Visit: February 22, 2022

🇨🇭 Steinhalle - ชไตน์ฮัลเลอร์

👨🏻‍🍳 Chef Markus Arnold - เชฟมาคัส อาโนลด์

Helvetiaplatz 5, CH-3000 Bern

Tel: (+41) 31 351 51 00

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์

Country

Switzerland

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

13.5/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] หากพูดถึง Michelin Star หลายคนมักจะนึกภาพห้องอาหารสุดหรูที่มีรายการเมนูอันปราณีต อาหารแต่ละจานมักประกอบขึ้นมาจากขั้นตอนการปรุงอันซับซ้อนและมีหน้าตาที่ไม่คุ้นเคย… แต่ไม่ใช่กับ Steinhalle ห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ ณ กรุง Bern เมืองหลวงของประเทศ Switzerland เพราะทางร้านนำเสนอเมนูสุดเรียบง่ายอย่าง Market Salad, Burger หรือแม้กระทั่ง Hokkaido Ramen การันตีด้วยด้วยรางวัล 1 Michelin Star และคะแนนจาก Gault & Millau ที่สูงถึง 17/20 บอกได้เลยว่ารสชาติและฝีมือของเชฟ Markus Arnold นั้นไม่ธรรมดาแน่ ๆ

          

🎗 [THE PLACE] แม้จะตั้งอยู่ในกรุง Bern แต่การเดินทางมาที่ร้านจำเป็นต้องผ่านสะพาน Kirchenfeldbrücke ที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ Aare เมื่อผ่านมาได้ครึ่งทางอย่าลืมหันกลับไปถ่ายภาพโบสถ์ Berner Münster ที่สูงตระหง่านขึ้นมาจากย่าน Old Town บอกเลยว่าสวยงามจนแทบหยุดหายใจ พอเดินมาถึง Bernisches Historisches Museum หรือ Einstein Museum จะพบกับทางเข้าห้องอาหาร Steinhalle อยู่ข้างกัน ตัวร้านมีที่นั่งด้านนอกอันกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของต้น Oak และ Blood Ash ขนาดใหญ่เหมาะเป็นอย่างมากกับการนั่งรับลมและแดดในวันที่อากาศเป็นใจ กลับกันภายในห้องอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ด้วยเพดานที่สูงทำให้บรรยากาศดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา สุดท้ายคือพื้นที่บริเวณ Chef’s Table ที่ตั้งอยู่ติดกับห้องครัวแบบ Open Kitchen ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารและจัดแต่งจานได้ตลอดเวลา

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Markus Arnold มีความหลงไหลใน Asian Cuisine เป็นอย่างมากทั้งรสชาติความเผ็ดจัดจ้านของอาหารริมทางในประเทศไทยไปจนถึงความอุมามิและรสชาติอันซับซ้อนของอาหารญี่ปุ่น Steinhalle จึงนำเสนออาหารออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานเข้ากับรสชาติและเทคนิคการปรุงสไตล์เอเชียได้อย่างกลมกลืนจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาครองได้ใน Michelin Guide Switzerland ปี 2020 เมื่อเริ่มมื้ออาหารพนักงานจะนำกล่องไม้บรรจุช้อน ส้อม และมีดมาวางให้บนโต๊ะ เชฟ Markus Arnold นำเสนอเมนูแบบ À La Carte ที่เรียกว่า “STEINHALLE EASY LUNCH” แม้จะฟังดูน่าเบื่อแต่ด้วยรสชาติ, เทคนิค และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เชฟใส่เข้าไปทำให้คอนเซปเมนู EASY LUNCH นี้ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัล POP of the Year มาครองได้สำเร็จ ทั้งยังถูกแนะนำเอาไว้ทั้งใน Michelin Guide และ Gault & Millau อีกด้วย แค่คิดเล่น ๆ ว่าหากมีโจทย์ให้เชฟสักคนหนึ่งออกแบบเมนูพื้น ๆ อย่างสลัดประจำวัน, เบอร์เกอร์ หรือแม้กระทั่งราเมนฮอกไกโด ออกมาในระดับที่ Michelin Guide ต้องมอบดาวให้คงไม่ง่ายอย่างแน่นอน ต่อมาคือเมนูในช่วงเย็นที่เรียกว่า “STEINHALLE CASUAL DINING” นำเสนอในรูปแบบเซ็ตเมนูจำนวน 4 Courses – 109 CHF, 5 Courses – 129 CHF และ 6 Courses – 144 CHF แน่นอนว่าอาหารแต่ละจานก็จะมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าช่วงกลางวัน แอบกระซิบว่าในช่วงมื้อเย็นใครที่จองออนไลน์ผ่านทางเวปไซต์สามารถรับส่วนลดได้ 10 CHF/p อีกด้วย

