green Star ในปี 2021 และ ![]()
![]()
3 Soles จาก Guía Repsol อีกด้วย นอกจากนี้เชฟ Fina เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารชื่อว่า Anima ทั้งยังมี R&D Project เป็นสวนผักที่ตั้งอยู่ใน Casa Horitzó, Vall de Bianya ใจกลาง Parque Natural de la Zona Volcánica de La Garrotxa ไม่ไกลกันจากตัวร้านอาหาร ในด้านชีวิตส่วนตัวส่วนตัวนั้นเชฟ Fina มีลูกสาวทั้งหมด 3 คนโดยลูกสาวคนโต Martina Puigvert รับหน้าที่เป็น Head Chef ประจำร้าน ส่วนสามีคุณ Manel Puigvert รับหน้าที่เป็น Maître คอยดูแลลูกค้าและงานส่วนอื่น ๆ ในร้านนั่นเอง
[The Food] ห้องอาหาร Les Cols นำเสนอ Gastronomic Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ nature, alive & mystical ที่ประกอบไปด้วยอาหารแบบเซ็ตจำนวนมากถึง 18 คอร์สและบางคอร์สก็ยังแบ่งย่อยออกมาได้อีกหลายจานตามรูปแบบของห้องอาหารยุคใหม่ในประเทศสเปน หรือจะเป็น horizon, green & sustainable ซึ่งเป็น Tasting Menu แบบ Vegetarian ทั้งคู่ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ €150 สำหรับอาหารอย่างเดียวหรือ €190 สำหรับ Wine Pairing เชฟ Fina ตั้งใจผสมผสานปรัชญา Cocina Volcánica (Volcanic Cuisine) เข้ากับ Zero-Kilometre Natural Cuisine โดยเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในแถบ La Garrotxa เช่น Farjol หรือ Buckwheat ซึ่งพบได้เฉพาะพื้นที่แถบ La Garrotxa จากแคว้น Catalonia ทั้งหมด หรือจะเป็น Fesols de Santa Pau ถั่วขาว PDO-Protected จากหมู่บ้าน Santa Pau วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับฉายาว่าเป็น The Caviar of La Garrotxa นอกจากนี้ยังมีปลาเทร้าต์น้ำจืด, ไข่ไก่จากเล้าไก่ที่เชฟเลี้ยงเองรอบ ๆ ร้าน, ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีก, สมุนไพร, ดอกไม้รับประทานได้ และ Catalan Cheese มากกว่า 30 ชนิดให้ลูกค้าได้ลิ้มลองกันโดยมีจานที่มีลักษณะเฉพาะตัวและรสชาติโดดเด่นน่าประทับใจคือ
ในคอร์สนี้เชฟ Fina นำเสนอ Volcanic Broth น้ำซุปที่ทำมาจาก Volcanic Crops หรือพืชผักท้องถิ่นซึ่งเติบโตมาในแถบดินภูเขาไฟ จากนั้นพนักงานจะนำหินภูเขาไฟสีดำร้อน ๆ จุ่มลงไปเพื่อทำให้น้ำซุปเดือดพล่านต่อหน้าลูกค้าทั้งยังเป็นการ Infuse อโรม่าของภูเขาไฟลงไปในน้ำซุปอีกด้วย ซุปภูเขาไฟนำเสิร์ฟมาคู่กับแผ่นกรอบทำมาจาก Buckwheat ทอปด้านบนด้วยเนื้อปลาไหลน้ำจืดซึ่งหาได้จากแถบนี้รมควันจนสุกพอดี มีกลิ่นหอมเด่นชัด เนื้อสัมผัสนุ่มตัดกันกับความกรอบของแผ่นกรอบด้านล่าง น้ำซุปรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นอโรม่าภูเขาไฟเด่นชัดเจน ยกซดตอนที่ยังอุ่น ๆ คล่องคอมาก ๆ (18/20)
หนึ่งในคอร์สที่เป็นดั่ง Iconic Dish ของห้องอาหาร Les Cols คือ Fesols de Santa Pau หรือถั่วขาว PDO-Protected จากหมู่บ้าน Santa Pau วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับฉายาว่าเป็น The Caviar of La Garrotxa นั่นเอง องค์ประกอบในจานประกอบด้วยถั่วขาวกระจายกันทั่ว ๆ จาน ขาหมูส่วนคากิ และแผ่นเทอนิปบาง ๆ สีขาวที่ด้านบน เชฟ Fina ตั้งใจทำให้อาหารคอร์สนี้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไปในหลายระดับตั้งแต่ความนุ่มละลายในปากของคากิ ถั่วขาวที่นุ่มมากแต่ยังต้องเคี้ยวอยู่บ้าง และความกรอบของเทอนิปฝานบางที่ไม่รบกวนความนุ่มของทั้งสองอค์ประกอบข้างต้นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก จากนั้นตัดความมันด้วยรสและกลิ่นของพริกหวานสเปนไม่ให้รู้สึกเลี่ยนได้นั่นเอง หลังจากนั้นล้างปากด้วยเครื่องดื่มที่รวมอยู่แล้วในเซ็ตอาหารทำมาจากถั่วขาวเช่นกันให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (17/20)
