หน้าแรก » 🇮🇹 Terrazza Bosquet – เทอราซซ่า บอสเก็ต
Visit: November 29, 2022
🇮🇹 Terrazza Bosquet - เทอราซซ่า บอสเก็ต
👨🏻🍳 Chef Antonino Montefusco - เชฟอันโตนิโน่ มอนตีฟุสโก้
Piazza Torquato Tasso, 34, 80067 Sorrento NA, Italy
Tel: (+39) 081 8777111
Cuisine
🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์
Country
Italy
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
16.5/20
Price
[INTRO] Sorrento หรือชื่อเดิมในภาษาโรมันว่า Surrentum เป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาค Campania ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ตัวเมืองมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจนได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณใจกลางเมืองไม่ห่างจากถนนคนเดินเป็นที่ตั้งของ Terrazza Bosquet ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นห้องอาหารที่มีความหรูหรา, สวยงาม และน่าสนใจที่สุดในย่านนี้
[THE PLACE] ในปี ค.ศ. 1834 ครอบครัว Fiorentino ตัดสินใจเลือกทำเลใจกลางนคร Sorrento เพื่อเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวอย่าง Grand Hotel Excelsior Vittoria โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งยื่นเข้าไปชิดกับหน้าผาสูง อาคารเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งสามได้รับตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีสปาสุดหรู La Serra และสระว่ายน้ำพร้อมกับระบบนวด Hydromessage สำหรับรองรับแขกทุกคนที่เข้าพักอีกด้วย ทัศนียภาพของอ่าว Naples สีน้ำเงินครามสุดลูกหูลูกตาและสวนสีเขียวขนาด 20,000 ตารางเมตรที่มีภูเขาไฟ Vesuvius เป็นฉากหลังดึงดูดบรรดาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกให้แวะเวียนสลับกันมาเข้าพักอย่างเช่น Richard Wagner, Enrico Caruso, Jack Lemmon, Marilyn Monroe, Luciano Pavarotti, Sophia Loren, Lucio Dalla รวมไปถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้เคยเสด็จมายังโรงแรมแห่งนี้ในเดือนมีนาคม 1933 เช่นกัน สำหรับลูกค้าที่จองร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถขับรถผ่านการตรวจตราอันเข้มงวดเข้ามายังลานจอดซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาพอสมควร ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นหินอ่อนสีส้มขาวดูเข้ากันดีกับภาพขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนัง กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในห้องอาหารช่วงมื้อกลางวัน ส่วนใครที่เดินทางมาช่วงกลางวันในวันที่อากาศเป็นใจทางห้องอาหารมักเปิดเทอเรสแบบ Al Fresco ให้ทุกคนได้สัมผัสความบริสุทธิ์ของลมจากทะเลได้ตลอดมื้ออาหารกันอีกด้วย
[THE CHEF] Antonino Montefusco เป็นชาวเมือง Sorrento โดยกำเนิดทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับวัตถุดิบของพื้นที่ในแถบนี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะในวัย 18 ปีเขาได้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการร่วมงานกับ Grand Hotel du Golf Crans Montana ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อยู่นานถึง 2 ปีทั้งยังเคยร่วมงานกับ Grand Hotel Excelsior Vittoria แห่งนี้ในปี 2004 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ราว 1 ปีก่อนจะเดินทางไปหาประสบการณ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ห้องอาหาร Domaine de Châteauvieux (2 MICHELIN Stars) และกลับมายังกรุง Rome เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในปี 2005-2006 หลังจากนั้นเขาร่วมงานกับ Hotel de Russie อยู่พักหนึ่งและย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร Rossellini’s (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วย Quattro Passi (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef กุมบังเหียนให้กับห้องอาหาร Terrazza Bosquet ในปี 2017 และคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
