หน้าแรก » 🇮🇹 Lido 84 – ลิโด้ 84
Visit: May 21, 2025
🇮🇹 Lido 84 - ลิโด้ 84
👨🏻🍳 Chef Riccardo Camanini - เชฟริคคาร์โด คามานีนี
corso Zanardelli 196, Fasano del Garda, 25083, Italy
Tel: (+39) 0365 20019
Cuisine
🍴 Creative, Modern Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Country
Thailand
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
16/20
Price
[INTRO] Gardone Riviera เป็นที่ตั้งของ Lido 84 ห้องอาหารระดับสูงที่เปรียบได้กับสวนเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ ทั้งยังได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางทางรสชาติที่ทั้งลึกซึ้งและทรงพลัง เชฟ Riccardo Camanini อาศัยประสบการณ์จากครัวชั้นสูงทั่วยุโรปมาผสานเข้ากับวัตถุดิบพื้นถิ่นผ่านปรัชญาอาหารที่ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ผสมผสานเทคนิคคลาสสิกและการทดลองเชิงสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นจานอาหารที่มีทั้งรากเหง้าและแรงบันดาลใจใหม่ได้อย่างลงตัว
Price :
140-160 €
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
Thu-Mon Lunch 12.30-14.30, Dinner 19.30-22.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดร้านอาหารระดับสูงบรรยากาศดีริมทะเลสาบ Garda
อาหาร :
16
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENU FLUCTUATIONS (160 €) •The History•
Lido 84 – ลิโด้ 84
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Creative, Modern Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Chef Riccardo Camanini – เชฟริคคาร์โด คามานีนี
รายการเมนูของร้านได้รับการออกแบบอย่างบรรจงด้วยฟ้อนต์ Bauhaus ก่อนจะทำการพิมพ์โดย Toscolano Paper ซึ่งโรงงานกระดาษที่เก่าแก่ที่สุดริมทะเลสาบ Garda ทางโรงงานใช้กระดาษฝ้ายบริสุทธิ์แล้วพิมพ์ด้วยเทคนิค Letterpress จากนั้นทำการปั๊มนูนและเย็บเล่มด้วยมือ ภาพวาดต้นฉบับลงสีน้ำโดย Mersì Gift Designers นอกจากนี้เมนูทุกเล่มจะได้รับการฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังการใช้งานด้วยโคมไฟยูวีซี (UV-C) ที่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้อีกด้วย
Amuse-bouche
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Tartelette ขนาดพอดีคำ ภายในบรรจุชีส Ricotta นมควายที่ผ่านการรมควันจนหอม นอกจากนี้ยังมีซอสมะเขือเทศเหลืองให้ความอูมามิและขิงอีกด้วย (16/20)
Amuse-bouche
ต่อกันด้วยน้ำซุปเห็ดอุ่น ๆ ผสมผสานเครื่องเทศ Marsala และ Hydrolat ซึ่งเป็นสารที่ได้จากการแยกชั้นและกลั่นน้ำของ Red Sprout ลงไปด้วย (16/20)
Amuse-bouche
Madeleine ที่เตรียมมาจากถั่วลูกไก่จับคู่กับรสชาติและอโรมาของมะกอก ยี่หร่า และผงมะกรูด (16/20)
Amuse-bouche
ใบ Sage แห้งเสิร์ฟมากับเนย Demi-sel Butter ที่ผสมผสานน้ำผึ้งและมัสตาร์ดอยู่ด้วย (16/20)
Amuse-bouche
Amaranth Wafer กรอบ ๆ ด้านบนคือมิโสะ องค์ประกอบจากถั่วฮาเซลนัท และผง Black Cabbage (16/20)
Amuse-bouche
ภาพของ Amuse-bouche ทั้งหมด (16/20)
Bread
ขนมปัง Rye Flour Bread เสิร์ฟมากับ EVOO Grissini
Cuttlefish
Jerusalem Artichokes, Smoked Eel Butter
หมึกกระดองจาก Chioggia ซึ่งเป็นเมืองชาวประมงชื่อดังฝั่งทะเล Adriatic เชฟนำมาแช่ในเกลือและน้ำตาลซ้ำหลายครั้งแล้วค่อยนำไปแช่ตู้เย็นต่อจนแห้ง จากนั้นสับเป็น Tartare ทรงเต๋าเล็ก ๆ เสิร์ฟมาแบบดิบให้เนื้อสัมผัสที่คล้ายคลึงกันกับข้าวซูชิ (17/20)
Cuttlefish
Jerusalem Artichokes, Smoked Eel Butter
รอบ ๆ คือเนยปลาไหลรมควันห่อล้อมด้วยองค์ประกอบของแก่นตะวันให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร (17/20)
Oyster
Bread, Laurel, Mugo Pine Vinegar
หอยนางรม Gillardeau ที่ย่างให้สุกทั้ง ๆ ที่เนื้อหอยยังอยู่ในเปลือกที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียสทำให้เนื้อสัมผัสของหอยมีความเฟิร์มและแห้งขึ้น ด้านล่างรองด้วยขนมปังที่ทำขึ้นมาจากยีสต์ธรรมชาติแล้วนำไปย่างต่อในเตาถ่านเพื่อให้ได้ Smoky Aroma หอม ๆ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 องค์ประกอบจากภูเขาที่จะช่วยเสริมรสและกลิ่นของขนมปังนั่นก็คือ Laurel Olive Oil และ Mugo Pine Vinegar นั่นเอง (16/20)
Spaghettone, Butter, Brewer’s Yeast
Exposed at San Francisco MoMA
เมนูขึ้นชื่อที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2016 คือพาสต้าเส้น Spaghettone แบรนด์ Verrigni จากแคว้น Abruzzo เส้นอวบอ้วนและสุกพอเหมาะ เชฟคลุกเคล้ามากับเนยจากแคว้น Piedmont ให้รสชาติที่ค่อนไปทางหวานและครีมมี่ ด้านบนคือ Brewer’s Yeast คลาสสิกที่ผ่านการอบเล็กน้อยจนกรอบ ทั้งยังให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัวที่คล้ายคลึงกันกับถั่วฮาเซลนัทดองได้อย่างน่าประหลาดใจ จานนี้สร้างความประทับใจให้กับเชฟ Alain Ducasse จนได้รับการนำไปเสิร์ฟที่พิพิธภัณฑ์ San Francisco Museum of Modern Art ในช่วงปี 2016-2019 รวมเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีเลยทีเดียว (17/20)
Risotto, Black Garlic, Red Berries
Dedicated to Stefano Bombardieri
คอร์สนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2014 โดยเชฟตั้งใจอุทิศให้กับเพื่อนศิลปินชื่อดังชาว Brescia นามว่า Stefano Bombardieri ที่นำผลงานบางส่วนมาวางเอาไว้ที่ร้าน Lido 84 และตัวเขามักใส่เสื้อสีดำออกสื่ออยู่เป็นประจำ เชฟนำเสนอ Fermented Black Garlic Risotto เริ่มจากการนำกระเทียมปกติไปหมักแล้วอบต่อนาน 2-3 เดือนจนเปลี่ยนรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสให้คล้ายคลึงกันกับพุ่มไม้หรือเห็ดแห้ง จากนั้นนำมาปรุงกับข้าว Acquerello จนสุกพอเหมาะ ในจานยังมีซอสเบอร์รี่แดงให้รสเปรี้ยวช่วยรักษาสมดุลทางรสชาติได้อย่างลงตัว (17/20)
Pennoni Pasta and Sea Urchins
คอร์สนี้เชฟตั้งใจสื่อถึงตัวพาสต้าซึ่งมักถูกนำเสนอเป็นพระรองเมื่อเทียบกับซอสต่าง ๆ เขาจึงหยิบยกพาสต้า Pennoni เสิร์ฟมาที่ความสุก Al Dente คือมีความ Starchy และ Gluey รวมไปถึงเนื้อสัมผัสที่สู้ฟันมากจนเกือบเทียบเคียงได้กับเนื้อต่าง ๆ เลยก็ว่าได้ พนักงานแนะนำให้รับประทานเส้นพาสต้าเปล่า ๆ เพื่อซึมซับเนื้อสัมผัสโดยธรรมชาติก่อนจะปาดลงในซอสที่เตรียมมาจากหอยเม่น พาสลีย์ และน้ำมันต้นหอม (Chive Oil) อีกทีหนึ่ง (14/20)
Chard Wrap
Broccoli, Asparagus, Green Curry, Combawa
ใบ Chard ขนาดใหญ่ที่ผ่านการนึ่งจนนุ่มละมุน ด้านในมีก้านหน่อไม้ฝรั่ง ครีมบล็อคโคลี และครีมแกงเขียวหวาน (14/20)
Chard Wrap
Broccoli, Asparagus, Green Curry, Combawa
ด้านบนคือเคเปอร์ที่ปลูกโดยคุณแม่ของเชฟ พริกไทย Sancho ผักเซเลอรี่ และน้ำมันต้นหอม (Chive Oil) ส่วนข้าง ๆ คือใบเบซิลเสิร์ฟมาด้วยกัน (14/20)
Veal Sweetbread
Rum, Honey, Old Style Mustard
Heart of Sweetbread หรือใจตรงกลางต่อมไร้ท่อของลูกวัวซึ่งมีคุณภาพสูงที่สุด Pan-fried มาสุกกำลังพอเหมาะคือมีผิวกรอบและเนื้อตรงกลางที่นุ่มละมุน ด้านล่างคือซอสที่เตรียมมาจากเหล้า Rum ผสมกันกับน้ำผึ้งและมัสตาร์ด ด้านบนคือใบ Ruta ซึ่งเป็นสมุนไพรรสขมที่ปกตินิยมใส่มาใน Grappa นั่นเอง (15/20)
Codfish
Banana, Laurel
ปลาค็อดที่ผ่านการกงฟีจนนุ่มพอเหมาะ ด้านบนคือครีมกล้วยให้อโรมาที่หอมพอเหมาะเสริมด้วยกลิ่นจากผงของใบเบย์ลีฟ (16/20)
Rigatoni Cacio e Pepe en Vessie (Additional 20 €/p, minimum two people)
ห้ามพลาดที่จะสั่งเมนู Signature Dish ที่รังสรรค์ขึ้นในปี 2016 อย่าง Rigatoni Cacio e Pepe en Vessie หรือพาสต้า Rigatoni ที่ปรุงให้สุกกับซอส Cacio e Pepe ในกระเพาะปัสสาวะหมูแบบแห้งซึ่งเป็นวิธีการที่มีต้นกำเนิดจากยุคโรมันโบราณ (16/20)
Rigatoni Cacio e Pepe en Vessie (Additional 20 €/p, minimum two people)
เชฟ Camanini เล่าให้ฟังว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้กระเพาะปัสสาวะหมูในการปรุง Bresse Chicken ของฝรั่งเศส เขายังใช้เวลาทดลองกว่า 400 ครั้งเพื่อพัฒนาเทคนิคนี้ให้สมบูรณ์แบบ ขั้นตอนการเริ่มจากการแช่กระเพาะปัสสาวะหมูแห้งในน้ำเย็นประมาณ 10 วันโดยเปลี่ยนน้ำทุกวัน เมื่อกระเพาะปัสสาวะนิ่มและยืดหยุ่นดีแล้ว ให้ใส่ส่วนผสมทั้งหมดได้แก่พาสต้า Rigatoni แบรนด์ Monograno Felicetti, ชีส Pecorino Romano Black Skin ที่ผ่านการบ่มนาน 24 เดือน, น้ำมันมะกอก, เกลือ, พริกไทยดำ และน้ำอีกเล็กน้อยลงไปในกระเพาะปัสสาวะหมูแล้วผูกปากให้แน่นด้วยเชือก จากนั้นนำกระเพาะปัสสาวะที่บรรจุส่วนผสมแล้วไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 30 นาทีโดยเขย่าบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้ส่วนผสมภายในคลุกเคล้าเข้ากันอย่างทั่วถึง หลังจากคิดว่าสุกแล้วให้นำกระเพาะปัสสาวะมาเสิร์ฟที่โต๊ะและผ่าเปิดต่อหน้าลูกค้าเพื่อให้กลิ่นหอมของชีสและพริกไทยลอยออกมาอย่างเต็มที่ การใช้กระเพาะปัสสาวะหมูในการปรุงอาหารไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอที่น่าตื่นเต้นและไม่เหมือนใครแต่ยังช่วยให้รสชาติของซอสมีความเข้มข้นและกลมกล่อมยิ่งขึ้นเนื่องจากการปรุงในภาชนะปิดช่วยเก็บรักษาความชื้นและกลิ่นหอมของส่วนผสมไว้ได้อย่างดี (16/20)
Rigatoni Cacio e Pepe en Vessie (Additional 20 €/p, minimum two people)
นอกจากนี้ตัวเส้นพาสต้ายังมีความสุกในระดับที่เชฟเรียกว่า Al Chiodo หรือแปลเป็นไทยได้ว่าเหมือนกับตะปูซึ่งเป็นระดับความสุกที่น้อยกว่าและกรอบสู้ฟันกว่า Al Dente เสียอีก (16/20)
Beef Bavette
Duck Fat, Gravy, Lard
Nebbiolo Fermented Skins with Testun Cheese
Bavette Steak ของเนื้อวัวสายพันธุ์ Fassona Piedmontese ปรุงสุกด้วยเตาถ่าน ในระหว่างนั้นเชฟจะคอยเทราดราดด้วยซอส Jus ของวัวและไขมันเป็ดลงไปด้วยเพื่อให้เนื้อคงไว้ซึ่งความฉ่ำ หลังจากเนื้อวัวสุกได้ที้เชฟจะใส่ Lardo ลงไปจนไขมันละลายไปกับเนื้อวัว (16/20)
Beef Bavette
Duck Fat, Gravy, Lard
Nebbiolo Fermented Skins with Testun Cheese
ด้านบนคือ Testun Cheese ซึ่งเป็นชีสนมแกะรวมไปถึงผิวขององุ่นแดง Nebbiolo ของแคว้น Piedmont ที่ผ่านการทำให้แห้งลงไปด้วย จานนี้จะพบว่ามีการใช้ส่วนต่าง ๆ จากสัตว์ถึง 4 ชนิดเลยทีเดียว (16/20)
Beef Bavette
Duck Fat, Gravy, Lard
Nebbiolo Fermented Skins with Testun Cheese
ข้าง ๆ กันคือ Mashed Potato เตรียมมาตามสูตรของฝรั่งเศสคือ 50% เนยและ 50% มันฝรั่งนั่นเอง (16/20)
Sweet Sharing
ปิดท้ายด้วของหวานหลายอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน (15/20)
Sweet Sharing
อย่างแรกคือ Torta di Rose หรือเค้กกุหลาบที่มีลักษณะเป็น Brioche ด้านในมีเนย และอโรมาหอม ๆ ของวานิลลา เชฟแนะนำให้ใช้ฉีกเค้กด้วยมือแล้วจุ่มลงใน Homemade Sabayon with Marsala Wine and Liqour (15/20)
Sweet Sharing
ถัดมาคือ Culurgiones หรือพาสต้าที่เชฟปรับมาเสิร์ฟเป็นของหวานสอดไส้แอปริคอต พริกไทย Timut จากเนปาล และขิง (15/20)
Sweet Sharing
ในภาพคือ Almond & White Melon Sorbet (15/20)
Sweet Sharing
Kouign-amann เป็นขนมหวานจากแคว้น Normandy รองด้านล่างด้วย Candied Apple (15/20)
Torrone
Torrone ที่ผสมผสานช็อกโกแลต 85% น้ำผึ้ง ผลไม้แห้งและ Glazed Scorzanera เข้าด้วยกัน
Torrone
Torrone ที่ผสมผสานช็อกโกแลต 85% น้ำผึ้ง ผลไม้แห้งและ Glazed Scorzanera เข้าด้วยกัน
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
ราคาอาหาร/4 คน
[INTRO] Gardone Riviera เป็นที่ตั้งของ Lido 84 ห้องอาหารระดับสูงที่เปรียบได้กับสวนเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ ทั้งยังได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางทางรสชาติที่ทั้งลึกซึ้งและทรงพลัง เชฟ Riccardo Camanini อาศัยประสบการณ์จากครัวชั้นสูงทั่วยุโรปมาผสานเข้ากับวัตถุดิบพื้นถิ่นผ่านปรัชญาอาหารที่ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ผสมผสานเทคนิคคลาสสิกและการทดลองเชิงสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นจานอาหารที่มีทั้งรากเหง้าและแรงบันดาลใจใหม่ได้อย่างลงตัว
การตกแต่งบนโต๊ะอาหาร
[THE PLACE] Lido 84 ตั้งอยู่ในเขตของเมือง Gardone Riviera ริมทะเลสาบ Garda ลูกค้าสามารถขับรถมาจอดที่ร้านได้เลยแต่ให้ระวังการเลี้ยวหักศอกจากถนนหลักผ่านประตูรั้วกันสักหน่อย
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากสีของทะเลสาบ
บานกระจกใสขนาดใหญ่ลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างภายในและภายนอกสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างห้องอาหารและทะเลสาบให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างกลมกลืน
[THE CHEF] Riccardo Camanini เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1973 ที่ Lovere จังหวัด Bergamo ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เขาจบศึกษาด้านการประกอบอาหารจาก Istituto Tecnico Alberghiero di Darfo Boario Terme ใกล้กับเมือง Brescia และมีโอกาสร่วมงานกับเชฟระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่าง Gualtiero Marchesi จนตกหลุมรักปรัชญาการปรุงอาหารด้วยศาสตร์และศิลป์สมัยใหม่ หลังจากทำงานที่ร้าน L’Albereta อยู่นานกว่า 2 ปีครึ่งเข้าได้ออกเดินทางไปแสวงหาประสบการณ์ในประเทศฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ร้าน Le Manoir aux Quat Saison (2 MICHELIN Stars) ของเชฟ Raymond Blanc ต่อด้วย La Grande Cascade (1 MICHELIN Star) ของเชฟ Jean-Louis Nomicos ผู้เป็นมือขวาคนสำคัญของเชฟ Alain Ducasse และกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อรับงานใน Villa Fiordaliso (1 MICHELIN Star) ต่อมาในปี 2014 เขาเริ่มมองหาพื้นที่สำหรับเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองจนกระทั่งพบเจอกับหญิงชราและครอบครัวผู้เป็นเจ้าของ Lido 84 ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Garda เขาตัดสินใจปรับปรุงตัวอาคารให้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับสูงและคงไว้ซึ่งสภาพเดิมของอาคารให้ได้มากที่สุด ตัวร้านได้รับรางวัล
1 MICHELIN Star ภายใน 6 เดือนแรกที่เปิดทำการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] เชฟ Riccardo Camanini หยิบยกวัตถุดิบจากทะเลสาบ Garda และภูเขาบริเวณใกล้เคียงมาผสมผสานกับเทคนิคแบบร่วมสมัย บางจานยังเกิดจากการกล้าที่จะนำเสนอเมนูที่เราคุ้นชื่อกันดีในรูปแบบใหม่ของตัวเองทำให้อาหารของเขามีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
เราขอแนะนำ Menu Fluctuation ที่ได้รวบรวม Signature Dish ของเชฟนำเสนอมาที่จำนวน 7 Courses (140 €) และ 9 Courses (160 €) ถัดมาคือ Menu 4 e 1/2 (145 €) ซึ่งนำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สครึ่งตรงตามชื่อ ห้ามพลาดที่จะสั่งเมนูเด็ดที่สร้างชื่อให้กับเชฟอย่าง Rigatoni Cacio e Pepe en Vessie เพิ่มเติมในราคา 20 €/p ระหว่างมื้อจะมีพนักงานครัวเป็นออกมาแนะนำอาหารแต่ละจานด้วยตนเอง
โต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง
ภายในห้องอาหาร
เคาน์เตอร์จัดเตรียมเครื่องดื่ม
การตกแต่งร้าน
พื้นที่โดยรอบโอบล้อมด้วยต้นการบูร โอเลอันดรา บูเกนวิลเลีย และต้นมะกอก
ในช่วงฤดูร้อนและวันที่อากาศเป็นใจเชฟ Riccardo Camanini จะทำการจัดเสิร์ฟอาหารกันที่เทอเรสแบบ Al Fresco เพื่อให้ลูกค้าสามารถนั่งชิลรับลมเย็น ๆ ของทะเลสาบ
ไฮไลท์คือห้องกึ่งส่วนตัวพิเศษที่ต้องจองมาก่อนล่วงหน้า
[WHY GO] Lido 84 ไม่ใช่เพียงร้านอาหารแต่คือประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ตีความใหม่ตั้งแต่รากฐานของการทำครัวและการบริการ เชฟ Riccardo และน้องชาย Giancarlo ไม่เพียงเนรมิตเมนูสุดประณีต หากแต่ยังออกแบบให้พนักงานครัวเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องเพื่อเปิดบทสนทนาระหว่างผู้เสิร์ฟและผู้ชิม ทุกคนจะได้นั่งชมวิวทะเลสาบผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่ลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างห้องอาหารและธรรมชาติหรือได้นั่งจิบไวน์เคียงลมเย็นจากเทอเรสริมฝั่งน้ำ ห้องอาหารแห่งนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาร้านที่มีคุณสมบัติครบครันทั้งคุณภาพอาหาร ไวน์ชั้นเลิศ ราคาอันคุ้มค่า และบรรยากาศที่น่าจดจำ