Visit: November 27, 2025

🇹🇼 Sho - โช

👨🏻‍🍳 Chef Fujimoto Shoichi - เชฟฟูจิโมโต โชอิจิ

2F, 806 Zhonghua 5th Road, Cianjhen District, Kaohsiung, Taiwan

Tel: None

Cuisine

🍴 Japanese - อาหารญี่ปุ่น

Country

Taiwan

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับห้องอาหาร Den (🌟🌟 2 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star) ที่กรุงโตเกียว เชฟ Zaiyu Hasegawa ตัดสินใจเปิดร้านอื่น ๆ ในความดูแลของเขาเป็นครั้งแรกในเมืองเกาสงทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกและมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย

          
🎗️ [THE PLACE] Sho (承) เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2020 ชื่อร้านมาจากคำว่า Densho ซึ่งแปลว่าตำนานในภาษาญี่ปุ่นสะท้อนถึงแนวคิดที่สืบทอดมาจากทั้งสองวัฒนธรรม ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในชั้น 2 ของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจของเมืองเกาสง ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย เคาน์เตอร์ไม้ขนาดใหญ่รูปตัว U รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก เบื้องหลังเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมรองรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ ตรงกลางเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิดทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถชมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบมื้อ

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Fujimoto Shoichi เกิดในจังหวัด Yamaguchi เขาจบการศึกษาเกี่ยวกับช่างกลก่อนจะผันตัวมาเป็นเชฟ ในปี 2011 เขามีโอกาสทำงานในห้องอาหาร Kikunoi Honten (3 MICHELIN Stars) ในนครเกียวโตก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Den (2 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star) ในปี 2015 สำหรับร้านที่เกาสงแห่งนี้เขานำเสนอ Seasonal Menu รูปแบบเดียวเสิร์ฟมาที่ราคา 3,500 NTD+ ต่อคนรวม Mineral และ Sparkling Water แล้ว เชฟประจำร้านหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของไต้หวันมาผสมผสานกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและแหล่งอื่น ๆ อีกบางส่วน นอกจากนี้ยังมีรายการ Alcohol Pairing และ Tea Pairing เสิร์ฟมาที่จำนวน 5 แก้วในราคา 1,500 NTD+ ส่วนรายการ Wine List มีค่อนข้างจำกัดแต่ก็ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ตัวอย่างเมนูเด็ดคือ

✨ Pacific Saury
Smoked Radish / Lemon / Yuzu juice
ข้าวซูชิกับงาปรุงแต่งรสชาติด้วยแรดิชรมควัน ไฮไลท์คือปลา Sanma จากจังหวัดฮอกไกโดคลุกเคล้ากับซอสยูซุ เชฟเสิร์ฟมากับผิวเลมอนที่ผ่านปรุงสุกกับน้ำผึ้งจนได้รสหวานปมขมที่ลงตัว (16/20)

✨ Salad
สุดยอด Signature Dish ของร้านคือสลัดที่ผระกอบขึ้นจากผักต่าง ๆ กว่า 20 ชนิดอย่างเช่นกระเจี๊ยบ แก้วมังกร เผือดทอด ข้าวโพด มะเขือเทศ มัน แตงกวา มะเขือ บีทรูท นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการปรุงเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างมีมิติและลงตัวไม่ว่าจะเป็นผักสด หมัก ทอด ทำให้แห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันงา Taihaku Goma Abura นั่นเอง (16/20)

✨ Pork Shoulder
Maitake Mushroom / Yam / Walnut
มันและส่วนขาหน้าของหมูที่ผ่านการซูวีกับดาชิ ซีอิ๊ว และน้ำตาล จากนั้นเสิร์ฟมาในน้ำซุปต้มเตรียมขึ้นจากกระดูกปลา 3 ชนิดให้รสชาติกลมกล่อม ยังมีเห็ดไมทาเกะสร้างความหนึบที่พอเหมาะ สุดท้ายคือการใส่ถั่ววอลนัทขูดและน้ำมันถั่ววอลนัทลงไป (16/20)

🎗️ [WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่แวะไปเมืองเกาสงแล้วกำลังมองหาอาหารที่แตกต่างไปจากอาหารไต้หวันดั้งเดิม Sho ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อและเข้าถึงง่าย ขอแนะนำให้ไปถึงร้านตรงเวลาเนื่องจากทางร้านเริ่มเตรียมแต่ละเมนูไปพร้อม ๆ กันทุกที่นั่งนั่นเอง

Price :

3,500 NTD+

Parking :

None

Operating Time :

Wed-Sun 18:30-22:00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมของ 2 ภูมิภาคออกมาได้อย่างลงตัว

อาหาร :

15

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

2/5

Map

📃 SEASONAL MENU (3,500 NTD+) Free flow water included

          
Shrimp
Lotus Root / Pomelo

Abalone
Winter Melon / Seaweed / Pickled Radish

Pacific Saury
Smoked Radish / Lemon / Yuzu juice

Sashimi

Lamb
Mushroom / Eggplant / Chili Bean Sauce

Salad

Pork Shoulder
Maitake Mushroom / Yam / Walnut

Rice
Oyster / Trout

Soybean Pudding
Winter Melon Tea / White Fungus

Monaka
White grape / Hojicha / Mascarpone

🇹🇼 Sho – โช

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 Japanese – อาหารญี่ปุ่น

👨🏻‍🍳 Chef Fujimoto Shoichi – เชฟฟูจิโมโต โชอิจิ

🎗️ [INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับห้องอาหาร Den (🌟🌟 2 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star) ที่กรุงโตเกียว เชฟ Zaiyu Hasegawa ตัดสินใจเปิดร้านอื่น ๆ ในความดูแลของเขาเป็นครั้งแรกในเมืองเกาสงทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกและมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย

Shrimp
Lotus Root / Pomelo

เริ่มต้นคอร์สแก้วด้วยเกี๊ยวทอดกรอบเสิร์ฟมากับกุ้งสดเนื้อหวาน ๆ ตัดกันกับซีอิ๊วรสเค็มอุมามิ เชฟปรุงรสด้วยสาเกจีนและพริกไทยยูซุ ชั้นถัดไปคือส้มโอสร้างมิติความเปรี้ยว ยังมีพืชในกลุ่มผักชีสร้างกลิ่นฉุนเล็กน้อย ชั้นบนสุดคือรากบัวทอดกรอบ (14/20)

Abalone
Winter Melon / Seaweed / Pickled Radish

คอร์สนี้เชฟนำเสนอฟักตุ๋นในดาชิจนนุ่มละมุนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับหอยเป่าฮื้อเคี้ยวนุ่ม ทั้งยังมีอโรมาของขิงเบา ๆ ซอสรอบ ๆ ใส่สาหร่ายโมซุกุลงไปด้วยให้ความอุมามิและเนื้แสัมผัสที่ยืดคล้ายเจลลี่ สุดท้ายคือแรดิชกรอบ ๆ ที่ผ่านการดองในน้ำส้มสายชูเสาวรสช่วยเรียกความสดชื่นได้นั่นเอง (15/20)

Pacific Saury
Smoked Radish / Lemon / Yuzu juice

ข้าวซูชิกับงาปรุงแต่งรสชาติด้วยแรดิชรมควัน ไฮไลท์คือปลา Sanma จากจังหวัดฮอกไกโดคลุกเคล้ากับซอสยูซุ เชฟเสิร์ฟมากับผิวเลมอนที่ผ่านปรุงสุกกับน้ำผึ้งจนได้รสหวานปมขมที่ลงตัว (16/20)

Sashimi

ซาชิมิประจำวันในวันนี้คือ Ika หรือหมึกท้อวถิ่นของไต้หวันหมักกับซีอิ๊ว เนื้อสัมผัมจะมีความนุ่มมากกว่า/หนึบน้อยกว่าหมึกฝั่งไทยและญี่ปุ่น อีกชิ้นหนึ่งคือปลา Buri หมักกับซีอิ๊วโดยปลา Buri ได้ถูกเลี้ยงในฟาร์มที่ป้อนเปลือก Sudachi เป็นอาหารจนส่งผ่านรสชาติเบา ๆ มายังเนื้อปลาได้นั่นเอง ส่วนวาซาบิก็ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเช่นกัน (15/20)

Lamb
Mushroom / Eggplant / Chili Bean Sauce

เนื้อแกะจากประเทศนิวซีแลนด์เสิร์ฟมากัยมะเขือที่ผ่านการต้มในดาชิและซีอิ๊วจนนุ่มละลาย ส่วนเห็ดเชฟนำไปผัดกับน้ำส้มสายชูไวน์แดงจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบพอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีซอสที่ผสมผสานมะเขือเทศและปาปริก้าแดงจนเข้ากันให้ความเผ็ดจัดจ้านคล้ายกับซอสแบบจีน (15/20)

Salad

สุดยอด Signature Dish ของร้านคือสลัดที่ผระกอบขึ้นจากผักต่าง ๆ กว่า 20 ชนิดอย่างเช่นกระเจี๊ยบ แก้วมังกร เผือดทอด ข้าวโพด มะเขือเทศ มัน แตงกวา มะเขือ บีทรูท นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการปรุงเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างมีมิติและลงตัวไม่ว่าจะเป็นผักสด หมัก ทอด ทำให้แห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันงา Taihaku Goma Abura นั่นเอง (16/20)

Salad

สุดยอด Signature Dish ของร้านคือสลัดที่ผระกอบขึ้นจากผักต่าง ๆ กว่า 20 ชนิดอย่างเช่นกระเจี๊ยบ แก้วมังกร เผือดทอด ข้าวโพด มะเขือเทศ มัน แตงกวา มะเขือ บีทรูท นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการปรุงเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างมีมิติและลงตัวไม่ว่าจะเป็นผักสด หมัก ทอด ทำให้แห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันงา Taihaku Goma Abura นั่นเอง (16/20)

Pork Shoulder
Maitake Mushroom / Yam / Walnut

มันและส่วนขาหน้าของหมูที่ผ่านการซูวีกับดาชิ ซีอิ๊ว และน้ำตาล จากนั้นเสิร์ฟมาในน้ำซุปต้มเตรียมขึ้นจากกระดูกปลา 3 ชนิดให้รสชาติกลมกล่อม ยังมีเห็ดไมทาเกะสร้างความหนึบที่พอเหมาะ สุดท้ายคือการใส่ถั่ววอลนัทขูดและน้ำมันถั่ววอลนัทลงไป (16/20)

Rice
Oyster / Trout

จากนั้นเชฟจะเสิร์ฟมาข้าวมาให้ชิมกัน 2 ชนิดในภาพคือข้าวหอยนางรมไต้หวัน (15/20)

Rice
Oyster / Trout

ถัดมาคือข้าวปลาเทร้าต์ (15/20)

Rice
Oyster / Trout

ข้าวหอยนางรมมีความหอมและอุมามิ เชฟนำข้าวไปหุงกับขิง จากนั้นเสิร์ฟมากับหอยนางรมที่มีรสชาติค่อนข้างเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ไม่คาวแม้แต่น้อย ด้านบนคือหอมแดงทอดกรอบและมะนนาวสร้างรสชาติเปรี้ยว อีกฝั่งหนึ่งคือข้าวหน้าปลาเทร้าต์จากฮอกไกโดเสิร์ฟมากับกะหล่ำดอกแห้งเคี้ยวกรึบและเซเลอรี่ฝานบาง นอกจากนี้ยังมีผักเคียงและน้ำซุปมิโสะใส่สาหร่ายรสชาติเข้มข้น (15/20)

Soybean Pudding
Winter Melon Tea / White Fungus

ของหวานจานแรกคือพุดดิ้งถั่วเหลืองเสิร์ฟมากับชิ้นเมลอน ชั้นถัดมาคือชา Winter Melon Tea และซอร์เบท์ Brown Sugar ช่วยเรียกความสดชื่น ด้านบนคือเห็ดหูหนูขาวเคี้ยวกรึบและซอสหนึบ ๆ ที่เตรียมมาจากเห็ดหูหนูขาวนั่นเอง (15/20)

Monaka
White grape / Hojicha / Mascarpone

ปิดท้ายด้วย Monaka กรอบ ๆ ด้านในตรงกลางคือ Mascarpone และองุ่นขาว เชฟแนะนำให้รับประทานสลับไปกับ Hojicha เย็น ๆ ที่เตรียมมาจากชาอู่หลงไต้หวันคั่ว (15/20)

รายการเครื่องดื่ม

💰 ราคา 12,540 NTD

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Fujimoto Shoichi เกิดในจังหวัด Yamaguchi เขาจบการศึกษาเกี่ยวกับช่างกลก่อนจะผันตัวมาเป็นเชฟ ในปี 2011 เขามีโอกาสทำงานในห้องอาหาร Kikunoi Honten (3 MICHELIN Stars) ในนครเกียวโตก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Den (2 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star) ในปี 2015 สำหรับร้านที่เกาสงแห่งนี้เขานำเสนอ Seasonal Menu รูปแบบเดียวเสิร์ฟมาที่ราคา 3,500 NTD+ ต่อคนรวม Mineral และ Sparkling Water แล้ว เชฟประจำร้านหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของไต้หวันมาผสมผสานกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและแหล่งอื่น ๆ อีกบางส่วน นอกจากนี้ยังมีรายการ Alcohol Pairing และ Tea Pairing เสิร์ฟมาที่จำนวน 5 แก้วในราคา 1,500 NTD+ ส่วนรายการ Wine List มีค่อนข้างจำกัดแต่ก็ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี

🎗️ [THE PLACE] Sho (承) เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2020 ชื่อร้านมาจากคำว่า Densho ซึ่งแปลว่าตำนานในภาษาญี่ปุ่นสะท้อนถึงแนวคิดที่สืบทอดมาจากทั้งสองวัฒนธรรม ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย เคาน์เตอร์ไม้ขนาดใหญ่รูปตัว U รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ตรงกลางเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิดทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถชมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบมื้อ

เบื้องหลังเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมรองรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่

ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในชั้น 2 ของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจของเมืองเกาสง

🎗️ [WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่แวะไปเมืองเกาสงแล้วกำลังมองหาอาหารที่แตกต่างไปจากอาหารไต้หวันดั้งเดิม Sho ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย ขอแนะนำให้ไปถึงร้านตรงเวลาเนื่องจากทางร้านเริ่มเตรียมแต่ละเมนูไปพร้อม ๆ กันทุกที่นั่งนั่นเอง