หน้าแรก » 🇹🇼 Sho – โช
Visit: November 27, 2025
🇹🇼 Sho - โช
👨🏻🍳 Chef Fujimoto Shoichi - เชฟฟูจิโมโต โชอิจิ
2F, 806 Zhonghua 5th Road, Cianjhen District, Kaohsiung, Taiwan
Tel: None
Cuisine
🍴 Japanese - อาหารญี่ปุ่น
Country
Taiwan
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
15/20
Price
[INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับห้องอาหาร Den (![]()
2 MICHELIN Stars,
MICHELIN Green Star) ที่กรุงโตเกียว เชฟ Zaiyu Hasegawa ตัดสินใจเปิดร้านอื่น ๆ ในความดูแลของเขาเป็นครั้งแรกในเมืองเกาสงทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกและมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย
Price :
3,500 NTD+
Parking :
None
Operating Time :
Wed-Sun 18:30-22:00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมของ 2 ภูมิภาคออกมาได้อย่างลงตัว
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 SEASONAL MENU (3,500 NTD+) Free flow water included
Sho – โช
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Japanese – อาหารญี่ปุ่น
Chef Fujimoto Shoichi – เชฟฟูจิโมโต โชอิจิ
[INTRO] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับห้องอาหาร Den (![]()
2 MICHELIN Stars,
MICHELIN Green Star) ที่กรุงโตเกียว เชฟ Zaiyu Hasegawa ตัดสินใจเปิดร้านอื่น ๆ ในความดูแลของเขาเป็นครั้งแรกในเมืองเกาสงทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกและมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย
Shrimp
Lotus Root / Pomelo
เริ่มต้นคอร์สแก้วด้วยเกี๊ยวทอดกรอบเสิร์ฟมากับกุ้งสดเนื้อหวาน ๆ ตัดกันกับซีอิ๊วรสเค็มอุมามิ เชฟปรุงรสด้วยสาเกจีนและพริกไทยยูซุ ชั้นถัดไปคือส้มโอสร้างมิติความเปรี้ยว ยังมีพืชในกลุ่มผักชีสร้างกลิ่นฉุนเล็กน้อย ชั้นบนสุดคือรากบัวทอดกรอบ (14/20)
Abalone
Winter Melon / Seaweed / Pickled Radish
คอร์สนี้เชฟนำเสนอฟักตุ๋นในดาชิจนนุ่มละมุนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับหอยเป่าฮื้อเคี้ยวนุ่ม ทั้งยังมีอโรมาของขิงเบา ๆ ซอสรอบ ๆ ใส่สาหร่ายโมซุกุลงไปด้วยให้ความอุมามิและเนื้แสัมผัสที่ยืดคล้ายเจลลี่ สุดท้ายคือแรดิชกรอบ ๆ ที่ผ่านการดองในน้ำส้มสายชูเสาวรสช่วยเรียกความสดชื่นได้นั่นเอง (15/20)
Pacific Saury
Smoked Radish / Lemon / Yuzu juice
ข้าวซูชิกับงาปรุงแต่งรสชาติด้วยแรดิชรมควัน ไฮไลท์คือปลา Sanma จากจังหวัดฮอกไกโดคลุกเคล้ากับซอสยูซุ เชฟเสิร์ฟมากับผิวเลมอนที่ผ่านปรุงสุกกับน้ำผึ้งจนได้รสหวานปมขมที่ลงตัว (16/20)
Sashimi
ซาชิมิประจำวันในวันนี้คือ Ika หรือหมึกท้อวถิ่นของไต้หวันหมักกับซีอิ๊ว เนื้อสัมผัมจะมีความนุ่มมากกว่า/หนึบน้อยกว่าหมึกฝั่งไทยและญี่ปุ่น อีกชิ้นหนึ่งคือปลา Buri หมักกับซีอิ๊วโดยปลา Buri ได้ถูกเลี้ยงในฟาร์มที่ป้อนเปลือก Sudachi เป็นอาหารจนส่งผ่านรสชาติเบา ๆ มายังเนื้อปลาได้นั่นเอง ส่วนวาซาบิก็ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเช่นกัน (15/20)
Lamb
Mushroom / Eggplant / Chili Bean Sauce
เนื้อแกะจากประเทศนิวซีแลนด์เสิร์ฟมากัยมะเขือที่ผ่านการต้มในดาชิและซีอิ๊วจนนุ่มละลาย ส่วนเห็ดเชฟนำไปผัดกับน้ำส้มสายชูไวน์แดงจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบพอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีซอสที่ผสมผสานมะเขือเทศและปาปริก้าแดงจนเข้ากันให้ความเผ็ดจัดจ้านคล้ายกับซอสแบบจีน (15/20)
Salad
สุดยอด Signature Dish ของร้านคือสลัดที่ผระกอบขึ้นจากผักต่าง ๆ กว่า 20 ชนิดอย่างเช่นกระเจี๊ยบ แก้วมังกร เผือดทอด ข้าวโพด มะเขือเทศ มัน แตงกวา มะเขือ บีทรูท นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการปรุงเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างมีมิติและลงตัวไม่ว่าจะเป็นผักสด หมัก ทอด ทำให้แห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันงา Taihaku Goma Abura นั่นเอง (16/20)
Salad
สุดยอด Signature Dish ของร้านคือสลัดที่ผระกอบขึ้นจากผักต่าง ๆ กว่า 20 ชนิดอย่างเช่นกระเจี๊ยบ แก้วมังกร เผือดทอด ข้าวโพด มะเขือเทศ มัน แตงกวา มะเขือ บีทรูท นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการปรุงเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างมีมิติและลงตัวไม่ว่าจะเป็นผักสด หมัก ทอด ทำให้แห้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันงา Taihaku Goma Abura นั่นเอง (16/20)
Pork Shoulder
Maitake Mushroom / Yam / Walnut
มันและส่วนขาหน้าของหมูที่ผ่านการซูวีกับดาชิ ซีอิ๊ว และน้ำตาล จากนั้นเสิร์ฟมาในน้ำซุปต้มเตรียมขึ้นจากกระดูกปลา 3 ชนิดให้รสชาติกลมกล่อม ยังมีเห็ดไมทาเกะสร้างความหนึบที่พอเหมาะ สุดท้ายคือการใส่ถั่ววอลนัทขูดและน้ำมันถั่ววอลนัทลงไป (16/20)
Rice
Oyster / Trout
จากนั้นเชฟจะเสิร์ฟมาข้าวมาให้ชิมกัน 2 ชนิดในภาพคือข้าวหอยนางรมไต้หวัน (15/20)
Rice
Oyster / Trout
ถัดมาคือข้าวปลาเทร้าต์ (15/20)
Rice
Oyster / Trout
ข้าวหอยนางรมมีความหอมและอุมามิ เชฟนำข้าวไปหุงกับขิง จากนั้นเสิร์ฟมากับหอยนางรมที่มีรสชาติค่อนข้างเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ไม่คาวแม้แต่น้อย ด้านบนคือหอมแดงทอดกรอบและมะนนาวสร้างรสชาติเปรี้ยว อีกฝั่งหนึ่งคือข้าวหน้าปลาเทร้าต์จากฮอกไกโดเสิร์ฟมากับกะหล่ำดอกแห้งเคี้ยวกรึบและเซเลอรี่ฝานบาง นอกจากนี้ยังมีผักเคียงและน้ำซุปมิโสะใส่สาหร่ายรสชาติเข้มข้น (15/20)
Soybean Pudding
Winter Melon Tea / White Fungus
ของหวานจานแรกคือพุดดิ้งถั่วเหลืองเสิร์ฟมากับชิ้นเมลอน ชั้นถัดมาคือชา Winter Melon Tea และซอร์เบท์ Brown Sugar ช่วยเรียกความสดชื่น ด้านบนคือเห็ดหูหนูขาวเคี้ยวกรึบและซอสหนึบ ๆ ที่เตรียมมาจากเห็ดหูหนูขาวนั่นเอง (15/20)
Monaka
White grape / Hojicha / Mascarpone
ปิดท้ายด้วย Monaka กรอบ ๆ ด้านในตรงกลางคือ Mascarpone และองุ่นขาว เชฟแนะนำให้รับประทานสลับไปกับ Hojicha เย็น ๆ ที่เตรียมมาจากชาอู่หลงไต้หวันคั่ว (15/20)
รายการเครื่องดื่ม
ราคา 12,540 NTD
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Fujimoto Shoichi เกิดในจังหวัด Yamaguchi เขาจบการศึกษาเกี่ยวกับช่างกลก่อนจะผันตัวมาเป็นเชฟ ในปี 2011 เขามีโอกาสทำงานในห้องอาหาร Kikunoi Honten (3 MICHELIN Stars) ในนครเกียวโตก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Den (2 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star) ในปี 2015 สำหรับร้านที่เกาสงแห่งนี้เขานำเสนอ Seasonal Menu รูปแบบเดียวเสิร์ฟมาที่ราคา 3,500 NTD+ ต่อคนรวม Mineral และ Sparkling Water แล้ว เชฟประจำร้านหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของไต้หวันมาผสมผสานกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและแหล่งอื่น ๆ อีกบางส่วน นอกจากนี้ยังมีรายการ Alcohol Pairing และ Tea Pairing เสิร์ฟมาที่จำนวน 5 แก้วในราคา 1,500 NTD+ ส่วนรายการ Wine List มีค่อนข้างจำกัดแต่ก็ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี
[THE PLACE] Sho (承) เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2020 ชื่อร้านมาจากคำว่า Densho ซึ่งแปลว่าตำนานในภาษาญี่ปุ่นสะท้อนถึงแนวคิดที่สืบทอดมาจากทั้งสองวัฒนธรรม ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย เคาน์เตอร์ไม้ขนาดใหญ่รูปตัว U รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ตรงกลางเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิดทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถชมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบมื้อ
เบื้องหลังเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมรองรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่
ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในชั้น 2 ของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจของเมืองเกาสง
[WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่แวะไปเมืองเกาสงแล้วกำลังมองหาอาหารที่แตกต่างไปจากอาหารไต้หวันดั้งเดิม Sho ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย ขอแนะนำให้ไปถึงร้านตรงเวลาเนื่องจากทางร้านเริ่มเตรียมแต่ละเมนูไปพร้อม ๆ กันทุกที่นั่งนั่นเอง