Visit: May 21, 2026

🇮🇹 Enrico Bartolini al Mudec - เอนรีโก บาร์โตลินี อัล มูเด็ค

👨🏻‍🍳 Chef Enrico Bartolini & Chef Davide Boglioli - เชฟเอ็นรีโก บาร์โตลินี & เชฟดาวิเด โบญโยลี

via Tortona 56, Milan, 20144, Italy

Tel: (+39) 02 8429 3701

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Italy

MICHELIN Guide

3 MICHELIN Stars

Score

18.5/20

Price

2/5
          

🎗️ [INTRO] หลังจากช่วงปิดทำการของพิพิธภัณฑ์ Mudec ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์ MUDEC ห้องอาหาร Enrico Bartolini al Mudec ระดับ 3 MICHELIN Stars เปี่ยมไปด้วยความละเมียดละไม ทั้งในรสชาติ บรรยากาศ และแนวทางการนำเสนอ ทุกจานถ่ายทอดความพิถีพิถันผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบและเทคนิคชั้นสูงโดยมีเชฟ Enrico Bartolini และเชฟ Davide Boglioli เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

          

🎗️ [THE PLACE] Enrico Bartolini al Mudec เปิดทำการครั้งแรกในปี 2016 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ Museo delle Culture (Mudec) ในนคร Milan ก่อนจะคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในเดือนพฤศจิกายน 2019 ซึ่งตรงกับคู่มือปกแดงฉบับปี 2020 พื้นที่ต้อนรับตกแต่งในบรรยากาศสบาย ๆ ในสไตล์ Casual Lounge ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโดยใช้ Boiserie หรือแผงไม้หลากหลายสีช่วยสร้างความรู้สึกสงบ โต๊ะกลมปูด้วยผ้าสีขาวรังสรรค์บรรยากาศให้มีความหรูหรา ภาพวาดแบบร่วมสมัยส่องสว่างด้วยแสงไฟจาก Catellani & Smith Light Sticks กลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ตลอดมื้อ ใครที่นั่งริมกระจกสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพโดยรอบของย่าน Tortona นอกจากนี้ยังมีห้องกึ่งส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] Enrico Bartolini เกิดที่เมือง Castelmartini แคว้น Tuscany ในปี 1979 เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Montecatini Terme และเริ่มต้นทำงานใน Trattoria ในเมือง Pistoia ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับเชฟ Paolo Petrini ที่กรุง Paris และเชฟ Mark Page ในกรุง London ก่อนจะเดินทางกลับมาช่วยเชฟ Massimiliano Alajmo ควบคุมห้องอาหาร Le Robinie ในเมือง Oltrepò Pavese จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในขณะที่ตัวเขามีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นเขาย้ายมาควบคุมห้องอาหาร Devero Ristorante และ Dodici24 Quick Restaurant ในเมือง Cavenago Brianza และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, Tre Cappelli L’Espresso และ Tre Forchette Gamberro Rosso มาครองได้สำเร็จในขณะที่เขาอายุ 33 ปี ความท้าทายครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจย้ายมาเปิดห้องอาหารบนชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์ MUDEC ในนคร Milan และคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2016 ปัจจุบันเขายังมีห้องอาหารอื่น ๆ ภายใต้การควบคุมอีกมากมายคือ Glam Enrico Bartolini (🌟🌟 2 MICHELIN Stars), Locanda Sant’Uffizio Enrico Bartolini (🌟🌟 2 MICHELIN Stars), Il Poggio Rosso (🌟 1 MICHELIN Star), Anima (🌟 1 MICHELIN Star), Il Fuoco Sacro (🌟 1 MICHELIN Star), Bluh Furore (🌟 1 MICHELIN Star), La Trattoria Enrico Bartolini (🌟 1 MICHELIN Star), Palazzo Utini, L’Aurum ทั้งยังมีส่วนในการควบคุมห้องอาหาร Villa Elena (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) อีกด้วย สำหรับห้องอาหารหลักที่นคร Milan แห่งนี้เขาได้มอบหมายงานให้เชฟหนุ่มอายุน้อยนามว่า Davide Boglioli เป็นผู้ควบคุมห้องครัวทั้งหมด เขาเกิดที่เมือง Bra ในแคว้น Piedmont ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงอย่าง Piazza Duomo (3 MICHELIN Stars) มาแล้วอีกด้วย