จานนี้มีวัตถุดิบหลักคือไข่ไก่ที่ได้มาจากเล้าไก่หน้าร้าน เชฟนำเสนอมาคู่กับเห็ดป่าได้อย่างลงตัวโดยใช้ไข่ไก่ดิบเสิร์ฟมาด้วยกันกับเห็ดป่าทั้งดิบและสุกช่วยเสริมเนื้อสัมผัสให้เกิดความแตกต่าง น้ำซอสทำมาจาก Chicken Reduction เข้มข้น วิธีรับประทานให้นำขนมปังที่ทางร้านอบแล้วทอดจนกรอบจุ่มลงไปในไข่ได้เลย (18/20)
อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ในมื้อนี้คือจานที่นำเสนอองค์ประกอบต่าง ๆ จากแกะออกมาได้อย่างน่าสนใจเริ่มจากตับแกะที่ถูกปกคลุมด้วยสิ่งที่ดูหน้าตาคล้ายขนแกะ อีกฝั่งหนึ่งคือสวีทเบรดหรือส่วนต่อมไทมัสของลูกแกะ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ได้จากการ Reduction แกะจนเข้มข้นลงไปบนขนแกะซึ่งจะค่อย ๆ ละลายหายไป ตับแกะถูกเตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ ผิวด้านนอกกรอบนิด ๆ ด้านในนุ่มละมุน ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย สวีทเบรดกรอบนอกนุ่มใน ไร้ที่ติ เรียกได้ว่าเป็นสวีทเบรดที่ดีที่สุดร้านหนึ่งเท่าที่เรยพบเจอมา น้ำซอสเข้มข้นพอเหมาะช่วยส่งเสริมรสชาติของแกะให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (19/20)
Price :
150 EUR/p
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
13.00-15.00, 20.00-22.00 ปิดวันจันทร์-อังคาร
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารที่สามารถยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นจากพื้นที่ La Garrotxa ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 nature, alive & mystical (€150)
tasting menu with products that emphasize on the intimacy of the rural landscape from La Garrotxa and the immutable cycle of the seasons
cava natura les cols mont-ferrant
cucumber, melon, anchovy
corn
the land, the water
three-colour olives
pig’s trotters, turnips
tortell d’Olot
eel, trout, frog’s legs
raw & cooked wild mushrooms
matured red pepper
sheep milk, wool, thyme
broth, garlic flower
pear chantilly, acorn
right to the point
from our garden;
cream, pine nuts, cava slush
herbs and flowers
Les Cols – เลส โคลส์
Creative – อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์
Chef Fina Puigdevall – เชฟ ฟีน่า พุยดีวัล
![]()
2 Michelin Stars – 2 ดาวมิชลิน
The Michelin Green Star – เดอะมิชลินกรีนสตาร์
![]()
![]()
3 Soles Guía Repsol – 3 ดวงอาทิตย์เรปโซล
Catalonia เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปโดยประกอบไปด้วยทะเล Mediterranean ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เทือกเขา The Pyrenees ทางทิศเหนือ รวมไปถึงแม่น้ำหลากหลายสายทำให้อาหารในแคว้นนี้มีความหลากหลายมากไปตามกัน รีวิวฉบับนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานจากแคว้น Catalonia เจ้าของร้านเชฟ Fina Puigdevall สามารถถ่ายทอดอาหารรูปแบบ Cocina Volcánica หรือ Volcanic Cuisine โดยใช้วัตถุดิบที่เติบโตบนดินภูเขาไฟในพื้นที่แถบ La Garrotxa ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
