Visit: April 7, 2022

🇹🇭 Cocharoen - โคเจริญ

👨🏻‍🍳 Chef Kritpapaj Kanjanont (Chef Tan) - เชฟกฤตปภัช กาญจนนท์ (เชฟแทน)

114 ซอยวัดกัลยาณ์ แขวงวัดกัลยาณ์ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600

Tel: 063-245-1556

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

Price

/5
          

🎗 รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารสไตล์ Casual Dining ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธน “เชฟแทน” เจ้าของร้านมีความหลงไหลในสเต๊กต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานีเขาได้มีโอกาสเดินทางไปสั่งสมประสบการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะกลับมาร่วมงานกับสเต๊กเฮ้าส์ชื่อดังใจกลางกรุงเทพ ฯ กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งช่วงกลางปี 2020 ตัวเขาเองร่วมกับ “เชฟแนน” ตัดสินใจสานต่อความฝันด้วยการเปิดร้านโคเจริญขึ้นโดยดัดแปลงห้องเล็ก ๆ หน้าร้านซักผ้าซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของ “คุณมอส” หุ้นส่วนร้านให้กลายมาเป็นพื้นที่การจัดเสิร์ฟแบบ Chef’s Table ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ไม้รายล้อมด้วยภาพล้อเลียนสไตล์รีโทรแขวนประดับอยู่บนผนัง ด้านหน้าถูกกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเจดีย์สีขาวสูงตระหง่านขึ้นมาจากลานวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารฝั่งตรงข้าม

🎗 ร้านโคเจริญจัดเสิร์ฟอาหารในรูปแบบ Set Menu ชื่อว่า Cocharoen Premium Thai Beef Course ที่ราคาคนละ 2,990+ เชฟแทนตั้งใจเฟ้นหาเนื้อวัวที่ผ่านการเลี้ยงและขุนในประเทศไทยแต่กลับมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากับแหล่งอื่น ๆ จากต่างประเทศมานำเสนอให้ลูกค้าท้องถิ่นได้รู้จัก เพื่อน ๆ จะได้ลิ้มลองโคนลิ้นวัวสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์จากจังหวัดสกลนครที่นุ่มละลายในปากราวกับโอโทโร่ ยังมีเนื้อวัวส่วนริบอายจากจังหวัดโคราชสไลด์มาเป็นแผ่นบางเสิร์ฟมากับซุปใสที่ผสมผสานเทคนิคทางตะวันตกและตะวันออกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามคอร์สที่ดีที่สุดเราขอยกให้กับ

✨ Jasmine Wagyu Truffle Carpaccio
จัสมินวากิวทรัฟเฟิลคาร์ปาซโซ่
แม้ว่าเป็น Carpaccio จะเป็นเมนูที่เราสั่งกันเป็นประจำตามห้องอาหารอิตาลีแต่เชฟแทนปรับการเสิร์ฟโดยคัดสรรค์ชนิดของเนื้อมาเป็นอย่างดีทำให้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป ด้านล่างคือเนื้อวัวจากจังหวัดขอนแก่นที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวหอมมะลิ เชฟบ่มเนื้อนานถึง 30 วันเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น จากนั้นสไลด์มาเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วทอร์ชด้วยไฟเล็กน้อย ปรุงรสด้วยบัลซามิคที่มีกลิ่นและรสของเบอร์รี่ช่วยลดทอนความแหลมโดดของรสเปรี้ยว เสริมด้วยกลิ่นหอมของทรัฟเฟิล ชิ้นผัก Baby Rocket มีความกรอบช่วยให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนโรยด้วย Parmigiano Reggiano อายุ 24 เดือน เสิร์ฟมาคู่กับ Mozzarella Cheese สดมองเห็นเป็นลูกกลม ๆ ข้างกันคือมะเขือเทศดองในซินนามอน ยี่หร่า และสมุนไพร ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิบาลานซ์รสชาติออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

✨ ใบพายกับกุ้งหวานย่างกอและโคชูจัง
Thai Wagyu Oyster Blade / Ama Ebi / Sounthern Thai X South Korea Sauce
คอร์สที่เราประทับใจที่สุดในคืนนี้เป็นการคัดสรรค์เนื้อส่วนใบพายของวัวจากจังหวัดโคราชเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ เคี้ยวสนุกแต่ไม่เหนียว อีกฝั่งเป็นกุ้งหวาน Ama Ebi นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นย่างมาสุกกำลังดีทำให้ไม่เสียเนื้อสัมผัสความนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของกุ้งชนิดนี้ ซอสที่เสิร์ฟเป็นการผสมผสานระหว่างซอสกอและจากภาคใต้ของประเทศไทยแต่ลดทอนความจัดจ้านและเพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสโคชูจังจากประเทศเกาหลีใต้จนได้ระดับที่พอเหมาะโดยไม่บดบังความหวานจากเนื้อกุ้ง หลังรับประทานเสร็จจบคอร์สด้วยแตงกวาญี่ปุ่นดองให้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยล้างความมันและขับรสชาติของพริกแกงออกจากปากได้เป็นอย่างดี

🎗 เราเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ลิ้มลองเซ็ตเมนูชุดใหม่ของร้านโคเจริญจะสามารถลบภาพจำของเนื้อวัวเหนียว ๆ กลิ่นสาบแรง ๆ ที่คนไทยคุ้นชินกันในสมัยก่อนไปได้จนหมด ทุกคอร์สถูกประกอบขึ้นมาเป็นเมนู Comfort Food แต่กลับเต็มไปด้วยเทคนิคและอัดแน่นไปด้วยรสชาติทำให้เข้าถึงได้โดยง่ายจากลูกค้าทุกเพศทุกวัย อย่าลืมจองมาก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านมีขนาดเพียง 3.5 x 2 เมตรทำให้การจัดเสิร์ฟต้องถูกแบ่งเป็น 3 รอบคือ 12.00 น., 17.00 น. และ 19.00 น. ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าได้เพียง 6 คนต่อรอบเท่านั้น (แต่ใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถจองแบบเหมารอบได้เช่นกัน) สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อไปที่หน้าเพจ Cocharoen โคเจริญ กันได้เลย

Price :

2,990+/p

Parking :

จอดรถที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (มีค่าบริการในช่วงกลางวัน)

Operating Time :

12.00, 17.00, 19.00

Dress Code :

Casual

Score

อาหาร :

ราคา :

/5

เทคนิค :

/5

อัตลักษณ์ :

/5

บรรยากาศ :

/5

บริการ :

/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Cocharoen Premium Thai Beef Course (2,990+/p)

          
หมั่นโถวทอดกับสุรินทร์วากิวทาร์ทาร์

Homemade Bao Bun / Surin Wagyu Tartare

Jasmine Wagyu Truffle Carpaccio

จัสมินวากิวทรัฟเฟิลคาร์ปาซโซ่

ทาโก้โอโทโร่ลิ้นวัว

Tacocharone / Otoro Beef Tongues / Smoked Taco

คอนซูเม่วากิวหอยเชลล์ฮอกไกโด

Surf And Turf Consommé / A4 Korat Wagyu / Hokkaido Scallop

ใบพายกับกุ้งหวานย่างกอและโคชูจัง

Thai Wagyu Oyster Blade / Ama Ebi / Sounthern Thai X South Korea Sauce

โคเจริญสเต๊ก (สุรินทร์วากิว)

Cocharoen Steak / Striploin Surin Wagyu / Bone Marrow Mashed Potato

ข้าวก้นบาตรแก้มวัวรมควัน

Holy Beef Fat Rice Pot / Beef Cheek Confit 18 Hrs / Cheery Wood Smoke

ประยูรสวีท

Dessert Of The Day

🇹🇭 Cocharoen – โคเจริญ

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Kritpapaj Kanjanont (Chef Tan) – เชฟกฤตปภัช กาญจนนท์ (เชฟแทน)

รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารสไตล์ Casual Dining ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธน “เชฟแทน” เจ้าของร้านมีความหลงไหลในสเต๊กต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานีเขาได้มีโอกาสเดินทางไปสั่งสมประสบการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะกลับมาร่วมงานกับสเต๊กเฮ้าส์ชื่อดังใจกลางกรุงเทพ ฯ กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งช่วงกลางปี 2020 ตัวเขาเองร่วมกับ “เชฟแนน” ตัดสินใจสานต่อความฝันด้วยการเปิดร้านโคเจริญขึ้นโดยดัดแปลงห้องเล็ก ๆ หน้าร้านซักผ้าซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของ “คุณมอส” หุ้นส่วนร้านให้กลายมาเป็นพื้นที่การจัดเสิร์ฟแบบ Chef’s Table ได้อย่างน่าอัศจรรย์

หมั่นโถวทอดกับสุรินทร์วากิวทาร์ทาร์
Homemade Bao Bun / Surin Wagyu Tartare

ในคอร์สแรกนี้เชฟแทนเสิร์ฟแป้งหมั่นโถวทอดกรอบ มีกลิ่นหอมมันเนื้อ ไม่อมน้ำมัน ด้านบนคือทาร์ทาร์เนื้อวัวจากจังหวัดสุรินทร์ที่ขุนด้วยข้าวหอมมะลิสับมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ จนมีเนื้อสัมผัสนุ่มเคี้ยวง่าย ปรุงรสด้วยซอสทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและฝรั่งเศสทำให้ไม่มีกลิ่นสาบ เบรคความมันด้วยรสเค็มอุมามิจากคาเวียร์ที่ท็อปมาด้านบน

Jasmine Wagyu Truffle Carpaccio
จัสมินวากิวทรัฟเฟิลคาร์ปาซโซ่

คอร์สถัดมาเป็น Carpaccio แม้ว่าจะเป็นเมนูที่เราสั่งกันเป็นประจำตามห้องอาหารอิตาลีแต่เชฟแทนปรับการเสิร์ฟโดยคัดสรรค์ชนิดของเนื้อมาเป็นอย่างดีทำให้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป ด้านล่างคือเนื้อวัวจากจังหวัดขอนแก่นที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวหอมมะลิ เชฟบ่มเนื้อนานถึง 30 วันเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น จากนั้นสไลด์มาเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วทอร์ชด้วยไฟเล็กน้อย ปรุงรสด้วยบัลซามิคที่มีกลิ่นและรสของเบอร์รี่ช่วยลดทอนความแหลมโดดของรสเปรี้ยว เสริมด้วยกลิ่นหอมของทรัฟเฟิล ชิ้นผัก Baby Rocket มีความกรอบช่วยให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนโรยด้วย Parmigiano Reggiano อายุ 24 เดือน เสิร์ฟมาคู่กับ Mozzarella Cheese สดมองเห็นเป็นลูกกลม ๆ ข้างกันคือมะเขือเทศดองในซินนามอน ยี่หร่า และสมุนไพร ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิบาลานซ์รสชาติออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

ทาโก้โอโทโร่ลิ้นวัว
Tacocharone / Otoro Beef Tongues / Smoked Taco

คอร์สนี้ทางร้านนำเสนอเนื้อส่วนโคนลิ้นจากวัวสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์จากจังหวัดสกลนครซึ่งมีอยู่เพียง 20 % ของลิ้นวัวทั้งชิ้น จากนั้นทาด้วยซอสทำมาจากมิริน สาเก โชยุ น้ำตาล และไขกระดูกวัวเคี่ยวรวมกัน จบด้วยการรมควันกับไม้เชอร์รี่จนสุกระดับ Medium Rare เสิร์ฟมาในแผ่นแป้งทาโก้สไตล์เม็กซิกัน ด้วยเนื้อสัมผัสที่นุ่ม มีไขมันแทรกในอัตราส่วนค่อนข้างสูง มีความเคี้ยวง่ายจนแทบละลายในปากทำให้เชฟแทนเปรียบเปรยส่วนโคนลิ้นวัวนี้ว่าเป็น Otoro Beef Tongue นั่นเอง

ทาโก้โอโทโร่ลิ้นวัว
Tacocharone / Otoro Beef Tongues / Smoked Taco

องค์ประกอบของซอสสีแดงทำมาจากพริกหยวกและมะเขือเทศ พูเรสีเขียวทำมาจากอโวคาโด้ วิธีรับประทานให้เริ่มต้นจากการเทองค์ประกอบที่อยู่ข้างกันคือ Rose Apple Salsa ทำมาจากชมพู่สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ความหวานและความชุ่มฉ่ำลงไปแล้วบีบมะนาวอีกสักหน่อยเป็นอันพร้อมชิม

คอนซูเม่วากิวหอยเชลล์ฮอกไกโด
Surf And Turf Consommé / A4 Korat Wagyu / Hokkaido Scallop

คอร์สซุปเชฟแทนนำเสนอมาภายใต้คอนเซป Surf And Turf เพื่อให้มีการพบเจอกันของวัตถุดิบล้ำค่าจากทั้งท้องทะเลและผืนดิน (Land And Sea) อย่างหอยเชลล์ยักษ์โฮตาเตะและเนื้อวัวจากจังหวัดโคราชออกมาได้อย่างน่าสนใจ

คอนซูเม่วากิวหอยเชลล์ฮอกไกโด
Surf And Turf Consommé / A4 Korat Wagyu / Hokkaido Scallop

คุณมอสจะทำการเทซุปร้อน ๆ ลงไปต่อหน้าลูกค้าเพื่อให้เนื้อเพิ่มระดับความสุกขึ้นมาสักเล็กน้อย

คอนซูเม่วากิวหอยเชลล์ฮอกไกโด
Surf And Turf Consommé / A4 Korat Wagyu / Hokkaido Scallop

เนื้อวัวส่วนริบอายจากจังหวัดโคราชสไลด์มาเป็นแผ่นบางเช่นเดียวกับที่เราเห็นกันในร้านสไตล์ชาบู ชาบู ข้างกันคือหอยเชลล์ยักษ์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านการแพนเซียมาจนนุ่มสุกกำลังดี ด้านบนท็อปด้วยกังป๋วยเคี้ยวหนึบ ไฮไลท์อยู่ที่ซุปคอนซูเม่ที่ขึ้นมาจากกระดูกวัวส่วนซี่โครงย่างเตาถ่านแล้วค่อยนำไปต้มกับกังป๋วยและน้ำสต็อกผักนานาชนิดนานถึง 3 วันจนมีรสชาติที่เข้มข้น จากนั้นกรองซุปจนได้ความใสระดับคอนซูเม่เสิร์ฟมาร้อน ๆ เพื่อเพิ่มระดับความสุกของเนื้อ ในจานเสริมด้วยกลิ่นหอมของพริกไทยกำปอตและความมันจากน้ำมันเนื้อได้อย่างลงตัว

ใบพายกับกุ้งหวานย่างกอและโคชูจัง
Thai Wagyu Oyster Blade / Ama Ebi / Sounthern Thai X South Korea Sauce

คอร์สที่เราประทับใจที่สุดในคืนนี้เป็นการคัดสรรค์เนื้อส่วนใบพายของวัวจากจังหวัดโคราชเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ เคี้ยวสนุกแต่ไม่เหนียว อีกฝั่งเป็นกุ้งหวาน Ama Ebi นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นย่างมาสุกกำลังดีทำให้ไม่เสียเนื้อสัมผัสความนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของกุ้งชนิดนี้ ซอสที่เสิร์ฟเป็นการผสมผสานระหว่างซอสกอและจากภาคใต้ของประเทศไทยแต่ลดทอนความจัดจ้านและเพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสโคชูจังจากประเทศเกาหลีใต้จนได้ระดับที่พอเหมาะโดยไม่บดบังความหวานจากเนื้อกุ้ง หลังรับประทานเสร็จจบคอร์สด้วยแตงกวาญี่ปุ่นดองให้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยล้างความมันและขับรสชาติของพริกแกงออกจากปากได้เป็นอย่างดี

ล้างปากด้วยน้ำเสาวรสผสมน้ำผึ้งและยูซูเพื่อเตรียมเข้าสู่อาหารคอร์สถัดไป

ต่อด้วยขนมปัง Soft Roll นุ่ม ๆ อุ่น ๆ เสิร์ฟมากับ Herb Butter ที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพร

โคเจริญสเต๊ก (สุรินทร์วากิว)
Cocharoen Steak / Striploin Surin Wagyu / Bone Marrow Mashed Potato

ส่วนเมนคอร์สเชฟแทนนำเสนอเนื้อวัวคุณภาพสูงจากจังหวัดสุรินทร์โดยจะใส่จานมาให้ดูกันก่อนนำกลับไปเตรียมเป็นสเต๊กที่หลังร้าน

โคเจริญสเต๊ก (สุรินทร์วากิว)
Cocharoen Steak / Striploin Surin Wagyu / Bone Marrow Mashed Potato

เนื้อวัวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare สวยงามพอดิบพอดี ทั้งยังมีอัตราส่วนไขมันค่อนข้างสูงทำให้เนื้อสัมผัสนุ่มและเคี้ยวง่าย ฝั่งขวามือคือ Chimichurri Sauce ที่ดัดแปลงโดยแฝงเครื่องความเป็นไทยอย่างเช่นกระชาย พริกชี้ฟ้า พริกไทยอ่อน และใบโหระพาลงไปด้วย ด้านล่างคือเกลือและพริกไทยกัมปอต ด้านหลังคือกะหล่ำดอกดองให้ความเปรี้ยวช่วยตัดความมันของเนื้อวัวและไขกระดูกวัวได้อย่างพอเหมาะ

โคเจริญสเต๊ก (สุรินทร์วากิว)
Cocharoen Steak / Striploin Surin Wagyu / Bone Marrow Mashed Potato

อีกมุมหนึ่งของจานคือ Bone Marrow Mashed Potato โดยเชฟแทนเตรียมออกมาเป็นมันบดเนื้อเนียนละมุน ท็อปด้านบนด้วยไขกระดูกเจียว เสริมด้วยสีและกลิ่นหอมของหมึกดำช่วยบาลานซ์ความมันของไขกระดูกไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป

ข้าวก้นบาตรแก้มวัวรมควัน
Holy Beef Fat Rice Pot / Beef Cheek Confit 18 Hrs / Cheery Wood Smoke

ปิดท้ายอาหารคาวด้วยข้าวก้นบาตรที่เสิร์ฟมาในบาตรจริง ๆ องค์ประกอบชั้นล่างเป็นข้าวผัดมันเนื้อที่มีส่วนผสมของกากเนื้อเจียว

ข้าวก้นบาตรแก้มวัวรมควัน
Holy Beef Fat Rice Pot / Beef Cheek Confit 18 Hrs / Cheery Wood Smoke

เลเยอร์ชั้นกลางคือเนื้อส่วนแก้มวัวสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ที่ผ่านการกงฟีนาน 18 ชั่วโมงจนลดทอนความเหนียวลงไปได้จนหมด ด้านบนท็อปด้วยฟัวกราส์และไข่ปลาแซลมอนทำหน้าที่เชื่อมเนื้อสัมผัสของข้าวมันกับเนื้อได้อย่างพอดิบพอดี

ประยูรสวีท
Dessert Of The Day

สำหรับของหวานทางร้านนำเสิร์ฟมาเป็นวุ้นลิ้นจี่ขึ้นทรงเลียนแบบเจดีย์วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลข้าวพองกรอบ ฝั่งขวามือคือโคมยูซูเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง

เวลคัมดริ๊งก์
Welcome Drink

ก่อนเริ่มคอร์สทางร้านจะเสิร์ฟ Welcome Drink ให้คนละแก้ว ในที่นี้คือน้ำเบอร์รี่ต่าง ๆ มีทั้งเชอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และลูกหม่อน

ร้านโคเจริญจัดเสิร์ฟอาหารในรูปแบบ Set Menu ชื่อว่า Cocharoen Premium Thai Beef Course ที่ราคาคนละ 2,990+ เชฟแทนตั้งใจเฟ้นหาเนื้อวัวที่ผ่านการเลี้ยงและขุนในประเทศไทยแต่กลับมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากับแหล่งอื่น ๆ จากต่างประเทศมานำเสนอให้ลูกค้าท้องถิ่นได้รู้จัก

เพื่อน ๆ จะได้ลิ้มลองโคนลิ้นวัวสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์จากจังหวัดสกลนครที่นุ่มละลายในปากราวกับโอโทโร่ ยังมีเนื้อวัวส่วนริบอายจากจังหวัดโคราชสไลด์มาเป็นแผ่นบางเสิร์ฟมากับซุปใสที่ผสมผสานเทคนิคทางตะวันตกและตะวันออกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ไม้รายล้อมด้วยภาพล้อเลียนสไตล์รีโทรแขวนประดับอยู่บนผนัง

เคาน์เตอร์หลักสำหรับจัดเสิร์ฟอาหาร

ด้านหน้าถูกกั้นด้วยกระจกใสเผยให้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเจดีย์สีขาวสูงตระหง่านขึ้นมาจากลานวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารฝั่งตรงข้าม

เราเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ลิ้มลองเซ็ตเมนูชุดใหม่ของร้านโคเจริญจะสามารถลบภาพจำของเนื้อวัวเหนียว ๆ กลิ่นสาบแรง ๆ ที่คนไทยคุ้นชินกันในสมัยก่อนไปได้จนหมด ทุกคอร์สถูกประกอบขึ้นมาเป็นเมนู Comfort Food แต่กลับเต็มไปด้วยเทคนิคและอัดแน่นไปด้วยรสชาติทำให้เข้าถึงได้โดยง่ายจากลูกค้าทุกเพศทุกวัย

อย่าลืมจองมาก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านมีขนาดเพียง 3.5 x 2 เมตรทำให้การจัดเสิร์ฟต้องถูกแบ่งเป็น 3 รอบคือ 12.00 น., 17.00 น. และ 19.00 น. ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าได้เพียง 6 คนต่อรอบเท่านั้น (แต่ใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถจองแบบเหมารอบได้เช่นกัน)