Visit: May 25, 2025

🇮🇹 Verso Capitaneo - เวร์โซ คาปีตาเนโอ

👨🏻‍🍳 Chef Remo & Mario Capitaneo - เชฟเรโม & มาริโอ คาปีตาเนโอ

piazza del Duomo 21, Milan, 20121, Italy

Tel: (+39) 02 8975 0929

Cuisine

🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน

Country

Italy

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16.5/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] ณ ใจกลางจตุรัส Piazza del Duomo อันคึกคักของนคร Milan ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของอาคารโบราณ สองเชฟพี่น้อง Remo และ Mario Capitaneo จากแคว้น Puglia ผู้คร่ำหวอดในห้องครัวระดับสูงตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในปี 2023 นำเสนอการผสมผสานรวมกันทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารออกมาได้อย่างสง่างาม

          
🎗️ [THE PLACE] Verso แปลตรงตัวได้ว่า “มุ่งสู่” โดยเชฟสองพี่น้องตั้งใจแฝงความหมายหลายประการเช่นการมุ่งแนวคิดใหม่สู่ลูกค้าและสู่โลก รวมไปถึงการสะท้อนวิธีการทำร้านที่เปิดกว้างทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ตัวร้านมีทางเข้าจาก Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่สวยงามและอลังการที่สุด ณ ใจกลางนคร Milan หลังจากแจ้งการจองกับพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 2 จะพบกับประตูทางเข้าร้าน บริษัทออกแบบภายใน Andrea Langhi design จัดวางเคาน์เตอร์ Chef’s Table พร้อมกับครัวเปิดขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหาร แต่งจาน และจัดเสิร์ฟให้ด้วยมือของตัวเอง เบื้องหน้าเป็นโคมไฟสำหรับอุ่นอาหารและส่องสว่างไปพร้อม ๆ กัน เตา Moretti Forni seriesS S50 ถูกเลือกมาใช้สำหรับอบโปรตีนต่าง ๆ เพื่อความคงที่และสม่ำเสมอของคุณภาพ อีกมุมหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

🎗️ [THE CHEF] สองพี่น้อง Remo & Mario Capitaneo เกิดในแคว้น Puglia ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ทั้งคู่ย้ายมาเติบโตในนคร Milan ตั้งแต่อายุยังน้อยและความหลงไหลเกี่ยวกับอาหาร สำหรับเชฟคนพี่อย่าง Remo Capitaneo เชฟร่วมงานกับเชฟ Andrea Berton ที่ห้องอาหาร Trussardi alla Scala restaurant (2 Michelin Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในปี 2006 ต่อด้วยการย้ายมาทำงานกับห้องอาหาร Piazza Duomo (2 Michelin Stars ในขณะนั้น) ในปี 2009 อย่างไรก็ตามเขาได้พบกับเชฟ Enrico Bartolini และย้ายมาทำงานที่ร้าน Devero (2 Michelin Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วยการเป็นหนึ่งในทีมพาห้องอาหาร Enrico Bartolini al Mudec คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ ในส่วนเชฟคนน้องอย่าง Mario Capitaneo ร่วมงานกับเชฟ Andrea Berton ที่ห้องอาหาร Trussardi alla Scala restaurant (2 Michelin Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ระหว่างปี 2006 ถึง 2008 และย้ายไปทำงานที่้ราน Cracco Peck (2 MICHELIN Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) จนถึงปี 2010 ต่อมาเข้ากลับมาร่วมงานกัยเชฟคนพี่ที่ร้าน Devero (2 Michelin Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วยงานที่ร้าน Enrico Bartolini al Mudec อีกเช่นกัน วันหนึ่งทั้งคู่เริ่มร่างแนวคิดร้านของตัวเองอย่างจริงจังในการเปิดห้องอาหาร Verso Capitaneo เป็นของตัวเอง ในปี 2023 และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในที่สุด

🎗️ [THE FOOD] เชฟสองพี่น้องร่วมกันออกไอเดีย ทดลอง และพัฒนาอาหารร่วมกันในทุก ๆ จานโดยอ้างอิงวัตถุดิบและการผสมผสานรสชาติจากทั้งแถบ Puglia และ Lombardy แต่ละจานนำเสนออาหารฃสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเชิงสร้างสรรค์ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Our Tasting Menu (220 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์สพร้อมกับตัวเลือกสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 คอร์สและเพิ่มราคาเป็น 270 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้สั่งมาชิมได้ตามใจชอบในราคาต่อจานประมาณ 50-130 € รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ตัวอย่างเมนูเด็ดในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Blue lobster, watercress and white asparagus
กุ้ง Blue Lobster ที่เชฟย่างมาแบบ Medium Rare สุกกำลังดี ด้านล่างรองด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์หอมมันและอีมัลชั่นของผัก Watercress ข้าง ๆ คือครีมเลมอนดำ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมากับใบเคเปอร์ดองในน้ำส้มสายชูอีกด้วย ในถ้วยข้าง ๆ กันคือเสิร์ฟที่สองประกอบไปด้วยเครมบรูเล่ของหน่อไม้ฝรั่งขาวจับรู่กันกับไอศกรีม Horseradish เชฟเติมแต่งด้วย Black Lemon Powder และ Salted Caramel หวานเค็ม (17/20)

✨ Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacint
นกพิราบย่างถ่านแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ด้านบนโรยเพียงเกลือและพริกไทยเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือหัวใจ ตับ และส่วน Fillet เสียบไม้ย่างมาสุกพอเหมาะ ยังมีส่วนขานกปรุงสุกในอุณหภูมิไม่สูงนักให้ความนุ่มและฉ่ำที่ลงตัว นอกจากซอส Jus นกพิราบที่ใส่ราติของ Port Wine ลงไปแล้วเชฟยังใส่ซอสสตรอว์เบอร์รี่และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่สร้างรสหวานที่มีมิติ สุดท้ายคือองค์ประกอบของเมล็ดมัสตาร์ดและสมุนไพร Tassel Hyacint (17/20)

✨ Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice cream
ฝักวานิลลาปลอมสอดไส้ครีมวานิลลา ข้าง ๆ กันคือชิ้นถั่วรวมไปถึงไอศกรีมถั่ว Grean Bean เสิร์ฟมาในฝักปลอมของ White Chocolate Coating จากนั้นท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ (17/20)

🎗️ [WHY GO] Verso เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับเชฟไปจนถึงการจัดจานที่ละเอียดอ่อนราวกับงานศิลปะ ทุกคอร์สคือบทกวีที่ถ่ายทอดปรัชญาการทำอาหารของสองพี่น้องได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่หลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ การปรุงอย่างพิถีพิถัน และบรรยากาศเรียบหรูแต่ไม่แข็งกระด้าง Verso Capitaneo เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan

Price :

220-270 €

Parking :

จอดรถที่ Parking Bastioni di Porta Venezia

Operating Time :

พฤหัส-จันทร์ 12.00-14.00, 19.00-23.00, ปิดวันอังคาร-พุธ

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรัยผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan

อาหาร :

16.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 OUR TASTING MENU (220 €)

          
Blue lobster, watercress and white asparagus

Veal sweetbread, sea urchins, béarnaise sauce flavoured with coffee

King crab spaghettoni, marasciuoli and finger lime

Mushrooms ravioli, smoked eel, citrus scented chicken consommé

Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacint

Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice cream

📃 SUBSTITUTION

Grilled lamb from Lucanian Dolomites, Senise peppers, winter melon

Madong chocolate bread, pink pepper ice cream, Beluga caviar

🇮🇹 Verso Capitaneo – เวร์โซ คาปีตาเนโอ

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🍴 Creative, Mediterranean Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน

👨🏻‍🍳 Chef Remo & Mario Capitaneo – เชฟเรโม & มาริโอ คาปีตาเนโอ

🎗️ [INTRO] ณ ใจกลางจตุรัส Piazza del Duomo อันคึกคักของนคร Milan ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของอาคารโบราณ สองเชฟพี่น้อง Remo และ Mario Capitaneo จากแคว้น Puglia ผู้คร่ำหวอดในห้องครัวระดับสูงตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในปี 2023 นำเสนอการผสมผสานรวมกันทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารออกมาได้อย่างสง่างาม

Amuse-bouche

เริ่มต้นด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยหลายอย่าง เชฟเลือกนำเทอร์นิปกรอบ ๆ มาจัดเรียงเป็นรูปกุหลาบ ด้านล่างรองด้วยเนื้อปลาสเตอร์เจียนหมักกับมะนาว ข้าง ๆ กันคือคาเวียร์สร้างมิติความเค็มที่ดี (17/20)

Amuse-bouche

ถัดมาคือใบ Sage ทอดกรอบ ตรงกลางคือ Red Shrimp หรือเนื้อกุ้งหวานละมุนเสริมด้วยความมันของไข่ปลา Bottarga (17/20)

Amuse-bouche

Bread Stick ขนมปังกรอบที่เชฟตั้งใจอ้างอิงมาจากขนมปัง Tarallo ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี (17/20)

Amuse-bouche

จากนั้นปิดท้ายด้วยปลา Anchovy เสริมด้วยความหวานของครีมข้าวโพดแล้วความเค็มอูมามิของ Lardo หรือไขมันสัตว์ผสานเนื้อสัมผัสกันได้อย่างกลมกลืน (17/20)

Bread

ขนมปัง Focaccia เสริมด้วยน้ำมันจากแคว้น Puglia ด้านบนคือ Anchovy Emulsion ผสมผสานกับน้ำมันมพกอกและเคเปอร์สร้างความหอมและเค็มกลมกล่อม

Amuse-bouche

หอยนางรมเสิร์ฟมากับครีมของถั่ว Fava Bean และ Rhubarb Sorbet ด้านบนคือแผ่นกรอบที่เชฟทำเลียนแบบเปลือกหอยนางรมทำมาจากแป้ง น้ำ และน้ำมันมะกอก (17/20)

Bread

ขนมปังที่เตรียมมาจากแป้ง Type 1 และ 2 เชฟเสิร์ฟมากับเนย 2 ชนิดเริ่มจากสีดำคือ Smoked black butter ส่วนด้านบนสีเหลืองคือ Salted Butter ที่มีอโรมาหอม ๆ ของน้ำผึ้ง Acacia Honey และ Pollen หรือเกษร

Blue lobster, watercress and white asparagus

กุ้ง Blue Lobster ที่เชฟย่างมาแบบ Medium Rare สุกกำลังดี ด้านล่างรองด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์หอมมันและอีมัลชั่นของผัก Watercress ข้าง ๆ คือครีมเลมอนดำ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมากับใบเคเปอร์ดองในน้ำส้มสายชูอีกด้วย (17/20)

Blue lobster, watercress and white asparagus

ในถ้วยข้าง ๆ กันคือเสิร์ฟที่สองประกอบไปด้วยเครมบรูเล่ของหน่อไม้ฝรั่งขาวจับรู่กันกับไอศกรีม Horseradish เชฟเติมแต่งด้วย Black Lemon Powder และ Salted Caramel หวานเค็ม (17/20)

Veal sweetbread, sea urchins, béarnaise sauce flavoured with coffee

Sweetbread เป็นส่วนต่อมไร้ท่อที่พบในลูกวัว เชฟจี่มาสุกกำลังดีสังเกตจากเนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน เชฟราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกลูกวัวเข้มข้นพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยไข่หอยเม่น ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ใบ Oyster Leaf และ Puntarelle Salad สุดท้ายคือซอส Béarnaise ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ (17/20)

ส่วนใครที่ไม่ชอบ Sweetbread เชฟจะเปลี่ยนมาเป็น Brittany Scallop จับคู่กับซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกปลาแทน (16/20)

King crab spaghettoni, marasciuoli and finger lime

พาสต้าแห้งจากเมือง Bari ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟเลือกใช้เส้น Spaghettoni คลุกเคล้ามากับ King Crab Bisque ส่วนด้านล่างมีเนื้อปู King Crab แอบซ่อนอยู่ เชฟเลือกใส่ครีมของผัก Marasciouli ให้ความครีมมี่พอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วย Fingerlime เสริมรสเปรี้ยวรวมไปถึงสาหร่าย 2 เนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามรสชาติและตัวตนของปูแสดงออกมาได้ไม่โดดเด่นนัก (17/20)

Mushrooms ravioli, smoked eel, citrus scented chicken consommé

ราวิโอลีสอดไส้เห็ดเนื้อเนียน ด้านบนท็อปด้วยเจลของ Anise รวมไปถึงชิ้นปลาไหลรมควันและใบ Fennel ป่า จากนั้นเชฟจะเทราดซุป Consommé ไก่รสชาติเบาโดยเชฟใส่อโรมาของเลมอนลงไปด้วย อย่างไรก็ตามในแง่ของเนื้อสัมผัสจากแต่ละองค์ประกอบในจานพบว่ากลืนกันไปจนเกือบหมด (16/20)

Bread

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังที่ใช้ยีสต์เดียวกันกับชิ้นก่อนหน้าแต่เปลี่ยนชนิดของแป้งมาเป็น Wholewheat ที่มีเมล็ดธัญพืชอยู่ด้วย ข้าง ๆ กันคือ Peanul Emulsion & Olive Oil

Grilled lamb from Lucanian Dolomites, Senise peppers, winter melon

ซี่โครงลูกแกะจากฟาร์มในประเทศอิตาลีย่างบนถ่านจนให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำพ่วงมาด้วยอัตราส่วนไขมันที่สูง เชฟราดด้วย Lamb Jus เข้มข้นปานกลาง จากนั้นจับคู่รสชาติกับครีมของพริกหวาน Senise Pepper ยังมีเครื่องในลูกแกะประกอบไปด้วยหัวใจ ตับ สวีทเบรด และชิ้น Fillet เสียบไม้ย่างมาอย่างดี ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งเขียวท้องถิ่นของอิตาลีโดยเชฟคัดเลือกผักคุณภาพสูงมาย่าง ยังมี Winter Melon Canele สอดไส้พริกไทย Senise เสิร์ฟมาในสไตล์ In Saor ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในแถบนคร Venice เตรียมขึ้นโดยผสมผสานไวน์แดง น้ำส้มสายชู และถั่วลิสง ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นเฟนเนลและองุ่นอยู่ด้วย (16/20)

Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacint

นกพิราบย่างถ่านแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ด้านบนโรยเพียงเกลือและพริกไทยเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือหัวใจ ตับ และส่วน Fillet เสียบไม้ย่างมาสุกพอเหมาะ ยังมีส่วนขานกปรุงสุกในอุณหภูมิไม่สูงนักให้ความนุ่มและฉ่ำที่ลงตัว นอกจากซอส Jus นกพิราบที่ใส่ราติของ Port Wine ลงไปแล้วเชฟยังใส่ซอสสตรอว์เบอร์รี่และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่สร้างรสหวานที่มีมิติ สุดท้ายคือองค์ประกอบของเมล็ดมัสตาร์ดและสมุนไพร Tassel Hyacint (17/20)

Pre-dessert

หลังจากเสิร์ฟผ้ากันเปื้อนที่มีอโรมาหอม ๆ ขอฝคัสตาร์ดครีม พนักงานจะแนะนำให้ล้างปากด้วยไอศกรีมเคเปอร์และโฟมคาโมมายด์

Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice cream

ฝักวานิลลาปลอมสอดไส้ครีมวานิลลา ข้าง ๆ กันคือชิ้นถั่วรวมไปถึงไอศกรีมถั่ว Grean Bean เสิร์ฟมาในฝักปลอมของ White Chocolate Coating จากนั้นท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ (17/20)

Madong chocolate bread, pink pepper ice cream, Beluga caviar

ขนมปัง Maong Chocolate นุ่ม ๆ จับคู่มากับไอศกรีมพริกไทยชมพูและเบลูก้าคาเวียร์ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบดูจะกลืนกันไปเป็นเนื้อเดียวพอสมควร (16/20)

นอกจากนี้ยังมีของหวานพิเศษมอบให้สำหรับผู้ที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ

Mignardises

ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Marinated Nectar with Vanilla Ice Cream & Sabayon Foam, Lolipop with Popcorn, White Chocolate with Saffron Rice, Sweet Potato with Gianduja Chocolate และ Bomboloni with Cream

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 535 €

🎗️ [THE FOOD] เชฟสองพี่น้องร่วมกันออกไอเดีย ทดลอง และพัฒนาอาหารร่วมกันในทุก ๆ จานโดยอ้างอิงวัตถุดิบและการผสมผสานรสชาติจากทั้งแถบ Puglia และ Lombardy แต่ละจานนำเสนออาหารฃสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเชิงสร้างสรรค์ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Our Tasting Menu (220 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์สพร้อมกับตัวเลือกสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 คอร์สและเพิ่มราคาเป็น 270 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้สั่งมาชิมได้ตามใจชอบในราคาต่อจานประมาณ 50-130 € รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร

🎗️ [THE PLACE] Verso แปลตรงตัวได้ว่า “มุ่งสู่” โดยเชฟสองพี่น้องตั้งใจแฝงความหมายหลายประการเช่นการมุ่งแนวคิดใหม่สู่ลูกค้าและสู่โลก รวมไปถึงการสะท้อนวิธีการทำร้านที่เปิดกว้างทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์

มุมหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ภายในห้องอาหาร

บริษัทออกแบบภายใน Andrea Langhi design จัดวางเคาน์เตอร์ Chef’s Table พร้อมกับครัวเปิดขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหาร แต่งจาน และจัดเสิร์ฟให้ด้วยมือของตัวเอง เบื้องหน้าเป็นโคมไฟสำหรับอุ่นอาหารและส่องสว่างไปพร้อม ๆ กัน

เตา Moretti Forni seriesS S50 ถูกเลือกมาใช้สำหรับอบโปรตีนต่าง ๆ เพื่อความคงที่และสม่ำเสมอของคุณภาพ

ตัวร้านมีทางเข้าจาก Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่สวยงามและอลังการที่สุด ณ ใจกลางนคร Milan หลังจากแจ้งการจองกับพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 2 จะพบกับประตูทางเข้าร้าน

🎗️ [WHY GO] Verso เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับเชฟไปจนถึงการจัดจานที่ละเอียดอ่อนราวกับงานศิลปะ ทุกคอร์สคือบทกวีที่ถ่ายทอดปรัชญาการทำอาหารของสองพี่น้องได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่หลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ การปรุงอย่างพิถีพิถัน และบรรยากาศเรียบหรูแต่ไม่แข็งกระด้าง Verso Capitaneo เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan

ภาพของมหาวิหาร