Visit: February 19, 2022

🇹🇭 Le Normandie by Alain Roux - เลอ นอร์มังดี บาย อลัง รูซ์

👨🏻‍🍳 Chef Alain Roux & Chef Phil Hickman - เชฟอลัง รูซ์ & เชฟฟิล ฮิคแมน

48 ซ.เจริญกรุง 40 (บูรพา) ถ.เจริญกรุง เขตบางรัก แขวงบางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 02-659-9000

Cuisine

🍴 Classic French - อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15.5/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] หลังจากที่เชฟ Arnaud Dunand Sauthier ได้โบกมือลา Le Normandie เพื่อย้ายออกไปเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเอง ห้องอาหารเรือธงประจำโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok แห่งนี้จึงได้บรรลุข้อตกลงกับ Roux Waterside Inn Limited ในการดึงตัว Alain Roux เชฟเจ้าของร้าน Waterside Inn มารับตำแหน่งเป็น Head Chef คอยออกแบบและควบคุมเมนูร่วมกันกับ Phil Hickman เชฟผู้ประจำอยู่ในประเทศไทยนั่นเอง

          

🎗 [THE PLACE] Mandarin Oriental, Bangkok เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชียโดยเชื่อกันว่าก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1876 ใช้ชื่อว่าโรงแรมโอเรียลเต็ลก่อนที่จะผลัดเปลี่ยนผู้ดูแลมาหลายครั้งจนกระทั่งตกมาอยู่ในความดูแลของบริษัท โอเอชทีแอล จำกัด (มหาชน) ในที่สุด สำหรับห้องอาหาร Le Normandie นั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1958 ใช้ชื่อว่าว่า Le Normandie Grill โดยตั้งอยู่ในอาคาร Tower Wing (หรือ Garden Wing ในปัจจุบัน) โดดเด่นด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์เป็นรูปสิงโตคู่หรือ Two Lions Passant ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นพร้อมทั้งก้าวมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว กระทั่งในปี 2015 ตัวร้านได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีผนังกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานทั้งสองฝั่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของโค้งน้ำเจ้าพระยาและมุมสูงสุดตระการตาของเมืองกรุง บริเวณทางเข้ามีจุดสำหรับตรวจสอบการจองพร้อมด้วยแกรนด์เปียโนและห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ เพดานสีขาวประดับด้วย Crystal Chandelier เข้ากันกับโทนสีเหลืองทองช่วยเสริมความหรูหราแต่ยังคงมองแล้วสบายตาในทุกมิติ ต่อมาในช่วงปลายปี 2017 ห้องอาหาร Le Normandie ภายในการนำทีมโดยเชฟ Arnaud Dunant Sauthier ในช่วงนั้นได้รับรางวัล 🌟🌟 2 Michelin Stars ใน Michelin Guide Bangkok 2018 ทั้งยังสามารถจะรักษาดาวทั้งสองดวงมาได้จนถึงทุกวันนี้🎗 [THE CHEF] Alain Roux เกิดที่กรุง London ในปี 1968 โดยเป็นบุตรชายของเชฟระดับตำนานอย่าง Michel Roux ตัวเขาเองเริ่มต้นเข้าห้องครัวตั้งแต่มีอายุเพียง 14 ปีทั้งยังผ่านงานครัวจากห้องอาหารชั้นนำในประเทศฝรั่งเศสมากมายเริ่มต้นจากการฝึกงานเป็นเชฟอาหารหวานที่ Pâtisserie Millet ในกรุง Paris ต่อด้วยห้องอาหารระดับ Michelin Star อีกหลายแห่งเช่น Pic, Le Domaine D’Orvault, La Bonne Etape, Château de Montreuil และ La Côte Saint-Jacques ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังห้องอาหารธุรกิจครอบครัวอย่าง Waterside Inn ณ เมือง Bray ในปี 1992 และพัฒนาตัวเองจนได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อให้กุมบังเหียน Waterside Inn ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 Michelin Stars พร้อมทั้งรักษาดาวเอาไว้ได้ครบทุกดวงมาจนถึงปัจจุบันคิดเป็นระยะเวลากว่า 37 ปีนานที่สุดนอกประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว สำหรับความร่วมมือระหว่าง Mandarin Oriental Group กับ Roux Waterside Inn Limited นั้น เชฟ Alain Roux ได้ส่งเชฟ Phil Hickman ชาว Edinburgh ผู้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟกับการเป็น Sous-Chef ให้กับ Hickory’s Smokehouse ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Waterside Inn และ Brasserie Prince by Alain Roux รวมกันนานถึง 10 ปีก่อนที่จะเดินทางมารับตำแหน่ง Head Chef ให้กับ Le Normandie by Alain Roux พร้อมด้วยเชฟผู้ช่วยอีก 1 คน ส่วนทีมที่เหลือยังคงเป็นกลุ่มเชฟจากห้องอาหาร Le Normandie เดิมทั้งสิ้น🎗 [THE FOOD] Le Normandie by Alain Roux นำเสนออาหารในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิคโดยมีหลายจานในคอร์สใหญ่ที่ถอดสูตรมาจาก The Waterside Inn โดยตรง ลูกค้าสามารถเลือกชิมเมนู À La Carte ได้ตามใจชอบแต่ด้วยราคาต่อจานที่สูงพอสมควรทำให้ Set Menu ทั้ง 3 แบบดูจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าเริ่มจาก Le Menu Decouverte – 3 Courses (2,500++/p) ในช่วงมื้อกลางวัน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายประกอบกับการบริการชั้นเลิศและบรรยากาศสุดโรแมนติคทำให้เซ็ตนี้จัดเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าไม่เบา ถัดมาคือ Le Menu Exceptionnel – 6 Courses (6,400++/p) จัดเสิร์ฟทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Le Menu Gastronomique – 8 Courses (7,500++/p) ซึ่งจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ตัวอย่างจานที่ทำออกมาได้ดีในวันนี้อย่างเช่น