🎗 [CONCLUSION] อาหารที่ Steinhalle นั้นแม้จะเป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทุกจานถูกยกระดับจนสามารถนำเสิร์ฟในห้องอาหารติดดาวมิชลิน ทั้งราคายังไม่แพงจนเกินไปจึงสามารถใช้เป็นจุดแวะพักรับประทานมื้อกลางวันหลังจากเดินเที่ยวในกรุง Bern ได้เป็นอย่างดี

 

Price :

50-144 CHF/p

Parking :

จอดหน้าร้าน

Operating Time :

EASY LUNCH, Tue- Sat 11.00-17.00; Sun 10.00-17.00 (Hot Kitchen 11.30-14.30) and CASUAL DINING Wed-Sat 17.00-24.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารที่นำเสนอเมนูพื้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ราคาเข้าถึงง่ายเทียบกับมาตรฐานห้องอาหารในประเทศสวิสเซอร์แลนด์

อาหาร :

13.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 EASY LUNCH

          
HOKKAIDO RAMEN (22 CHF)

Weizennudeln | Onsen Ei | Mais | Miso | Ingwer | Wauwiler Bierschwein

STEINHALLE BURGER (24 CHF)

Swiss Prime Beef | Gruyère | Cocktail | Sesam

SALAD OF THE DAY (10 CHF)

Marktsalad | Kräuter | Rohkost | Vinaigrette | Sauerteigbrot

RINDS-TATAR (24 CHF)

Rouille | Kräuter | Kapern | Olivenöl | Sauerteigbrot | CH Rindshuft

MILCH SOFT ICE (7 CHF)

Berner Milch | Karamellisierte Kondensmilsch | Granola

AFFOGATO LATTE (6 CHF)

Glace aus Berner Milch | Espresso Shot

MANDEL SCHOKOLADEN GUGELHOPF (6 CHF)

Valrhona Schokolade | Amaretto

🇨🇭 Steinhalle – ชไตน์ฮัลเลอร์

🏵🏵🏵🏵 17 Points Gault & Millau – 17 คะแนน โกท เอท มิโย

🍴 Creative – อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Markus Arnold – เชฟมาคัส อาโนลด์

🌟 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

หากพูดถึง Michelin Star หลายคนมักจะนึกภาพห้องอาหารสุดหรูที่มีรายการเมนูอันปราณีต อาหารแต่ละจานมักประกอบขึ้นมาจากขั้นตอนการปรุงอันซับซ้อนและมีหน้าตาที่ไม่คุ้นเคย… แต่ไม่ใช่กับ Steinhalle ห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ ณ กรุง Bern เมืองหลวงของประเทศ Switzerland เพราะทางร้านนำเสนอเมนูสุดเรียบง่ายอย่าง Market Salad, Burger หรือแม้กระทั่ง Hokkaido Ramen การันตีด้วยด้วยรางวัล 1 Michelin Star และคะแนนจาก Gault & Millau ที่สูงถึง 17/20 บอกได้เลยว่ารสชาติและฝีมือของเชฟ Markus Arnold นั้นไม่ธรรมดาแน่ ๆ

HOKKAIDO RAMEN (22 CHF)
Weizennudeln | Onsen Ei | Mais | Miso | Ingwer | Wauwiler Bierschwein

เมนูที่สร้างชื่อให้กับ Easy Lunch และห้องอาหาร Steinhalle มากที่สัดคือ “ฮอกไกโดราเมน” ชามโตที่ทางร้านใช้เส้นทำจากธัญพืช มีความหนึบนุ่ม เสิร์ฟมาในน้ำซุปรสชาติเข้มข้น ไฮไลท์ของชามคือไข่ออนเซ็นที่เขี่ยเบา ๆ ก็จะแตกละลายไปกับน้ำซุป มีความกรอบและหวานจากข้าวโพดแทรกด้วยกลิ่นและรสขิงเพียงเบา ๆ ส่วนอวค์ประกอบสำคัญอย่าง Chashu ได้จากเนื้อของหมูที่ถูกเลี้ยงด้วยเบียร์จนมีกลิ่นเฉพาะตัวแทรกเข้าไปในเนื้อ เสิร์ฟมาล้นจาน (15/20)

