หน้าแรก » 🇪🇸 Boroa – โบโรอา
Visit: March 14, 2022
🇪🇸 Boroa - โบโรอา
👨🏻🍳 Chef Asun Ibarrondo & Javier Gartzia - เชฟอาซุน อิบารอนโด & ฟาเบีย กาทเซีย
San Pedro de Boroa, 11, 48340 Boroa, Bizkaia, Spain
Tel: (+34) 946 73 47 47
Cuisine
🍴 Traditional Cuisine, Contemporary - อาหารท้องถิ่น, อาหารร่วมสมัย
Country
Spain
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
14.5/20
Price
[INTRO] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารท้องถิ่นประจำภูมิภาค Basque Country โดยเฉพาะแถบ Biscay ที่สามารถยกระดับเมนูพื้นบ้านออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ
[THE PLACE] Boroa Jatetxea เปิดทำการเป็นครั้งแรกในวันที่ 17 มีนาคม 1997 โดยปรับเปลี่ยนบ้านฟาร์มเฮ้าส์สไตล์ Basque หลังเก่าที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ให้กลายมาเป็นห้องอาหารพื้นถิ่นชั้นสูง หน้าร้านมีที่จอดรถกว้างขวางมองออกไปเห็นทัศนียภาพของเนินเขาสูงต่ำสลับกันเป็นพื้นหลัง พื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นโอ้คคอยให้ร่มเงาทั้งยังเสริมบรรยากาศโดยรวมให้ดูร่มรื่นตา El comedor หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดค่อนข้างใหญ่รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ทั้งชั้นล่างและชั้นลอยตกแต่งแบบ Rustic สังเกตได้จากผนังอิฐเปลือยรวมไปถึงเสาและเพดานไม้ พนักงานให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองทั้งยังสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ในระดับน่าพึงพอใจ ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล
1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 และสามารถรักษาเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Asun Ibarrondo และ Javier Gartzia ตั้งใจยกระดับอาหารท้องถิ่น Biscay รวมไปถึงวัตถุดิบพื้นเมืองประจำภูมิภาค Basque Country ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้โดยง่าย ลูกค้าสามารถเลือกTasting Menu ได้ 2 แบบคือ Bizkargi Menu (50 €/p) จำนวน 7 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาที่จับต้องได้เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะพักเป็นเวลาสั้น ๆ หรือต้องมีความจำเป็นต้องรีบเดินทางต่อ ทั้งนี้ปริมาณอาหารทั้งหมดนั้นก็ถือว่าอิ่มใช้ได้เลยทีเดียว ถัดมาคือ Txindoki Menu (130 €/p) ชุดใหญ่จำนวน 15 คอร์สประกอบไปด้วยอาหารที่มีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลาในการจัดเสิร์ฟนานมากขึ้น สุดท้ายคือเมนูแบบ À La Carte ที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างเช่น Hake Kokotxas, Balfego Blefin Tuna และ Huelva Red Prawn โดยจะมีราคาต่อจานสูงขึ้นมาสักเล็กน้อย เมนูที่ทำออกมาได้โดดเด่นมาก ๆ อย่างเช่น
ข้าวรีซอตโต้ที่เตรียมมาสุกได้ระดับพอดีคือมีความกรึบนิด ๆ ตัดกันกับเนื้อสัมผัสของชิ้นเห็ด ด้านบนทอปด้วย Truffle Lactonnaise (ซอสคล้ายกันกับ Mayonnaise แต่ไม่มีไข่ผสมอยู่) มีกลิ่นหอมของทรัฟเฟิลเด่นชัด ตรงกลางคือไข่แดงที่จะแตกเยิ้มออกมาผสมผสานกับข้าวช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (15/20)
Morros หรือจมูกลูกวัวเป็นวัตถุดิบที่หารับประทานได้ยากแต่กลับเป็นที่นิยมในพื้นที่แถบ Biscay เชฟเสิร์ฟมาใน Tomato Sauce หรือซอสมะเขือเทศขนาบข้างด้วยพริกหวานเผาให้รับประทานคู่กัน เนื้อส่วนจมูกของลูกวัวมีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ กล่าวคือมีความนุ่มมากกว่าปกติและจะมีอัตราส่วนไขมันและค่อนข้างสูง มีความ Gelatinous เข้ากันได้ดีกับตัวซอส รับประทานสลับกับพริกหวานเผาช่วยเพิ่มรสขมและกลิ่นหอมช่วยให้จานนี้มีรสชาติที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น (15/20)
Price :
50-130 €/p
Parking :
จอด ณ ลานจอดขนาดใหญ่หน้าร้าน
Operating Time :
11.30-20.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Biscay ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 BIZKARGI MENU (50 €/p)
Appetizers
Poultry broth
Txistorra sausage puff pastry
Menu