✨ BOUDIN BLANC DE VOLAILLE FORESTIÈRE ET SALADE DE MÂCHE, SAUCE PÉRIGUEUX
CHICKEN BOUDIN WITH WILD MUSHROOMS AND CORN-SALAD, PÉRIGUEUX SAUCE

Boudin Blanc ไส้กรอกพื้นเมืองสีขาวซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และลักเซมเบิร์ก ในที่นี้เชฟเลือกสอดไส้ด้านในเป็นเนื้อไก่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มจนเกือบละลายในปาก จากนั้นราดด้วย Périgueux Sauce ที่มีส่วนผสมของพริกไทยดำให้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมเข้ากันได้ดีอย่างไร้ที่ติ ยังมีองค์ประกอบของคอร์นสลัดให้กลิ่นเฉพาะตัวของข้าวโพดและเห็ดป่าที่ใส่เข้ามาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสอีกด้วย (16/20)

✨ MÉDAILLONS DE VEAU POÊLÉ AUX JEUNES CAROTTES ET SON FRITOT DE FROMAGE DE TÊTE CROUSTILLANT, JUS AU VIN BLANC
PAN FRIED VEAL MEDALLIONS WITH CARROTS. CRISPY VEAL HEAD FRITTER, WHITE WINE JUS

Médaillons de Veau เป็นเนื้อลูกวัวที่ผ่านการแล่เป็นชิ้นและ Pan Fried มาอย่างดี เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่มใช้ได้ ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Veal Jus เข้มข้นที่มีส่วนผสมของไวน์ขาวช่วยเสริมอโรมาของจานได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ข้างกันคือแครอทและ Crispy Veal Head Fritter ที่ได้จากการนำเนื้อลูกวัวผสมผสานกับสมุนไพรแล้วทอดจนกรอบนอกนุ่มใน คลาสสิคมาก ๆ (15/20)