HOKKAIDO RAMEN (22 CHF)
Weizennudeln | Onsen Ei | Mais | Miso | Ingwer | Wauwiler Bierschwein

หากถามว่าราเมนชามนี้เหมือนต้นฉบับจากฮอกไกโด 100% ไหม ต้องตอบตามตรงว่าไม่เหมือนเสียทีเดียวแต่หากถามว่าอร่อยเพียงใดก็ตอบทันทีได้เช่นกันว่าอร่อยมากจนต้องซดน้ำซุปหมดชาม (15/20)

STEINHALLE BURGER (24 CHF)
Swiss Prime Beef | Gruyère | Cocktail | Sesam

อีกหนึ่งเมนูคลาสสิคของ Steinhalle คือ “เบอเกอร์” ที่ใช้เนื้อวัว Swiss Prime Beef ย่างออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ด้านนอกสุก ข้างในให้สีชมพู เนื้อสัมผัสนุ่มดีงามมาก ๆ (14/20)

STEINHALLE BURGER (24 CHF)
Swiss Prime Beef | Gruyère | Cocktail | Sesam

เบอร์เกอร์เสิร์ฟมากับไข่ออร์แกนิคและชีสกรุยแยร์อันเลื่องชื่อ ด้านล่างรองด้วยผักต่าง ๆ ทั้งกะหล่ำม่วง ใบผักกาด เสริมมิติทางรสชาติด้วยงา ซอสพอนซึ และซอสค็อกเทลล์รสเด็ด ทั้งนี้เชฟยังให้ซอสค็อกเทลมาสำหรับเติมเพิ่มด้วยตัวเองได้อีกด้วย (14/20)

SALAD OF THE DAY (10 CHF)
Marktsalad | Kräuter | Rohkost | Vinaigrette | Sauerteigbrot

สำหรับใครที่อยากสั่ง Side Dish ขอแนะนำ “สลัดประจำวัน” ที่ได้จากการผสมคลุกผักและธัญพืชต่าง ๆ หลายชนิดคู่กับน้ำสลัดรสเด็ด จานนี้แม้จะตั้งราคาแยกเอาไว้อยู่ที่ 10 CHF แต่เมื่อสั่งพร้อมกับเมนคอร์สจานอื่น ๆ แล้วราคาจะบวกเพิ่มไปอีกเพียง 6 CHF เท่านั้น (13/20)

RINDS-TATAR (24 CHF)
Rouille | Kräuter | Kapern | Olivenöl | Sauerteigbrot | CH Rindshuft

จานนี้คือ “ทาทาร์เนื้อวัว” ที่ได้จากการนำเนื้อวัวสวิสส่วน Rump สับมาพอหยาบ ๆ คลุกเคล้ากับสมุนไพร, เคเปอร์ ด้านบนทอปด้วย Rouille เป็นซอสสีเหลืองที่มีกลิ่นหอมของกระเทียม เชฟแนะนำให้ตักวางลงบนขนมปังแล้วรับประทานพร้อมกัน (13/20)

SAUERTEIGBROT
Sourdough bread

ทั้ง Salad of The Day และ Rinds-Tatar เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังซาวโดว์

MILCH SOFT ICE (7 CHF)
Berner Milch | Karamellisierte Kondensmilsch | Granola

นอกจากของคาวแล้ว เมนู EASY LUNCH ยังได้นำเสนอของหวานที่แสนจะเรียบง่ายแต่อร่อยในราคาสุดคุ้มค่าอีกด้วย เริ่มต้นด้วยไอศกรีมที่ได้จากนมวัวพื้นเมืองที่เลี้ยงอยู่ในละแวกกรุงเบิร์น ทอปด้านบนด้วยนมข้นหวานที่ผ่านกระบวนการ Caramelization จนเข้มข้น หอม มัน แทรกด้วยรสขมเบา ๆ จบด้วยการทอปด้านบนด้วยกราโนล่าเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว (13/20)

AFFOGATO LATTE (6 CHF)
Glace aus Berner Milch | Espresso Shot

ถัดมาคือ “อัฟโฟกาโต้ ลาเต้” ที่ได้จากการเติมไอศกรีมนมจากกรุงเบิร์นลงไปในเอสเปรซโซ่ช็อต (12/20)

MANDEL SCHOKOLADEN GUGELHOPF (6 CHF)
Valrhona Schokolade | Amaretto

ปิดท้ายด้วย “กูเกลฮอปฟ์” ขนมเค้กพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในฝรั่งเศส เยอรมัน และสวิสเซอแลนด์ ด้านในมีกลิ่นหอมของถั่วอัลมอนด์, ช็อกโกแลต Valrhona และ Amaretto แทรกอยู่ เชฟตัดแบ่งมาให้ขนาดพอดีคำ แนะนำให้สั่งมารับประทานคู่กับ Affogato เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว (13/20)