Salmon marinated on cheese mouse, mustard vinaigrette and mesclun salad
Mushroom risotto, egg yolk, and truffle lactonnaise
Grilled piper gurnard loin, extract of their heads, spinach and mussels
Veal snouts in sauce with roasted peppers
Selection of sweets with ice cream
Petit fours
À LA CARTE
Boroa – โบโรอา
1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน
![]()
2 Soles Guía Repsol – 2 ดวงอาทิตย์เรปโซล
Traditional Cuisine, Contemporary – อาหารท้องถิ่น, อาหารร่วมสมัย
Chef Asun Ibarrondo & Javier Gartzia – เชฟอาซุน อิบารอนโด & ฟาเบีย กาทเซีย
รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารท้องถิ่นประจำภูมิภาค Basque Country โดยเฉพาะแถบ Biscay ที่สามารถยกระดับเมนูพื้นบ้านออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ
Poultry broth
เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นซุปไก่นุ่ม ๆ มีอโรม่าหอม ๆ รสชาติกลมกล่อมไม่ติดเค็ม (14/20)
Txistorra sausage puff pastry
ถัดมาคือขนมปังไส้กรอก แป้งพัฟด้านนอกฟูกรอบ ด้านในคือ Txistorra ไส้กรอกท้องถิ่นซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อประจำภูมิภาค Basque Country และ Navarra มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์ม รสชาติออกเปรี้ยวนิด ๆ มีกลิ่นหอม (14/20)
Txistorra sausage puff pastry
ด้านบนทอปด้วยครีมทำมาจาก Red pepper ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (14/20)
Bread
ทางร้านนำเสนอขนมปัง 3 อย่างคือ Seed bread, Raisin and nut bread และ Rustic bread
Bread
ขนมปังทุกชนิดสามารถขอเพิ่มได้ตลอดเวลา
Salmon marinated on cheese mouse, mustard vinaigrette and mesclun salad
อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกคือปลาแซลมอนหมักมีเนื้อสัมผัสนุ่มแต่ไม่นิ่มจนเกินไป เสิร์ฟมาบนชีสมูสหอมมัน ด้านบนทอปด้วย Mesclun salad ราดด้วยน้ำสลัดมัสตาร์ดเสริมด้วยรสชาติหวานนิด ๆ จากน้ำผึ้ง รอบ ๆ คือไข่ปลาแซลมอน ส่วนซอสสีเขียวทำมาจากผักชีลาว อย่างไรก็ตามอัตราส่วนของชีสมูสเทียบกับแซลมอนและองค์ประกอบอื่น ๆ ดูจะมากเกินไปสักนิด (14/20)
Grilled rose shrimps from Huelva (30 €)
ส่วนเมนู À La Carte เราเลือกชิมกุ้งย่างจาก Huelva ทางตอนใต้ของประเทศสเปน (14/20)
Grilled rose shrimps from Huelva (30 €)
เชฟย่างมาได้ดีมาก ๆ เนื้อกุ้งหวานฉ่ำทำให้สามารถรับประทานได้อร่อยโดยไม่ต้องใช้ซอสใด ๆ เนื้อสัมผัสเฟิร์มนิด ๆ แต่ไม่กระด้าง ทั้งยังแกะได้โดยง่ายอีกด้วย (14/20)
Mushroom risotto, egg yolk, and truffle lactonnaise
ถัดมาคือรีซอตโต้เห็ด ข้าวรีซอตโต้ทำมาสุกได้ระดับพอดีคือมีความกรึบนิด ๆ ตัดกันกับเนื้อสัมผัสของชิ้นเห็ด ด้านบนทอปด้วย Truffle Lactonnaise (ซอสคล้ายกันกับ Mayonnaise แต่ไม่มีไข่ผสมอยู่) มีกลิ่นหอมของทรัฟเฟิลเด่นชัด ตรงกลางคือไข่แดงที่จะแตกเยิ้มออกมาผสมผสานกับข้าวช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (15/20)
Grilled piper gurnard loin, extract of their heads, spinach and mussels
Piper Gurnard หรือปลาบินสีแดงที่เชฟย่างแล้วเสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบที่สกัดจากหัวปลา ข้าง ๆ กันคือผักโขมและหอยแมลงภู่ ปิดท้ายด้วยการเทราดซอสหอยแมลงภู่ลงไปในจาน (15/20)
Grilled piper gurnard loin, extract of their heads, spinach and mussels
เนื้อปลาย่างมาอย่างดีเข้ากันกับซอสรสชาติเข้มข้น หอยแมลงภู่เคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นคาว องค์ประกอบของผักโขมรอบ ๆ ก็เตรียมออกมาได้สุกพอดีเช่นกัน (15/20)
Veal snouts in sauce with roasted peppers
Morros หรือจมูกลูกวัวเป็นวัตถุดิบที่หารับประทานได้ยากแต่กลับเป็นที่นิยมในพื้นที่แถบ Biscay เชฟเสิร์ฟมาใน Tomato Sauce หรือซอสมะเขือเทศขนาบข้างด้วยพริกหวานเผาให้รับประทานคู่กัน (15/20)
Veal snouts in sauce with roasted peppers
เนื้อส่วนจมูกของลูกวัวมีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ กล่าวคือมีความนุ่มมากกว่าปกติและจะมีอัตราส่วนไขมันและค่อนข้างสูง มีความ Gelatinous เข้ากันได้ดีกับตัวซอส รับประทานสลับกับพริกหวานเผาช่วยเพิ่มรสขมและกลิ่นหอมช่วยให้จานนี้มีรสชาติที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น (15/20)
Beef with roasted peppers
สำหรับใครที่ไม่รับประทานจมูกลูกวัวทางร้านจะเปลี่ยนมาเสิร์ฟเป็นเนื้อวัวให้แทนนั่นเอง (14/20)
Selection of sweets with ice cream
ปิดท้ายเซ็ตเมนูด้วยขนมหวาน 3 อย่างเริ่มจาก Sacher เค้กรสชาติเข้มข้นที่แม้หน้าตาอาจดูธรรมดาแต่เชฟทำเนื้อสัมผัสออกมาได้ดีงามไร้ที่ติ ตรงกลางคือ Pepper Mint Ice Cream ช่วยล้างปากดับคาวอาหารจานอื่น ๆ ก่อนหน้า สุดท้ายคือ Pastry with Cream แป้งแพสทรี่กรอบเสิร์ฟมาคู่กับครีมหอมหวานมัน (15/20)
Cheesecake (goat cheese, thyme, berries and lemon) (Substitution)
เราได้ขอสลับของหวานอีกจานจาก Tasting Menu ชุดใหญ่มาลองชิมดู องค์ประกอบหลักคือ Goat Cheesecake หรือชีสเค้กนมแพะที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ด้านข้างคือไอศกรีมเลมอนและองค์ประกอบของ Red Fruit Granita ทอปด้วยเมอแรงก์ อย่างไรก็ตามกลิ่นของชีสเค้กนมแพะดูจะโดดเด่นจนกลบองค์ประกอบอื่น ๆ ไปบ้างพอสมควร (14/20)
Petit fours
ปิดท้ายมืออาหารด้วย Cacao, Chocolate และ Muffin ที่ดูแล้วคล้าย Madeleine มากกว่า (13/20)
Drinks
ส่วนใครที่สั่งเครื่องดื่มทางร้านจะเสิร์ฟมาคู่กับมันฝรั่งทอด
ราคา 137,30 €
ลูกค้าสามารถเลือกTasting Menu ได้ 2 แบบคือ Bizkargi Menu (50 €/p) จำนวน 7 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาที่จับต้องได้เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะพักเป็นเวลาสั้น ๆ หรือต้องมีความจำเป็นต้องรีบเดินทางต่อ ทั้งนี้ปริมาณอาหารทั้งหมดนั้นก็ถือว่าอิ่มใช้ได้เลยทีเดียว ถัดมาคือ Txindoki Menu (130 €/p) ชุดใหญ่จำนวน 15 คอร์สประกอบไปด้วยอาหารที่มีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลาในการจัดเสิร์ฟนานมากขึ้น สุดท้ายคือเมนูแบบ À La Carte ที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อแห่ง Biscay และภูมิภาค Basque Country อย่างเช่น Hake Kokotxas, Balfego Blefin Tuna และ Huelva Red Prawn โดยจะมีราคาต่อจานสูงขึ้นมาสักเล็กน้อย
เชฟ Asun Ibarrondo และ Javier Gartzia ตั้งใจยกระดับอาหารท้องถิ่น Biscay รวมไปถึงวัตถุดิบพื้นเมืองประจำภูมิภาค Basque Country ให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้โดยง่าย
บนโต๊ะอาหาร
El comedor หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดค่อนข้างใหญ่รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก
พนักงานให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองทั้งยังสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ในระดับน่าพึงพอใจ
ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล
1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 และสามารถรักษาเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
ภายในห้องอาหาร
ทั้งชั้นล่างและชั้นลอยตกแต่งแบบ Rustic สังเกตได้จากผนังอิฐเปลือยรวมไปถึงเสาและเพดานไม้
Boroa นำเสนออาหารท้องถิ่น Biscay และ Basque Country ออกมาโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่
ภาพวาดในห้องอาหาร
พื้นที่โดยรอบ
1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน
![]()
2 Soles Guía Repsol – 2 ดวงอาทิตย์เรปโซล
พื้นที่โดยรอบ
Boroa Jatetxea เปิดทำการเป็นครั้งแรกในวันที่ 17 มีนาคม 1997 โดยปรับเปลี่ยนบ้านฟาร์มเฮ้าส์สไตล์ Basque หลังเก่าที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ให้กลายมาเป็นห้องอาหารพื้นถิ่นชั้นสูง
พื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นโอ้คคอยให้ร่มเงาทั้งยังเสริมบรรยากาศโดยรวมให้ดูร่มรื่นตา
หน้าร้านมีที่จอดรถกว้างขวางมองออกไปเห็นทัศนียภาพของเนินเขาสูงต่ำสลับกันเป็นพื้นหลัง
เราขอแนะนำ Bizkargi Menu ซึ่งมีราคาคุ้มค่าและเข้าถึงได้โดยง่าย
ตัวร้านรายล้อมด้วยภูเขาให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายทั้งยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองท่องเที่ยวอย่าง Bilbao มากนักอีกด้วย