🎗 [CONCLUSION] ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหารจากฝรั่งเศสร่วมสมัยไปสู่ฝรั่งเศสคลาสสิคย่อมส่งผลต่อลูกค้าโดยตรงโดยเฉพาะลูกค้าประจำที่คุ้นชินกับอาหารของเชฟท่านเดิม ทั้งนี้การใช้ชื่อของ Alain Roux ซึ่งเป็นเชฟระดับโลกรวมไปถึงดาวมิชลินที่การันตีอยู่ถึง 2 ดวงและราคา Set Menu ชุดใหญ่ที่ค่อนข้างสูงอาจทำให้ลูกค้าทุกคนเกิดความคาดหวังสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากจะให้กล่าวโดยสรุป Le Normandie by Alain Roux ยังคงรักษามาตรฐานในการเป็นห้องอาหารฝรั่งเศสระดับ Haute Cuisine เอาไว้ได้เป็นอย่างดีแต่อาจต้องให้เวลาเชฟ Phil Hickman และทีมงานสักนิดในการปรับสมดุลสักระยะหนึ่ง การบริการของพนักงานชาวต่างชาติค่อนข้างสมบูรณ์แบบในขณะที่พนักงานชาวไทยจะมีความเป็นกันเองมากกว่าแต่อาจยังมีข้อสังเกตในแง่ของการลงรายละเอียดของอาหารแต่ละจานอยู่บ้าง เราขอแนะนำ Le Menu Decouverte สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการลิ้มลองสไตล์อาหารรูปแบบใหม่ของทางร้านเพราะมีราคาที่เข้าถึงง่ายและถือว่าคุ้มค่าสำหรับคุณภาพอาหารรวมไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับกลับมานั่นเอง

 

Price :

2,500-8,400++ THB/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok

Operating Time :

Tue-Sun 12.00-14.30, 19.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคที่สามารถนำเสนอลายเซ็นต์ของตระกูล Roux มายังกรุงเทพได้อย่างน่าประทับใจ

อาหาร :

15.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 LE MENU DECOUVERTE - 3 COURSES (2,500++/p)

          
CANAPÉS ET AMUSE-BOUCHES

CANAPÉS AND AMUSE-BOUCHES

CRÉMEUX DE PARMESAN À LA TRUFFE ET POMMES DE TERRE, ALLUMETTE FEUILLETÉE AUX AMANDES

SMOOTH PARMESAN CREAM WITH TRUFFLE AND POTATOES. ALMOND PASTRY STRAW

OR

BOUDIN BLANC DE VOLAILLE FORESTIÈRE ET SALADE DE MÂCHE, SAUCE PÉRIGUEUX

CHICKEN BOUDIN WITH WILD MUSHROOMS AND CORN-SALAD, PÉRIGUEUX SAUCE

ROUGET POÊLÉ AU FENOUIL BRAISÉ ET SAUCE ORANGE À L’ANIS

PAN-FRIED RED MULLET WITH BRAISED FENNEL. ORANGE AND ANISE SAUCE

OR

MÉDAILLONS DE VEAU POÊLÉ AUX JEUNES CAROTTES ET SON FRITOT DE FROMAGE DE TÊTE CROUSTILLANT, JUS AU VIN BLANC

PAN FRIED VEAL MEDALLIONS WITH CARROTS. CRISPY VEAL HEAD FRITTER, WHITE WINE JUS

DÉLICE IVOIRE, ANANAS ET RHUM, SORBET NOIX DE COCO

WHITE CHOCOLATE DELICE WITH PINEAPPLE AND RUM, COCONUT SORBET

ASSORTMENT DE MIGNARDISES

ASSORTMENT OF MIGNARDISES

📃 À LA CARTE

CANNELÉ CHOCOLAT AU GIANDUJA ET CITRON VERT (700++)