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Enrico Bartolini อาศัยปรัชญา Contemporary Classic โดยผสมผสานวัตถุดิบเข้ากันกับเทคนิคร่วมสมัยจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทุกจานตั้งแต่ของว่างไปจนถึงอาหารหวานได้รับการจัดวางอย่างสวยงามราวกับงานศิลป์ระดับสูง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Best Of (300 €) ที่จะหยิบยก Signature Dish ระดับตำนานของเชฟจำนวน 5 จานมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ถัดมาคือ Mudec Experience (375 €) ที่จะผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte เสิร์ฟมาเริ่มต้นที่ 2 Dishes (250 €), 3 Dishes (300 €) และ 4 Dishes (350 €) รายการไวน์ที่กำกับดูแลโดย Sommelier มากความสามารถอย่างคุณ Edoardo Jobet Monett มีให้เลือกหลากหลายแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ตัวอย่างจานที่เราขอปักหมุดให้ลองตามมาชิมกันคือ

✨ Mediterranean sole, grilled salad, saffron and verjus

ปลา Sole จากท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนท็อปด้านบนด้วยผักสลัดย่างและ Smoked Oil ที่ผสมผสานถ่านและดีหมึกเข้าด้วยกันช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ไฮไลท์คือ รอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสานอโรมาของหญ้าฝรั่นกับ Verjus เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน (19/20)

✨ Beetroot risotto with gorgonzola cheese sauce ”Evolution“

สุดยอดเมนู Iconic Dish ของเชฟ Enrico Bartolini ที่มีอายุครบ 20 ปีพ ฃอดิบพอดีในปี 2025 คือข้าวรีซอตโต้บีทรูทให้สีชมพูอมแดงสวยงาม เมล็ดข้าวสุกกำลังดีไร้ที่ติ ซอสสีขาวด้านบนเตรียมมาจากชีส Gorgonzola ให้ความมันผสมผสานกันกับความเปรี้ยวและเข้มข้นของ Emulsion เชอร์รี่ สุดท้ายคือองค์ประกอบของซอสถั่ววอลนัทรอบ ๆ จานโดยจะมีพนักงานพ่นน้ำหอมถั่ววอลนัทช่วยสร้างรสหวานได้อย่างกลมกล่อมและมีมิติ (18/20)

✨ Podolic cow fillet, smoked with myrtle and italian-style sauce

วัวอิตาลีสายพันธุ์ Podolica จากแคว้น Basilicata ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟเสิร์ฟมากับ Castraure หรืออาร์ติโชคอ่อน ข้าง ๆ กันคือหัวใจวัวเสียบไม้ Myrtle ย่างมาให้เนื้อสัมผัสหนึบและไม่คาว ยังมี Tartelette จิ๋วที่บรรจุหางวัวตุ๋นจนนุ่มผสมผสานกันกับซอส Bearnaise รสชาติกลมกล่อม จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสไตล์อิตาลีเตรียมมาจากน้ำสต๊อกวัวและเมล็ดมะเขือเทศให้รสชาติที่เข้มข้นลงไปในจาน (19/20)

🎗️ [WHY GO] Enrico Bartolini al Mudec ไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars แห่งเดียวในเมือง Milan เท่านั้นแต่ยังเป็นเวทีที่ถ่ายทอดแนวคิด “Contemporary Classic” ผ่านจานอาหารที่ทั้งสง่างาม ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยเทคนิคเบื้องหลังระดับสูง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสการนำเสนอรสชาติอาหารอิตาลีผ่านมุมมองร่วมสมัยที่ยกระดับทุกวัตถุดิบให้เฉิดฉาย พร้อมบรรยากาศที่สงบ เป็นส่วนตัว และหรูหราอย่างพอดี ทั้งหมดนี้ทำให้ที่นี่คือหนึ่งในร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ที่เหนือกว่าร้านอื่น ๆ ทั่วไป

Price :

250-375 €

Parking :

จอดรถที่ Parcheggio Mudec

Operating Time :

Lunch Tue-Sat 12.30-14.00, Dinner Tue-Sat 19.30-22.00, Closed on Sun-Mon

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารที่ถ่ายทอดแนวคิด ”Contemporary Classic“ ผ่านจานอาหารออกมาได้อย่างลงตัว

อาหาร :

18.5

ราคา :

2/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

5/5

Map

📃 MENU BEST OF (300 €)

          

Mediterranean sole, grilled salad, saffron and verjus

Bottoni filled with olive oil and lime, octopus and cacciucco sauce

Beetroot risotto with gorgonzola cheese sauce ”Evolution“

Podolic cow fillet, smoked with myrtle and italian-style sauce

Guanaja chocolate soufflé, salted peanut, rum pineapple, coconut vinegar and toasted sesame