from our garden;
cava natura les cols mont-ferrant
ก่อนเข้าสู่มื้ออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟ Cava natura Les Cols เครื่องดื่มคล้ายแชมเปญสัญชาติสเปนจากพื้นที่แถบ Panedès หรือบริเวณของร้านอาหารแห่งนี้โดย Cava นี้ได้ถูกรวมเอาไว้อยู่ในเซ็ตเมนูแล้ว
bay leave
เริ่มต้น Amuse Bouche ด้วยใบเบลีฟทำออกมาให้กรอบทานได้ทอปด้านบนด้วยอีมัลชั่นหอมมัน (14/20)
from our garden;
ตามมาด้วยเซ็ต Amuse Bouche ชุดใหญ่อีก 3 อย่างด้วยกัน
sponge cake with herbs
ด้านล่างในภาพคือสปองเค้กทำมาจาก Aromatic Plants หลายชนิด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ด้านบนทอปด้วยแครอทให้ความกรอบขณะเคี้ยว (17/20)
zucchini cake
ทาร์ตเล็ตหรือมินิทาร์ตขนาดจิ๋ว ด้านในมีซูคินี่พันม้วนมาเป็นวงให้เนื้อสัมผัสกรอบแตกต่างกันจากแป้งทาร์ตจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัส เชื่อมรสชาติด้วยครีมสีขาวหอมมัน (16/20)
nettle
จบเซ็ต Amuse Bouche แรกด้วย Green Nettle กรอบตรงกลางเป็นซอร์เบท์ช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (15/20)
cucumber, melon, anchovy
ถัดมาเป็นแตงกวากรอบเสิร์ฟมาคู่กับซอร์เบท์ที่มีส่วนผสมของเมลอนและแองโชวี่ (14/20)
buckwheat & corn profiterole
cornจากนั้นพนักงานจะพาเราไปยังห้องครัวเพื่อชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารพร้อมเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย 2 อย่างสุดท้าย
buckwheat & corn profiterole
cornเริ่มจากขนมโพรฟิทเทอโรลสอดไส้ตรงกลางทำมาจากข้าวโพดหอมมัน (15/20)
buckwheat & corn profiterole
cornอีกชิ้นหนึ่งเป็นแผ่นแป้งทำมาจาก Fajol หรือ Buckwheat วัตถุดิบท้องถิ่นสำคัญซึ่งพบได้เฉพาะพื้นที่แถบ La Garrotxa จากบริเวณแคว้น Catalonia ทั้งหมดเชฟเลือก เสิร์ฟมาคู่กับซอร์เบท์ข้าวโพดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวโดดเด่นมาก ๆ (15/20)
buckwheat beer
ของว่างทั้ง 2 อย่างเสิร์ฟมาคู่กับ Buckwheat Beer ซึ่งรวมอยู่ในเซ็ตเมนูอยู่แล้ว (15/20)
welcome volcanic broth,
the land, the waterในคอร์สนี้เชฟ Fina นำเสนอ Volcanic Broth น้ำซุปที่ทำมาจาก Volcanic Crops หรือพืชผักท้องถิ่นซึ่งเติบโตมาในแถบดินภูเขาไฟ จากนั้นพนักงานจะนำหินภูเขาไฟสีดำร้อน ๆ จุ่มลงไปเพื่อทำให้น้ำซุปเดือดพล่านต่อหน้าลูกค้าทั้งยังเป็นการ Infuse อโรม่าของภูเขาไฟลงไปในน้ำซุปอีกด้วย (18/20)
welcome volcanic broth,
the land, the waterซุปภูเขาไฟนำเสิร์ฟมาคู่กับแผ่นกรอบทำมาจาก Buckwheat ทอปด้านบนด้วยเนื้อปลาไหลน้ำจืดซึ่งหาได้จากแถบนี้รมควันจนสุกพอดี มีกลิ่นหอมเด่นชัด เนื้อสัมผัสนุ่มตัดกันกับความกรอบของแผ่นกรอบด้านล่าง (18/20)
welcome volcanic broth,
the land, the waterตัวน้ำซุปรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นอโรม่าภูเขาไฟเด่นชัดเจน ยกซดตอนที่ยังอุ่น ๆ แล้วรู้สึกคล่องคอมาก ๆ (18/20)
Bread
ถัดมาพนักงานจะเข็นรถขนมปังมาเพื่อเสิร์ฟ Catalan Bread ที่ทำสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวันในห้องอาหาร Les Cols