CHOCOLATE CANNELÉ WITH HAZELNUT PRALINE AND LIME

🇹🇭 Le Normandie by Alain Roux – เลอ นอร์มังดี บาย อลัง รูซ์

🍴 Classic French – อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

👨🏻‍🍳 Chef Alain Roux & Chef Phil Hickman – เชฟอลัง รูซ์ & เชฟฟิล ฮิคแมน

🌟🌟 2 Michelin Stars – 2 ดาวมิชลิน

CANAPÉS ET AMUSE-BOUCHES
CANAPÉS AND AMUSE-BOUCHES

เริ่มต้นด้วย Canapés สำหรับเรียกน้ำย่อยด้วย Dill Scone หรือสโคนทำมาจากผักชีลาว ตรงกลางเป็นเลเยอร์ของ Compressed Apple ให้ความกรอบและรสชาติเปรี้ยว ด้านบนเป็น Beetroot Dome ให้รสหวานและ Earthy Aroma เพียงเบา ๆ (16/20) ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็น Duck Leg ที่ผ่านการ Confit กับน้ำผึ้งจนนุ่มและมีรสอมหวานกำลังดี ด้านบนทอปด้วย Raspberry Gastrique ให้รสชาติเปรี้ยวโดดเด่น ยังมี Pink Peppercorn ช่วยเสริมอโรม่าให้บาลานซ์กันกลิ่นเฉพาะตัวของเป็ดได้อย่างพอเหมาะ ขนาบข้างด้วย Toasted Bread กรอบ ๆ ทั้งสองฝั่ง (15/20)

BRIOCHE

หลายคนอาจทราบกันอยู่แล้วว่า Brioche เป็นขนมปังยอดนิยมประจำห้องอาหาร Le Normandie แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าขนมปังชนิดนี้ยังมีต้นกำเนิดมาจากชาว Normans ที่อาศัยอยู่ในแคว้น Normandy อีกด้วย ตัวขนมปังมีลักษณะเป็นพัฟแพสทรี่ฟู กรอบ เบา มีความหอมและความมันของเนยพอเหมาะ อร่อยชนิดหาใครเทียบได้ยากในกรุงเทพเลยก็ว่าได้

CANAPÉS ET AMUSE-BOUCHES
CANAPÉS AND AMUSE-BOUCHES

Amuse-bouche อย่างแรกเป็นหอยนางรม Ostra Regal Oyster สด ๆ นำเข้าจากแคว้น Normandy ประเทศฝรั่งเศส จับคู่กับ Diced Granny Smith Apple และ Cucumber Jelly ความกรอบของแอปเปิ้ลเขียวและความนุ่มของหอยนางรมและเจลลี่ก่อให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ซับซ้อนทั้งยังให้รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมที่พอเหมาะของแตงกวาช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (16/20)

SOURDOUGH

จากนั้นพนักงานจะนำเสนอขนมปัง Sourdough ทำมาจากยีสต์อายุ 10 ปี เสิร์ฟมาคู่กับ Homemade Unsalted Butter จากแบรนด์ Le Beurre Bordier และ Nan Salt หรือเกลือสินเธาว์จากบ่อเกลือจังหวัดน่านบ้านเราซึ่งให้รสชาติเค็มค่อนข้างโดดนั่นเอง

CANAPÉS ET AMUSE-BOUCHES
CANAPÉS AND AMUSE-BOUCHES

สำหรับ Returning Customers พนักงานจะนำเสนอ Chestnut Velouté Soup องค์ประกอบด้านล่างคือ Chervil Root หรือรากต้นของเชอร์วิล แอปเปิ้ล และเกาลัด ตัวซุปมีความครีมมี่ หอม มัน ด้านบนยังมี Champagne ผสมลงไปเล็กน้อยอีกด้วย (15/20)

CRÉMEUX DE PARMESAN À LA TRUFFE ET POMMES DE TERRE, ALLUMETTE FEUILLETÉE AUX AMANDES
SMOOTH PARMESAN CREAM WITH TRUFFLE AND POTATOES. ALMOND PASTRY STRAW

จานนี้คือ Crémeux มีลักษณะเป็นครีมทำมาจากพาเมซานชีสให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ชั้นถัดมาเป็นองค์ประกอบของมันฝรั่งชิ้นกลม ๆ ขนาดพอดีคำและผักต่าง ๆ รวมไปถึง Winter Black Truffle ฝั่งซ้ายคือคือแป้งพัฟแพสทรี่กรอบ ๆ ที่มีส่วนผสมของถั่วอัลมอนด์เสิร์ฟมาให้รับประทานไปควบคู่กัน (15/20)

BOUDIN BLANC DE VOLAILLE FORESTIÈRE ET SALADE DE MÂCHE, SAUCE PÉRIGUEUX
CHICKEN BOUDIN WITH WILD MUSHROOMS AND CORN-SALAD, PÉRIGUEUX SAUCE

