หน้าแรก » 🇨🇭 Magdalena – มักดาลีน่า
Visit: May 3, 2022
🇨🇭 Magdalena - มักดาลีน่า
👨🏻🍳 Chef Dominik Hartmann - เชฟโดมินิค ฮาร์ทมัน
Magdalena, Rickenbachstrasse 127, 6432 Rickenbach SZ, Switzerland
Tel: (+41) 41 810 06 06
Cuisine
🍴 Modern Cuisine, Seasonal Cuisine - อาหารโมเดิร์น, อาหารตามฤดูกาล
Country
Switzerland
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16/20
Price
[INTRO] ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Schwyz ไม่ไกลจากนคร Lucerne และ Zürich เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Vegetarian ชื่อดังระดับ 2 MICHELIN Stars เชฟเจ้าของร้าน Dominik Hartmann เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูจากผักเป็นหลักเสริมด้วยเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจถอดเนื้อและปลาออกจากรายการเมนูทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นอาหาร Vegetarian เต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
[THE PLACE] Restaurant Magdalena หรือที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า Magdi ได้ชื่อมาจากโบสถ์ Sankt Magdalena ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1681 และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน อย่างไรก็ตามตัวร้านกลับมีอายุเก่าแก่กว่านั้นโดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นที่ตำแหน่งอื่นตั้งแต่ปี 1326 ก่อนถูกรื้อทั้งหลังเพื่อย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในช่วงปี 1600 ห้องอาหาร Magdi นำเสนออาหารท้องถิ่นมาจนถึงปี 2014 ก่อนจะปิดตัวลงและเป็นเชฟ Dominik Hartmann ร่วมกันกับภรรยาคุณ Adriana Hartmann และหุ้นส่วนคือคุณ Marco Appert ที่เข้าซื้อและต่อเติมอาคารเพิ่มเติมออกมาด้านหน้าโดยอาศัยพื้นที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บไวน์ในขณะที่ชั้นบนเป็นห้องรับประทานอาหารหลัก ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นทัศนียภาพแบบ Panorama สุดคลาสสิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อันประกอบไปด้วยเทือกเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบไกลสุดลูกหูลูกตา โต๊ะไม้เปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเข้าถึงง่ายแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา นอกจากนี้ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
[THE CHEF & THE FOOD] ถึงจะมีอายุเพียง 29 ปีแต่ Dominik Hartmann เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วทั้ง Schloss Schauenstein (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Andreas Caminada และ EquiTable (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Fabian Fuchs ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในเดือนมีนาคม 2020 ตัวร้านได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ทันทีภายในปีแรกที่เปิดทำการพ่วงด้วยรางวัล Discovery of the Year 2021 จาก Gault et Millau อีกด้วย เชฟ Dominik Hartmann อาศัยปรัชญา Raw, Rough, Regional ในการปรุงแต่งอาหารออกมาโดยมีผักต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบหลักแทนที่เนื้อสัตว์แบบปกติดังที่พบเห็นในห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป ลูกค้าสามารถเลือกชิม MENÜ ได้ 3 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ 5 Gänge – 165 CHF, 6 Gänge – 175 CHF และ 7 Gänge – 185 CHF ซึ่งอย่างหลังดูจะคุ้มค่าที่สุดโดยมีจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ
[WHY GO] ด้วยความที่ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ MICHELIN Star มีอยู่ไม่มากนักทำให้ Magdalena โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ราคา 165-185 CHF (ประมาณ 5,800-6,500 บาท) จัดว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สำหรับใครที่มีโอกาสแวะมาท่องเที่ยวในแถบนคร Lucerne หรือ Zürich สามารถใส่ชื่อร้านลงไปในแพลนเพื่อค้นหาประสบการณ์ทางอาหารอาจที่พบได้ไม่ง่ายนัก
Price :
165-185 CHF/p
Parking :
จอดรถบริเวณชั้นใต้ดินของร้าน
Operating Time :
18.30-23.00 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ 2 MICHELINS Stars อันประกอบไปด้วยเมนูสุดสร้างสรรค์ในราคาน่าคบหา