Bread
ขนมปังจะเสิร์ฟมากับน้ำมันมะกอกหลายชนิดซึ่งมีความเข้มข้นและกลิ่นที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ที่ลูกค้าเลือกชิม
leaves, herbs and flowers,
three-colour olivesจานนี้คือผัก ดอกไม้ และสมุนไพรหลายชนิดห่อมาให้ในขนาดพอดีคำมีเนื้อสัมผัสกรอบ วิธีรับประทานให้นำผักจิ้มกับซอสที่ทำมาจากมะกอก 3 ชนิดซึ่งให้กลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่างกัน (16/20)
white beans from Santa Pau, d.o.p.,
pig’s trotters, turnipsหนึ่งในคอร์สที่เป็นดั่ง Iconic Dish ของห้องอาหาร Les Cols คือ Fesols de Santa Pau หรือถั่วขาว PDO-Protected จากหมู่บ้าน Santa Pau วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับฉายาว่าเป็น The Caviar of La Garrotxa นั่นเอง (17/20)
white beans from Santa Pau, d.o.p.,
pig’s trotters, turnipsองค์ประกอบในจานประกอบด้วยถั่วขาวกระจายกันทั่ว ๆ จาน, ขาหมูส่วนคากิ และแผ่นเทอนิปบาง ๆ สีขาวที่ด้านบน (17/20)
white beans from Santa Pau, d.o.p.,
pig’s trotters, turnipsเชฟ Fina ตั้งใจทำให้อาหารคอร์สนี้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไปในหลายระดับตั้งแต่ความนุ่มละลายในปากของคากิ ถั่วขาวที่นุ่มมากแต่ยังต้องเคี้ยวอยู่บ้าง และความกรอบของเทอนิปฝานบางที่ไม่รบกวนความนุ่มของทั้งสองอค์ประกอบข้างต้นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก จากนั้นตัดความมันด้วยรสและกลิ่นของพริกหวานสเปนไม่ให้รู้สึกเลี่ยนได้นั่นเอง (17/20)
white beans from Santa Pau, d.o.p.,
pig’s trotters, turnipsหลังจากนั้นล้างปากด้วยเครื่องดื่มที่รวมอยู่แล้วในเซ็ตอาหารทำมาจากถั่วขาวเช่นกันให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (17/20)
chanterelles royale,
tortell d’Olotชานเทอเรลเป็นหนึ่งในเห็ดป่าที่เราชอบมากที่สุด จานนี้เชฟใช้เห็ดที่ขึ้นในพื้นที่แถบ La Garrotxa นำมาทำเป็นรอแยลลักษณะคล้ายพานาคอตต้า ทั้งนุ่มและหอม ส่วน Earthy Aroma ยังมีมาไม่มากจนเกินไปอีกด้วย (17/20)
chanterelles royale,
tortell d’Olotด้านบนมีมาโยสีขาวทำจากเห็ดเช่นกัน มีชิ้นเห็ดนุ่มหนึบและ Tortell d’Olot ซึ่งเป็นขนมปังพื้นเมืองทรงโดนัทของเมือง Olot ที่ตั้งของห้องอาหารแห่งนี้ (17/20)
chanterelles royale,
tortell d’Olotทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อสัมผัสความหลากหลายทางเนื้อสัมผัสตั้งแต่ความนุ่มละลายของรอแยลไปจนถึงความกรอบของขนมปัง (17/20)
crayfish salad,
eel, trout, frog’s legsคอร์สนี้เชฟตั้งใจใช้วัตถุดิบจากแหล่งน้ำจืดท้องถิ่นโดยการนำกุ้งเครฟิช ปลาไหลน้ำจืด ปลาเทร้าต์ และกบมาประกอบกันเป็นอาหาร 1 จาน (17/20)
crayfish salad,
eel, trout, frog’s legsกุ้งเครฟิชเสิร์ฟมาเฉพาะส่วนหัวให้ดูดน้ำจากบริเวณหัวกุ้ง (17/20)
crayfish salad,
eel, trout, frog’s legsรับประทานกับสลัดที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลสาบอันประกอบไปด้วยเนื้อปลาไหลน้ำจืด ไข่ปลาเทร้าต์ และขากบ แต่ละองค์ประกอบมีความนุ่มที่แตกต่างกันออกไปโดยเฉพาะขากบที่นุ่มจนเราประทับใจเอามาก ๆ ยังมีพืชผักต่าง ๆ และสมุนไพรแหล่งน้ำจืดทำเป็นซอร์เบท์ช่วยล้างความเข้มข้นจากความมันของหัวกุ้งเครฟิชได้เกือบหมด (17/20)
