หน้าแรก » 🇹🇭 Clara – คลาร่า
Visit: November 28, 2025
🇹🇭 Clara - คลาร่า
👨🏻🍳 Chef Christian Martena - เชฟคริสเตียน มาร์ทีน่า
69 ซอยประสาทสุข แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา, กรุงเทพ, 10120, ประเทศไทย
Tel: 083-496-3663
Cuisine
🍴 Italian, Italian Contemporary - อาหารอิตาลี, อาหารอิตาลีร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14.5/20
Price
[INTRO] สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องอาหารอิตาลีระดับสูงที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหารรสชาติเข้าถึงง่าย, บรรยากาศอันน่าจดจำ และราคาที่สมเหตุสมผล Clara ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ตั้งใจไปเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษกับคนรู้ใจ
Price :
3,880-4,880++
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
Lunch เสาร์ 12:00-15:00, Dinner จันทร์-ศุกร์ 17:00-23:00, เสาร์ 18:00-23:00 ปิดวันอาทิตย์
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารที่รังสรรค์ประสบการณ์อันน่าจดจำผ่าน Tasting Menu ในรูปแบบอิตาลีร่วมสมัย
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 8 COURSE JOURNEY MENU (4,880++)
Clara – คลาร่า
MICHELIN Selected – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Italian, Italian Contemporary – อาหารอิตาลี, อาหารอิตาลีร่วมสมัย
Chef Christian Martena – เชฟคริสเตียน มาร์ทีน่า
[INTRO] สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องอาหารอิตาลีระดับสูงที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหารรสชาติเข้าถึงง่าย, บรรยากาศอันน่าจดจำ และราคาที่สมเหตุสมผล Clara ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ตั้งใจไปเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษกับคนรู้ใจ
ทางร้านเลือกเสิร์ฟขนมปังมาหลายแบบคือ Grissini เบากรอบ มีรสชาติเค็มและความหอมของมะกอกดำ ถัดมาคือ Focaccia ที่มีความเปรี้ยวของมะเขือเทศและกลิ่นของออริกาโน สุดท้ายคือ Taralli ที่ปรุงแต่งด้วยความเผ็ดของ Pepperoncini ลงไปด้วย
APERITIVO
Stracciatella — Sea Urchin — Citrus
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยคอร์ส Aperitivo อย่าง Burrata Salad อันเป็นตัวแทนของแคว้น Puglia บ้านเกิดของเชฟ เขาเลือกใช้ Stracciatella ซึ่งเป็นส่วนตรงกลางที่มีความหอม มัน และครีมมี่ท็อปด้านบนคืออูนิจาก Hokkaido, ส้ม, เฟนเนล, และซอสอูนิเพื่อสร้างสมดุลทางรสชาติ (14/20)
APERITIVO
Sea Scallop Beignet
ถัดมาคือ Beignet นุ่ม ๆ อุ่น ๆ ยัดไส้ด้วยหอยเชลล์จาก Hokkaido ด้านบนคือซอสมายองเนสรมควันและคัตสึโอะบูชิหอยเชลล์โฮมเมดที่ทางร้านทำขึ้นมาเองให้ความอุมามิที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป (14/20)
APERITIVO
Foie Gras — Pumpkin — Aged Balsamic
จากนั้นปิดท้ายด้วยมินิทาร์ตจิ๋วเตรียมมาจากคาเคานิบส์ ด้านในบรรจุฟักทองดอง มูสฟัวกราส์ที่เกลซด้วยซอสบัลซามิก เสริมรสหวานด้วยเพียวเรฟักทอง (14/20)
ขนมปัง บัลซามิก น้ำมันมะกอก
CAROTA
Carrot — Orzata — Oscietra Caviar
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอแคร์รอตจากฟาร์มทางตอนเหนือของประเทศไทย ด้านล่างคือพันนาคอตต้าแคร์รอตจับคู่กับนมอัลมอนด์จาก Sicily โฮมเมด เชฟเพิ่มอโรมาที่ได้จากน้ำมันใบเบซิลลงไปด้วย จากนั้นท็อปด้านบนด้วยแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากแคร์รอตเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Orzata ซึ่งเป็นอัลมอนด์ไซรัปและเจลถั่วอัลมอนด์ เชฟบาลานซ์รสชาติหวานมันด้วยความเค็มและอุมามิของออสซีตร้าคาเวียร์ (15/20)
ARAGOSTA E SEPPIA
Lobster — Cuttlefish — Fennel Pollen — Saffron
กุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านการ Slow-cooked จนได้เนื้อสัมผัสที่ดี เชฟจับคู่กับหมึกกระดองแยกเสิร์ฟมาเป็น 2 ส่วนคือย่างกับนึ่งสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ซอสด้านล่างคืออีมัลชั่นดีหมึกหอม ๆ ด้านบนคือซอสที่ผสมผสานอโรมาของหญ้าฝรั่นกับสัตว์ทะเลเข้าด้วยกัน จากนั้นเชฟค่อย ๆ บรรจงวางเกสรเฟลเนลท็อปไว้ด้านบน (14/20)
BOTTONI
Homemade Pasta — Celeriac — Parmesan — Black Truffle
ALBA WHITE TRUFFLE (2 gr) (Add 1,000++)
Bottoni เป็นพาสต้าโฮมเมดทรงเกี๊ยวทรงกลมคล้ายกระดุม ด้านในสอดไส้มูสที่ผสมผสานหัวขึ่นฉ่านฝรั่งกับชีสพาเมซานเข้าด้วยกัน ด้านนอกเกลซด้วยชีสพาเมซาน เชฟเพอ่มความมันด้วยองค์ประกอบของไข่แดง ส่วนความเข้มข้นได้มาจาก Meat Jus ไฮไลท์คือการอับเกรดเป็น Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในอิตาลีช่วงนี้ (15/20)
MERLUZZO
Black Cod — Lion Mushroom — Jerusalem Artichoke —
Dashi
ปลาค็อดดำที่ผ่านหมักในไวน์ Radicchio ย่างมากสุกกำลังดี รอบรอบคือแก่นตะวันเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีเห็ดหัวลิงสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสอันโดดเด่น จากนั้นจึงเทราดซอสดาชิปลาลงไปเป็นอันพร้อมชิม (14/20)
MANZO
Japanese Wagyu Short Ribs — Apple — Radicchio
เนื้อวัววากิวจากประเทศญี่ปุ่น เชฟเลือกใช้ส่วนติดซี่โครงปรุกให้สุกช้า ๆ ใช้ระยะเวลานานกว่า 20 ชั่วโมง ข้าง ๆ กันคือแอปเปิ้ลเสิร์ฟมาใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันคือ แอปเปิ้ลเชื่อม โฟมแอปเปิ้ล และ แอปเปิ้ลดอง นอกจากนี้ยังมีผัก Radicchio ย่างและเจลของผัก Radicchio สร้างมิติความขมที่ลงตัว สุดท้ายคือซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกเนื้อและไวน์แดงที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดนั่นเอง (14/20)
MELOGRANO
Pomegranate — Lemon Balm — Sea Water
ล้างปากด้วยทับทิมที่ผ่านการเคี่ยวจนเข้มข้น ชั้นถัดมาคือเจลลี่ทับทิม เลมอนบาล์ม และกรานิต้าที่เตรียมมาจากน้ำทะเล องค์ประกอบสุดท้ายคือทับทิมแช่แข็งทรงกลมช่วยเรียกความสดชื่นได้อย่างดีเยี่ยม (15/20)
PORCINI
Porcini — Mascarpone — Cacao
ของหวานจานหลักคือวัตถุดิบที่กำลัง In Season อยู่คือเห็ดพอร์ชินี องค์ประกอบด้านล่างคือเจลกาแฟจับคู่มากับมัสคาโปเน่ บิสกิตที่ผสมผสานถั่วฮาเซลนัทและคาเคานิบส์เข้าด้วยกัน จากนั้นท๊อปด้วยไอศกรีมเห็ดพอร์ชินีและเจลใบไทม์ (15/20)
Mignardises
ขนมจิ๋ว 3 อย่างเสิร์ฟมาให้จับคู่กับกาแฟ
Mignardises
นอกจากนี้ยังมีเหล้าช็อกโกแลตให้ดื่มกันปิดท้ายอีกด้วย
ปิดท้ายด้วยกาแฟสักแก้ว
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
[THE PLACE] Clara ได้ชื่อมาจากภรรยาชาวฝรั่งเศสของเชฟคือคุณ Clara Del Corso-Martena ผู้ทำหน้าที่เป็น Maître คอยจัดการเเละนำเสิร์ฟอาหารในบางคอร์สด้วยตัวเอง
ห้องรับประทานอาหารถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนเริ่มจาก Main Dining Room ที่มีเพดานยกสูงทั้งยังมีผนังด้านหน้าเป็นกระจกใสทำให้บรรยากาศดูโปร่งสบายตา ถัดมาคือ Open Kitchen Counter Bar เป็นบริเวณติดห้องครัวที่ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้
เฟอร์นิเจอร์ทั้งโต๊ะและเก้าอี้เป็นงานทำมือออกแบบโดย P. Tendercool ดีไซน์สตูดิโอสัญชาติเบลเยี่ยม
บริเวณชั้นลอย
ผนังร้านเต็มไปด้วยรูปวาดมากมายราวกับเป็นสถานที่จัดเเสดงงานศิลปะขนาดย่อมช่วยดึงดูดสายตาของเราในระหว่างรออาหาร ทั้งหมดที่กล่าวมาเเสดงถึงความสนใจในศิลปะของเชฟ Christian เเละคุณ Clara เจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี
[THE CHEF & THE FOOD] Christian Martena เป็นเชฟมากฝีมือผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารอิตาลีชั้นนำในกรุงเทพอย่าง OPUS ทั้งยังเป็นอดีตเชฟผู้ก่อตั้งห้องอาหาร Sensi อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Christian ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองเริ่มจากการทำ Pop Up Project ที่ใช้ชื่อว่า Waiting for Clara ในช่วงกลางปี 2019 จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีก่อนจะย้ายมาสู่บ้านหลังปัจจุบันคือห้องอาหาร Clara แห่งนี้ ปัจจุบันเชฟนำเสนออาหารอิตาลีร่วมสมัยผ่าน Tasting Menu 2 รูปแบบคือ 6 Course (3,880++) และ 8 Course (4,880++) ทั้งยังมีรายการไวน์ที่น่าสนใจให้เลือกอีกมากมายในราคาคุ้มค่าอีกด้วย
สุดท้ายคือ Private Area สองส่วนคือ Chef Table ที่มีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่รองรับลูกค้าได้สูงสุด 12 คนและ Mezzanine หรือห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าได้มากถึง 20 คน
ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านสาทรมองจากด้านหน้าเห็นเป็นวิลล่าขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงมาจาก Art Gallery บริเวณสวนมีรูปหล่อทองแดงที่ออกแบบโดยประติมากรหญิงชื่อดังชาวฝรั่งเศส Valérie Goutard ใครที่มาช่วงกลางคืนจะเห็นงานออกแบบเเสงไฟในสวนเป็นเส้นโค้งยาวไปตามทางเดินเชื่อมต่อกับแสงไฟในร้านได้อย่างไร้รอยต่อ