หน้าแรก » 🇹🇭 Cadence by Dan Bark – เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค
Visit: January 21, 2026
🇹🇭 Cadence by Dan Bark - เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค
👨🏻🍳 Chef Dan Bark - เชฟแดน บาร์ค
225 ซ.ปรีดี พนมยงค์ 25 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110, ประเทศไทย
Tel: 091-713-9034
Cuisine
🍴 Innovative, Creative - อาหารเชิงนวัตกรรม, อาหารเชิงสร้างสรรค์
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
[THE PLACE] เชฟ Dan Bark แปลงโฉมอาคารขนาดใหญ่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เพื่อแบ่งห้องอาหารออกเป็น 2 ฝั่งเริ่มจากคือ Caper by Dan Bark ห้องอาหารกึ่งบาร์สไตล์ Casual Dining ที่เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยมีอาหารสไตล์ Comfort Food เป็นตัวชูโรงพร้อมกับราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกฝั่งหนึ่งคือ Cadence by Dan Bark ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารในรูปแบบเซ็ตเมนูเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ หลังตรวจสอบการจองเรียบร้อยพนักงานต้อนรับจะพาลูกค้าเดินผ่านห้องกระจกเพื่อเสิร์ฟ Welcome Drink ห้องอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีน้ำเงิน-ทอง โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่พร้อมด้วยโซฟารับไปกับรูปทรงของโต๊ะ ทั้งยังสามารถมองเห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ซึ่งมีทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
Price :
2,800-5,300+++
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
มื้อกลางวัน เสาร์-อาทิตย์ 12:00-15:00 มื้อค่ำ พุธ-อาทิตย์ 18:00-23:00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมของอเมริกัน, เกาหลี และไทยออกมาได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 THE CADENCE EXPERIENCE (5,300++)
Cadence by Dan Bark – เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค
MICHELIN Selected – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Innovative, Creative – อาหารเชิงนวัตกรรม, อาหารเชิงสร้างสรรค์
[THE PLACE] เชฟ Dan Bark แปลงโฉมอาคารขนาดใหญ่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เพื่อแบ่งห้องอาหารออกเป็น 2 ฝั่งเริ่มจากคือ Caper by Dan Bark ห้องอาหารกึ่งบาร์สไตล์ Casual Dining ที่เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยมีอาหารสไตล์ Comfort Food เป็นตัวชูโรงพร้อมกับราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกฝั่งหนึ่งคือ Cadence by Dan Bark ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารในรูปแบบเซ็ตเมนูเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ
WELCOME DRINK
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Welcome Drink ที่มีอโรมาของสมุนไพรไทย
เปลือกไวท์ช็อกโกแลตท็อปด้านบนด้วยซิตรัสเจลและองค์ประกอบของมะเขือเทศ ด้านในสอดไส้ต้มข่าหอม ๆ ซึ่งเป็นเมนูแรก ๆ ที่เชฟแดนได้ลองชิมในช่วงที่มายังประเทศไทย
DOUGHNUT & DIP
bacon | clam cheddar & black garlic
เริ่มต้นด้วยโดนัทฟักทองสอดไส้แยมเบคอนรมควัน เชฟแนะนำให้จิ้มลงใน Clam Cheddar Veloute หอมมัน ด้านล่างมีเทอร์นิปและรสชาติอันเข้มข้นของเพียวเรกระเทียมดำที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมนานกว่า 30 วัน ด้านบนโรยด้วยต้นหอมซอยและผงหัวหอมเผา (14/20)
DOUGHNUT & DIP
bacon | clam cheddar & black garlic
เครื่องเทศต่าง ๆ ที่ใช้ในคอร์สนี้ (14/20)
RED SHRIMP IN “REIMAGINED SOM TAM”
vacuum pickled papaya | pomelo in tamarind | 14-day fermented kaffir lime kosho