fresh egg,
raw & cooked wild mushroomsวัตถุดิบหลักของจานนี้คือไข่ไก่ที่ได้มาจากเล้าไก่หน้าร้านนำเสนอมาคู่กับเห็ดป่าได้อย่างลงตัว (18/20)
fresh egg,
raw & cooked wild mushroomsเชฟ Fina เลือกใช้ไข่ไก่ดิบเสิร์ฟมาด้วยกันกับเห็ดป่าทั้งดิบและสุกช่วยเสริมเนื้อสัมผัสให้เกิดความแตกต่าง น้ำซอสทำมาจาก Chicken Reduction เข้มข้น (18/20)
fresh egg,
raw & cooked wild mushroomsวิธีรับประทานให้นำขนมปังที่ทางร้านอบแล้วทอดจนกรอบจุ่มลงไปในไข่ได้เลย (18/20)
Buckwheat Bread
คั่นด้วยการนำเสิร์ฟขนมปังทำมาจาก Buckwheat ซึ่งจะมีความนุ่มหนึบมากกว่า Sourdough ทั่วไป
cow entrecôte from La Vall de Bianya,
matured red pepperอีกหนึ่งจานที่เรารู้สึกทึ่งมาก ๆ เมื่อได้ฟังสิ่งที่เชฟตั้งใจนำเสนอคือเนื้อวัวจาก La Vall de Bianya พื้นที่สีเขียวทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง Olot เริ่มจากการเลือกใช้เนื้อวัวส่วน Entrecôte หรือเนื้อระหว่างซี่โครงเสิร์ฟมากับชิ้นพริกหวานนุ่ม ๆ ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่การทำให้เนื้อวัวมีเนื้อสัมผัสความนุ่มเท่ากันกับพริกหวานพอดีเป๊ะ เมื่อเคี้ยวไปจะแทบแยกความต่างระหว่างชิ้นเ…
lamb’s liver and sweetbreads,
sheep milk, wool, thymeอีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ในมื้อนี้คือจานที่นำเสนอองค์ประกอบต่าง ๆ จากแกะออกมาได้อย่างน่าสนใจเริ่มจากฝั่งขวามือคือตับแกะปกคลุมด้วยสิ่งที่ดูหน้าตาคล้ายขนแกะ ด้านซ้ายคือสวีทเบรดหรือส่วนต่อมไทมัสของลูกแกะ (19/20)
lamb’s liver and sweetbreads,
sheep milk, wool, thymeจากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ได้จากการ Reduction แกะจนเข้มข้นลงไปบนขนแกะซึ่งจะค่อย ๆ ละลายหายไป (19/20)
lamb’s liver and sweetbreads,
sheep milk, wool, thymeตับแกะถูกเตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ ผิวด้านนอกกรอบนิด ๆ ด้านในนุ่มละมุน ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย สวีทเบรดกรอบนอกนุ่มใน ไร้ที่ติ เรียกได้ว่าเป็นสวีทเบรดที่ดีที่สุดร้านหนึ่งเท่าที่เรยพบเจอมา น้ำซอสเข้มข้นพอเหมาะช่วยส่งเสริมรสชาติของแกะให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (19/20)
lamb’s liver and sweetbreads,
sheep milk, wool, thymeจบด้วยการเสิร์ฟของหวานที่ทำมาจากชีสนมแกะล้างปากปิดท้ายคอร์สนี้ได้อย่างสมบูรณ์ (19/20)
millefeuille with trout and jabugo ham,
broth, garlic flowerคอร์สนี้เชฟเลือกนำเสนอวัตถุดิบพื้นถิ่นสองอย่างคือปลาเทร้าต์น้ำจืดและ Jabugo Ham ผสานกันมาในอาหารจานเดียวโดยทำเป็นมิลเฟยที่มีเลเยอร์ของเนื้อปลาเทร้าต์คั่นด้วย Jabugo Ham สลับกันนั่นเอง ซฮสรอบ ๆ ทำมาจาก Jamón ทอปด้านบนด้วยดอกกระเทียมที่แม้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกระเทียมแต่ให้กลิ่นคล้ายกระเทียมตามธรรมชาตินั่นเอง (17/20)
millefeuille with trout and jabugo ham,
broth, garlic flowerเนื้อปลาเทร้าต์มีความเฟิร์ม แน่น แต่ไม่กระด้าง แฮมมีความอุมามิ ซอส Jamón รอบ ๆ ช่วยเสริมกลิ่นของแฮมให้เด่นชัดผสานรวมไปกับกลิ่นเฉพาะตัวของดอกกระเทียมที่ด้านบนนั่นเอง (17/20)
duck with pears,
