Visit: August 17, 2022

🇳🇱 Spectrum - สเปกตรัม

👨🏻‍🍳 Chef Sidney Schutte - เชฟซิดนีย์ สคูตเต

Waldorf Astoria Amsterdam, Herengracht 542-556, 1017 CG, Amsterdam, Netherlands

Tel: (+31) 20 718 4635

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Netherlands

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

18/20

Price

2/5
          

🎗 [INTRO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเนเธอแลนด์และต้องการเฟ้นหาห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในกรุง Amsterdam เราขอแนะนำ Spectrum ห้องอาหารสุดสร้างสรรค์ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เชฟมากประสบการณ์ Sidney Schutte สามารถสร้างสถิติในการคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ทันทีภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนหลังเปิดทำการและนับเป็นห้องอาหารแห่งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศเนเธอแลนด์ที่คว้าดาวมาครองได้ถึง 2 ดวงในครั้งเดียวอีกด้วย

          

🎗 [THE PLACE] Spectrum หรือชื่อเดิมคือ Librije’s Zusje ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเครือ Hilton อย่าง Waldorf Astoria Amsterdam ตัวโรงแรมเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมคลอง Herengracht Canal ห่างจาก Rembrandtplein ออกมาเพียง 2 บล็อคหรือสำหรับใครที่เดินเท้ามาจาก Museumplein หรือย่านพิพิธภัณฑ์ก็ใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น G.A Design International – London ออกแบบภายในอย่างวิจิตตระการตาด้วยโทนสีน้ำเงิน-ครีมช่วยให้บรรยากาศดูสงบและผ่อนคลาย แชนเดอเลียร์และโคมไฟคริสตัล Murano รวมไปถึงภาพแขวนผนังช่วงยุคศตวรรษที่ 17 ช่วยเติมแต่งความหรูหราและเสริมมนต์เสน่ห์ให้กับสถานที่แห่งนี้ สำหรับห้องอาหาร Spectrum นั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นไม้สีอ่อนตัดกันกับชุดภาพแขวนผนังที่มีสีสันจัดจ้าน ผนังฝั่งหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกมองออกไปเห็นสวนขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา ตลอดมื้ออาหารนี้ Sommelier สามารถแนะนำไวน์ได้อย่างละเอียดทั้งยังพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว พนักงานนำเสิร์ฟอาหารโดยรักษาสมดุลระหว่างความเป็นทางการและความเป็นกันเองได้อย่างลงตัว

🎗 [THE CHEF] Sidney Schutte เกิดในปี 1976 ที่เมือง Middelburg ประเทศเนเธอแลนด์และเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟ เมื่ออายุได้ 18 ปีเขาออกเดินทางไปหาประสบการณ์กับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Der Bloasbalg (1 MICHELIN Star), Scholteshof (2 MICHELIN Stars) รวมไปถึงหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดตลอดกาลของเนเธอแลนด์อย่าง De Librije (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2010 เขาได้รับตำแหน่ง Executive Sous Chef ให้กับห้องอาหาร Amber (2 MICHELIN Stars) ในเกาะฮ่องกงก่อนจะเลื่อนตำแหน่งเป็น Executive Chef ให้กับโรงแรม The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong ในเวลาต่อมา กาลเวลาล่วงเลยมากระทั่งในปี 2014 เชฟ Sidney Schutte ตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศบ้านเกิดเพื่อร่วมงานกับ Waldorf Astoria Amsterdam พร้อมกับดำรงตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Librije’s Zusje ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Librije’s Sister ภายใต้การกำกับดูแลของเชฟ Jonnie Boer แห่งห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองในคู่มือปกแดงฉบับปี 2015 นับเป็นระยะเวลาเพียง 7 เดือนหลังเปิดทำการและถือเป็นครั้งแรกในประเทศแห่งกังหันลมที่ห้องอาหารสามารถคว้าดาวมาครองได้ถึง 2 ดวงในทันทีอีกด้วย นอกจาก MICHELIN Guide แล้วคู่มือ Gault&Millau ยังตัดสินใจมอบตำแหน่ง Chef of The Year ให้กับเชฟ Sidney Schutte ในปี 2017 ก่อนที่ตัวร้านจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Spectrum ในเวลาต่อมา