อีกจานหนึ่งคือ Boudin Blanc ไส้กรอกพื้นเมืองสีขาวซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และลักเซมเบิร์ก ในที่นี้เชฟเลือกสอดไส้ด้านในเป็นเนื้อไก่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มจนเกือบละลายในปาก จากนั้นราดด้วย Périgueux Sauce ที่มีส่วนผสมของพริกไทยดำให้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมเข้ากันได้ดีอย่างไร้ที่ติ ยังมีองค์ประกอบของ Corn Salad ให้กลิ่นเฉพาะตัวของข้าวโพดและเห็ดป่าที่ใส่เข้ามาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสอีกด้วย (16/20)

ROUGET POÊLÉ AU FENOUIL BRAISÉ ET SAUCE ORANGE À L’ANIS
PAN-FRIED RED MULLET WITH BRAISED FENNEL. ORANGE AND ANISE SAUCE

เนื้อปลา Red Mullet ที่ผ่านการทอดแบบ Pan Fried จนสุกได้ระดับ เนื้อสัมผัสนุ่มพอเหมาะ หนังปลาบางกรอบเล็กน้อย ด้านบนทอปด้วย Black Olive ให้อโรม่าหอมเฉพาะตัว ข้างกันคือผักเคียงอย่าง Radicchio และ Fennel ตุ๋น จบด้วยการราดซอสที่ทำมาจากส้มและ Anise หรือที่ภาษาไทยเรียกกันว่าเทียนสัตตบุษย์มีรสชาติอมเปรี้ยวเบา ๆ สื่อถึงกลิ่นอายของความเป็น Mediterranean และ Provençale ของฝรั่งเศสทางตอนใต้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ (15/20)

MÉDAILLONS DE VEAU POÊLÉ AUX JEUNES CAROTTES ET SON FRITOT DE FROMAGE DE TÊTE CROUSTILLANT, JUS AU VIN BLANC
PAN FRIED VEAL MEDALLIONS WITH CARROTS. CRISPY VEAL HEAD FRITTER, WHITE WINE JUS

Médaillons de Veau เป็นเนื้อลูกวัวที่ผ่านการแล่เป็นชิ้นและ Pan Fried มาอย่างดี เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่มใช้ได้ ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Veal Jus เข้มข้นที่มีส่วนผสมของไวน์ขาวช่วยเสริมอโรมาของจานได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ข้างกันคือแครอทและ Crispy Veal Head Fritter ที่ได้จากการนำเนื้อลูกวัวผสมผสานกับสมุนไพรแล้วทอดจนกรอบนอกนุ่มใน คลาสสิคมาก ๆ (15/20)

DÉLICE IVOIRE, ANANAS ET RHUM, SORBET NOIX DE COCO
WHITE CHOCOLATE DELICE WITH PINEAPPLE AND RUM, COCONUT SORBET

สำหรับขนมหวานใน Set Menu ทางร้านนำเสนอ White Chocolate Delice ที่มีกลิ่นของของรัมแทรกมาเพียงเบา ๆ ด้านบนทอปด้วยสับปะรดให้รสอมเปรี้ยวและมิติความกรอบที่ลงตัวแล้วเสริมด้วยความหวานเล็กน้อยของเมอแรงก์ ตรงกลางเป็น Crumble กรอบและ Coconut Sorbet ช่วยให้อโรมาโดยรวมของจานสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (16/20)

CANNELÉ CHOCOLAT AU GIANDUJA ET CITRON VERT
CHOCOLATE CANNELÉ WITH HAZELNUT PRALINE AND LIME

เราได้ขอให้พนักงานเปลี่ยนมาเสิร์ฟเป็นของหวานอีกชนิดหนึ่งในเมนู À La Carte โดยจานนี้เชฟได้นำ Gianduja Chocolate และถั่วฮาเซลนัทขึ้นรูปเป็นทรงขนม Cannelé ด้านในเป็น Hazelnut Praline และ Lime Jellyให้รสชาติเปรี้ยวตัดกันกับรสหวานของช็อกโกแลตด้านนอกได้เป็นอย่างดี (15/20)