อาหาร :
16
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENÜ 7 GÄNGE (185 CHF/p)
Radieschen | Basilikum
Karotte | Sanddorn | Bergackerbohne
Frühlingslauch | Salat | Dill
Zitrone | Brunnenkresse
Mönchsbart | Baumnuss
Bärlauch
Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes
Apfel | Hafer | Zitronenthymian
Erdbeere | gerösteter Quinoa | Rucola
Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire
weiße Schokolade | Himbeere
Kirschen | Fichtensprossen
Joghurt | Sauerampfer
Magdalena – มักดาลีน่า
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
![]()
![]()
16/20 Gault et Millau – 16/20 โก เอ็ท มิโย
Modern Cuisine, Seasonal Cuisine – อาหารโมเดิร์น, อาหารตามฤดูกาล
Chef Dominik Hartmann – เชฟโดมินิค ฮาร์ทมัน
Snacks
Tartelette | Spargel | Shiso
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยทาร์ตเล็ตหรือมินิทาร์ตบางกรอบ ด้านในบรรจุ Flan นุ่ม ๆ ทำมาจากใบ Shiso ตัดเนื้อสัมผัสกับหน่อไม้ฝรั่ง ในด้านรสชาติของ Snack คำแรกจะค่อนข้างเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นน้ำย่อยนั่นเอง (16/20)
Snacks
Taco | Belper Knolle | Salbei
มินิทาโก้เนื้อนุ่มทำมาจากชีสให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวตัดกันกับความกรอบของถั่วอัลมอนด์ (16/20)
Snacks
Radieschen | Basilikum
Radish กรอบ ๆ ที่ผ่านการดองมาอย่างดีจนมีรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อมเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของครีมใบเบซิล (15/20)
Snacks
Tartelette | Spargel | Shiso
Taco | Belper Knolle | Salbei
Radieschen | Basilikum
Snacks เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง
Snacks
Lauch | Flan
ปิดท้ายจานเรียกน้ำย่อยด้วย Braised Leek ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็น Flan เนื้อนุ่ม ๆ จับคู่กับอโรมาของขิงและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท (16/20)
Amuse
Karotte | Sanddorn | Bergackerbohne
คอร์สนี้เชฟ Dominik Hartmann นำเสนอแครอทออกมาในหลากหลายรูปและเนื้อสัมผัสตั้งแต่กรอบไปจนถึงนุ่ม (Different Variations and Textures) เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวนำของ Sea Buckthorn และความกรอบจากถั่วที่ใส่มาด้านล่าง ทั้งยังมีซอร์เบท์แครอทเย็น ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่จานถัดไป (17/20)
Aromatic Sourdough
ขนมปังและเนยของที่นี่ก็ไม่มีใครเหมือนเพราะทางร้านจะนำเสนอ Potato Bread เสิร์ฟมาคู่กันกับเนยที่ผลิตในหมู่บ้านไม่ไกลจากตัวร้าน ด้านบนราดด้วย Herb Vinaigrette ช่วยสร้างความโดดเด่นและอร่อยอีกด้วย
Kräuterseitling
Frühlingslauch | Salat | Dill
จานนี้เชฟเลือกใช้เห็ดนางรมหลวงหรือที่บางคนอาจคุ้นกันในชื่อของเห็ดออรินจิ (King Oyster Mushroom) หมักใน Ceviche จนได้รสติดเปรี้ยว ทั้งยังบรูนัวส์แล้วเสิร์ฟมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบและไม่เหนียว รอบ ๆ คือ Salad Sauce ทำมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วย Dill Sorbet ให้ความเย็นและอโรมาเฉพาะตัว จบด้วยการเทราด Buttermilk Vinaigrette สีขาวช่วยลดทอนอโรมาของผักอื่น ๆ โดยเฉพาะ Dill ไม่ให้แสดงออกมาโดดจนเกินไป (16/20)
Blumenkohl
Zitrone | Brunnenkresse
จานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักคือกะหล่ำดอกจับคู่กับการปรุงรสชาติเลมอนออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)
Blumenkohl
Zitrone | Brunnenkresse
เชฟนำเสนอกะหล่ำดอกมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ทั้งฟลานกะหล่ำดอก กะหล่ำดอกทอดกรอบ ผงกะหล่ำดอก และแผ่นกรอบกะหล่ำดอก เพิ่มความครีมมี่ด้วยองค์ประกอบของไข่แดง ด้านล่างมีเมล็ดสนคั่วไปช่วยเพิ่มความกรอบ จบด้วยการเติมรสชาติเปรี้ยวแต่เรียกความสดชื่นด้วยเลมอนลงไปอย่างลงตัว (15/20)
Morchel
Mönchsbart | Baumnuss
หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือเห็ดโมเรล ด้านในสอดไส้ครีมทำมาจากเห็ดโมเรลผสมกับเห็ดอื่น ๆ อีกหลายชนิดแต่กลับให้ Earthy Aroma ที่ไม่มากจนเกินไป ด้านล่างเป็น Mönchsbart Salad โดย Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่ง เชฟเตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายวุ้นเส้น เพิ่มความกรอบด้วยการใส่ถั่ววอลนัท รอบๆคือ Mushroom Beurre Blanc ให้รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ เคล้าไปกับกลิ่นหอม ครีมมี่ และความละมุนจากเนยเข้ากันดีกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
Morchel
Mönchsbart | Baumnuss
ชิ้นเห็ดโมเรลถูกยัดไส้ครีมเห็ดเข้ามาด้วย (17/20)
Morchel
Mönchsbart | Baumnuss
Mönchsbart (Salsola Soda) เป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเส้นบาง ๆ เรียว ๆ (17/20)
Kohrabi
Bärlauch
จานนี้คือ Kohlrabi ที่เชฟย่างจนขอบเกรียมแล้วเสิร์ฟมาในลักษณะเป็นชั้นคล้าย Mille Feuille เนื้อสัมผัสมีความกรึบเบา ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็น Essence ที่สกัดจากกระเทียมป่าจนได้มาเป็น Wild Garlic Oil ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติเปรี้ยวพอเหมาะ (16/20)
Sellerie
Quitte | Spitzkabis
Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes
สำหรับเมนคอร์สเชฟนำเสนอเป็น Celery ย่าง รองด้านล่างด้วย Celery อบ ข้างกันคือ Heart of Cabbage Salad ให้รสชาติหวานพอเหมาะ (16/20)
Sellerie
Quitte | Spitzkabis
Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes
จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Jus รสชาติเข้มข้นทำมาจาก Quince และ Root Vegetables ต่าง ๆ ลงไปด้วย (16/20)
Sellerie
Quitte | Spitzkabis
Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes
ด้านในยังมีความหวานจากลูกแพร์ ช่วยบาลานซ์รสชาติจากองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว (16/20)
Sellerie
Quitte | Spitzkabis
Side Dish: Bergkartoffel | Kaviar des Feldes
ข้างกันคือ Side Dish ทำมาจาก Mountain Potato ท็อปด้วย Spring Onion Cream หรือครีมต้นหอม และ Vegetarian Caviar (16/20)
Käse
Apfel | Hafer | Zitronenthymian
คั่นกลางด้วยคอร์สชีสที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟแบบ Cheese Cart แบบปกติมาเป็นแบบโมเดิร์นโดยการใช้ชีสจากภูเขาที่ผ่านการบ่มมานาน 72 เดือนทำมาเป็นไอศกรีมและโฟมให้กลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
Käse
Apfel | Hafer | Zitronenthymian
เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ Milk Chip และ Oat Crumble กรอบ ๆ ลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยแอปเปิ้ลเขียวช่วยบาลานซ์กลิ่นของชีสไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (16/20)
Pré Dessert
Erdbeere | gerösteter Quinoa | Rucola
คั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยองค์ประกอบสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่ช่วยเรียกความสดชื่น เสิร์ฟมากับ Rucola Foam สีเขียวแต่ให้กลิ่นที่ไม่โดดจนเกินไป ด้านบนคือ Roasted Quinoa ข้าวโอ๊ตและใบ Rucola ทอดให้ความกรอบเพิ่มเนื้อสัมผัสโดยรวมในจานให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (17/20)
Dessert
Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot
Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire
ของหวานจานหลักเชฟเลือกจับคู่รูบาร์บเข้ากับ Wheat Grass หรือต้นอ่อนข้าวสาลีและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)
Dessert
Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot
Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire
เริ่มจากรูบาร์บเสิร์ฟมาเป็นแผ่นคู่กันกับชิ้นรูบาร์บให้ระดับความกรอบที่แตกต่างกัน ยังมีซอร์เบท์รูบาร์บช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ขนมปังกรอบและถั่วอัลมอนด์ ตรงกลางคือ Vanilla Noire ครีมและ Wheat Grass เสิร์ฟมาเป็นซอร์เบท์และ Sphere ที่จะแตกออกในปากขณะเคี้ยวนั่นเอง (17/20)
Dessert
Rhabarber | Weizengras | Knäckebrot
Side Dish: Mandel Financier | Vanille Noire
องค์ประกอบข้างกันคือ Side Dish อย่าง Financier สอดไส้รูบาร์บแล้วท็อปด้วย Vanilla Noir Cream ด้านบน (17/20)
Friandise
ปิดท้ายด้วย Petits Fours จัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
Friandise
Mandeln
dunkle Schokolade | Salzkaramell
Milchschokolade | Tonkabohne
weiße Schokolade | Himbeere
เริ่มจากถั่วอัลมอนด์สามสี ชิ้นแรกเคลือบด้วย Dark Chocolate และ Salted Caramel บิ้นถัดมาเคลือบด้วย Milk Chocolate และ Tonka Bean ชิ้นสุดท้ายเคลือบด้วย White Chocolate และ Raspberrry นั่นเอง (16/20)
Friandise
Praline
Kirschen | Fichtensprossen
ช็อกโกแลตพราลีนสอดไส้ด้านในทำมาจาก Cherries และ Sprout (16/20)
Friandise
Sablé
Joghurt | Sauerampfer
ขนมปัง Sablé กรอบที่มีครีมสีเขียวด้านในทำมาจาก Yogurt และ Sorrel (16/20)
Wild Garlic Oil
ก่อนกลับพนักงานจะมอบ Wild Garlic Oil ให้เป็นของขวัญกลับบ้านกันคนละหลอดอีกด้วย
[INTRO] ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Schwyz ไม่ไกลจากนคร Lucerne และ Zürich เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Vegetarian ชื่อดังระดับ 2 MICHELIN Stars เชฟเจ้าของร้าน Dominik Hartmann เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูจากผักเป็นหลักเสริมด้วยเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจถอดเนื้อและปลาออกจากรายการเมนูทั้งหมดเพื่อปรับให้เป็นอาหาร Vegetarian เต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
MENÜ 7 GÄNGE (185 CHF/p)
ถึงจะมีอายุเพียง 29 ปีแต่ Dominik Hartmann เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วทั้ง Schloss Schauenstein (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Andreas Caminada และ EquiTable (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Fabian Fuchs ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในเดือนมีนาคม 2020
Magdalena ได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ทันทีภายในปีแรกที่เปิดทำการพ่วงด้วยรางวัล Discovery of the Year 2021 จาก Gault et Millau อีกด้วย
เชฟ Dominik Hartmann อาศัยปรัชญา Raw, Rough, Regional ในการปรุงแต่งอาหารออกมาโดยมีผักต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบหลักแทนที่เนื้อสัตว์แบบปกติดังที่พบเห็นในห้องอาหารชั้นสูงทั่วไป
ลูกค้าสามารถเลือกชิม MENÜ ได้ 3 รูปแบบตามจำนวนคอร์สคือ 5 Gänge – 165 CHF, 6 Gänge – 175 CHF และ 7 Gänge – 185 CHF ซึ่งอย่างหลังดูจะคุ้มค่าที่สุด
โต๊ะไม้เปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเข้าถึงง่ายแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา
นอกจากนี้ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานแสดงให้เห็นทัศนียภาพแบบ Panorama สุดคลาสสิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อันประกอบไปด้วยเทือกเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบไกลสุดลูกหูลูกตา
บรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
พื้นที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บไวน์ในขณะที่ชั้นบนเป็นห้องรับประทานอาหารหลัก
Restaurant Magdalena หรือที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า Magdi ได้ชื่อมาจากโบสถ์ Sankt Magdalena ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1681 และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
อย่างไรก็ตามตัวร้านกลับมีอายุเก่าแก่กว่านั้นโดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นที่ตำแหน่งอื่นตั้งแต่ปี 1326 ก่อนถูกรื้อทั้งหลังเพื่อย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในช่วงปี 1600
ที่แขวนกระเป๋ารูปช้างน้อย
ป้ายร้านใหม่
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
![]()
![]()
16/20 Gault et Millau – 16/20 โก เอ็ท มิโย
รูปแกะสลักไม้หน้าร้าน
ห้องอาหาร Magdi นำเสนออาหารท้องถิ่นมาจนถึงปี 2014 ก่อนจะปิดตัวลง
เชฟ Dominik Hartmann ร่วมกันกับภรรยาคุณ Adriana Hartmann และหุ้นส่วนคือคุณ Marco Appert ที่เข้าซื้อและต่อเติมอาคารเพิ่มเติมออกมาด้านหน้า
[WHY GO] ด้วยความที่ห้องอาหาร Vegetarian ระดับ MICHELIN Star มีอยู่ไม่มากนักทำให้ Magdalena โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ราคา 165-185 CHF (ประมาณ 5,800-6,500 บาท) จัดว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
สำหรับใครที่มีโอกาสแวะมาท่องเที่ยวในแถบนคร Lucerne หรือ Zürich สามารถใส่ชื่อร้านลงไปในแพลนเพื่อค้นหาประสบการณ์ทางอาหารอาจที่พบได้ไม่ง่ายนัก