🎗 [THE FOOD] สำหรับรูปแบบการเตรียมอาหารนั้นเชฟ Sidney Schutte ผู้ได้รับสมญานามว่า The Crazy Chef สามารถผสมผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับวัตถุดิบขึ้นชื่อต่าง ๆ ของประเทศเนเธอแลนด์เสริมด้วยรสชาติของอาหารฝั่งเอเชียออกมาได้อย่างลงตัว ห้องอาหาร Spectrum จัดเสิร์ฟ Tasting Menu ออกมาจำนวน 7 คอร์สใน 2 รูปแบบคือเซ็ตเมนูปกตินำเสนอมาที่ราคา 210 € โดยมีจาน Main Course ให้เลือกได้ 2 อย่างและเซ็ตเมนูแบบ Vegetarian นำเสนอมาที่ราคา 200 € ทั้งนี้จานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ Lovage
Wild Strawberry, Peteh Bean, Ramson
เมนูหลักคอร์สแรกคือ Crispy Lovage โดย Lovage คือสมุนไพรที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารมีอโรมาเฉพาะตัวคล้าย Celery เชฟเตรียมองค์ประกอบแรกมาให้มีลักษณะเป็นแผ่นกรอบที่เบาจนแทบละลายในปาก ส่วนด้านในคือ Lovage Soufflé นุ่ม ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Coconut Hollandaise สีเขียวที่มีครบทั้งความครีมมี่ หอม มัน เบรคด้วยรสเปรี้ยวจากผงสีแดงที่ทำมาจากสตรอว์เบอร์รี่ป่า จานนี้จบด้วยการวางผัก Chickweed ลงไปช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับภาพรวมของจาน (19/20)

✨ Sole
Crab, Elderflower, Blackcurrant, Buckwheat Ferment
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอสองวัตถุดิบล้ำค่าของท้องทะเลแห่งประเทศเนเธอแลนด์อย่างปลา North Sea Sole เสิร์ฟมาคู่กับสลัดของปู North Sea Crab เนื้อสัมผัสของปลานุ่มแต่ยังมีความสู้ฟันนิด ๆ ในขณะที่เนื้อปูนุ่มจะเกือบละลายในปากตัดด้วยความกรอบของ Buckwheat หมักที่โรยมาด้านบน รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปลาและเนื้อปูผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ข้างกันคือองค์ประกอบของ Elderflower และแตงกวา ส่วนผงสีม่วงนั้นเตรียมมาจาก Blackcurrant นั่นเอง (19/20)

✨ Duck
Eggplant, Tulip Bulb, Pomegranate, Black Olive
Main Course จานแรกนี้ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ทันทีว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเป็ดย่างฮ่องกง เชฟเลือกใช้เป็ด Challans Duck นำไปผ่านกระบวนการ Dry Aging กับ Secret Spices Mixed ด้วยตัวเองนาน 2 อาทิตย์เพื่อให้เนื้อเป็ดมีรสชาติที่เข้มข้น จากนั้นเสิร์ฟมาแบบหนังกรอบแบบที่เราคุ้นเคยกัน ฝั่งบนสุดของจานคือ Pickled ต่าง ๆ มีทั้งหน่อทิวลิปและมะเขือเผา องค์ประกอบด้านบนคืออีกหนึ่งไฮไลท์ของจานอย่างหนังเป็ดฟูกรอบที่เคี้ยวเพลินมาก ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ได้จากการ Reduction โดยเคี่ยวทับทิมและมะกอกดำจนได้รสชาติที่เข้มข้นให้รสชาติเช่นเดียวกันกับซอสสไตล์ฮ่องกงรสเลิศนั่นเอง นอกจากนี้ยังมี Bouillon อุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากกระดูกเป็ด Challans Duck เสิร์ฟมาคู่กับลูกฟัวกราส์กลม ๆ อีกด้วย (19/20)

🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Spectrum สามารถสร้างความประทับใจให้กับพวกเราทั้ง 4 คนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกคอร์สประกอบขึ้นจากวัตถุดิบดูแตกต่างกันแต่กลับผสมผสานรสชาติและเนื้อสัมผัสออกมาได้อย่างกลมกลืน ราคาอาหารถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากตำแหน่งของร้านที่ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในกรุง Amsterdam ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวมาเราจึงขอจัดให้ Spectrum เป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเนเธอแลนด์ได้อย่างไร้ข้อกังขา

Price :

200-210 €

Parking :

Valet Parking (10 €/hr per car)

Operating Time :

พุธ-เสาร์ 18.00-24.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารชั้นนำที่รังสรรค์เมนูสไตล์ Creative ออกมาได้ที่ดีที่สุดในกรุง Amsterdam

อาหาร :

18

ราคา :

2/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 MENU (210 €)

          
Ancho

Avocado, Mexican Tarragon, Cherry

Artichoke

Lumpfish Roe, Grapefruit

Conch

Cauliflower, Kaffir, Caviar

Lovage

Wild Strawberry, Peteh Bean, Ramson

Blue Lobster

Duck Tongue, Liquorice, Foie Gras, Green Apple, Pistou

Sole

Crab, Elderflower, Blackcurrant, Buckwheat Ferment

Cockles

Beetroot, Pistachio, Marrow, Black Truffle

Duck

Eggplant, Tulip Bulb, Pomegranate, Black Olive

OR

Lamb

Oyster, Vanilla, Rhubarb, Eryngi, Artichoke

Époisses

Blackberry, Sticky Rice, Horseradish

Cherry

Sourdough, Sesame, Almond, Magnolia

🇳🇱 Spectrum – สเปกตรัม

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵🏵🏵🏵 18.5/20 Gault&Millau – 18.5/20 โก&มีโย

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Sidney Schutte – เชฟซิดนีย์ สคูตเต

Ancho
Avocado, Mexican Tarragon, Cherry

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Finger Food ที่นำเสนอกลิ่นหอมเฉพาะตัวของ Ancho Chilli เสริมด้วยอโรมาของ Terragon ทั้งนี้ยังมีความมันของ Avocado และรสชาติของลูก Black Cherry อีกด้วย ด้านบนตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้ให้สีสันสวยงามดูน่าลิ้มลองมากจริง ๆ (17/20)

Artichoke
Lumpfish Roe, Grapefruit

ถัดมาทีมเชฟจะนำดอกอาร์ติโชคพร้อมกับ Finger Food คำที่ 2 มีลักษณะเป็นชิ้นกรอบ ๆ เสริมด้วยความเค็มของไข่ปลา Lumpfish และความหอมจาก Grapefruit (17/20)

Conch
Cauliflower, Kaffir, Caviar

จบท้ายคอร์สเรียกน้ำย่อยด้วยหอยสังข์เนื้อหนึบ ๆ ด้านในบรรจุครีมหวาน ๆ ของกะหล่ำดอกเสริมด้วยกลิ่นของมะกรูดและรสชาติเค็มเบา ๆ ของคาเวียร์ (18/20)

Conch
Cauliflower, Kaffir, Caviar

วิธีรับประทานให้ใช้ช้อนขนาดเล็กตักออกมาจากก้นหอยได้เลย (18/20)

Bread & Butter

ขนมปังเสิร์ฟมาคู่กับเนย 2 อย่างคือ Caramelized Goat Milk Butter สีน้ำตาลเข้มมีกลิ่นเฉพาะตัวและ Jersey Cow Milk Butter ที่มีความหอม มัน ครีมมี่มากกว่าเนยทั่ว ๆ ไป

Lovage
Wild Strawberry, Peteh Bean, Ramson

เมนูหลักคอร์สแรกคือ Crispy Lovage โดย Lovage คือสมุนไพรที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารมีอโรมาเฉพาะตัวคล้าย Celery เชฟเตรียมองค์ประกอบแรกมาให้มีลักษณะเป็นแผ่นกรอบที่เบาจนแทบละลายในปาก ส่วนด้านในคือ Lovage Soufflé นุ่ม ๆ (19/20)