ทาร์ตแป้งกรอบที่บรรจุกุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนตินามีจุดเด่นที่เนื้ออันหวานฉ่ำ โคโชมะกรูดหมัก 14 วันและส้มโอในเจลมะขามให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งแดงให้เด่นชัดขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่มของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของเส้นมะละกอดิบได้อย่างลงตัว (15/20)
48-MONTH CURED BLACK LABEL IBERICO JAMON
truffle jam | cloudberry marmalade | crispy brioche bread
แฮมเนื้อหมูดำป้ายดำที่ผ่านการหมักบ่มนาน 48 เดือนจากประเทศสเปนเสิร์ฟมาบนขนมปังบริยอร์ชเซียกับเนยจนผิวกรอบ เชฟใส่อโรมาหอม ๆ ของแยมทรัฟเฟิลและความเปรี้ยวเบา ๆ จากแยมเคพกูสเบอร์รี่เข้าไปด้วย (13/20)
ALASKAN KING CRAB GAZPACHO
Chiangmai tomato | ikura | kombu custard
ปูอลาสกันคิงแครบเสิร์ฟมากับุปกัสปาโช่ที่นำซุปมะเขือเทศไปผ่านการ Clarified จนใส ในถ้วยยังมีมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงใหม่ช่วยเรียกความสดชื่น (14/20)
ALASKAN KING CRAB GAZPACHO
Chiangmai tomato | ikura | kombu custard
ด้านบนคือคือแผ่น Tuile น้ำตาลธรรมชาติกรอบ ๆ และไข่ปลาแซลมอน สุดท้ายคือคอมบุคัสตาร์ดช่วยบาลานซ์รสชาติของอาหารทะเลได้ดี (14/20)
FRESHEST BREAD & FAVORITE SPREADS
ขนมปังบริยอชนุ่มฟูเสิร์ฟมากับเนยมะเขือเทศ เนยมิโสะ และแยมน้ำมันมะกอก
CHARRED HOKKAIDO SCALLOP
nasturtium | toasted rice milk | cucumber
หอยเชลล์จากฮอกไกโดที่ผ่านการจี่จนสุกพอดี เชฟหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยข้าวพองกรอบ เสริมด้วยความสดชื่นของแตงกวาดอง (14/20)
CHARRED HOKKAIDO SCALLOP
nasturtium | toasted rice milk | cucumber
ไฮไลต์คือนมข้าวคั่วหอม ๆ ตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของน้ำมันและใบแนสเทอร์ฌัม (14/20)
OSCIETRA CAVIAR
miso-cured tuna | parmesan cream | smoked oil
ปลาทูน่าที่ผ่านการหมักกับมิโสะและมีรสชาติบาง ๆ ของบีทรูทดอง ข้าง ๆ กันคือเพียวเรมิโสะและหัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ จากเห็ดชิเมจิดอง เชฟท็อปด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มความอุมามิ ตรงกลางคือครีมชีสพาเมซานและน้ำมันรมควัน เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่แผ่นพาเมซานกรอบวางมาในจาน (14/20)
OSCIETRA CAVIAR
miso-cured tuna | parmesan cream | smoked oil
ภาพของออสซีตร้าคาเวียร์ (14/20)
BARRAMUNDI
seared foie gras | mustard | charred onion | celery in three ways
ปลากะพงขาวจากแถบเกาะบาหลีเตรียมมาในสไตล์ À La Nacre หรือ Mother of Pearl เชฟยังนำปลาไปซูวีที่อุณหภูมิ 53 องศาเซลเซียสนาน 30 นาทีจนสุกอย่างช้า ๆ ในจานมีเมล็ดมัสตาร์ดดอง เพียวเรมัสตาร์ด ใบมัสตาร์ด และหัวหอมเผา ส่วนเซเลอรี่เสิร์ฟมา 3 รูปแบบคือสด ดองแล้วฝานเป็นรูปริบบิ้น และเพียวเร ชิ้นฟัวกราส์ที่จี่มาพอดีจนมีความครีมมี่ ส่วนซอส Jus มีความเข้มข้นของหัวหอม (14/20)
KAGOSHIMA A4 WAGYU
thai red curry inspired | coconut | pineapple
เนื้อวัววากิวระดับเอ 4 จากจังหวัดคาโกชิม่าเสิร์ฟมากับซอสที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแกงแดง ด้านล่างรองด้วยชิ้นสับปะรดสดและเจลสับปะรด ในจานยังมีเพียวเรมะพร้าว เจลโหระพา และหน่อมะพร้าวตุ๋นในดาชิกรอบ ๆ (15/20)
CONSOMME
variety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolk
น้ำซุปใสไก่ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศเกือบ 20 ชนิด (13/20)
CONSOMME
variety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolk
เชฟตัดด้วยความหวานกรอบของถั่วหยดน้ำตา ผักโอชุ่น ข้าวบาร์เลย์ และหยดไข่แดง (13/20)
พนักงานจะให้ลูกค้าเลือกมีดสำหรับใช้กับเมนคอร์ส
DUCK A L’ORANGE & TRUFFLE
bacon braised cannellini beans | pernod leek | parsnip
อกเป็ดจากเขาใหญ่เสิร์ฟมากับผักปวยเล้งผัดกระเทียมและถั่วแคนเนลลินีตุ๋นกับเบคอน เชฟราดด้วยซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกเป็ดเคี่ยวจนงวดกับส้ม นอกจากนี้ยังมีชิ้นส้มและเปลือกส้มให้รสชาติเปรี้ยวตามคอนเซ็ปของเมนู Canard à l’Orange ในจานมีความหวานละมุนที่ได้จากพาสนิปเพียวเรและความฉุนเบา ๆ ของกระเทียมต้น จากนั้นจบด้วยการใส่ทรัฟเฟิลเพสต์และชิ้นทรัฟเฟิลสดฝานบางลงไป (14/20)
CLEANSE WITH BETEL GRANITA
ล้างปากด้วยกรีกโยเกิร์ตเสิร์ฟมากับสาคูแช่น้ำขิง, ลูกหม่อนหมัก, ข้าวไรซ์เบอร์รี่พอง และกรานิต้าใบชะพลู (14/20)
CHOCOLATE
strawberry | pistachio | kataifi
ของหวานจานหลักเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากช็อกโกแลตดูไบ องค์ประกอบด้านล่างคือ Financier อัลมอนด์ที่มีความหอมของเนย เนื้อสัมผัสเฟิร์มเล็กน้อยตัดกันกับความกรอบของเส้น Kataifi เชฟครอบด้วยโครงไวท์ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่สด เจลสตรอว์เบอร์รี่ และเพียวเรถั่วพิสตาชิโอ้ (14/20)
LAST SWEET TREATS
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Macaron with Citrus Crémeaux, Canelé with Coconut Ganache, Matcha Cream Cone, Chocolate Bonbon with Strawberry Crumble และ Cherry Gummy Bear
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
[THE CHEF] เชฟเจ้าของร้าน Dan Bark เป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้-อเมริกัน ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกของเชฟ Curtis Duffy อย่าง Avenues แห่งโรงแรม The Peninsula (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars) เขาเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นถึง Sous chef ที่ห้องอาหาร Grace (3 Michelin Stars) อีกด้วย ต่อมาในปี 2014 เชฟ Dan และภรรยาคือคุณเฟย์ ธัญจิรา ตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากในกรุงเทพและเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในชื่อ Upstairs at Mikkeller ที่ชั้นสองของโรงแรม Mikkeller Bangkok ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล
1 Michelin Star มาเป็นของตัวเองในคู่มือปกแดงประจำปี 2018 ถึง 2020 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดห้องอาหาร Cadence by Dan Bark แห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอโดยอ้างอิงจากความทรงจำของเชฟ Dan Bark ผ่านเทคนิคเฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า The Cadence Experience เสิร์ฟมาที่จำนวน 12-Course (5,300++) และ 6-Course (3,900++) นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ชุดพิเศษสำหรับผู้ที่แวะมาชิมในช่วงมื้อกลางวันอย่าง Lunch Experience (2,800++) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย
หลังตรวจสอบการจองเรียบร้อยพนักงานต้อนรับจะพาลูกค้าเดินผ่านห้องกระจกเพื่อเสิร์ฟ Welcome Drink ห้องอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีน้ำเงิน-ทอง
โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่พร้อมด้วยโซฟารับไปกับรูปทรงของโต๊ะ ทั้งยังสามารถมองเห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ซึ่งมีทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
[WHY GO] ถึงแม้เวลาจะผ่านมาพักหนึ่งแต่ Cadence by Dan Bark ยังคงเป็นร้านอาหารที่สามารถเชื่อใจและแวะกลับไปชิมได้ตลอดเวลา อาหารแต่ละจานไม่ได้พยายามที่จะนำเสนอในรูปแบบที่ซับซ้อนทำให้มีความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าหลาย ๆ กลุ่ม การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ขอแนะนำให้จองไปก่อนล่วงหน้าเพื่อที่ทีมเชฟจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบและโต๊ะเอาไว้ให้พร้อมและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกคนนั่นเอง