หน้าแรก » 🇮🇹 Uliassi – อูลิอัสซี
Visit: May 28, 2025
🇮🇹 Uliassi - อูลิอัสซี
👨🏻🍳 Chef Mauro Uliassi - เชฟเมาโร อูลิอัสซี
banchina di Levante 6, Senigallia, 60019, Italy
Tel: (+39) 071 65463
Cuisine
🍴 Creative, Seafood - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารทะเล
Country
Italy
MICHELIN Guide
3 MICHELIN Stars
Score
19/20
Price
[INTRO] ท่ามกลางสายลมแห่งทะเล Adriatic ณ ชายหาดเมือง Senigallia เป็นที่ตั้งของ Uliassi ห้องอาหารที่เริ่มต้นจากการเป็นกระท่อมไม้ริมชายหาดนำเสนออาหารอย่างง่ายจนกลายมาเป็นเวทีแห่งศิลปะการปรุงอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เชฟ Mauro Uliassi นำเสนอโลกแห่งรสชาติอันวิจิตรผ่านเมนูที่หลอมรวมเทคนิคระดับโลกเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างทรงพลังและยากจะลืมเลือน
[THE PLACE] Uliassi เป็นห้องอาหารระดับสูงในเมือง Senigallia ประเทศอิตาลี ตัวร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1990 แต่เดิมเป็นเพียงกระท่อมเล็ก ๆ บนริมชายหาดและขยับขยายตามกาลเวลาจนเป็นร้านอาหารดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน พื้นที่รับประทานอาหารมีทั้งภายในและภายนอกโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารบนระเบียงมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน ภายในร้านออกแบบโดยใช้โทนสีขาวบ่งบอกถึงความเรียบง่ายของชายทะเลและความหรูหราทันสมัย หลังจบมื้ออาหารลูกค้าสามารถขออนุญาตเชฟเพื่อแวะเข้าไปเยี่ยมชมห้องครัวที่แบ่งสันปันส่วนพื้นที่เอาไว้เป็นอย่างดี
[THE CHEF] Mauro Uliassi เกิดและเติบโตในเมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Senigallia ในแคว้น Marche บนชายฝั่งทะเล Adriatic ของประเทศอิตาลี ครอบครัวของเขาทำกิจการร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ จัดเสิร์ฟกาแฟและของว่างยามเช้าในย่านชุมชน ช่วงชีวิตวัยเด็กของเขานี้เองได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในอาหารโดยที่เขาไม่รู้ตัว เมื่อมีอายุเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเขาเลือกเรียนต่อในสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) เขากลับพบว่าตนเองมีความสุขกับการอยู่หน้าเตามากกว่าหลังจากได้ทดลองทำงานช่วงฤดูร้อนในร้านอาหารและตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพโดยการย้ายไปศึกษาด้านการโรงแรมและการประกอบอาหาร (Hotel and Culinary Studies) ที่เมือง Senigallia ต่อมาในช่วงปลายยุค 80 เขาได้เริ่มงานเป็นครูสอนทำอาหารที่ Hotel Management School of Senigallia งานที่เขาต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ปี และกลายเป็นพื้นฐานด้านทักษะและเทคนิคของเขานั่นเอง ระหว่างนั้นเชฟ Mauro ยังพัฒนาฝีมือของตนเองในครัวอย่างต่อเนื่องโดยการออกเดินทางไปร่วมงานกับเชฟระดับโลกเช่น Ferran Adrià (El Bulli, 3 MICHELIN Stars), Joan Roca (El Celler de Can Roca, 3 MICHELIN Stars) และ Quique Dacosta (Quique Dacosta, 3 MICHELIN Stars) ซึ่งล้วนมีอิทธิพลสำคัญต่อการพัฒนาสไตล์อาหารของเขาในเวลาต่อมา กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 1990 เขาและน้องสาว Catia Uliassi ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Uliassi ขึ้นริมชายหาดของเมืองบ้านเกิดเริ่มต้นจากการเป็นกระท่อมไม้บนทรายหลังเล็ก ๆ ให้บริการอาหารทะเลแบบดั้งเดิมผสมผสานไอเดียทันสมัย โดยมี Catia รับหน้าที่ดูแลงานบริการและต้อนรับลูกค้าก่อนจะขยับขยายเพิ่มเติมจนกลายมาเป็นร้านอาหารดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ตัวร้านได้รับรางวัล
1 MICHELIN Star ในปี 2000 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2009 และ ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars ในปี 2019 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] เชฟ Mauro มีชื่อเสียงในการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเฉพาะอาหารทะเลออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านทาง Tasting Menu ทั้ง 3 รูปแบบประกอบไปด้วย The Classics (260 €) ที่รวบรวมเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันนำเสนอมาที่จำนวน 11 คอร์สหรือบางท่านอาจเลือกสั่ง Easy Classic (240 €) ที่จัดเสิร์ฟมา 6 คอร์สก็ได้เช่นกัน ถัดมาคือ The Lab (260 €) จำนวน 11 คอร์สซึ่งเป็นผลจากการคิดค้นเมนูใหม่ปีละ 1 ครั้งของเชฟ Mauro สุดท้ายคือ Wild Game (260 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูที่เชฟก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ มาเสิร์ฟวัตถุดิบจำพวก Game Meat เช่นกวางโร, เป็ด Mallard, กระต่ายป่า, นกกระทา และนกพิราบเป็นต้น ส่วนใครที่อยากชิมเพียงบางจานก็เลือกสั่งรายการ À La Carte มาลองได้เช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกมากมายในราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ไวน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย ตัวอย่างเมนูเด็ดประจำมื้อนี้ได้แก่
หมึกกระดองทั้งส่วนตัวและหนวดที่ผ่านการเซียเบา ๆ จนได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกและละมุนด้านในไร้ที่ติ จากนั้นคลุกเคล้ากับน้ำมันที่ได้มาจากแก้มหมู ข้าง ๆ คือใบและต้นของผัก Chard สร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับหมึกกระดองปรุงรสด้วยเลมอน น้ำผึ้ง และซอสแองโชวี่ที่มีอโรมาหอมโดดเด่น (20/20)
กุ้งแดงจากแคว้น Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เนื้อกุ้งเสิร์ฟมาแบบเย็นให้เนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ทั้งยังมีรสชาติหวานโดยธรรมชาติ เชฟจับคู่กับซอสหัวกุ้งผสมกันกับอโรมาของขิง ซินนามอน และผิวเลมอนเล็กน้อย บริเวณส่วนหัวคือสมองของกุ้งให้รสชาติเข้มข้นและมีความครีมมี่ไร้ที่ติ ด้านบนคือบัควีททอดช่วยเพิ่มมิติความกรอบขณะเคี้ยวได้อย่างลงตัว (20/20)
จานนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจในวัยเด็กจากการย่างหมึกริมชายหาดของเมือง Rimini นำเสนอหมึกทั้งตัวและหนวดที่ผ่านการย่างถ่านมาสุกพอเหมาะไร้ที่ติ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ พอดีคำ รอบ ๆ คือเกล็ดขนมปังทอด จากนั้นท็อปชั้นบนสุดด้วยองค์ประกอบที่เชฟเรียกว่า Citronette ซึ่งผสมผสานน้ำเลมอนและน้ำมันแช่ในไนโตรเจนเหลวจนแข็งภายในระยะเวลาไม่กี่วินาทีสร้างความแตกต่างทางอุณหภูมิได้อย่างพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือ Gazpacho ที่เตรียมมาจากมะม่วง สับปะรด แตงกวา มิ้นต์ และมะนาวช่วยเรียกความสดชื่นก่อนและหลังจากจบจานนี้ได้ดี (20/20)
Price :
240-260 €
Parking :
จอดรถที่ Parcheggio Ex Sacelit - Italcementi
Operating Time :
Wed-Sun 12.30-14.00, 20.00-22.00, Closed on Mon-Tue
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารทะเลเชิงสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดในอิตาลี
อาหาร :
19
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 CLASSIC 25 (260 €)
Hazelnut wafer, rabbit liver and Kir Royal shot
Seared cuttlefish, pork cheek oil, chard, honey and anchovy sauce
Sea urchins and fig seeds
Red shrimp, orange peel, ginger, shrimp brain and cinnamon
homage to Piergiorgio Parini
squid skewer and citronette in liquid nitrogen
codfish tripe and celery seeds
Smoke spaghetti, clams and roasted cherry tomatoes
Charcoal lamb, vanilla oil, sweet onion, cherries and hazelnuts
vanilla ice cream, cold cherries and dried olives
Petit four
Coffee ice-cream and granita, rosemary, ginger, and puff pastry
Uliassi – อูลิอัสซี![]()
![]()
3 MICHELIN Stars – 3 ดาวมิชลิน
Creative, Seafood – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารทะเล
Chef Mauro Uliassi – เชฟเมาโร อูลิอัสซี
[INTRO] ท่ามกลางสายลมแห่งทะเล Adriatic ณ ชายหาดเมือง Senigallia เป็นที่ตั้งของ Uliassi ห้องอาหารที่เริ่มต้นจากการเป็นกระท่อมไม้ริมชายหาดนำเสนออาหารอย่างง่ายจนกลายมาเป็นเวทีแห่งศิลปะการปรุงอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เชฟ Mauro Uliassi นำเสนอโลกแห่งรสชาติอันวิจิตรผ่านเมนูที่หลอมรวมเทคนิคระดับโลกเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างทรงพลังและยากจะลืมเลือน
Hazelnut wafer, rabbit liver and Kir Royal shot
เริ่มต้นด้วยเมนูคลาสสิกประจำร้านในที่นี้คือเวเฟอร์ถั่วฮาเซลนัท เชฟเปลี่ยนสูตรจากเดิมที่เคยใช้ฟัวกราส์มาเป็นตับของกระต่ายแทนซึ่งก็ให้ความนุ่มละมุนที่ไม่แพ้กัน ทั้งยังไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ ส่วนในแก้วข้าง ๆ กันคือ Kir Royal ให้ดื่มแบบช็อตเพื่อล้างปาก (19/20)
Hazelnut wafer, rabbit liver and Kir Royal shot
เริ่มต้นด้วยเมนูคลาสสิกประจำร้านในที่นี้คือเวเฟอร์ถั่วฮาเซลนัท เชฟเปลี่ยนสูตรจากเดิมที่เคยใช้ฟัวกราส์มาเป็นตับของกระต่ายแทนซึ่งก็ให้ความนุ่มละมุนที่ไม่แพ้กัน ทั้งยังไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ ส่วนในแก้วข้าง ๆ กันคือ Kir Royal ให้ดื่มแบบช็อตเพื่อล้างปาก (19/20)
Bread
Corn Grissini หรือขนมปังแท่งข้าวโพดกรอบเสิร์ฟมากับ Anchovy Butter และ Rosemary Oil
Bread
นอกจากนี้ยังมีขนมปัง Sourdough, Crackers with Mixed Seeds, Pecorino Cheese Pizza, Mixed Ancient Grain Bread และ Seaweed Bread
Seared cuttlefish, pork cheek oil, chard, honey and anchovy sauce
หมึกกระดองทั้งส่วนตัวและหนวดที่ผ่านการเซียเบา ๆ จนได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกและละมุนด้านในไร้ที่ติ จากนั้นคลุกเคล้ากับน้ำมันที่ได้มาจากแก้มหมู ข้าง ๆ คือใบและต้นของผัก Chard สร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับหมึกกระดองปรุงรสด้วยเลมอน น้ำผึ้ง และซอสแองโชวี่ที่มีอโรมาหอมโดดเด่น (20/20)
Sea urchins and fig seeds
หอยเม่นจากท้องทะเล Adriatic ฝั่งเหนือ เชฟจัดเรียงมาตามกายวิภาคแบบปกติในเปลือก เชฟจับคู่กับเมล็ดมะเดื่อฝรั่ง จากนั้นราดด้วยน้ำที่ได้มาจากตัวหอยเม่นเอง นอกจากนี้ยังมีความกรอบของควินัวทอด เสริมด้วยความสดชื่นของใบมิ้นต์ (19/20)
Red shrimp, orange peel, ginger, shrimp brain and cinnamon
กุ้งแดงจากแคว้น Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เนื้อกุ้งเสิร์ฟมาแบบเย็นให้เนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ทั้งยังมีรสชาติหวานโดยธรรมชาติ เชฟจับคู่กับซอสหัวกุ้งผสมกันกับอโรมาของขิง ซินนามอน และผิวเลมอนเล็กน้อย บริเวณส่วนหัวคือสมองของกุ้งให้รสชาติเข้มข้นและมีความครีมมี่ไร้ที่ติ ด้านบนคือบัควีททอดช่วยเพิ่มมิติความกรอบขณะเคี้ยวได้อย่างลงตัว (20/20)
Sole, bergamot and lettuce
homage to Piergiorgio Parini
จานนี้เชฟรังสรรค์ขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับเชฟ Piergiorgio Parini เจ้าของห้องอาหาร Il Povero Diavoro (1 MICHELIN Star) ในเมือง Torriana แคว้น Emilia-Romagna เขาเลือกใช้ปลา Sole นึ่งจนสุกพอเหมาะเสิร์ฟมากับองค์ประกอบของ Lettuce อุ่น ๆ ยังมีส่วน Pulp ของเบอร์กามอท ถั่วฮาเซลนัท และถั่วอัลมอนด์ใส่มาด้วย ส่วนด้านล่างรองด้วยผัก Lettuce กรอบ ๆ จากนั้นราดด้วยซอสเบอร์กามอทที่เสริมด้วยความหอมเฉพาะตัวของสาหร่าย เมื่อรับประทานรวมกันก็ชวนนึกถึงเมี่ยงปลาของบ้านเราได้อยู่เหมือนกัน (19/20)
Rimini fest
squid skewer and citronette in liquid nitrogen
จานนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจในวัยเด็กจากการย่างหมึกริมชายหาดของเมือง Rimini นำเสนอหมึกทั้งตัวและหนวดที่ผ่านการย่างถ่านมาสุกพอเหมาะไร้ที่ติ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ พอดีคำ (20/20)
Rimini fest
squid skewer and citronette in liquid nitrogen
รอบ ๆ คือเกล็ดขนมปังทอด จากนั้นท็อปชั้นบนสุดด้วยองค์ประกอบที่เชฟเรียกว่า Citronette ซึ่งผสมผสานน้ำเลมอนและน้ำมันแช่ในไนโตรเจนเหลวจนแข็งภายในระยะเวลาไม่กี่วินาทีสร้างความแตกต่างทางอุณหภูมิได้อย่างพอเหมาะ (20/20)
Rimini fest
squid skewer and citronette in liquid nitrogen
ข้าง ๆ กันคือ Gazpacho ที่เตรียมมาจากมะม่วง สับปะรด แตงกวา มิ้นต์ และมะนาวช่วยเรียกความสดชื่นก่อนและหลังจากจบจานนี้ได้ดี (20/20)
Amberjack alla Puttanesca
เพิ่มเติมจากคอร์สด้วยเมนูพิเศษอย่าง Amberjack alla Puttanesca เป็นปลาแอมเบอร์แจคดิบแล่มาบาง ๆ จับคู่กับซอสที่ใช้เทคนิคจากทางตอนใต้ของอิตาลีให้รสชาติและอโรมาหอม ๆ ของมะเขือเทศ เคเปอร์ แองโชวี่ และมะกอกโดยไร้ซึ่งพริกตามสูตรดั้งเดิม (20/20)
Marinara marrowbone
codfish tripe and celery seeds
คอร์สนี้เชฟนำเสนอไขกระดูกลูกวัวที่ปรุงกับน้ำสต๊อกหอยลาย Vongole นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสนุ่ม เหนียว หนึบ และเต็มไปด้วยคอบลาเจนของกระเพาะปลาค็อดเค็ม (Salted Cod) อยู่ด้วย เชฟใส่เมล็ดเซเลอรี่ลงไป จากนั้นตกแต่งด้วยพาสลีย์และใบเบซิล จบด้วยการเสิร์ฟมาอุ่น ๆ พร้อมชิม (20/20)
Smoke spaghetti, clams and roasted cherry tomatoes
สปาเก็ตตี้แบบแห้งแบรนด์ Pasta Massi ของเมือง Senigallia ที่เชฟเสิร์ฟมากับหอยลายและมะเขือเทศเชอร์รี่เผา ตัวเส้นได้ความหอมของการรมควันจากการนำไปต้มต่อใน Broth หรือน้ำสต๊อกของปลาไหลรมควันจนได้อโรมาที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร (19/20)
Special Dish
อีกหนึ่งเมนูพิเศษนอกคอร์สคือ Purée มันฝรั่งเนื้อเนียนละมุนเสิร์ฟมากับกุ้ง Rose Shrimp ที่มีรสหวานกลมกลืนกันไปกับมันฝรั่ง ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลขูดละเอียดและครัมเบิ้ลช็อกโกแลตแห้ง (18/20)
Wild sea bass, white wine sauce, fruits and morel mushrooms
ปลากะพงป่าจากทะเล Adriatic เสิร์ฟมากับซอสไวน์ขาวรสชาติกลมกล่อม ในจานยังมีลูกพีชเผา ชิ้นมะม่วงดิบเสิร์ฟมาเป็นทรงลูกบาศก์สร้างมิติทางเนื้อสัมผัสกับเห็ดโมเรลได้ดี (18/20)
Charcoal lamb, vanilla oil, sweet onion, cherries and hazelnuts
คอร์สนี้แบ่งเสิร์ฟมาเป็น 2 จานเล็ก (19/20)
Charcoal lamb, vanilla oil, sweet onion, cherries and hazelnuts
เนื้อลูกแกะ 2 ส่วนย่างจนสุกพอเหมาะ ผิวชั้นนอกกรอบ หอมกลิ่นถ่านเด่นชัดเสริมด้วยอโรมาที่โดดเด่นของน้ำมันวานิลลา (19/20)
Charcoal lamb, vanilla oil, sweet onion, cherries and hazelnuts
อีกจานคือหัวหอมหวานเสิร์ฟมากับความเปรี้ยวของเชอร์รี่และความกรอบของถั่วฮาเซลนัท (19/20)
Predessert
ล้างปากด้วย White Melon เสริมด้วยรสชาติเฉพาะตัวที่มีความขมของเหล้า Chartreuse และ Crystalized Mint สร้างความสดชื่นได้ดี
Predessert
เราได้ขอสลับของหวานกับเมนู The Lab ทำให้ Predessert เสิร์ฟมาเป็น Apricot Water Iced หรือกรานิต้าเสิร์ฟมากับอโรมาหอม ๆ ของซินนามอนและหญ้าฝรั่น
Senigallia-Brest
vanilla ice cream, cold cherries and dried olives
ของหวานในเซ็ตเมนูหลักเชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟ Paris-Brest ที่เราคุ้นเคยกันดีมาเป็น Senigallia-Brest สิ่งที่ประกบอยู่ด้านบนและล่างคือ Beignet แบบฝรั่งเศส ตรงกลางคือ Chantilly Flavoured Vanilla สร้างความหอมและครีมมี่ที่พอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีรสชาติที่เข้มข้นของเชอร์รี่เย็นและมะกอกแห้งอยู่ด้วย รอบ ๆ คือซอสเชอร์รี่ที่วาดมาเป็นรูปจักรยานนั่นเอง (17/20)
Coffee ice-cream and granita, rosemary, ginger, and puff pastry
แป้งพัฟแพสทรี่จับคู่กับไอศกรีมและกรานิต้ากาแฟ เชฟเสิร์ฟมากับโรสแมรี่วิปครีมและบิสกิตช็อกโกแบต (17/20)
Petit four
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย White Chocolate with Blue Cheese Ice Cream, Crystalized Raspberry with Maraschino Ice Cream, Chocolate Crumble, Macaron with Coconut; Chocolate and Ginger, Strawberry Jelly with Balsamic Vinegar and Lemon Zest และ Green Apple with Vecchia Romagna
Petit four
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย White Chocolate with Blue Cheese Ice Cream, Crystalized Raspberry with Maraschino Ice Cream, Chocolate Crumble, Macaron with Coconut; Chocolate and Ginger, Strawberry Jelly with Balsamic Vinegar and Lemon Zest และ Green Apple with Vecchia Romagna
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Caffè
ราคา 1,440 €/4 คน
[THE PLACE] Uliassi เป็นห้องอาหารระดับสูงในเมือง Senigallia ประเทศอิตาลี ตัวร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1990 แต่เดิมเป็นเพียงกระท่อมเล็ก ๆ บนริมชายหาดและขยับขยายตามกาลเวลาจนเป็นร้านอาหารดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
พื้นที่รับประทานอาหารมีทั้งภายในและภายนอกโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารบนระเบียงมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน
ภายในร้านออกแบบโดยใช้โทนสีขาวบ่งบอกถึงความเรียบง่ายของชายทะเลและความหรูหราทันสมัย
[THE FOOD] เชฟ Mauro มีชื่อเสียงในการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเฉพาะอาหารทะเลออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านทาง Tasting Menu ทั้ง 3 รูปแบบประกอบไปด้วย The Classics (260 €) ที่รวบรวมเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันนำเสนอมาที่จำนวน 11 คอร์สหรือบางท่านอาจเลือกสั่ง Easy Classic (240 €) ที่จัดเสิร์ฟมา 6 คอร์สก็ได้เช่นกัน ถัดมาคือ The Lab (260 €) จำนวน 11 คอร์สซึ่งเป็นผลจากการคิดค้นเมนูใหม่ปีละ 1 ครั้งของเชฟ Mauro สุดท้ายคือ Wild Game (260 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูที่เชฟก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ มาเสิร์ฟวัตถุดิบจำพวก Game Meat เช่นกวางโร, เป็ด Mallard, กระต่ายป่า, นกกระทา และนกพิราบเป็นต้น ส่วนใครที่อยากชิมเพียงบางจานก็เลือกสั่งรายการ À La Carte มาลองได้เช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกมากมายในราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ไวน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย
ภายในห้องอาหาร
หลังจบมื้ออาหารลูกค้าสามารถขออนุญาตเชฟเพื่อแวะเข้าไปเยี่ยมชมห้องครัวที่แบ่งสันปันส่วนพื้นที่เอาไว้เป็นอย่างดี
ป้ายรางวัลต่าง ๆ
[WHY GO] สิ่งที่ทำให้ Uliassi โดดเด่นคือความตั้งใจของเชฟที่ไม่เพียงปรุงอาหารรสชาติดีและซับซ้อนแต่ยังมองอาหารเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะและการทดลองอีกด้วย เชฟ Mauro Uliassi ยังเป็นตัวแทนของนักสร้างสรรค์ที่ไม่ยอมจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบใด ๆ เขาผสมผสานรากเหง้าท้องถิ่นกับเทคนิคระดับโลกและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง เส้นทางของเขาคือบทพิสูจน์ว่าความฝันและความตั้งใจสามารถเปลี่ยนกระท่อมเล็ก ๆ ริมชายหาดให้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดของโลกได้อย่างประทับใจ