Lovage
Wild Strawberry, Peteh Bean, Ramson

จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Coconut Hollandaise สีเขียวที่มีครบทั้งความครีมมี่ หอม มัน เบรคด้วยรสเปรี้ยวจากผงสีแดงที่ทำมาจากสตรอว์เบอร์รี่ป่า จานนี้จบด้วยการวางผัก Chickweed ลงไปช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับภาพรวมของจาน (19/20)

Blue Lobster
Duck Tongue, Liquorice, Foie Gras, Green Apple, Pistou

จานถัดมาคือ Blue Lobster ปรุงให้สุกในเนย Liqourice Butter จนได้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งตัดกันกับความกรอบของลิ้นเป็ด องค์ประกอบสีน้ำตาลกลม ๆ เตรียมมาจากฟัวกราส์ตับเป็ดที่มีความครีมมี่ หอม มัน จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอสสีเขียวทำมาจากแอปเปิ้ลเขียวลงไปช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (19/20)

Sole
Crab, Elderflower, Blackcurrant, Buckwheat Ferment

คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอสองวัตถุดิบล้ำค่าของท้องทะเลแห่งประเทศเนเธอแลนด์อย่างปลา North Sea Sole เสิร์ฟมาคู่กับสลัดของปู North Sea Crab เนื้อสัมผัสของปลานุ่มแต่ยังมีความสู้ฟันนิด ๆ ในขณะที่เนื้อปูนุ่มจะเกือบละลายในปากตัดด้วยความกรอบของ Buckwheat หมักที่โรยมาด้านบน รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปลาและเนื้อปูผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ข้างกันคือองค์ประกอบของ Elderflower และแตงกวา ส่วนผงสีม่วงนั้นเตรียมมาจาก Blackcurrant นั่นเอง (19/20)

Cockles
Beetroot, Pistachio, Marrow, Black Truffle

Cockles หรือหอยแครงเนื้อนุ่มหนึบจับคู่กับ Earthy Aroma ของ Beetroot และความหอม มัน ของ Mozzarella Burrata และโฟมที่เตรียมมาจาก Bone Narrow หรือไขกระดูกผสมผสานกับอโรมาของ Black Truffle เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่ไข่ปลาเทร้าต์และองค์ประกอบของถั่วพิสตาชิโอลงไปด้วย ด้านบนคือผงทำมาจาก Veal Sweetbread หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวนั่นเอง (17/20)

Duck
Eggplant, Tulip Bulb, Pomegranate, Black Olive

สำหรับเซ็ตเมนูปกติลูกค้าสามารถเลือก Main Course ได้ 2 ชนิดเริ่มจากจานแรกที่ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ทันทีว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเป็ดย่างฮ่องกง เชฟเลือกใช้เป็ด Challans Duck นำไปผ่านกระบวนการ Dry Aging กับ Secret Spices Mixed ด้วยตัวเองนาน 2 อาทิตย์เพื่อให้เนื้อเป็ดมีรสชาติที่เข้มข้น จากนั้นเสิร์ฟมาแบบหนังกรอบแบบที่เราคุ้นเคยกัน (19/20)

Duck
Eggplant, Tulip Bulb, Pomegranate, Black Olive

องค์ประกอบฝั่งบนสุดของจานคือ Pickled ต่าง ๆ มีทั้งหน่อทิวลิปและมะเขือเผา องค์ประกอบด้านบนคืออีกหนึ่งไฮไลท์ของจานอย่างหนังเป็ดฟูกรอบที่เคี้ยวเพลินมาก ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ได้จากการ Reduction โดยเคี่ยวทับทิมและมะกอกดำจนได้รสชาติที่เข้มข้นให้รสชาติเช่นเดียวกันกับซอสสไตล์ฮ่องกงรสเลิศนั่นเอง (19/20)

Duck
Eggplant, Tulip Bulb, Pomegranate, Black Olive

นอกจากนี้ยังมี Bouillon อุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากกระดูกเป็ด Challans Duck เสิร์ฟมาคู่กับลูกฟัวกราส์กลม ๆ อีกด้วย (19/20)