🇮🇹 Enrico Bartolini al Mudec – เอนรีโก บาร์โตลินี อัล มูเด็ค

🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars – 3 ดาวมิชลิน

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Enrico Bartolini & Chef Davide Boglioli – เชฟเอ็นรีโก บาร์โตลินี & เชฟดาวิเด โบญโยลี

Welcome Aperitif

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Twisted Breadstick กรอบ ๆ (18/20)

Welcome Aperitif

Roasted Modern Eggplant ละมุนลิ้นขนาบข้างด้วยกุ้ง Langoustine หวาน ๆ ด้านบนคือคาเวียร์ที่เต็มไปด้วยความอูมามิ จากนั้นลากด้วย Grapefruit Juice ที่ผ่านการรมควันมาเล็กน้อยช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (18/20)

Welcome Aperitif

ลูกบอลทอดทรงกลม ผิวชั้นนอกเตรียมมาจากถั่วลูกไก่ฟูนุ่ม ด้านในมีความนุ่มหนึบของหอยทากแอบซ่อนอยู่กับซอสมะเขือเทศและหัวหอมใส่ ด้านบนมีความกรอบของถั่วอัลมอนด์ผักใส่มาด้วย (18/20)

Welcome Aperitif

Farinata di Ceci มีต้นกำเนิดอยู่แถบ Liguria เชฟนำมาตีความใหม่โดยการทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมัน แผ่นแป้งเตรียมมาจากถั่วลูกไก่ด้านในสอดไส้เห็ด Punterelle และเนื้อกุ้งจากทะเล Ligurian Sea (18/20)

Welcome Aperitif

แผ่นเวเฟอร์ที่เตรียมมาจากหัวหอมใหญ่ผัด ตรงกลางมีเชอร์รี่รสเปรี้ยวและความหอมของสมุนไพร Santolina (18/20)

Welcome Aperitif

Saffron Rice Chip ที่มียอดใบ Turnip ใส่มาด้วย (18/20)

Welcome Aperitif

Taco กรอบจับคู่กับปู King Crab และ Horseradish Mayonnaise สร้างความฉุนที่พอเหมาะ (18/20)

Welcome Aperitif

จากนั้นปิดท้ายด้วย Rocher ด้านในคือ Raw Beef ผสมผสานกับความหอมของถั่วฮาเซลนัทแล้วห่อด้วยทองคำรับประทานได้ (18/20)

Bread

จากนั้นพนักงานจะนำเสนอขนมปังอย่างแรกที่เตรียมมาจากบีทรูท แอปเปิ้ล แคร์รอต และงาดำ ข้าง ๆ คือเนยจากฝรั่งเศสที่มีรสชาติและอโรมาของส้ม Tangerine

Mediterranean sole, grilled salad, saffron and verjus

ปลา Sole จากท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนท็อปด้านบนด้วยผักสลัดย่างและ Smoked Oil ที่ผสมผสานถ่านและดีหมึกเข้าด้วยกันช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ไฮไลท์คือ รอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสานอโรมาของหญ้าฝรั่นกับ Verjus เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน (19/20)

Bottoni filled with olive oil and lime, octopus and cacciucco sauce

คอร์สนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากแถบ Tuscany โดยการนำเสนอ Bottoni พาสต้าทรงเกี๊ยวที่ด้านในสอดไส้ด้วย Emulsion ของน้ำมันมะกอกและมะนาว ด้านบนคือหนวดหมึกยักษ์ย่างหั่นเป็นชิ้นพอเหมาะช่วยเพิ่มมิติความหนึบ จากนั้นพนักงานจะเทราด Cacciucco Sauce หรือซอสชาวประมงที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Livorno เตรียมขึ้นจากปลากว่า 15 ชนิดและมะเขือเทศให้รสชาติเข้มข้นลงไปในจาน (18/20)

Beetroot risotto with gorgonzola cheese sauce ”Evolution“

สุดยอดเมนู Iconic Dish ของเชฟ Enrico Bartolini ที่มีอายุครบ 20 ปีพอดิบพอดีในปี 2025 คือข้าวรีซอตโต้บีทรูทให้สีชมพูอมแดงสวยงาม เมล็ดข้าวสุกกำลังดีไร้ที่ติ ซอสสีขาวด้านบนเตรียมมาจากชีส Gorgonzola ให้ความมันผสมผสานกันกับความเปรี้ยวและเข้มข้นของ Emulsion เชอร์รี่ สุดท้ายคือองค์ประกอบของซอสถั่ววอลนัทรอบ ๆ จานโดยจะมีพนักงานพ่นน้ำหอมถั่ววอลนัทช่วยสร้างรสหวานได้อย่างกลมกล่อมและมีมิติ (18/20)

