หน้าแรก » 🇹🇭 The Smokaccia Laboratory – เดอะ สโมคคัชชา แลบอราทอรี
Visit: February 17, 2026
🇹🇭 The Smokaccia Laboratory - เดอะ สโมคคัชชา แลบอราทอรี
116/4 หมู่ 3, สุรินทร์, ตำบลเชิงทะเล, อำเภอถลาง ภูเก็ต 83110
Tel: 093-179-4489
Cuisine
🍴 Creative, Innovative - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเชิงนวัตกรรม
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
Price
The Smokaccia Laboratory เป็นห้องอาหารที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเลไม่ไกลกันจากหาดสุรินทร์และหาดกมลาอันโด่งดังของจังหวัดภูเก็ต เชฟ Luca Mascolo ค่อย ๆ ดัดแปลงร้านกาแฟเก่าให้กลายมาเป็นร้านอาหาร Fine Dining ที่มีบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ด้านหน้าเป็นห้องรับรองขนาดย่อมที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างเรียกน้ำย่อย ภายในห้องรับประทานอาหารหลักมีเคาน์เตอร์สำหรับจัดเสิร์ฟอาหาร 2 คอร์สแรก เคาน์เตอร์หันหน้าเข้าหาครัวเปิดสร้างบรรยากาศที่ไม่หยุดนิ่งและน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านหลังเป็นโต๊ะไม้ไร้ผ้าปูให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในกลุ่มเพื่อนมากขึ้น
Price :
6,900++
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
18:00-21:00 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 18-COURSE CULINARY SCIENTIST (6,900++)
The Smokaccia Laboratory – เดอะ สโมคคัชชา แลบอราทอรี
MICHELIN Selected – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Creative, Innovative – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเชิงนวัตกรรม
เริ่มต้นด้วยแผ่นข้าวเกรียบล็อบสเตอร์กรอบท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์
เชฟ Luca กำลังจัดเตรียมอาหาร
THE INVERSE – APERITIVE
Palate Explosion – The Campari bomb
เชฟนำเสนอของว่างที่เคาน์เตอร์บริเวณทางเข้าร้านภายใต้คอนเซป The inverse – aperitif โดยเปลี่ยนสิ่งที่เป็นชื่อของอาหารมาเป็นเครื่องดื่มและเปลี่ยนสิ่งที่เป็นเครื่องดื่มไปเป็นเมนูใหม่ไม่ซ้ำใคร เชฟอาศัยเทคนิค Reverse Spherification กับ Campari จนสามารถแตกระเบิดออกในปากเมื่อแรกเคี้ยว ด้านบนมีองค์ประกอบของมะกอกเขียวจาก Puglia สร้างอโรมาหอมฉุนเบา ๆ เฉพาะตัว
NOTHING IS WHAT IT SEEMS
Flowing Smokaccia
ถัดมาคือน้ำมะเขือเทศที่ผ่านการกรองหรือ Clarified จนมีสีใส จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการ Cold-smoked เพียงเล็กน้อย ส่วนสีแดงที่เหลือเชฟนำมาทำเป็นผงติดไว้ที่ขอบแก้ว จากนั้นเติมน้ำมันโรสแมรีลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วย Smokaccia Sourdough Bread โดยเชฟเลือกเสิร์ฟมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนในคอร์สนี้จับคู่กับมะกอกดำตามคอนเซป Flowing Smokaccia นั่นเอง
HOW IT ALL BEGAN
“The Smokaccia” – 10 hours Chef tomato reduction
House made infused olive oils – Aceto Balsamico di Modena – Chiang mai Mortadella foam
คอร์สนี้เชฟนำเสนอขนมปัง Smokaccia ที่เชฟใช้ระยะเวลาค้นคว้านานเกินกว่า 10 ปีเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในตามต้องการ การเตรียมการขนมปังแต่ละชิ้นกินระยะเวลานานกว่า 60 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถจับคู่น้ำมันมะกอกที่มีอโรมาที่แตกต่างกันของโรสแมรี, กระเทียม และพริก ข้าง ๆ กันคือมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านการเคี่ยวนานกว่า 6 ชั่วโมงจนงวดให้รสชาติที่เปรี้ยวอุมามิเข้มข้นก่อนจะราดด้วยน้ำมันใบโหระพา ยังมีโฟม Mortadella ที่ผลิตขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ สุดท้ายคือน้ำส้มสายชูบัลซามิคคุณภาพดีเสิร์ฟมาให้รับประทานไปกับขนมปังด้วย
HOW IT ALL BEGAN
“The Smokaccia” – 10 hours Chef tomato reduction
House made infused olive oils – Aceto Balsamico di Modena – Chiang mai Mortadella foam
AN UNUSUAL EVENT WITH BERTHA
One chicken two eggs, solving the mystery
ณ ฟาร์มเล็ก ๆ ชื่อว่า “The Smokaccia Garden” มีแม่ไก่ตัวชื่อ Bertha อาศัยอยู่โดยทุกเช้าเธอมักจะออกไข่ที่อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ วันหนึ่งเธอทำให้เจ้าของฟาร์มคือคุณ Brigitta และ Chef Luca ประหลาดใจ เมื่อเธอนั่งกกไข่อยู่ ไม่ใช่แค่หนึ่งฟอง แต่เป็นสองฟอง! ทั้งคู่รู้สึกสับสนและเริ่มสงสัยว่ากำลังมีเรื่องมหัศจรรย์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่… จนกระทั่งเช้าวันถัดมาคุณ Brigitta ก็ได้พบกับความจริงที่น่ายินดี ไก่อีกตัวหนึ่งชื่อ Mia Pia เพิ่งจะออกไข่ฟองแรกของเธอ ทุกอย่างจึงเริ่มกระจ่างขึ้น… ไข่อีกฟองนั้นคงจะเป็น ไข่ใบที่สองของ Mia Pia นั่นเอง ส่วน Bertha นั้นกำลังอยู่ในช่วงอยากกกไข่ เธอจึงนั่งกกไข่ทั้งสองฟองไว้และไม่ยอมลุกออกจากรังอันแสนอบอุ่นของเธอนั่นเอง เชฟได้นำแรงบันดาลใจนี้มารังสรรค์เป็นเมนูที่น่าสนใจโดยการนำเสนอไข่ไก่มา 2 รูปแบบ ในถ้วยหนึ่งเตรียมมาจากไข่ไก่จริง ส่วนอีกถ้วยหนึ่งเตรียมมาจากไข่ไก่ Vegan สำหรับฝั่งไข่จริงเชฟได้นำไข่ไก่ไปตีและผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ จากนั้นนำมาทำเป็นทรงลมเพื่อเลียนแบบไข่แดงอีกทีหนึ่ง เชฟเสิร์ฟมากับโฟมชีส Taleggio ที่เตรียมมาจากนมควายจากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ฝั่งไข่ไก่ Vegan นำเสนอมาคู่กันกับเต้าหู้นิ่ม ขมิ้น และเกลือดำอินเดีย ส่วนของโฟมเตรียมขึ้นมาจากมันฝรั่ง เผือก และหัวขึ้นฉ่ายฝรั่งนั่นเอง
AN UNUSUAL EVENT WITH BERTHA
One chicken two eggs, solving the mystery
CHESTNUT & TRUFFLE
Occelli chestnut leaf cheese – Truffle caviar
Seasonal fresh truffle
คอร์สนี้เชฟ Luca เลือกเสิร์ฟส่วนฐานเป็นเกาลัดกรอบ ด้านบนท็อปด้วย Occelli Cheese ซึ่งเป็นชีสที่ห่อและบ่มในใบเกาลัด ข้าง ๆ กันคือทรัฟเฟิลฝานบาง และใบเมเปิลออร์แกนิคจากฟาร์มในจังหวัดภูเก็ตให้รสชาติเปรี้ยวพอเหมาะ
ZERO WASTE & ALCHEMY
Parma ham – Nonthaburi fermented burrata
Caramelised red onion – Thai basil – Salsa verde
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำส่วนที่เหลือจากอาหารคอร์สอื่น ๆ มารังสรรค์ขึ้นเป็นเมนูชั้นยอด องค์ประกอบแรกคือผงสีแดงที่เตรียมขึ้นมาจากมะเขือเทศเชียงใหม่ในคอร์สแรก ด้านล่างคือหัวหอมแดงที่ค่อย ๆ ผ่านความร้อนจนเกิดกระบวน Caramelization และซอสเขียว Salsa Verde Emulsion จับคู่กับ 24-month aged Parma Ham ไปผ่านการแช่แข็งช่วยเรียกความสดชื่นและให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะ เชฟนำส่วนที่เหลือจาก Parma Ham ไปเตรียมมาเป็นแผ่นกรอบด้านบน สุดท้ายคือซอสชีส Burrata หมักจากจังหวัดนนทบุรีที่เชฟนำไปผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์แล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบอุ่น นอกจากนี้ยังมีน้ำมันใบโหระพาสร้างความฉุนที่พอเหมาะ
THE APULIAN HISTORY
Smokaccia Burnt Flour – Nonthaburi Stracciatella
Rocket Cress – Capocollo di Martina Franca DOP
Burnt Flour เป็นเมนูที่เกิดจากวัฒนธรรมท้องถิ่นในแถบ Puglia บ้านเดิมของเชฟโดยในสมัยก่อนเหล่าชาวนาจะเผาพื้นที่เพาะปลูกเพื่อเตรียมหน้าดินสำหรับการเพาะปลูกครั้งถัดไป ผลที่ได้คือเมล็ดธัญพืชที่ไหม้โดยเหล่าชาวนาจะนำไปผสมกับเมล็ดธัญพืชปกติสำหรับทำขนมปังนั่นเอง อย่างไรก็ตามด้วยผลเสียต่อทางสุขภาพทำให้วิธีนี้ไม่ได้รับความนิยมแล้วในปัจจุบัน เชฟ Luca อาศัยแรงบันดาลใจนี้โดยการนำเมล็ดธัญพืชไปผ่านกระบวนการรมควันก่อนจะทำมาทำเป็นก่อนขนมปังประกบบนล่าง องค์ประกอบด้านในคือ Stracciatella จากจังหวัดนนทบุรีจับคู่กับ Capocollo di Martina Franca DOP ซึ่งเป็น Charcuteries ยอดนิยมจากแถบ Puglia สุดท้ายคือผงโรสแมรีโรยอยู่ด้านบนช่วยเติมแต่งอโรมาให้หอมพร้อมชิมในคำเดียว
BELL PEPPER MEMORY
Reversed soup – Chef’s grandmother’s childhood memory
เมนูใหม่ที่เชฟรังสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับคุณยายที่เคยเตรียมอาหารให้เขาในช่วงวัยเด็ก เชฟนำเสนอมาในรูปแบบ Reversed Cold Soup ประกอบไปด้วยพริกหวานแดงซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของจานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีรสขมเพียงเบา ๆ ด้านล่างรองด้วยพริกหวานเขียวรมควัน ตรงกลางคือพริกหวานเหลืองที่ผ่านการดองจนได้มิติทางรสชาติแตกต่างไปจากพริกหวานสีอื่น ๆ ด้านบนคือแผ่นกรอบวงกลมที่เตรียมมาจากผิวและเมล็ดของพริกหวาน ยังมีแผ่นกรอบที่ได้จากส่วนเหลือของการจฃเตรียมองค์ประกอบอื่น ๆ ในจาน เจลสีขาวขุ่นที่เตรียมมาจากน้ำกลั่นจากการนึ่งพริกหวานนั่นเอง สุดท้ายคือน้ำซุปสกัดจากพริกหวานเย็นปรุงรสด้วยน้ำมันสมุนไพร เกลือ และน้ำส้มสายชูมะเขือเทศที่เชฟเตรียมขึ้นมาเอง
SCIENCE & LOBSTER
Phuket Rock Lobster – Apple kombucha –
Chiang Mai wasabi leaf – Venetian Oscietra Caviar
กุ้งล็อบสเตอร์จากหาดราไวย์ที่เชฟนำไปนึ่งต่อด้วยการซูวี จากนั้นจบด้วยการเผาเล็กน้อยเพื่อสร้างอโรมาหอม ๆ ของการย่างถ่าน ยังมีแอปเผิ้ลที่ปรุงในคอมบุฉะแอปเปิ้ลโฮมเมดสร้างความเปรี้ยวที่สมดุล ด้านบนคือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากส่วนที่เหลือของล็อบสเตอร์ รอบ ๆ คือซอสกุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านการเคี่ยวมาอย่างดีและน้ำมันล็อบสเตอร์สร้างความหอม มัน และครีมมี่ สุดท้ายคือความอุมามิที่ได้จากออสซีตร้าคาเวียร์จากฟาร์มในแถบเวนิส
WHERE IS MY SALAD
Chef’s Salad essence
Where is My Salad เป็นเมนูสลัดที่เชฟ Luca นำเสนออกมาในรูปแบบใหม่ องค์ประกอบสำคัญอย่างแรกคือหน่อข้าวโพดหวานที่ปลูกขึ้นโดยชาวสวิสในจังหวัดภูเก็ตโดยเชฟแนะนำให้หยิบมาเคี้ยวสัก 5-6 วินาทีเพื่อสร้างรสชาติเฉพาะขึ้นในปากเสียก่อน จากนั้นให้ผสมองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศและเจลลี่แตงกวา ตรงกลางคือซอร์เบท์เมล็ดสนสร้างความสดชื่นตัดกันกับความฉุนจองหอมแดงดอง ข้าง ๆ กันคือโฟมสลัดที่ผสมผสานหัวแครอท กะหล่ำ แรดิชชิโอ และน้ำมันใบเบซิลเข้าไว้ด้วยกัน
ONE MAN’S WASTE – ANOTHER ONES TREASURE
Fish Waste – Smoked Pike Roe – Skin – Basil freeze
คอร์สนี้เชฟนำเสนอส่วนท้องของปลาอินทรีย์นำไปหมักก่อนจะทอร์ชผิวด้านนอกเพื่อสร้างกลิ่นหอมโดยเนื้อตรงกลางยังคงมีความดิบอยู่บ้าง จากนั้นนำเสนอมาเป็น 2 ส่วนย่อยเริ่มต้นจากชิ้นแรกที่เสิร์ฟมาแบบเย็น เนื้อปลามีความเฟิร์มและสู้ฟันเล็กน้อย ด้านบนคือหนังปลาเตรียมมาเป็นข้าวเกรียบควบคู่ไปกับส่วนที่เหลือของใบโหระพาจากคอร์สแรกนำไปแช่แข็งและ Bottarga โฮมเมดที่เชฟเตรียมขึ้นมาเอง อีกชิ้นหนึ่งเสิร์ฟมาแบบอุ่นท็อปด้านบนด้วยไข่ปลา Pike ที่ผ่านการรมควันมาเล็กน้อย ซอสตรงกลางเตรียมขึ้นมาจากกระดูกปลามีความเบาและไม่หนักท้อง ข้าง ๆ ยังมีขนมปังเสิร์ฟมาสำหรับใช้ปาดซอสที่เหลืออีกด้วย
THE HAPPY GOOSE – VEGAN FOLE GRAS
Vegan fole gras terrine – Home-made fermented coconut yogurt – local seasonal fruit – Blood explosion – Pineapple glass
Nakhon Si Thammarat pomelo
คอร์สนี้เชฟตั้งชื่อว่า The Happy Goose – Vegan Foie Gras โดยเชฟตั้งใจทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อเฟ้นหาเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับฟัวกราส์ทอร์ชองของจริงมากที่สุด ทั้งยังคงไว้ซึ่งความเป็นอาหารวีแกนอีกด้วย รสชาติหวานในจานได้จากแตงโม ยังมีองค์ประกอบของส้มโอจากนครศรีธรรมราชรวมไปถึงเลมอนให้รสเปรี้ยว ส่วนความครีมมี่ของจานนี้ได้จากโยเกิร์ตมะพร้าวที่ผ่านการดองกับแกงให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนท็อปด้วยแผ่นใสกรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำสับปะรดที่เหลือจากคอร์สก่อน ๆ
THE HAPPY GOOSE – VEGAN FOLE GRAS
Vegan fole gras terrine – Home-made fermented coconut yogurt – local seasonal fruit – Blood explosion – Pineapple glass
Nakhon Si Thammarat pomelo
นอกจากนี้หากเราใช้มีดตัดลึกเข้าไปตรงกลางคือเลือดปลอมที่เชฟจำลองขึ้นโดยใช้บีทรูท ขิง และเสาวรสให้รสชาติเปรี้ยวที่พอเหมาะ
NOT YOUR USUAL PROSCIUTTO & MELONE
Apulian home made tarallo – Smooth Thai melon – 24 month aged Parma ham
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอ Prosciutto Melone ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป องค์ประกอบหลักคือไอศกรีมเมลอนสุราษฎร์ธานีที่มีเนื้อสัมผัสเบาละมุนไร้ซึ่งนมเป็นส่วนประกอบ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งขนมปังกรอบ Tarallo ซึ่งเป็นขนมปังยอดนิยมจากทางตอนใต้ของอิตาลีพันม้วนส่วนปลายด้วย Parma Ham ที่บ่มนาน 24 เดือน
GUESS WHAAAAAT
Chef’s surprise
คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันแสนสุขของครอบครัวชาวอิตาลีในวันอาทิตย์ เขาจึงหยิบยก Lasagna มานำเสนอในรูปแบบใหม่ให้มีความกรอบชวนนึกถึงส่วนขอบด้านบนที่ผ่านการอบด้วยความร้อนสูง สีเขียวของแป้งและเจลได้มาจากผักปวยเล้ง ด้านในแอบซ่อน Ragù alla Bolognese ที่เตรียมมาจากส่วนที่เหลือของเนื้อวัววากิวผสมผสานกับความอุมามิของชีสพาเมซานที่บ่มมานาน 36 เดือน ด้านบนคือไวน์แดงที่ปรับหน้าตาและเนื้อสัมผัสให้มีความคล้ายกันกับคาเวียร์
WAGYU IN THE ANDAMAN
A5 Japanese wagyu Oguma – Oyster – Mango
Seaweed caviar – Plankton marino – Kale
เนื้อวัววากิวญี่ปุ่นระดับ A5 เสิร์ฟมาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำกับมะม่วง 2 รูปแบบทั้งดิบที่ให้รสเปรี้ยวและสุกที่ให้รสหวาน ด้านล่างรองด้วยเทอร์รีนมันฝรั่งที่ทอดกับมันเนื้อวัววากิว จากนั้นเสิร์ฟมากับเดรสซิ่งผักเคลให้รสชาติขมนิด ๆ ด้านบนท็อปด้วย Pommes Soufflées โรยมากับผงผักเคลและสาหร่ายพวงองุ่น ยังมีน้ำมันผักเคลและซอสไวน์แดงเคี่ยวจากส่วนที่เหลือของเนื้อวัววากิว เชฟใส่อโรมาของแพลงก์ตอนและหอยนางรมลงไปด้วยเพื่อบาลานซ์ความมันของวากิว นอกจากนี้เชฟรมควันด้วยไม้แอชเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาของการย่างด้วยถ่าน
TRANSITION TO SWEET
11 year old Parmesan cloud burnt sablé – Chiang Mai plums
ล้างปากด้วยคอร์สที่เชื่อมต่อระหว่างของคาวและของหวาน เชฟนำเสนอ Parmigiano Reggiano ที่ผ่านการบ่มนานถึง 11 ปีเสิร์ฟมา 3 รูปแบบคือ Sablé, Cloud และ Crust จากนั้นเชฟจะเทราดน้ำส้มสายชูบัลซามิกที่มีอายุกว่า 25 ปีลงไปเพื่อสร้างรสหวานเข้มข้น
IMPOSSIBLE PISTACHIO
4 consistencies of Bronte pistachio
วัตถุดิบสำคัญของคอร์สถัดไป
IMPOSSIBLE PISTACHIO
4 consistencies of Bronte pistachio
เชฟนำเสนอหนึ่งในวัตถุดิบระดับโลกอย่าง Bronte Pistachio เสิร์ฟมา 4 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยทุกองค์ประกอบล้วนเตรียมขึ้นมาจากไอศกรีมแต่กลับให้ระดับความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้คอร์สนี้ยังไม่มีครีมและนมเป็นส่วนผสมอีกด้วย
GUILT-FREE DARK CHOCOLATE PLEASURE
Chef Luca’s signature blend of Klong Loi 82% dark chocolate – Seasonal fruit
Smokaccia Garden’s banana – Piedmont Hazelnut
Phang nga rum – No dairy – No sugar
ของหวานจานหลักเชฟยังคงเลือกที่จะไม่ใส่ทั้งน้ำตาลและนมลงไปแม้แต่น้อย องค์ประกอบหลักคือดาร์คช็อกโกแลตท้องถิ่นของไทยเข้มข้น 82 % ผสมผสานกับรสชาติหวานของอินทผลัมและกล้วยจากสวนของทางร้าน ด้านล่างรองด้วยสปองเค้กช็อกโกแลต เชฟเพิ่มมิติทางรสชาติด้วยขนุนเคี่ยวและแผ่นฮาเซลนัทกรอบ สุดท้ายคือซอสอัลมอนด์ที่ใส่รสเปรี้ยวของมะยมลงไปด้วย
THE PERFECT ENDING
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วหลายอย่างคือ
WATERMELON
Extraction, seeds, wine fermented skin
ZERO WASTE MODERN CANNOLO
Thai ricotta cheese – Orange reduction
LEMON CLOUD
Lemon meringue
COCONUT SNOWBITE
Phuket coconut nitrogen frosted
CHEF LUCA’S 21 DAYS LIMONCELLO
Thai lemon – Cardamom – Vanilla – Anise
THE PERFECT ENDING
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วหลายอย่างคือ
WATERMELON
Extraction, seeds, wine fermented skin
ZERO WASTE MODERN CANNOLO
Thai ricotta cheese – Orange reduction
LEMON CLOUD
Lemon meringue
COCONUT SNOWBITE
Phuket coconut nitrogen frosted
CHEF LUCA’S 21 DAYS LIMONCELLO
Thai lemon – Cardamom – Vanilla – Anise
The Smokaccia Laboratory เป็นห้องอาหารที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเลไม่ไกลกันจากหาดสุรินทร์และหาดกมลาอันโด่งดังของจังหวัดภูเก็ต เชฟ Luca Mascolo ค่อย ๆ ดัดแปลงร้านกาแฟเก่าให้กลายมาเป็นร้านอาหาร Fine Dining ที่มีบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ด้านหน้าเป็นห้องรับรองขนาดย่อมที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างเรียกน้ำย่อย ภายในห้องรับประทานอาหารหลักมีเคาน์เตอร์สำหรับจัดเสิร์ฟอาหาร 2 คอร์สแรก เคาน์เตอร์หันหน้าเข้าหาครัวเปิดสร้างบรรยากาศที่ไม่หยุดนิ่งและน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านหลังเป็นโต๊ะไม้ไร้ผ้าปูให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในกลุ่มเพื่อนมากขึ้น
เชฟ Luca Mascolo เกิดที่เมือง Barletta ในแคว้น Puglia ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาและเริ่มต้นงานเป็นเชฟมืออาชีพเขามีโอกาสร่วมมือกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ในประเทศอิตาลีก่อนจะเดินทางข้ามซีกโลกมารับงานเป็น Head Chef ให้กับโรงแรมหรูหลายแห่งในประเทศไทย ถึงแม้ว่าฝีมือการเตรียมอาหารอิตาลีของเขาจะไม่ธรรมดาแต่สิ่งที่เขาต้องการสูงสุดคือการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองอันเป็นที่มาของร้าน The Smokaccia ในระยะแรกนั่นเอง เขาเริ่มต้นคิดหาวิธีการทำขนมปังที่สมบูรณ์แบบในสไตล์ของตัวเองก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมาเขาจะปรับเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการและความทรงจำภูมิหลังของตัวเองดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
ห้องเก็บไวน์
ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ชุดใหญ่โดยใช้ชื่อว่า 18-Course Culinary Scientist มีให้เลือก 3 รูปแบบคือ Include meat/fish, Vegetarian และ Vegan ทุกคอร์สมีราคาเท่ากันคือ 6,900++ และใช้ระยะเวลาในการจัดเสิร์ฟประมาณ 2.5 ถึง 3 ชั่วโมง