[THE FOOD] อาหารที่นี่ได้รับการรังสรรค์โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Campania โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสวนของโรงแรมเองอย่างเช่นส้ม, เลมอน และน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 4 อย่างคือ Sacred (125 €) นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคาที่เข้าถึงง่าย ถัดมาคือ Profane (155 €) เซ็ตเมนูจำนวน 9 คอร์สที่เกิดจากการรังสรรค์ล่าสุด ยังมี Not Scared Not Profane …Vegetarian (120 €) เซ็ตเมนู 5 คอร์สสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผักต่าง ๆ หรือเป็น Vegetarian และสุดท้ายคือ Greatest Eats (125 €) เซ็ตเมนูที่รวบรวมสุดยอด Signature Dishes ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเชฟจำนวน 4 จานเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้แต่ละเซ็ตสามารถเพิ่มเติมชีสท้องถิ่นคุณภาพสูงจากภูมิภาค Campania ในราคาเพียง 10 € เท่านั้น สำหรับใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านได้กักเก็บไวน์ชั้นเลิศเอาไว้ในถ้ำใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Pre-existing Roman กว่า 2,000 ปีเพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้คือ
Gambero Rosso หรือกุ้งแดงดิบเสิร์ฟมาในสไตล์ Carpaccio แบนบาง ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly ที่ขึ้นรูปเป็นทรงแอปเปิ้ลเพื่อสื่อถึงผลแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ภายในสอดไส้ Burrata Cheese คุณภาพสูงให้ความหอม มัน ครีมมี่ผสมผสานกันกับความหวานละมุนของกุ้งแดงได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีมิติความกรอบที่ลงตัวของครัมเบิ้ลสมุนไพร ก่อนจบคอร์สเชฟเตรียมผล Raspberry เอาไว้เพื่อมีให้รสเปรี้ยวมาช่วยล้างปากก่อนเข้าคอร์สถัดไปอีกด้วย (17/20)
สุดยอดเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ Jackson Pollock ศิลปินผู้โด่งดังและมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Drip Tecnique หรือการสะบัดหรือสาดสีลงบนผืนผ้าใบ เชฟ Antonino Montefusco นำเสนอ Dried Pasta จาก Gragnano มาในหลากหลายรูปทรงเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งหลายชนิดนำมารมควันและชีส Provolone del Monaco ให้ความหอม มัน ครีมมี่ที่เข้ากันได้ดี องค์ประกอบด้านบนคือ Caviar ช่วยเสริมมิติรสเค็ม, Chive หรือต้นหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวและ Tomato Powder ให้ความอุมามิแฝงมาอยู่ลึก ๆ นั่นเอง (16/20)
สุดยอดเมนูอาหารหวานที่ได้เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจประกอบมูสโยเกิร์ตและเลมอนท้องถิ่นของนคร Sorrento ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกของภูมิภาค Campania รวมกันขึ้นมาเป็นผลเลมอน ด้านล่างรองด้วย Almond Soft Biscuit องค์ประกอบของกิ่งไม้เตรียมมาจาก Merisa ผงที่เตรียมขึ้นมาเป็นรูปใบไม้คือ Dehydrated Lemon Leaf ให้อโรมาเฉพาะตัวและช่วยเสริมกลิ่นหอมของเลมอน สุดท้ายคือดอกไม้ที่เตรียมมาจาก White Chocolate และทองคำเปลวรับประทานได้นั่นเอง จากนั้นเชฟจะมาเตรียมเลมอนซอร์เบท์ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนที่ข้างโต๊ะโดยการเทน้ำเลมอนลงไปในไนโตรเจนเหลว ตัวซอร์เบท์ให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมลงตัวโดยมีความขมตามมาเป็น Aftertaste จากนั้นเชฟจะเทราด Lemon Essence ลงไปเพื่อให้มีอโรมาฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)
[WHY GO] ถึงแม้กิจการของ Grand Hotel Excelsior Vittoria ยังถูกส่งต่อมายังลูกหลานรุ่นที่ 5 แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังแสดงออกถึงมนต์ขลังของนคร Sorrento ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย อาหารทุกจานที่ Terrazza Bosquet ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตทั้งยังมีรายละเอียดและอัตลักษณ์สูงชนิดหาใครเทียบได้ยาก ถึงแม้เราจะแวะมาชิมอาหารมื้อค่ำแต่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกเดินทางมาในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าว Naples แห่งนี้นั่นเอ
