Visit: April 1, 2022

🇪🇸 Casa Carmela - คาซ่า คามีล่า

👨🏻‍🍳 Chef Toni Novo - เชฟโทนี่ โนโว

Carrer d'Isabel de Villena, 155, 46011 València, Valencia, Spain

Tel: (+34) 963 710 073, (+34) 696 017 989

Cuisine

🍴 Rice Dishes - ข้าวต่าง ๆ

Country

Spain

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13/20

Price

2/5
          

🎗[INTRO] Paella เป็นเมนูข้าวที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Valencia ทั้งยังเป็นหนึ่งในอาหารสเปนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอีกด้วย และหากถามคนท้องถิ่นถึงร้าน Paella เก่าแก่ที่ดีที่สุดใน Valencia แล้วล่ะก็ ชื่อของ Casa Carmela ต้องถูกหยิบยกมาพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน

          

🎗 [THE PLACE & THE CHEF] Casa Carmela เดิมเป็นร้านอาหารในกระท่อมเล็ก ๆ ที่เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1922 เจ้าของร้านรุ่นแรก Don José เลือกใช้ชื่อภรรยา Doña Carmen มาใส่เป็นชื่อร้าน ว่ากันว่าในช่วงฤดูร้อนเขาต้องเดินทางจากบ้านแถบ Horta de Vera มายังร้านทุกวันเพื่อปรุงอาหารรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากกรุง Madrid เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่แถบทะเล Mediterranean กิจการสืบทอดมาถึงเจ้าของร้านรุ่นที่สองผู้ที่มีสมญานามว่า Uncle Toni และ Lola ‘the Laugher’ ได้ปรับปรุงตัวอาคารให้มีห้องพักเพิ่มเติมขึ้นมาและเริ่มเสิร์ฟอาหารเป็นมื้อแบบร้านอาหารปัจจุบันโดย Uncle Toni เลือกซื้อผักและผลไม้จากย่าน Vera และใช้ปลาที่จับมาได้จากเรือประมงแบบวันต่อวัน รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มของตัวเอง ส่วนคุณ Lola ผู้เป็นภรรยารับหน้าที่เตรียม Stews of the Day ซึ่งกลายมาเป็นเมนูอันเลื่องชื่อสำหรับคนในย่านนั้น ต่อมาในช่วงยุค 70s เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือคุณ Lora และ Alfonso Carmen ซึ่งเป็นคุณแม่และคุณป้าของเจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันได้สร้างกระทะแบนและเตาขนาดใหญ่รวมไปถึงการว่าจ้างพ่อครัวสำหรับเตรียม Paella โดยเฉพาะจนเป็นสาเหตุให้ Casa Carmela มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการทำ Perfect Paella ในที่สุด ทางร้านใช้วิธีจัดเสิร์ฟแบบทั้งกระทะลงบริเวณกลางโต๊ะสำหรับแบ่งแชร์กัน ทุกจานโดดเด่นด้วย Socarrat หรือข้าวเลเยอร์บาง ๆ ที่ติดกับกระทะให้ความกรอบและรสชาติที่เข้มข้นชนิดหาใครเทียบได้ยาก ตัวร้านยังขยับขยายบริเวณเทอเรสตกแต่งผนังร้านด้วย Valencian Ceramics จาก Manises เพิ่มเติมจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของ Casa Carmela ในที่สุด ปัจจุบันเจ้าของร้านรุ่นที่สี่ Toni Novo เข้าควบคุมกิจการตั้งแต่ปี 2011 และตั้งใจสืบสานการเสิร์ฟ Paella สูตรต้นตำรับโดยจัดเตรียมกระทะแบนจำนวนมากถึง 25 ใบสำหรับรองรับลูกค้าจำนวนมากในคราวเดียวนั่นเอง

🎗 [THE FOOD] ลูกค้าสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À LA CARTE อันประกอบไปด้วยอาหารทะเลสด ๆ เช่นกุ้งแดงจากเมือง Denia, หอยนางรมและหอยกาบจาก Galicia, ปลาทูน่าจาก Almadabra รวมไปถึงอาหารท้องถิ่นประจำภูมิภาค Valencia แต่แน่นอนว่าเมนูเด็ดประจำร้านย่อมเป็น Paella ที่ปรุงในกระทะเหล็กแบนขนาดใหญ่บนเตาฟืนแบบดั้งเดิมจนเกิด Socarrat ในระดับที่เพอร์เฟคไร้ที่ติ ส่วนใครที่อยากลอง Paella Valenciana หรือปาเอย่าสูตรต้นตำรับวาเลนเซียที่มีโปรตีนหลักหลายชนิดคือเนื้อไก่ เนื้อกระต่าย เนื้อเป็ด หอยทาก และผักต่าง ๆ นั้นต้องโทรมาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน แนะนำให้ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานคลาสสิคอย่าง French Toast และ Apple Pie ช่วยล้างปากจากอาหารทะเลต่าง ๆ ได้อย่างหมดจด

🎗 [WHY GO] หากใครที่มองหา Paella รสเลิศ ณ เมืองต้นกำเนิดอย่าง Valencia แล้วล่ะก็ Casa Carmela สามารถมอบประสบการณ์ทางอาหารที่น่าจดจำให้กับคุณได้อย่างแน่นอน ราคาโดยรวมจัดว่าค่อนข้างสูงในระดับหนึ่งแต่ก็แลกมาด้วยความสดใหม่ของวัตถุดิบ อย่าลืมจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันเพราะโต๊ะในร้านและเทอเรสมักถูกจองเต็มโดยคนท้องถิ่นตลอดเวลา

Price :

40-60 €/p

Parking :

จอดรถที่ One Park ซึ่งเป็น Garage ห่างออกไป 1.8 กิโลเมตรและเดินเล่นริมหาดมายังร้านได้สบาย ๆ แต่ห้ามจอดหน้าหาดเพราะเกิดเหตุโขมยของบ่อยมาก

Operating Time :

13.00-16.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้าน Paella รสเด็ดในเมืองต้นตำรับอย่าง Valencia

อาหาร :

13

ราคา :

2/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Anchoa del Cantábrico en lata “serie Oro” (8 lomos) (25,60 €)

Anchovies from the Cantabrian Sea (8 pieces)

Gamba Rayada del Mediterráneo (100 gr) (12 €/pc, 48 €/4 pcs)

Red prawns from Denia (100 gr)

Arroces a Leña De “Rojos” (Con Carabinero) (25 €/p, Minimum 2 people)

Deep red Cardinal Prawns Paella

Calamares a la romana (15 €)

Calamari

Servicio de Pan (1,75 €/p)

Bread and Service

Torrija con helado (6 €)

French Toast with ice cream

Tarta Manzana y Helado (6,15 €)

Apple pie and ice cream

🇪🇸 Casa Carmela – คาซ่า คามีล่า

🍽 Selected by Michelin Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์

🍴 Rice Dishes – ข้าวต่าง ๆ

👨🏻‍🍳 Chef Toni Novo – เชฟโทนี่ โนโว

🎗[INTRO] Paella เป็นเมนูข้าวที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Valencia ทั้งยังเป็นหนึ่งในอาหารสเปนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอีกด้วย และหากถามคนท้องถิ่นถึงร้าน Paella เก่าแก่ที่ดีที่สุดใน Valencia แล้วล่ะก็ ชื่อของ Casa Carmela ต้องหยิบยกมาพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน

Anchoa del Cantábrico en lata “serie Oro” (8 lomos) (25,60 €)
Anchovies from the Cantabrian Sea (8 pieces)

มาประเทศสเปนทั้งทีเราขอแนะนำอย่างมากให้ลองชิม Anchovies คุณภาพสูงโดยในที่นี้ทางร้านนำเสนอ Anchovies Gold Serie เสิร์ฟมากับน้ำมันมะกอกจำนวน 8 ชิ้น แม้ราคาจะสูงสักหน่อยแต่รสชาติที่ได้จะมีระดับความเค็มที่กลมกล่อมรวมไปถึงเนื้อสัมผัสที่ละมุนมากกว่าปกติอย่างชัดเจน (14/20)

Gamba Rayada del Mediterráneo (100 gr) (12 €/pc, 48 €/4 pcs)
Red prawns from Denia (100 gr)

ห้ามพลาดกุ้งแดงสด ๆ จากน่านน้ำเมือง Denia ราคาอาจค่อนข้างสูงเพราะทางร้านคัดเฉพาะกุ้งไซซ์ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแต่ละวัน ทั้งยังขึ้นอยู่กับน้ำหนักแต่ขอการันตีเลยว่าเมื่อเทียบกับรสชาติและความสดแล้วคุ้มค่าแน่นอน (14/20)

Gamba Rayada del Mediterráneo (100 gr) (12 €/pc, 48 €/4 pcs)
Red prawns from Denia (100 gr)

ทางร้านย่างกุ้งออกมาได้ดีมาก ๆ เนื้อกุ้งนุ่ม หวานฉ่ำ ละมุนลิ้น ในขณะที่ส่วนหัวหรือมันกุ้งหอม มัน พร้อมกับมีรสขมเบา ๆ เป็นอาฟเตอร์เทสต์ตามมาอีกที คะแนนที่ให้ต้องยกให้กับการย่างที่สุกได้ระดับพอดีเลยจริง ๆ (14/20)

Arroces a Leña De “Rojos” (Con Carabinero) (25 €/p, Minimum 2 people)
Deep red Cardinal Prawns Paella

สิ่งที่ทำให้ชื่อของ Casa Camela โด่งดังขึ้นมาในหมู่นักชิมท้องถิ่นคือ Paella ที่ปรุงมาบนกระเหล็กแบนและเตาฟืนแบบพื้นบ้าน ทางร้านมีชนิดของ Paella ให้เลือกหลายชนิดเช่น Arroz Negro (Black Rice), Paella de Marisco (Seafood), Marisco Pelado “Senyoret” และอื่น ๆ อีกมากมายรวมไปถึง Fideuá ที่มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายก๋วยเตี๋ยวผัดมาในกระทะร้อนเช่นกัน อย่างไรก็ตามเราได้เลือกชิม Arroces a Leña De “Rojos” ที่เสิร์ฟข้าวปาเอย่ามากับเนื้อปลา หมึก และกุ้งแดงตัวโต (15/20)

Arroces a Leña De “Rojos” (Con Carabinero) (25 €/p, Minimum 2 people)
Deep red Cardinal Prawns Paella

แม้ข้าวจะสุก กรอบ แต่เนื้อปลากลับนุ่มพอดี หมึกมีความหนึบที่พอเหมาะ กุ้งแดงที่ใส่มาก็คัดมาอย่างดีโดยเลือกเฉพาะกุ้งไซซ์ใหญ่จากน่านนำ้เมือง Denia เท่านั้น (15/20)

Arroces a Leña De “Rojos” (Con Carabinero) (25 €/p, Minimum 2 people)
Deep red Cardinal Prawns Paella

วิธีการดูว่า Paella จานนี้ทำออกมาได้เพอร์เฟคเพียงใดให้ดูจาก Socarrat หรือข้าวบริเวณที่ติดกับกระทะซึ่งจะมีความกรอบแต่ไม่ไหม้ ทั้งเมล็ดข้าวยังดูดน้ำเข้าไปได้อย่างพอดิบพอดีจนเห็นเป็นข้าวที่ดูแห้ง ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยรสชาติอันล้ำเลิศ (15/20)

Calamares a la romana (15 €)
Calamari

คาลามารี่สไตล์โรมันหรือหมึกชุบแป้งทอดรสชาติมาตรฐาน เนื้อหมึกนุ่มหนึบดีแต่แป้งด้านนอกยังมีความกระด้างอยู่เล็กน้อย เสิร์ฟมากับเลมอนและซอสเขียวข้าง ๆ กัน (12/20)

Servicio de Pan (1,75 €/p)
Bread and Service

ทางร้านมีขนมปังสำหรับเติมได้เรื่อย ๆ ตลอดมื้อ

Torrija con helado (6 €)
French Toast with ice cream

ปิดท้ายด้วยของหวานยอดนิยมของประเทศสเปนคือขนมปัง French Toast ที่ทำออกมาคล้ายกับคัสตาร์ด เนื้อนุ่ม ละลายในปาด ยังมีไอศกรีมเสริมมาให้อีก 1 ลูก ทั้งหมดนี้มีราคาเพียง 6 € เท่านั้น (13/20)

Tarta Manzana y Helado (6,15 €)
Apple pie and ice cream

อีกจานหนึ่งคือแอปเปิ้ลพายแป้งบางที่มีรสชาติหวานทั้งจากแอปเปิ้ลและน้ำตาล บริเวณแป้งบางส่วนเหนียวไปเล็กน้อย ด้านบนทอปด้วยไอศกรีมอีกหนึ่งลูกเช่นกัน (12/20)

อย่าลืมจับคู่กับแชงเกรียสักเหยือกเพื่อเรียกความสดชื่น

💰 ราคา 168,25 €

บนโต๊ะอาหาร

🎗 [THE FOOD] ลูกค้าสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À LA CARTE อันประกอบไปด้วยอาหารทะเลสด ๆ เช่นกุ้งแดงจากเมือง Denia, หอยนางรมและหอยกาบจาก Galicia, ปลาทูน่าจาก Almadabra รวมไปถึงอาหารท้องถิ่นประจำภูมิภาค Valencia แต่แน่นอนว่าเมนูเด็ดประจำร้านย่อมเป็น Paella ที่ปรุงในกระทะเหล็กแบนขนาดใหญ่บนเตาฟืนแบบดั้งเดิมจนเกิด Socarrat ในระดับที่เพอร์เฟคไร้ที่ติ

ส่วนใครที่อยากลอง Paella Valenciana หรือปาเอย่าสูตรต้นตำรับวาเลนเซียที่มีโปรตีนหลักหลายชนิดคือเนื้อไก่ เนื้อกระต่าย เนื้อเป็ด หอยทาก และผักต่าง ๆ นั้นต้องโทรมาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน

แนะนำให้ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานคลาสสิคอย่าง French Toast และ Apple Pie ช่วยล้างปากจากอาหารทะเลต่าง ๆ ได้อย่างหมดจด

Casa Carmela เดิมเป็นร้านอาหารในกระท่อมเล็ก ๆ ที่เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1922

เจ้าของร้านรุ่นแรก Don José เลือกใช้ชื่อภรรยา Doña Carmen มาใส่เป็นชื่อร้าน ว่ากันว่าในช่วงฤดูร้อนเขาต้องเดินทางจากบ้านแถบ Horta de Vera มายังร้านทุกวันเพื่อปรุงอาหารรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากกรุง Madrid เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่แถบทะเล Mediterranean

กิจการสืบทอดมาถึงเจ้าของร้านรุ่นที่สองผู้ที่มีสมญานามว่า Uncle Toni และ Lola ‘the Laugher’ ได้ปรับปรุงตัวอาคารให้มีห้องพักเพิ่มเติมขึ้นมาและเริ่มเสิร์ฟอาหารเป็นมื้อแบบร้านอาหารปัจจุบันโดย Uncle Toni เลือกซื้อผักและผลไม้จากย่าน Vera และใช้ปลาที่จับมาได้จากเรือประมงแบบวันต่อวัน รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มของตัวเอง ส่วนคุณ Lola ผู้เป็นภรรยารับหน้าที่เตรียม Stews of the Day ซึ่งกลายมาเป็นเมนูอันเลื่องชื่อสำหรับคนในย่านนั้น

ต่อมาในช่วงยุค 70s เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือคุณ Lora และ Alfonso Carmen ซึ่งเป็นคุณแม่และคุณป้าของเจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันได้สร้างกระทะแบนและเตาขนาดใหญ่รวมไปถึงการว่าจ้างพ่อครัวสำหรับเตรียม Paella โดยเฉพาะจนเป็นสาเหตุให้ Casa Carmela มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการทำ Perfect Paella ในที่สุด ทางร้านใช้วิธีจัดเสิร์ฟแบบทั้งกระทะลงบริเวณกลางโต๊ะสำหรับแบ่งแชร์กัน ทุกจานโดดเด่นด้วย Socarrat หรือข้าวเลเยอร์บาง ๆ ที่ติดกับกระทะให้ความกรอบและรสชาติที่เข้มข้นชนิดหาใครเทียบได้ยาก ตัวร้านยังขยับขยายบริเวณเทอเรสตกแต่งผนังร้านด้วย Valencian Ceramics จาก Manises เพิ่มเติมจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของ Casa Carmela ในที่สุด

ปัจจุบันเจ้าของร้านรุ่นที่สี่ Toni Novo เข้าควบคุมกิจการตั้งแต่ปี 2011 และตั้งใจสืบสานการเสิร์ฟ Paella สูตรต้นตำรับโดยจัดเตรียมกระทะแบนจำนวนมากถึง 25 ใบสำหรับรองรับลูกค้าจำนวนมากในคราวเดียวนั่นเอง

บริเวณทางเข้าร้าน

ป้ายร้านดั้งเดิม

🎗 [WHY GO] หากใครที่มองหา Paella รสเลิศ ณ เมืองต้นกำเนิดอย่าง Valencia แล้วล่ะก็ Casa Carmela สามารถมอบประสบการณ์ทางอาหารที่น่าจดจำให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

ราคาโดยรวมจัดว่าค่อนข้างสูงในระดับหนึ่งแต่ก็แลกมาด้วยความสดใหม่ของวัตถุดิบ อย่าลืมจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันเพราะโต๊ะในร้านและเทอเรสมักถูกจองเต็มโดยคนท้องถิ่นตลอดเวลา