Bread

ถัดมาเป็นขนมปังที่ผสมผสานเมล็ดเฟนเนลและ Anise เข้าด้วยกัน

Podolic cow fillet, smoked with myrtle and italian-style sauce

คอร์สนี้คือวัวอิตาลีสายพันธุ์ Podolica จากแคว้น Basilicata ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี (19/20)

Podolic cow fillet, smoked with myrtle and italian-style sauce

พนักงานจะมาแล่เนื้อให้ข้าง ๆ โต๊ะ (19/20)

Podolic cow fillet, smoked with myrtle and italian-style sauce

วัวอิตาลีสายพันธุ์ Podolica จากแคว้น Basilicata ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟเสิร์ฟมากับ Castraure หรืออาร์ติโชคอ่อน ข้าง ๆ กันคือหัวใจวัวเสียบไม้ Myrtle ย่างมาให้เนื้อสัมผัสหนึบและไม่คาว ยังมี Tartelette จิ๋วที่บรรจุหางวัวตุ๋นจนนุ่มผสมผสานกันกับซอส Bearnaise รสชาติกลมกล่อม จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสไตล์อิตาลีเตรียมมาจากน้ำสต๊อกวัวและเมล็ดมะเขือเทศให้รสชาติที่เข้มข้นลงไปในจาน (19/20)

Pre-dessert

ล้างปากด้วย Pre-dessert คือเชอร์รี่และซอร์เบท์ราสเบอร์รี่ที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Cinnamon และ Clove

Pre-dessert

ล้างปากด้วย Pre-dessert คือเชอร์รี่และซอร์เบท์ราสเบอร์รี่ที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Cinnamon และ Clove

Guanaja chocolate soufflé, salted peanut, rum pineapple, coconut vinegar and toasted sesame

ซูเฟล่ที่เตรียมมาจากช็อกโกแลต Guanaja เสิร์ฟมาร้อน ๆ เนื้อซูเฟล่นุ่ม ฟู หอม รสชาติเข้มข้น ผิวชั้นนอกมีความกรอบเบา ๆ ด้านล่างของซูเฟลแอบซ่อนคือ Hot Peanut Heart หรือหัวใจถั่วลิสงเอาไว้ด้วย ในจานมีองค์ประกอบของสับปะรดและเหล้ารัมจับคู่กับครีมงาคั่ว ยังมีไอศกรีมนมแพะที่มีอโรมาของพริกไทยและโฟมน้ำส้มสายชูมะพร้าว ด้านบนคือชิ้นสุดท้ายคือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากงาคั่วนั่นเอง (19/20)

Guanaja chocolate soufflé, salted peanut, rum pineapple, coconut vinegar and toasted sesame

ในถ้วยคือ Battered Pineapple หรือเบียร์สับปะรดที่ได้จากการนำสับปะรดไปหมักกับเครื่องเทศเช่น Cinnamon, Anise และ Clove เป็นต้น (19/20)

นอกจากนี้ยังมีของหวานพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางมาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษอีกด้วย

Mignardises

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Bombolone with Parsley Cream, Passionfruit Candy, Strawberry- Grape Jelly with Pop Rock, Pastry with Green Apple Sauce และ Ndujotto with Gianduja Chocolate

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 1,610 €/4 คน

🎗️ [INTRO] หลังจากช่วงปิดทำการของพิพิธภัณฑ์ Mudec ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์ MUDEC ห้องอาหาร Enrico Bartolini al Mudec ระดับ 3 MICHELIN Stars เปี่ยมไปด้วยความละเมียดละไม ทั้งในรสชาติ บรรยากาศ และแนวทางการนำเสนอ ทุกจานถ่ายทอดความพิถีพิถันผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบและเทคนิคชั้นสูงโดยมีเชฟ Enrico Bartolini และเชฟ Davide Boglioli เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

🎗️ [THE PLACE] Enrico Bartolini al Mudec เปิดทำการครั้งแรกในปี 2016 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ Museo delle Culture (Mudec) ในนคร Milan ก่อนจะคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในเดือนพฤศจิกายน 2019 ซึ่งตรงกับคู่มือปกแดงฉบับปี 2020

โต๊ะกลมปูด้วยผ้าสีขาวรังสรรค์บรรยากาศให้มีความหรูหรา

ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโดยใช้ Boiserie หรือแผงไม้หลากหลายสีช่วยสร้างความรู้สึกสงบ

ภาพวาดแบบร่วมสมัยส่องสว่างด้วยแสงไฟจาก Catellani & Smith Light Sticks กลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ตลอดมื้อ

พื้นที่ต้อนรับตกแต่งในบรรยากาศสบาย ๆ ในสไตล์ Casual Lounge

ภายในห้องอาหาร

ใครที่นั่งริมกระจกสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพโดยรอบของย่าน Tortona นอกจากนี้ยังมีห้องกึ่งส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] Enrico Bartolini เกิดที่เมือง Castelmartini แคว้น Tuscany ในปี 1979 เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Montecatini Terme และเริ่มต้นทำงานใน Trattoria ในเมือง Pistoia ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับเชฟ Paolo Petrini ที่กรุง Paris และเชฟ Mark Page ในกรุง London ก่อนจะเดินทางกลับมาช่วยเชฟ Massimiliano Alajmo ควบคุมห้องอาหาร Le Robinie ในเมือง Oltrepò Pavese จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในขณะที่ตัวเขามีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นเขาย้ายมาควบคุมห้องอาหาร Devero Ristorante และ Dodici24 Quick Restaurant ในเมือง Cavenago Brianza และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, Tre Cappelli L’Espresso และ Tre Forchette Gamberro Rosso มาครองได้สำเร็จในขณะที่เขาอายุ 33 ปี ความท้าทายครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจย้ายมาเปิดห้องอาหารบนชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์ MUDEC ในนคร Milan และคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2016 ปัจจุบันเขายังมีห้องอาหารอื่น ๆ ภายใต้การควบคุมอีกมากมายคือ Glam Enrico Bartolini (🌟🌟 2 MICHELIN Stars), Locanda Sant’Uffizio Enrico Bartolini (🌟🌟 2 MICHELIN Stars), Il Poggio Rosso (🌟 1 MICHELIN Star), Anima (🌟 1 MICHELIN Star), Il Fuoco Sacro (🌟 1 MICHELIN Star), Bluh Furore (🌟 1 MICHELIN Star), La Trattoria Enrico Bartolini (🌟 1 MICHELIN Star), Palazzo Utini, L’Aurum ทั้งยังมีส่วนในการควบคุมห้องอาหาร Villa Elena (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) อีกด้วย สำหรับห้องอาหารหลักที่นคร Milan แห่งนี้เขาได้มอบหมายงานให้เชฟหนุ่มอายุน้อยนามว่า Davide Boglioli เป็นผู้ควบคุมห้องครัวทั้งหมด เขาเกิดที่เมือง Bra ในแคว้น Piedmont ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงอย่าง Piazza Duomo (3 MICHELIN Stars) มาแล้วอีกด้วย

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Enrico Bartolini อาศัยปรัชญา Contemporary Classic โดยผสมผสานวัตถุดิบเข้ากันกับเทคนิคร่วมสมัยจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทุกจานตั้งแต่ของว่างไปจนถึงอาหารหวานได้รับการจัดวางอย่างสวยงามราวกับงานศิลป์ระดับสูง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Best Of (300 €) ที่จะหยิบยก Signature Dish ระดับตำนานของเชฟจำนวน 5 จานมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ถัดมาคือ Mudec Experience (375 €) ที่จะผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส สุดท้ายคือรายการแบบ À La Carte เสิร์ฟมาเริ่มต้นที่ 2 Dishes (250 €), 3 Dishes (300 €) และ 4 Dishes (350 €) รายการไวน์ที่กำกับดูแลโดย Sommelier มากความสามารถอย่างคุณ Edoardo Jobet Monett มีให้เลือกหลากหลายแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง

ขนม Rossana

รางวัล 2023 MICHELIN Italy Mentor Chef Award

🎗️ [WHY GO] Enrico Bartolini al Mudec ไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars แห่งเดียวในเมือง Milan เท่านั้นแต่ยังเป็นเวทีที่ถ่ายทอดแนวคิด “Contemporary Classic” ผ่านจานอาหารที่ทั้งสง่างาม ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยเทคนิคเบื้องหลังระดับสูง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสการนำเสนอรสชาติอาหารอิตาลีผ่านมุมมองร่วมสมัยที่ยกระดับทุกวัตถุดิบให้เฉิดฉาย พร้อมบรรยากาศที่สงบ เป็นส่วนตัว และหรูหราอย่างพอดี ทั้งหมดนี้ทำให้ที่นี่คือหนึ่งในร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ที่เหนือกว่าร้านอื่น ๆ ทั่วไป