Price :
120-165 €
Parking :
จอดบริเวณลานจอดรถของโรงแรม
Operating Time :
19.30-23.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารบรรยากาศดีแห่งนคร Sorrento
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 GREATEST EATS (125 €)
Amuse-bouche
2016
2017
2017
Selection of cheese from ancient Campania refiners (10 € supplement)
2018
Petits fours
Terrazza Bosquet – เทอราซซ่า บอสเก็ต
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์
Chef Antonino Montefusco – เชฟอันโตนิโน่ มอนตีฟุสโก้
Amuse-bouche
เริ่มต้นด้วย Amuse-bouche อย่างแรกคือ Calzone จับคู่กับความเปรี้ยวของ Lemon Ricotta สอดไส้อยู่ด้านในและมีซอส Capers Mayonnaise สำหรับจิ้ม (16/20)
Amuse-bouche
Nicoise Salad ที่เชฟนำเสนอมาเป็น Sweet Tuna Mousse จับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของ Pepper Jelly รสชาติโดยรวมออกไปทางเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี (16/20)
Amuse-bouche
Celery Macaron รสชาติเค็มกลมกล่อมละลายในปาก ด้านในบรรจุ Goat Cheese Mousse ให้ความฝาดเสริมด้วยความฉ่ำของ Tomato Chutney และความเค็มของ Anchovy และ Wild Celery ท็อปอยู่ด้านบน (16/20)
Amuse-bouche
คำนี้คือ Caesar Salad ที่เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ ด้านล่างเป็น Parmesan Cheese Crouton หรือขนมปังกรอบที่มีกลิ่นหอมของชีสพาเมซานจับคู่กับ Chicken Mousse เนื้อเนียนละมุน (16/20)
Amuse-bouche
พนักงานจะเสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง
Amuse-bouche
Rose Petals หรือกลีบด้านกุหลาบ ด้านในบรรจุ Mackerel Mousse ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly และ Rose Water เสริมอโรมาของกุหลาบให้ชัดเจนมากขึ้น แม้ฟังดูแต่ละวัตถุดิบแล้วไม่น่าเข้ากันได้แต่เชฟกลับผสมผสานกลิ่นและรสชาติออกมาได้อย่างลงตัว (16/20)
Amuse-bouche
Razor Clams หรือหอยหลอด บริเวณชั้นนอกเชฟทำเลียนแบบเปลือกหอย ด้านในบรรจุ Razor Clams Salad หรือสลัดหอยหลอดเคี้ยวหนึบและ Lime Mayonaisse ช่วยกระตุ้นรอมรับรสได้ก่อนเข้าสู่จานหลัก (16/20)
Bread
สำหรับขนมปังเชฟเริ่มด้วยขนมปังและเนยที่มีกลิ่นหอมของ Lemon และใบ Thyme
Bread
ยังมีPlankton Bread Sticks และ Crackers ที่มี Anchovies ให้รสเค็มกลมกล่อม
Amuse-bouche
ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะพนักงานยังจัดเสิร์ฟ Glazed Chestnut มาในลูกเกาลัดดูน่าชิมมาก ๆ (16/20)
Amuse-bouche
ในจานคือองค์ประกอบของเกาลัดหวาน ๆ เสิร์ฟมากับเห็ด Honey Mushrooms (Armillaria) นุ่มหนึบ ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของฟักทอง ผงสีเขียวด้านบนเตรียมมาจากใบ Bay Leaf (16/20)
Amuse-bouche
ส่วนฝั่งขวามือคือ Smoked Pumpkin Chip กรอบ ๆ ให้รสหวานนิด ๆ ของฟักทองได้อย่างลงตัว (16/20)
Amuse-bouche
ทั้งสามอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน
Bread
ยังมีขนมปังชุดใหญ่เสิร์ฟมาอีกแต่ชิ้นที่เด็ดคือ Focaccia และ Croissant
Incipit
Red shrimp carpaccio, burrata cheese and raspberry
2016
Gambero Rosso หรือกุ้งแดงดิบเสิร์ฟมาในสไตล์ Carpaccio แบนบาง ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly ที่ขึ้นรูปเป็นทรงแอปเปิ้ลเพื่อสื่อถึงผลแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ภายในสอดไส้ Burrata Cheese คุณภาพสูงให้ความหอม มัน ครีมมี่ผสมผสานกันกับความหวานละมุนของกุ้งแดงได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีมิติความกรอบที่ลงตัวของครัมเบิ้ลสมุนไพร ก่อนจบคอร์สเชฟเตรียมผล Raspberry เอาไว้เพื่อมีให้รสเปรี้ยวมาช่วยล้างปากก่อนเข้าคอร์สถัดไปอีกด้วย (17/20)
Tribute to Pollock
Mixed pasta with smoked potatoes, chives, caviar
2017
เมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ Jackson Pollock ศิลปินผู้โด่งดังและมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Drip Tecnique หรือการสะบัดหรือสาดสีลงบนผืนผ้าใบ เชฟ Antonino Montefusco นำเสนอ Dried Pasta จาก Gragnano มาในหลากหลายรูปทรงเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งหลายชนิดนำมารมควันและชีส Provolone del Monaco ให้ความหอม มัน ครีมมี่ที่เข้ากันได้ดี องค์ประกอบด้านบนคือ Caviar ช่วยเสริมมิติรสเค็ม, Chive หรือต้นหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวและ Tomato Powder ให้ความอุมามิแฝงมาอยู่ลึก ๆ (16/20)
I did it my way
Turbot, pine nut froth, raisins and parsley sauce
2017
สำหรับจาน Main Course เชฟได้เลือกนำเสนอเมนู Neapolitan ท้องถิ่นแต่เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลา Turbot ที่มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มและแน่น ข้างกันคือ Froth หรือโฟมเบาละมุนเตรียมมาจากเมล็ดสน เชฟตั้งใจจับคู่กับ Parsley Sauce ให้กลิ่นเขียวที่ไม่มากจนเกินไป องค์ประกอบด้านล่างคือ Tomato Jelly และ Raisins Pesto ช่วยเสริมมิติทางกลิ่นและเนื้อสัมผัสให้กับจาน (16/20)
Selection of cheese from ancient Campania refiners (10 € supplement)
สำหรับใครที่สนใจคอร์สชีสสามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 10 € เพื่อลิ้มลองชีสท้องถิ่นคุณภาพสูงของภูมิภาค Campania เรียงจากซ้ายไปขวาตามอายุการบ่มน้อยไปมากคือ Fromagela di Bufala ซึ่งเป็นชีสนมควาย 100 % ถัดมาคือ Pecorino ซึ่งเป็นชีสนมแกะ ต่อด้วย Caprino ซึ่งเป็นชีสนมแพะและ Blue di Jersy ซึ่งเป็นบลูชีสที่ได้มาจากนมวัวสายพันธุ์ Jersey ให้รสชาติและกลิ่นเข้มข้นที่สุดในถาดนี้ พนักงานแนะนำให้รับประทานคู่กับ Apricot, Fresh Berries และ Cherries Jam นั่นเอง
Sorrento lemon Fantastique
Lemon, yogurt, almond and lemon balm
2018
สำหรับเมนูอาหารหวานเป็นจานที่เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบอย่าง Sorrento Lemon (17/20)
Sorrento lemon Fantastique
Lemon, yogurt, almond and lemon balm
2018
จากนั้นเชฟจะมาเตรียมเลมอนซอร์เบท์ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนที่ข้างโต๊ะโดยการเทน้ำเลมอนลงไปในไนโตรเจนเหลว (17/20)
Sorrento lemon Fantastique
Lemon, yogurt, almond and lemon balm
2018
เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจประกอบมูสโยเกิร์ตและเลมอนท้องถิ่นของนคร Sorrento ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกของภูมิภาค Campania รวมกันขึ้นมาเป็นผลเลมอน ด้านล่างรองด้วย Almond Soft Biscuit องค์ประกอบของกิ่งไม้เตรียมมาจาก Merisa ผงที่เตรียมขึ้นมาเป็นรูปใบไม้คือ Dehydrated Lemon Leaf ให้อโรมาเฉพาะตัวและช่วยเสริมกลิ่นหอมของเลมอน สุดท้ายคือดอกไม้ที่เตรียมมาจาก White Chocolate และทองคำเปลวรับประทานได้ (17/20)
Sorrento lemon Fantastique
Lemon, yogurt, almond and lemon balm
2018
ตัวซอร์เบท์ให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมลงตัวโดยมีความขมตามมาเป็น Aftertaste จบด้วยการที่เชฟเทราด Lemon Essence ลงไปเพื่อให้มีอโรมาฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)
Sorrento lemon Fantastique
Lemon, yogurt, almond and lemon balm
2018
จากนั้นจึงเสิร์ฟมาพร้อมกัน (17/20)
Petits fours
ปิดท้ายด้วยขนม Walnut Biscuit และ Chocolate and Passionfruit
Petits fours
Jelly of black Almond and Chamomile และ Apricot and Hazelnut
นอกจากนี้ยังมีขนม Macaron ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
ราคา 719 €
[INTRO] Sorrento หรือชื่อเดิมในภาษาโรมันว่า Surrentum เป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาค Campania ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ตัวเมืองมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจนได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณใจกลางเมืองไม่ห่างจากถนนคนเดินเป็นที่ตั้งของ Terrazza Bosquet ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นห้องอาหารที่มีความหรูหรา, สวยงาม และน่าสนใจที่สุดในย่านนี้