💰 ราคา 102 CHF

เชฟ Markus Arnold นำเสนอเมนูแบบ À La Carte ที่เรียกว่า “STEINHALLE EASY LUNCH” แม้จะฟังดูน่าเบื่อแต่ด้วยรสชาติ, เทคนิค และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เชฟใส่เข้าไปทำให้คอนเซปเมนู EASY LUNCH นี้ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัล POP of the Year มาครองได้สำเร็จ ทั้งยังถูกแนะนำเอาไว้ทั้งใน Michelin Guide และ Gault & Millau อีกด้วย แค่คิดเล่น ๆ ว่าหากมีโจทย์ให้เชฟสักคนหนึ่งออกแบบเมนูพื้น ๆ อย่างสลัดประจำวัน, เบอร์เกอร์ หรือแม้กระทั่งราเมนฮอกไกโด ออกมาในระดับที่ Michelin Guide ต้องมอบดาวให้คงไม่ง่ายอย่างแน่นอน

พื้นที่บริเวณ Chef’s Table ที่ตั้งอยู่ติดกับห้องครัวแบบ Open Kitchen ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารและจัดแต่งจานได้ตลอดเวลา

ภายในห้องอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ด้วยเพดานที่สูงทำให้บรรยากาศดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา

เมนูในช่วงเย็นที่เรียกว่า “STEINHALLE CASUAL DINING” นำเสนอในรูปแบบเซ็ตเมนูจำนวน 4 Courses – 109 CHF, 5 Courses – 129 CHF และ 6 Courses – 144 CHF แน่นอนว่าอาหารแต่ละจานก็จะมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าช่วงกลางวัน แอบกระซิบว่าในช่วงมื้อเย็นใครที่จองออนไลน์ผ่านทางเวปไซต์สามารถรับส่วนลดได้ 10 CHF/p อีกด้วย

อาหารที่ Steinhalle นั้นแม้จะเป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทุกจานถูกยกระดับจนสามารถนำเสิร์ฟในห้องอาหารติดดาวมิชลิน ทั้งราคายังไม่แพงจนเกินไปจึงสามารถใช้เป็นจุดแวะพักรับประทานมื้อกลางวันหลังจากเดินเที่ยวในกรุง Bern ได้เป็นอย่างดี

เชฟ Markus Arnold มีความหลงไหลใน Asian Cuisine เป็นอย่างมากทั้งรสชาติความเผ็ดจัดจ้านของอาหารริมทางในประเทศไทยไปจนถึงความอุมามิและรสชาติอันซับซ้อนของอาหารญี่ปุ่น Steinhalle จึงนำเสนออาหารออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานเข้ากับรสชาติและเทคนิคการปรุงสไตล์เอเชียได้อย่างกลมกลืนจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาครองได้ใน Michelin Guide Switzerland ปี 2020 เมื่อเริ่มมื้ออาหารพนักงานจะนำกล่องไม้บรรจุช้อน ส้อม และมีดมาวางให้บนโต๊ะ

บริเวณลานกว้างหน้าร้านเหมาะการนั่งชิวในวันที่อากาศเป็นใจ

บรรยากาศเย็นสบาย

บริเวณเทอเรส

บนโต๊ะอาหาร

ตัวร้านมีที่นั่งด้านนอกอันกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของต้น Oak และ Blood Ash ขนาดใหญ่เหมาะเป็นอย่างมากกับการนั่งรับลมและแดดในวันที่อากาศเป็นใจ

อาคาร Bernisches Historisches Museum หรือ Einstein Museum

ประตูฝั่งทางเข้าร้าน

พอเดินมาถึง Bernisches Historisches Museum หรือ Einstein Museum จะพบกับทางเข้าห้องอาหาร Steinhalle อยู่ข้างกัน

แม้จะตั้งอยู่ในกรุง Bern แต่การเดินทางมาที่ร้านจำเป็นต้องผ่านสะพาน Kirchenfeldbrücke ที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ Aare เมื่อผ่านมาได้ครึ่งทางอย่าลืมหันกลับไปถ่ายภาพโบสถ์ Berner Münster ที่สูงตระหง่านขึ้นมาจากย่าน Old Town บอกเลยว่าสวยงามจนแทบหยุดหายใจ