pear chantilly, acornแนวคิดของอาหารจานนี้คือการนำเมนูของหวานคลาสสิคอย่าง Apple Tartin มาปรับเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นอาหารคาวโดยการนำเนื้อเป็ดเสิร์ฟมากับลูกแพร์ในแป้งทาร์ต เนื้อเป็ดที่มีความนุ่มหนึบจะให้เนื้อสัมผัสอยู่ตรงกลางระหว่างลูกแพร์ที่นุ่มจนแทบละลายในปากกับแป้งทาร์ตกรอบ รสชาติออกหวานแต่ก็ยังไม่ทิ้งความหอมมันจากเนื้อเป็ด เสิร์ฟมากับครีมที่รังสรรค์ขึ้นมาโดยเลียนแบบเลียนแบบ Crème Chantilly ทำมาจากลูกแพร์ ถัดมาคือสีเข้มที่ได้จากการ Reduction น้ำเป็ดจนงวดและให้รสชาติที่เข้มข้น ต่อด้วยซอสสีเหลืองอ่อนทำมาจากไวน์หวาน Muscadelle และซอสสีน้ำตาลอ่อนทำมาจากลูกแพร์ (17/20)
cooked like a tatin;
duck with pears,
pear chantilly, acorn
แต่ก่อนที่จะรับประทานทาร์ตพนักงานจะให้หยิบลูกโอ๊คปลอมที่ด้านในเป็นแอลกอฮอล์ เมื่อกัดแล้วจะแตกระเบิดออกในปาก (17/20)
with the contrast of jams made here;
catalan cheeses,
right to the point
ห้องอาหาร Les Cols ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการคัดเลือก Catalan Cheese หรือชีสท้องถิ่นซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 30 ชนิด มีทั้งชีสนมวัว, ชีสนมแกะ และชีสนมแพะ ทั้ง Blue Cheese ไปจนถึง Soft Cheese แต่ละอย่างถูกบ่มโดยมี Maturation Period ที่แตกต่างกันออกไป (18/20)
with the contrast of jams made here;
catalan cheeses,
right to the point
เราให้พนักงานเลือกเสิร์ฟมาเป็นสองจาน จานแรกเป็น Soft Cheese ซึ่งใช้ระยะเวลาในการบ่มน้อยกว่า (18/20)
with the contrast of jams made here;
catalan cheeses,
right to the point
ส่วนจานที่สองจะเป็นกลุ่ม Semi-Hard และ Hard Cheese ซึ่งใช้มี Maturation Period ที่มากขึ้นนั่นเอง (18/20)
with the contrast of jams made here;
catalan cheeses,
right to the point
Cheese Plate เสิร์ฟมากับแยม 3 ชนิดได้แก่ Carrot Jam, Eggplant and Tomato Jam และ Fig Jam (18/20)
picked in the nature;
blackberries,
blackberry liquor, almond
ขนมหวานจานแรกคือ Blackberries in Different Ways เชฟ Fina นำเสนอแบล็คเบอร์รี่ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน จับคู่กับไอศกรีมอัลมอนด์ และซอสทำมาจากเหล้าแบล็คเบอร์รี่ (16/20)
from our garden;
tomato,
cucumber, oil and salt
ล้างปากด้วยผักที่ปลูกในสวนของห้องอาหาร Les Cols เอง โดยมีกลิ่นจากครีมแตงกวาค่อนข้างเด่น เสิร์ฟมากับมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย (15/20)
with fruit confit;
iced cake,
cream, pine nuts, cava slush
Amb Fruita Confitada เป็นเค้กพื้นเมืองหน้าผลไม้เชื่อม (Candied Fruit) เชฟได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอจากเค้กปกติมาเป็น Iced Cake ทอปด้านบนด้วยครีมสีเหลือง, เมล็ดสน ขนาบข้างด้วย Cava ซึ่งเป็น Sparkling Wine ท้องถิ่นทำออกมาคล้ายเจลลี่นุ่ม ๆ (16/20)
inspired by the nature;
vegetable pastry,
herbs and flowers
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหลายทำมาจากผัก สมุนไพร และดอกไม้ท้องถิ่นที่ขึ้นในดินภูเขาไฟแถบ La Garrotxa ทำหน้าที่คล้าย Petits Fours ประกอบไปด้วย Chocolate with rose, Celery Panna Cotta, Basil Marshmallow และ Matafaluga (Anise Macaron) (16/20)
to share;
chocolate bar,
an evocation to the restaurant space
ยังมีช็อกโกแลตบาร์ชิ้นโตที่ทางร้านทำเองมอบให้เป็นของฝากกลับบ้านกันไปด้วย
to share;
chocolate bar,
an evocation to the restaurant space
เปิดออกมาจะพบกับข้อความที่เล่าถึงแนวคิดของเชฟ Fina Puigdevall ได้เป็นอย่างดี
to share;
chocolate bar,
an evocation to the restaurant space
ตัวช็อกโกแลตให้ความขมที่พอดี อมรสเปรี้ยวนิด ๆ ขนาดใหญ่พอที่จะรับประทานได้ 2-3 คน
ราคา €305,35
ห้องอาหาร Les Cols นำเสนอ Gastronomic Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ nature, alive & mystical ที่ประกอบไปด้วยอาหารแบบเซ็ตจำนวนมากถึง 18 คอร์สและบางคอร์สก็ยังแบ่งย่อยออกมาได้อีกหลายจานตามรูปแบบของห้องอาหารยุคใหม่ในประเทศสเปน หรือจะเป็น horizon, green & sustainable ซึ่งเป็น Tasting Menu แบบ Vegetarian ทั้งคู่ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ €150 สำหรับอาหารอย่างเดียวหรือ €190 สำหรับ Wine Pairing
Fina Puigdevall เกิดในเดือนพฤษภาคม 1963 ณ Masía หรือฟาร์มเฮ้าส์เล็ก ๆ ที่เมือง Olot ซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหาร Les Cols ในปัจจุบัน เชฟ Fina เปิดห้องอาหาร Les Cols ขึ้นในปี 1990 ร่วมกันกับสามีคุณ Manel Puigvert โดยเริ่มต้นจากอาหารในหลากหลายสไตล์ก่อนที่ในอีก 12 ปีถัดมาจะเปลี่ยนมานำเสนออาหารพื้นถิ่นในรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ตัวร้านได้รับรางวัล
1 Michelin Star ในปี 2005 และถูกเลื่อนให้เป็นห้องอาหารระดับ ![]()
2 Michelin Star ในปี 2010 ตามมาด้วยรางวัล
The Michelin Green Star ในปี 2021 และ ![]()
![]()
3 Soles จาก Guía Repsol อีกด้วย นอกจากนี้เชฟ Fina เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารชื่อว่า Anima ทั้งยังมี R&D Project เป็นสวนผักที่ตั้งอยู่ใน Casa Horitzó, Vall de Bianya ใจกลาง Parque Natural de la Zona Volcánica de La Garrotxa ไม่ไกลกันจากตัวร้านอาหาร ในด้านชีวิตส่วนตัวส่วนตัวนั้นเชฟ Fina มีลูกสาวทั้งหมด 3 คนโดยลูกสาวคนโต Martina Puigvert รับหน้าที่เป็น Head Chef ประจำร้าน ส่วนสามีคุณ Manel Puigvert รับหน้าที่เป็น Maître คอยดูแลลูกค้าและงานส่วนอื่น ๆ ในร้านนั่นเอง
เชฟ Fina ตั้งใจผสมผสานปรัชญา Cocina Volcánica (Volcanic Cuisine) เข้ากับ Zero-Kilometre Natural Cuisine โดยเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในแถบ La Garrotxa เช่น Farjol หรือ Buckwheat ซึ่งพบได้เฉพาะพื้นที่แถบ La Garrotxa จากแคว้น Catalonia ทั้งหมด หรือจะเป็น Fesols de Santa Pau ถั่วขาว PDO-Protected จากหมู่บ้าน Santa Pau วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับฉายาว่าเป็น The Caviar of La Garrotxa นอกจากนี้ยังมีปลาเทร้าต์น้ำจืด, ไข่ไก่จากเล้าไก่ที่เชฟเลี้ยงเองรอบ ๆ ร้าน, ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีก, สมุนไพร, ดอกไม้รับประทานได้ และ Catalan Cheese มากกว่า 30 ชนิดให้ลูกค้าได้ลิ้มลองกัน
Olot เป็นเมืองเล็ก ๆ ใน Province of Girona ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของ La Garrotxa Volcanic Zone Natural Park หรืออุทยานแห่งชาติ La Garrotxa ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของ Volcanic Hill หรือเนินภูเขาไฟ, Scoria หรือหินดินดำ และ Fesols de Santa Pau หรือถั่วขาว (White Bean) ที่เจริญเติบโตบนดินภูเขาไฟ ณ หมู่บ้าน Santa Pau
Les Cols มีชื่อเป็นภาษา Catalan แปลตรงตัวได้ว่า Cabbage Head เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ ณ ชานเมือง Olot ห่างจากใจกลางเมือง Barcelona ไปทางเหนือราว ๆ 110 กิโลเมตร
ลูกค้าสามารถจอดรถที่หน้าร้านแล้วเดินผ่านประตูเหล็กเข้าไปยังพื้นที่ของห้องอาหารซึ่งอยู่ฝั่งขวาส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ของโรงแรม
แม้ภายนอกอาจดูเก่าไปสักหน่อยแต่สำหรับภายในนั้นแตกต่างกันอย่างมากเพราะ RCR Arquitectes บริษัทออกแบบตกแต่งภายในประจำเมือง Olot เจ้าของรางวัล Pritzker Prize ปี 2017 ได้รับหน้าที่รีโนเวทพื้นที่ห้องอาหารในปี 2003 เมื่อเดินเข้าไปในร้านให้หันมองฝั่งซ้ายมือจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลัก โต๊ะและเก้าอี้สีทองดีไซน์แปลกตาตัดกันกับพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มและผนังสีดำได้อย่างน่าประหลาด ผนังฝั่งหนึ่งถูกออกแบบให้เป็นกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดตา ทั้งยังมีห้องเก็บไวน์แอบซ่อนอยู่ข้าง ๆ กัน ฝั่งห้องครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่และเต็มไปด้วยอุปกรณ์ครัวระดับสูง นอกจากใช้จัดเตรียมอาหารแล้วทางร้านยังนำเสิร์ฟ Amuse Bouche บางส่วนกันที่นี่อีกด้วย
บริเวณกลางร้านมีโต๊ะสีทองยาวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้มากถึง 40 คน ผนังส่วนนี้เต็มไปด้วย Slat หรือระแนงทรงเกลียวสีทอง
ข้าง ๆ กันมีห้องส่วนตัวจำนวน 3 ห้อง
ข้าง ๆ ห้องรับประทานอาหารหลักมี Wine Cellar ขนาดใหญ่
ตัวร้านเป็น Masía หรือฟาร์มเฮ้าส์หลังเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 หลายส่วนถูกปกคลุมไปด้วยต้น Buckwheat นั่นก็เพราะพื้นที่ La Garrotxa เป็นส่วนเดียวในแถบ Catalonia ที่ต้น Buckwheat สามารถเจริญเติบโตได้นั่นเอง
เชฟ Fina Puigdevall นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นทั้งพืชที่เจริญเติบโตจากดินภูเขาไฟไปถึงสัตว์น้ำและเนื้อสัตว์จากแถบ La Garrotxa ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ราคาอาหารเพียง €150 ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เทียบกับปริมาณอาหารที่จัดเต็มมามห้มากถึง 18 คอร์สยังไม่นับรวมคอร์สย่อยต่าง ๆ Les Cols เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่รางวัล ![]()
2 ดาวมิชลินและรางวัล
The Michelin Green Star และควรค่าแก่การขับออกนอกเส้นทางมาชิมอย่างไร้ข้อกังขา
เมื่อเดินเข้าไปสุดห้องอาหารผ่านประตูกระจกออกไปยังสวนให้หันกลับมามองตัวอาคารจะพบกับ Facade ที่เต็มไปด้วยต้น Buckwheat ซึ่งเป็นมุม Iconic ของห้องอาหารแห่งนี้
ส่วนใครที่ตั้งใจรับประทานอาหารมื้อเย็นซึ่งอาจกินเวลายาวไปถึงราว ๆ เที่ยงคืนแล้วไม่อยากขับรถกลับเราขอแนะนำให้จองห้องที่โรงแรม Les Cols Pavilions ที่ตั้งอยู่ติดกัน ภายในมีทั้งหมด 5 ห้อง ทุกห้องมีออนเซ็นน้ำร้อนและห้องน้ำในตัวแต่ไม่มีทีวีและวิทยุเพื่อให้แขกที่เข้าพักดื่มด่ำไปกับแสงอาทิตย์ในยามกลางวันและแสงดาวในยามค่ำคืนซึ่งถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง