Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
ราก เป็นร้านอาหารไทยที่ก่อตั้งโดยเชฟมากความสามารถ 2 ท่านคือเชฟเซฟและเชฟเต้า ทั้งคู่มีประสบการณ์ในการร่วมงานกับห้องอาหาร Mezzaluna (2 MICHELIN Stars) ก่อนจะออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเองในย่านพระราม 3 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2567 เชฟทั้งสองตัดสินใจย้ายร้านมายังตำแหน่งปัจจุบันคือซอยเล็ก ๆ บนถนนปรีดีพนงยงค์ 26 ตัวอาคารมองจากด้านหน้าเป็นบ้าน 2 ชั้น ภายในมีขนาดไม่ใหญ่นัก ครัวแบบเปิดกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาจากลูกค้าทุกกลุ่ม โต๊ะไม้ไร้ซึ่งผ้าปูตกแต่งด้วยตุ๊กตานางรำ นอกจากนี้บนชั้นวางของยังมีการจัดแสดงเครื่องเทศต่าง ๆ เอาไว้ในขวดโหลอีกด้วย
Price :
900-1,800 THB
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
มื้อกลางวัน เสาร์-อาทิตย์ 12:00-14:00 มื้อค่ำ อังคาร-อาทิตย์ 18.00-21.30 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหารที่ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากันกับเทคนิคโมเดิร์นได้อย่างลงตัว
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Á LA CARTE
Rark – ราก
MICHELIN Selected – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Thai – อาหารไทย
ลูกค้าสามารถจองโต๊ะได้ผ่าน Lind ID: @rarkthai และโอนเงินมัดจำสำหรับจองโต๊ะ
เบื้องหลนอ่องปูนา คาเวียร์หัวหิน (690++)
Crispy Thai Pancake with Grilled Crab Fat Sauce & Hua Hin Caviar (4 Pcs)
เริ่มต้นด้วยขนมเบื้องกรอบ ตรงกลางบรรจุมะพร้าวเชื่อมและยำใบชาสไตล์เมียนม่าประกอบไปด้วยกะหล่ำปลี มะเขือเทศ และถั่ว ถัดมาคือหลนอ่องปูนาและครีมกะทิ เชฟเพิ่มความอุมามิโดยการใส่คาเวียร์หัวหินลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยขมิ้นอ่อน สายบัว และผักชี (14/20)
ข้าวหน้าเป็ดอย่างหรู (320++)
Fancy Roasted Duck rice (2 Pcs)
เมนูข้าวหน้าเป็ดที่เชฟตีความใหม่ในรูปแบบของตัวเอง ด้านล่างคือแผ่นแครกเกอร์ข้าวกรอบ ตรงกลางคือมูสตับเป็ดให้กลิ่นของเหล็กที่พอเหมาะ จากนั้นปักแผ่นหนังเป็ดที่เตรียมมาอย่างเป็ดปักกิ่งลงไป เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยเจล 3 อย่างเริ่มต้นจากเจลสีขาวคือกะทิและขิง เจลสีม่วงคือหมากเม่า และเจลสีเขียวจากแอปเปิ้ล จากนั้นใส่ขิงดองและแตงกวาลงไปด้วย วิธีรับประทานให้ใช้แผ่นหนังเป็ดประกบไปด้านบนเป็นอันพร้อมชิม (15/20)
ทอดมันกุ้ง (250++)
Thai Shrimp Cakes (2 Pcs)
ทอดมันกุ้งที่ทาด้วยซอสมันกุ้งแท้ ๆ จากนั้นโรยด้วยต้นหอมซอย ผิวด้านนอกกรอบ รสชาติมีความหวานนำ เชฟแนะนำให้จับคู่กับซอสบ๊วยที่ผสมผสานหัวไชเท้าดองและพริกดองเข้าด้วยกัน ส่วนสีสันในน้ำจิ้มมาจากพริกสองสีนั่นเอง (14/20)
ยำลิ้นวัวแจ่วปลาร้ากะทิ (570++)
Beef Tongue and Fermented Fish Relish
ลิ้นวัวย่างท็อปด้วยใบมะกรูดซอย เชฟใส่องค์ประกอบอื่น ๆ ลงไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายรสชาติและเนื้อสัมผัสเช่น องุ่นแดง มะพร้าวทึนทึกที่ผ่านการอบและฝานบาง ๆ ข้าวคลุกพริกแกงทอด หอมเจียว หน่อไม้ ผักแพว หอมแดง พริก ตรงกลางคือซอสแจ่วปลาร้าใส่เต้าเจี้ยวใส่ความมัน นวล หอม และมีอโรมาเฉพาะตัว (14/20)
คอหมูย่าง น้ำจิ้มพริกลาบ (395++)
Grilled Pork Neck
คอหมูย่างที่ผ่านการหมักน้ำผึ้งแล้วย่างต่ออีก 3 รอบจนสุกกำลังดีให้รสชาติหวานละมุน (14/20)
หมึกสะดุ้งไฟ (510++)
Grilled soft cuttlefish over charcoal
หมึกตกตัวโตที่เชฟนำไปย่างถ่านจนสุกที่ผิวชั้นนอก ส่วนเนื้อตรงกลางยังคงฉ่ำ เชฟทาเนยกระเทียม จากนั้นราดด้วยซอสจากเปลือกกุ้งรวมไปถึงน้ำมันมะกรูดที่มีความหวานไม่เหมือนใคร ข้าง ๆ คือน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่หมึกแห้ง ผักกาดหิ่นเพื่อให้ความฉุน ทั้งยังมีรสชาติจัดจ้านอีกด้วย ก่อนชิมเชฟแนะนำให้บีบส้มจี๊ดลงไปเล็กน้อย (14/20)
แกงเผ็ดเป็ดย่าง (530++)
Roasted duck red curry
แกงเผ็ดเป็ดย่างที่ได้ความหวานจากลองกอง เนื้อแกงเนียนตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของน้ำมันกุยช่าย แต่รสชาติของแกงเผ็ดยังไม่เด่นชัดมากนัก เนื้อเป็ดย่างมีความเหนียวโดยธรรมชาติจนอาจไม่เหมาะกับการใช้ช้อนและส้อมในการรับประทาน เชฟเสิร์ฟมากับขนมใส่ไส้สอดไส้ถั่ว ในจานมีความเปรี้ยวของลูกไหนดอยสำหรับตัดเลี่ยน จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอความหวานของวัตถุดิบไม่ผ่านการเติมน้ำตาลเพิ่มลงไปแม้แต่น้อย (13/20)
แกงส้ม 1 คืน (360++)
Orange Soup with Pork and Tomato
แกงส้มกระดูกหมูสูตรพิเศษจากบ้านของเชฟ ไฮไลท์คือรสชาติที่มีความเข้มข้นและอุมามิจากมะเขือเทศเข้ากันกับเนื้อหมูนุ่ม ๆ ได้อย่างลงตัว (14/20)
แกงซี่โครงหมูชะมวง (390++)
Charcoal-Grilled Pork Rib Curry with Cha-Muang Leaves
ซี่โครงหมูที่ผ่านการตุ๋นนาน 1 ชั่วโมงแล้วย่างต่อจนสุก เชฟเสิร์ฟมากับแกงชะมวงสไตล์ตะวันออกแต่ปรับปรุงวัตถุดิบโดยการใส่ Sambal Balado ลงไปด้วย ข้าง ๆ คือพริกดองย่าง ทับทิม ใช้ตัดความมันของแกงได้ดี (15/20)
เนื้อวากิวนครพนมผัดดีปลี (530++)
Stir-Fried Thai Wagyu Beef with Dee-Phi
เชฟนำโคจิไปหมักกับซีอิ๊วขาว จากนนั้นมาใช้ในการหมักเนื้อวากิวนครพนมอีกทีหนึ่งเพื่อให้เนื้อนุ่มและเคี้ยวง่ายขึ้น เชฟนำไปผัดกับดีปลีสร้างความเผ็ดร้อนได้อย่างมีมิติ (14/20)
ผัดสามเหม็นส้มปลากะปิหอม (355++)
Stir-Fried Stinky Vegetables with Pickled Fish and Shrimp Paste
ผัดสามเหม็นที่เชฟใส่ปลาส้ม สะตอ กระเทียมดอง ชะอม และกะปิเคยอย่างดีจนได้รสชาติมันอูมามิและหอมโดดเด่น ข้าง ๆ คือกุ้งย่างและพริกหวานย่าง คลุกเคล้าองค์ประกอบให้เข้ากันเป็นอันพร้อมชิม (13/20)
ไข่เจียวไข่เป็ดหอมแดง ใส่หอมแดง (130++)
Omelette with Shallot
ไข่เจียวไข่เป็ดใส่หอมแดงสร้างกลิ่นหอมพอเหมาะ (14/20)
ข้าวเม่าน้ำกะทิ (220++)
Aromatic Unripe Rice in Coconut Milk
ของหวานจานแรกคือข้าวเม่าเสิร์ฟมาในน้ำกะทิหอมมัน (13/20)
ไอศกรีมไข่แข็ง ทรงเครื่อง (260++)
“Egg Custard Ice Cream Combo”
ไอติมกะทิสไตล์เจลาโต้ ด้านในมีขนมมันสำปะหลัง วุ้นมะนาว และเนื้อมะพร้าว ด้านบนโรยด้วยไข่แข็ง (14/20)
รายการเครื่องดื่ม
ราคา 9,257.11 บาท
รายการอาหารนำเสนอมาในรูปแบบ À La Carte โดยแบ่งหมวดหมู่ออกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, สลัดหรือยำ, ย่าง & แกง & ซุป, ทอด & ผัด รวมไปถึงอาหารหวาน ทุกจานเป็นเมนูที่ประกอบขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยโดยใส่เทคนิคและความคิดเฉพาะตัวของเชฟลงไปเพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้แตกต่างจากร้านอื่น ๆ ได้อย่างน่าสนใจ
ราก เป็นร้านอาหารไทยที่ก่อตั้งโดยเชฟมากความสามารถ 2 ท่านคือเชฟเซฟและเชฟเต้า ทั้งคู่มีประสบการณ์ในการร่วมงานกับห้องอาหาร Mezzaluna (2 MICHELIN Stars) ก่อนจะออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเองในย่านพระราม 3
กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2567 เชฟทั้งสองตัดสินใจย้ายร้านมายังตำแหน่งปัจจุบันคือซอยเล็ก ๆ บนถนนปรีดีพนงยงค์ 26
ภายในมีขนาดไม่ใหญ่นัก ครัวแบบเปิดกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาจากลูกค้าทุกกลุ่ม โต๊ะไม้ไร้ซึ่งผ้าปูตกแต่งด้วยตุ๊กตานางรำ นอกจากนี้บนชั้นวางของยังมีการจัดแสดงเครื่องเทศต่าง ๆ เอาไว้ในขวดโหลอีกด้วย
อาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์น่าพึงพอใจ ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง รายการไวน์มีให้เลือกไม่มากนัก พนักงานให้บริการอย่างเป็นกันเอง เมื่อมีช่วงว่างระหว่างมื้อเชฟจะคอยออกมาอธิบายรายละเอียดของอาหารด้วยตัวเองทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารมีความพิเศษขึ้นไปอีกขั้น
ตัวอาคารมองจากด้านหน้าเป็นบ้าน 2 ชั้น