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่าย
พื้นหินอ่อนสีส้มขาวดูเข้ากันดีกับภาพขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนัง
กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในห้องอาหารช่วงมื้อกลางวัน
ส่วนใครที่เดินทางมาช่วงกลางวันในวันที่อากาศเห็นใจทางห้องอาหารมักเปิดเทอเรสแบบ Al Fresco ให้ทุกคนได้สัมผัสความบริสุทธิ์ของลมจากทะเลได้ตลอดมื้ออาหารกันอีกด้วย
[THE CHEF] Antonino Montefusco เป็นชาวเมือง Sorrento โดยกำเนิดทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับวัตถุดิบของพื้นที่ในแถบนี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะในวัย 18 ปีเขาได้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการร่วมงานกับ Grand Hotel du Golf Crans Montana ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อยู่นานถึง 2 ปีทั้งยังเคยร่วมงานกับ Grand Hotel Excelsior Vittoria แห่งนี้ในปี 2004 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ราว 1 ปีก่อนจะเดินทางไปหาประสบการณ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ห้องอาหาร Domaine de Châteauvieux (2 MICHELIN Stars) และกลับมายังกรุง Rome เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในปี 2005-2006 หลังจากนั้นเขาร่วมงานกับ Hotel de Russie อยู่พักหนึ่งและย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร Rossellini’s (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วย Quattro Passi (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef กุมบังเหียนให้กับห้องอาหาร Terrazza Bosquet ในปี 2017 และคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
[THE PLACE] ในปี ค.ศ. 1834 ครอบครัว Fiorentino ตัดสินใจเลือกทำเลใจกลางนคร Sorrento เพื่อเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวอย่าง Grand Hotel Excelsior Vittoria โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งยื่นเข้าไปชิดกับหน้าผาสูง
ทัศนียภาพของอ่าว Naples สีน้ำเงินครามสุดลูกหูลูกตาและสวนสีเขียวขนาด 20,000 ตารางเมตรที่มีภูเขาไฟ Vesuvius เป็นฉากหลังดึงดูดบรรดาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกให้แวะเวียนสลับกันมาเข้าพักอย่างเช่น Richard Wagner, Enrico Caruso, Jack Lemmon, Marilyn Monroe, Luciano Pavarotti, Sophia Loren, Lucio Dalla ส่วนในภาพคือรัชกาลที่ 7 ทั้งรูปแนวตั้งและแนวนอน
นอกจากนี้ยังมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้เคยเสด็จมายังโรงแรมแห่งนี้ในเดือนมีนาคม 1933 เช่นกัน
อาคารเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งสามได้รับตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีสปาสุดหรู La Serra และสระว่ายน้ำพร้อมกับระบบนวด Hydromessage สำหรับรองรับแขกทุกคนที่เข้าพักอีกด้วย
บริเวณทางเข้าอาคารโรงแรม
สำหรับลูกค้าที่จองร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถขับรถผ่านการตรวจตราอันเข้มงวดเข้ามายังลานจอดซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาพอสมควร
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
[WHY GO] ถึงแม้กิจการของ Grand Hotel Excelsior Vittoria ยังถูกส่งต่อมายังลูกหลานรุ่นที่ 5 แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังแสดงออกถึงมนต์ขลังของนคร Sorrento ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย อาหารทุกจานที่ Terrazza Bosquet ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตทั้งยังมีรายละเอียดและอัตลักษณ์สูงชนิดหาใครเทียบได้ยาก ถึงแม้เราจะแวะมาชิมอาหารมื้อค่ำแต่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกเดินทางมาในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าว Naples แห่งนี้นั่นเอง