ASSORTMENT DE MIGNARDISES
ASSORTMENT OF MIGNARDISES

ปิดท้ายด้วย Mignardises เสิร์ฟมาด้วยกันทั้งหมด 4 อย่างคือ Lemon Madeleine, Cinnamon, Orange and Chocolate Macarons, Passionfruit Marshmallow และ 70% Dark Chocolate พร้อมด้วยลายเซ็นต์ของเชฟ Alain Roux พิมพ์ประดับเอาไว้ด้วย

ASSORTMENT DE MIGNARDISES
ASSORTMENT OF MIGNARDISES

Mignardises เสิร์ฟมาคู่กันกับชาหรือกาแฟซึ่งรวมอยู่ในราคาอาหารแล้วเรียบร้อย ทั้งนี้หากใครยังไม่อิ่มสามารถขอชาหรือกาแฟแก้วใหม่เพิ่มได้อีก

Macarons มากมายหลากหลายสีสัน

Speculoos Cannelé Cake

ก่อนกลับพนักงานจะมอบของขวัญเป็นขนม Cannelé คลาสสิคในกล่องสีทองให้กับลูกค้าทุกคน เนื้อสัมผัสหนึบนอก นุ่มใน หอมอร่อยมาก ๆ

Speculoos Cannelé Cake

ในกล่องมีข้อความจากเชฟ Alain Roux เล่าถึงความชื่นชอบต่อขนม Cannelé

💰 ราคา 5,684.91 บาท

หลังจากที่เชฟ Arnaud Dunand Sauthier ได้โบกมือลา Le Normandie เพื่อย้ายออกไปเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเอง ห้องอาหารเรือธงประจำโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok แห่งนี้จึงได้บรรลุข้อตกลงกับ Roux Waterside Inn Limited ในการดึงตัว Alain Roux เชฟเจ้าของร้าน Waterside Inn มารับตำแหน่งเป็น Head Chef คอยออกแบบและควบคุมเมนูร่วมกันกับเชฟ Phil Hickman ผู้ซึ่งจะประจำอยู่ในประเทศไทยนั่นเอง

ในปี 2015 ตัวร้านได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีผนังกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานทั้งสองฝั่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของโค้งน้ำเจ้าพระยาและมุมสูงสุดตระการตาของเมือง

กรุง บริเวณทางเข้ามีจุดสำหรับตรวจสอบการจองพร้อมด้วยแกรนด์เปียโนและห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ เพดานสีขาวประดับด้วย Crystal Chandelier เข้ากันกับโทนสีเหลืองทองช่วยเสริมความหรูหราแต่ยังคงมองแล้วสบายตาในทุกมิติ

ในช่วงปลายปี 2017 ห้องอาหาร Le Normandie ภายในการนำทีมโดยเชฟ Arnaud Dunant Sauthier ในช่วงนั้นได้รับรางวัล 🌟🌟 2 Michelin Stars ใน Michelin Guide Bangkok 2018 ทั้งยังสามารถจะรักษาดาวทั้งสองดวงมาได้จนถึงทุกวันนี้

Le Normandie by Alain Roux นำเสนออาหารในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิคโดยมีหลายจานในคอร์สใหญ่ที่ถอดสูตรมาจาก The Waterside Inn โดยตรง ลูกค้าสามารถเลือกชิมเมนู À La Carte ได้ตามใจชอบแต่ด้วยราคาต่อจานที่สูงพอสมควรทำให้ Set Menu ทั้ง 3 แบบดูจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าเริ่มจาก Le Menu Decouverte – 3 Courses (2,500++/p) ในช่วงมื้อกลางวัน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายประกอบกับการบริการชั้นเลิศและบรรยากาศสุดโรแมนติคทำให้เซ็ตนี้จัดเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าไม่เบา ถัดมาคือ Le Menu Exceptionnel – 6 Courses (6,400++/p) จัดเสิร์ฟทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Le Menu Gastronomique – 8 Courses (7,500++/p) ซึ่งจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหารจากฝรั่งเศสร่วมสมัยไปสู่ฝรั่งเศสคลาสสิคย่อมส่งผลต่อลูกค้าโดยตรงโดยเฉพาะลูกค้าประจำที่คุ้นชินกับอาหารของเชฟ Arnaud Dunand Sauthier ท่านเดิม ทั้งนี้การใช้ชื่อของ Alain Roux ซึ่งเป็นเชฟระดับโลกรวมไปถึงดาวมิชลินที่การันตีอยู่ถึง 2 ดวงและราคา Set Menu ชุดใหญ่ที่ค่อนข้างสูงอาจทำให้ลูกค้าทุกคนเกิดความคาดหวังสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม Le Normandie by Alain Roux ยังคงรักษามาตรฐานในการเป็นห้องอาหารฝรั่งเศสระดับ Haute Cuisine เอาไว้ได้เป็นอย่างดีแต่อาจต้องให้เวลาเชฟ Phil Hickman และทีมงานสักนิดในการปรับสมดุลและหาจุดกึ่งกลางที่เหมาะสม การบริการของพนักงานชาวต่างชาติค่อนข้างสมบูรณ์แบบในขณะที่พนักงานชาวไทยจะมีความเป็นกันเองมากกว่าแต่อาจยังมีข้อบกพร่องในแง่ของการลงรายละเอียดของอาหารแต่ละจานอยู่บ้าง เราขอแนะนำ Le Menu Decouverte สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการลิ้มลองสไตล์อาหารรูปแบบใหม่ของทางร้านเพราะมีราคาที่เข้าถึงง่ายและถือว่าคุ้มค่าสำหรับคุณภาพอาหารรวมไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับกลับมานั่นเอง

[THE CHEF] Alain Roux เกิดที่กรุง London ในปี 1968 โดยเป็นบุตรชายของเชฟระดับตำนานอย่าง Michel Roux ตัวเขาเองเริ่มต้นเข้าห้องครัวตั้งแต่มีอายุเพียง 14 ปีทั้งยังผ่านงานครัวจากห้องอาหารชั้นนำในประเทศฝรั่งเศสมากมายเริ่มต้นจากการฝึกงานเป็นเชฟอาหารหวานที่ Pâtisserie Millet ในกรุง Paris ต่อด้วยห้องอาหารระดับ Michelin Star อีกหลายแห่งเช่น Pic, Le Domaine D’Orvault, La Bonne Etape, Château de Montreuil และ La Côte Saint-Jacques ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังห้องอาหารธุรกิจครอบครัวอย่าง Waterside Inn ณ เมือง Bray ในปี 1992 และพัฒนาตัวเองจนได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อให้กุมบังเหียน Waterside Inn ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 Michelin Stars พร้อมทั้งรักษาดาวเอาไว้ได้ครบทุกดวงมาจนถึงปัจจุบันคิดเป็นระยะเวลากว่า 37 ปีนานที่สุดนอกประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว สำหรับความร่วมมือระหว่าง Mandarin Oriental Group กับ Roux Waterside Inn Limited นั้น เชฟ Alain Roux ได้ส่งเชฟ Phil Hickman ชาว Edinburgh ผู้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟกับการเป็น Sous-Chef ให้กับ Hickory’s Smokehouse ก่อนที่จะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Waterside Inn และ Brasserie Prince by Alain Roux รวมกันนานถึง 10 ปีก่อนที่จะเดินทางมารับตำแหน่ง Head Chef ให้กับ Le Normandie by Alain Roux พร้อมด้วยเชฟผู้ช่วยอีก 1 คน ส่วนทีมที่เหลือยังคงเป็นกลุ่มเชฟจากห้องอาหาร Le Normandie เดิมทั้งสิ้น

Mandarin Oriental, Bangkok เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชียโดยเชื่อกันว่าก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1876 ใช้ชื่อว่าโรงแรมโอเรียลเต็ลก่อนที่จะผลัดเปลี่ยนผู้ดูแลมาหลายครั้งจนกระทั่งตกมาอยู่ในความดูแลของบริษัท โอเอชทีแอล จำกัด (มหาชน) ในที่สุด สำหรับห้องอาหาร Le Normandie นั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1958 ใช้ชื่อว่าว่า Le Normandy Grill โดยตั้งอยู่ในอาคาร Tower Wing (หรือ Garden Wing ในปัจจุบัน) โดดเด่นด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์เป็นรูปสิงโตคู่หรือ Two Lions Passant

เป็นสมาชิกของ Les Grandes Tables du Mondes

Le Normandie ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นพร้อมทั้งก้าวมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว