หน้าแรก » 🇮🇹 Antica Corona Reale – อันติกา โคโรนา เรอาเล
Visit: October 25, 2025
🇮🇹 Antica Corona Reale - อันติกา โคโรนา เรอาเล
via Fossano 13, Cervere, 12040, Italy
Tel: (+39) 0172 474132
Cuisine
🍴 Piedmontese, Modern Cuisine - อาหารอิตาลีสไตล์ปิเยมอนเต, อาหารโมเดิร์น
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
17.5/20
Price
Antica Corona Reale หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในนามว่า Da Renzo เปิดทำการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1815 เจ้าของรุ่นแรกคือคุณ Alessandro Vivalda เลือกทำเลในเมือง Cervere ของแคว้น Piedmont ห่างจากพื้นที่ La Morra ของแหล่งปลูกไวน์ระดับโลกอย่าง Barolo ออกมาเพียง 17 กิโลเมตร เขาทำธุรกิจฟาร์มโคนมก่อนจะผันตัวมาสร้างชื่อเสียงในธุรกิจร้านอาหาร ลูกค้าสามารถเดินทางมาจากนคร Milan ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือจากนคร Turin ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์ส่วนตัว บริเวณทางเข้ามีบ่อน้ำลึกที่กั้นด้วยกระจกใส ภายในร้านมีพื้นที่กว้างขวางตกแต่งสไตล์คลาสสิก โต๊ะปูด้วยผ้าขาว พื้นไม้ และเพดานวอลต์โค้งก่อด้วยอิฐเปลือยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว
Price :
85-140 €
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
Lunch Thu-Tue 12:30-14:00, Dinner Thu-Mon 19:30-22:00, Closed on Wed
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดร้านระดับตำนานที่สามารถนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติของอาหารอิตาลีสไตล์ปิเยมอนเตออกมาได้อย่างลึกซึ้ง
อาหาร :
17.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Antica Corona Reale – อันติกา โคโรนา เรอาเล![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Passion Dessert – อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ
Piedmontese, Modern Cuisine – อาหารอิตาลีสไตล์ปิเยมอนเต, อาหารโมเดิร์น
Antica Corona Reale หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในนามว่า Da Renzo เปิดทำการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1815
Our Appetizer
เริ่มต้นด้วยดอกไม้ที่เตรียมมาจากรูบาร์บ ด้านล่างรองด้วยมินิทาร์ตบีทรูทจิ๋วผสมผสานกับ Marmalade หรือแยมกุหลาบจากสวน Orto Reale ของทางร้าน ด้านในบรรจุปาเต้ไก่ต๊อกหอมเนียนละมุน (17/20)
Our Appetizer
ถัดมาคือถ้วยกรอบที่เตรียมมาจากแป้งข้าวโพด ด้านในคือ Baccala Mantecato หรือเนื้อปลาค็อดเค็มและซอสพริกหวานรสเลิศ (17/20)
Our Appetizer
สุดท้ายคือแคร็กเกอร์กรอบที่เตรียมมาจากมะกอกดำ Taggiasche เชฟจับคู่กับ Kefir และความเปรี้ยวของส้ม
Our Appetizer
ของว่างจิ๋วเสิร์ฟมาพร้อม ๆ กัน (17/20)
Bread Selections
ขนมปังครัวซองหญ้าฝรั่น บาแกต ซาวโด กริสซินี เสิร์ฟมากับเนยที่ผสมเมเปิ้ลไซรัปและน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลเข้าด้วยกัน
Our Appetizer
Cotechino หรือไส้กรอกหมูมีเนื้อสัมผัสละมุนและนุ่ม ทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวอย่างมีมิติ เชฟจับคู่มากับฟองดูของชีส Raschera ซึ่งมีความหอมผสานเข้ากันกับเนื้อหมูได้อย่างไรที่ติ (18/20)
Porcini Mushrooms undergrowth with “Bra duro” cheese cream and chamomile powder (40 €)
เห็ดพอร์ชินีไซซ์โตที่ผ่านการแพนเซียแล้วเสิร์ฟมากับซอสที่มีความหอมของคาโมมายล์ ส่วนก้านปลอมเตรียมมาจากเห็ดพอร์ชินีผสมผสานกับ Guanciale หรือแก้มหมูให้ความหอมและรสชาติเค็มอุมามิ สุดท้ายคือฟองดูที่เตรียมมาจากชีส Bra Duro จากมือง Bra ให้รสชาติที่ไม่หนักมากนัก ทั้งยังผสานเข้ากันกับความ Earthy ของเห็ดได้อย่างพอเหมาะ (18/20)
Duck foie gras with figs from our “Orto Reale”, elder and its natural terrine (42 €)
ฟัวกราส์ตับเป็ดเสิร์ฟมาชิ้นหนาแบบ Escalope เชฟจับคู่กับมะเดื่อฝรั่งจากสวน Orto Reale ของทางร้านเสิร์ฟมากับทั้งในรูปแบบแยม (Fig Marmalade), แบบเคี่ยว Caramelized และแบบแห้ง (Dried Fig) ทั้งยังมีความหอมของดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์อีกด้วย ข้าง ๆ กันคือเจลลี่มะเดื่อฝรั่ง (Fig Jelly) รสเปรี้ยวจับคู่กับเทอร์รีนฟัวกราส์ ถั่วฮาเซลนัท และผักดอง สุดท้ายคือขนมปัง Pan Brioche โฮมเมดชิ้นโตที่มีความกรอบด้านนอกแต่ฟูและละมุนตรงกลางนั่นเอง (17/20)
Violet turnip from Cervere filled with Bra sausage, beurre blanc flavoured with Nebbiolo and Cherasco snails (40 €)
เทอร์นิปม่วงจากเมือง Cervere ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันกับตัวร้าน เชฟเสิร์ฟมากับซอส Buerre Blanc ที่ผสมผสานราสเบอร์รี่และไวน์ Nebbiolo เข้าไปด้วย ด้านในยังมีไส้กรอก Bra จากเมือง Bra ผสมผสานกันกับ Amaretto นอกจากนี้รอบ ๆ ยังมีหอยทากจากเมือง Cherasco ผัดกับเนยดอกไม้จากสวน Orto Reale ของทางร้านสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม (18/20)
Ravioli with Gorgonzola cheese, pears and almond (40 €)
คอร์สนี้คือ Ravioli พาสต้าทรงเกี๊ยวที่ด้านในบรรจุชีสกอร์กอนโซล่าจากเมือง Novara ให้รสชาติฝาดเพียงเบา รอบ ๆ คือซอสคาราเมลที่เตรียมมาจากไวน์ขาวให้รสชาติที่กลมกล่อม ครีมอัลมอนด์จากทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีรวมไปถึง Tartare ของลูกแพร์สายพันธุ์ Madernassa ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในแคว้น Piedmont นำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจิ๋วสร้างมิติทางรสหวานที่ซับซ้อนได้อย่างไร้ที่ติ (19/20)
“It’s not a Wellington”: Fassona veal fillet, porcini mushrooms duxelles and foie gras “barbajuan” (45 €)
คอร์สนี้เชฟตั้งในนำเสนอ Beef Wellington ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เนื้อวัว Fassona เป็นวัตถุดิบระดับสูงของภูมิภาค Piedmont พันห่อด้วยใบ Chard นุ่ม ๆ จากสวนของทางร้าน เชฟเสิร์ฟมากับ Duxelles ที่เตรียมมาจากเห็ดพอร์ชินี มันฝรั่งที่เสิร์ฟมาเป็นมิลเฟยกรอบหอมและไม่อมน้ำมัน ถัดมาคือ Barbajuan หรือเกี๊ยวทอดสอดไส้ฟัวกราส์ ชิ้นเห็ดจิ๋ว ซอสสีเขียวคือ Begnetta เตรียมมาจากน้ำมันใบพาสลีย์และแอนโชวี่ ยังมีเพียวเรของ Celeriac และแผ่นชิปส์เตรียมมาจากแฮมรมควันกรอบเค็ม (17/20)
Roasted farm pigeon, pumpkin and leeks millefeuille from our “Orto Reale” with Dijon mustard (45 €)
นกพิราบจากฟาร์มในเมือง Cuneo ที่ผ่านความร้อน 2 ครั้งคือในหลุม (Pit) ที่เตรียมมาจากไม้มะกอกก่อนจะนำมาอบต่อในเตาอบต่ออีกเพียงเล็กน้อยจนได้ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ส่วนขาทอดคลุกเคล้ากับเมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวัน ข้าง ๆ กันคือกระเทียมต้นจากฟาร์ม Orto Reale และฟักทองเสิร์ฟมาสลับกันในลักษณะของมิลเฟย ยังมีเพียวเรฟักทองให้รสชาติหวานกลมกล่อม สุดท้ายคือซอส Jus ผสมเมล็ดมัสตาร์ดให้รสชาติที่เข้มข้น (18/20)
“Egg cocotte” with white truffle (75 €)
หนึ่งในสุดยอดเมนูดั้งเดิมที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ Gian Piero Vivlada และคุณพ่อของเขาคือเชฟ Renzo คือ Egg Cocotte จับคู่มากับฟองดูชีส Raschera ที่เตรียมขึ้นด้วยเทคนิค Bain-Marie จนได้เนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น จากนั้นจึงใส่ไข่แดงดิบลงไปในช่วงสุดท้ายเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เยิ้มพอเหมาะ ด้านบนคือ Alba White Truffle คุณภาพสูงที่กำลัง In Season ส่งอโรมาหอมฟุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)
“Egg cocotte” with white truffle (75 €)
Alba White Truffle คุณภาพสูงที่กำลัง In Season (17/20)
Special Dessert
ล้างปากด้วยบีทรูทเสิร์ฟมาเป็นทาทาร์ ยังมีซอร์เบท์ส้มและออริกาโน จากนั้นตกแต่งด้วยดอกเวอร์บีนา ใบออริกาโน และเจลบีทรูท
The sweet history of the Antica Corona Reale: bavarian cream, coffee and passion fruit (25 €)
Bavarian Cream ที่เตรียมมาจากช็อกโกแลต Gianduja นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของเสาวรสรสเปรี้ยวทั้งในรูปแบบของซอร์เบท์และเมล็ดช่วยสร้างมิติทางด้านสัมผัส เชฟใส่องค์ประกอบของกาแฟ Lavazza เข้ามาด้วย ยังมีองค์ประกอบของกาแฟ-ช็อกโกแลต สุดท้ายคือแป้งพัฟกรอบที่เตรียมมาจากดาร์คช็อกโกแลต 72% จาก Sur Del Lago ประเทศเวเนซุเอลา (16/20)
So red the Rose: rose jam mousse from our “Orto Reale” and marzipan sorbet on rhubarb soup (25 €)
สุดยอดของหวานรูปกุหลาบเตรียมมาจากแยมดอกกุหลาบจากสวน Orto Reale ของทางร้าน เชฟจับคู่กับรสชาติและกลิ่นของรูบาร์บซุปสีแดงสด ยังมีชิ้นรูบาร์บ เจลลิ้นจี่ และเจลกุหลาบใส่มาด้วย ข้าง ๆ คือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจาก Marzipan ให้ความหอมของถั่วอัลมอนด์ที่พอเหมาะก่อนจะรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ๆ อีกทีหนึ่ง (18/20)
Not just a pear: star anise “panna cotta” on almond financier, caramelised pear sorbet and gingerbread infusion (25 €)
Financier อัลมอนด์เสิร์ฟมากับพันนาคอตต้าโปยกั๊ก ด้านบนคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากลูกแพร์เคี่ยวและมูสรีคอตต้าชีสเชฟใส่เกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอกลงไปด้วย สุดท้ายคือ Infusion ของขนมปังขิงอิตาลีหรือ Pan di Spezie ซึ่งโดดเด่นด้วยอโรมาของจูนิเปอร์และกระวานนั่นเอง (17/20)
Mignardises
ล้างปากด้วยของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Meringue with Fresh Cream, Calvados Sphere with Apple and Lemon Tart, Chocolate and Pistachio, Glace with Chocolate and Kiwi Sauce, Hazelnut and Cacao, Baci di Dama (Italian Lady’s Kisses), Almond Flower Morbidoni with Lemon from Noli และ Blueberry Jelly
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Caffè (5 €)
ราคา 750 €
ลูกค้าสามารถเลือกรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 40-70 € นอกจากนี้ยังมี Menù Degustazione (140 €) สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งอาหารแบบคอร์ส
เจ้าของรุ่นแรกคือคุณ Alessandro Vivalda เลือกทำเลในเมือง Cervere ของแคว้น Piedmont ห่างจากพื้นที่ La Morra ของแหล่งปลูกไวน์ระดับโลกอย่าง Barolo ออกมาเพียง 17 กิโลเมตร เขาทำธุรกิจฟาร์มโคนมก่อนจะผันตัวมาสร้างชื่อเสียงในธุรกิจร้านอาหาร
ภายในร้านมีพื้นที่กว้างขวางตกแต่งสไตล์คลาสสิก
โต๊ะปูด้วยผ้าขาว พื้นไม้ และเพดานวอลต์โค้งก่อด้วยอิฐเปลือยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว
เจ้าของร้านรุ่นแรกคือคุณ Alessandro Vivalda ได้ส่งต่อกิจการมายังลูกหลานของเขาคือ Lorenzo, Giovanni, Eugenio และรุ่นปัจจุบันคือรุ่นที่ 5 นั่นก็คือเชฟ Gian Piero Vivalda เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟด้วยการฝึกงานในห้องอาหาร Georges Blanc (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ก่อนจะกลับมากุมบังเหียนเป็นหัวหน้าเชฟให้กับ Antica Corona Reale จนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองเป็นครั้งแรกในปี 2003 และเลื่อนระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เขาได้หยิบยกวัตถุดิบและอาหารท้องถิ่นของแคว้น Piedmont โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่ปลูกในสวน Orto Reale และกุหลาบอังกฤษกว่า 20 สายพันธุ์จากสวน Il Giardino delle Rose ข้าง ๆ กับตัวร้านมาประกอบขึ้นเป็นรากการเมนูที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในภูมิภาคนี้
ภายในห้องอาหาร
ภายในห้องอาหาร
ภายในห้องอาหาร
ภายในห้องอาหาร
เทอเรสนอกร้าน
บริเวณทางเข้ามีบ่อน้ำลึกที่กั้นด้วยกระจกใส
ลูกค้าสามารถเดินทางมาจากนคร Milan ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือจากนคร Turin ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์ส่วนตัว
ป้ายร้าน
สำหรับผู้ที่เดินทางมายังภูมิภาค Piedmont และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาจับต้องได้ Antica Corona Reale เป็นตัวเลือกที่ควรจัดเอาไว้อยู่ในอันดับแรก ๆ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาเหมาะสม พนักงานให้บริการได้แบบเป็นกันเองแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพแบบร้านอาหารระดับสูง ขอแนะนำให้ทำการจองมาก่อนล่วงหน้าผ่านแบบฟอร์มในเว็ปไซต์ เราเชื่อว่าห้องอาหารแห่งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ตราตรึงใจให้กับเหล่านักชิมทุกท่านได้อย่างแน่นอน