Lamb
Oyster, Vanilla, Rhubarb, Eryngi, Artichoke

อีกจานหนึ่งคือเนื้อลูกแกะส่วนสันคอให้เนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวอยู่บ้าง รอบ ๆ พันห่อด้วย Rhubarb ด้านล่างมีลักษณะเป็น Paste ที่ได้ความกรอบของเมล็ดสน ข้างกันคือ Artichoke เผาห่อด้วย Eryngi หรือเห็ดนางรมหลวงแล้วพันด้วย Rhubarb จนเกิดเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน บริเวณขอบจานยังมีแผ่นใส ๆ ทำมาจากเนื้อหมึก Cuttlefish ฝานบางท็อปด้วยหอยนางรมแล่บางที่เมื้อเคี้ยวแล้วจะได้ทั้งความนุ่มและความหนึบไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง (18/20)

Époisses
Blackberry, Sticky Rice, Horseradish

หลังจบอาหารคาวเชฟนำเสนอ Époisses ชีสชื่อดังจากแคว้น Burgundy ประเทศฝรั่งเศส ด้านล่างคือ Sticky Rice Cracker กรอบ ๆ องค์ประกอบสีขาวกลม ๆ คือขนมโมจินุ่มหนึบสอดไส้ด้านในด้วย Horseradish Ice Cream จากนั้นพนักงานจะเทราด Blackberry Coulis รสชาติเข้มข้นลงไปด้านบน (18/20)

Cherry
Sourdough, Sesame, Almond, Magnolia

ขนมหวานจานหลักคือผล Cherry เสิร์ฟมากับครัมเบิ้ลกรอบและ Sourdough Ice Cream หอม ๆ ให้รสชาติและกลิ่นแบบขนมปัง ก้อนหินสีดำข้าง ๆ กันทำมาจากงาดำให้อโรมาที่เด่นชัด ขนม Meringue สีขาวชมพูหวานกรอบละลายในปากทำมาจากดอก Magnolia สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Sabayon สีส้มทำมาจากถั่วอัลมอนด์เผาให้กลิ่นเคล้ากันไปกับงาดำได้อย่างลงตัว (18/20)

Mignardises

จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟ Cocktails 2 ชนิดคือ Mai Tai ท็อปด้านบนด้วยขนมสายไหมและ Strawberry Margarita นำเสนอมาในรูปแบบใหม่นั่นเอง

Mignardises

ปิดท้ายด้วย Praline ที่เตรียมมาจากวัตถุดิบของเซ็ตเมนูหลักทั้ง 2 อย่างคือ Oregano, Truffle Milk, Bergamot, Peteh Bean, Green Apple และ Cherry

Coffee and Tea Service (9 €)

เพื่อน ๆ สามารถสั่งกาแฟหรือชามาดื่มคู่กับของหวานเพื่อปิดท้ายมื้ออาหาร

Coffee and Tea Service (9 €)

สำหรับชาที่นี่ใช้ของ TWG

💰 ราคาสำหรับ 4 คน

🎗 [INTRO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเนเธอแลนด์และต้องการเฟ้นหาห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในกรุง Amsterdam เราขอแนะนำ Spectrum ห้องอาหารสุดสร้างสรรค์ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เชฟมากประสบการณ์ Sidney Schutte สามารถสร้างสถิติในการคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ทันทีภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนหลังเปิดทำการและนับเป็นห้องอาหารแห่งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศเนเธอแลนด์ที่คว้าดาวมาครองได้ถึง 2 ดวงในครั้งเดียวอีกด้วย

สำหรับห้องอาหาร Spectrum นั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นไม้สีอ่อนตัดกันกับชุดภาพแขวนผนังที่มีสีสันจัดจ้าน

ผนังฝั่งหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกมองออกไปเห็นสวนขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา

ตลอดมื้ออาหารนี้ Sommelier สามารถแนะนำไวน์ได้อย่างละเอียดทั้งยังพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว พนักงานนำเสิร์ฟอาหารโดยรักษาสมดุลระหว่างความเป็นทางการและความเป็นกันเองได้อย่างลงตัว

🎗 [THE CHEF] Sidney Schutte เกิดในปี 1976 ที่เมือง Middelburg ประเทศเนเธอแลนด์และเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟ เมื่ออายุได้ 18 ปีเขาออกเดินทางไปหาประสบการณ์กับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Der Bloasbalg (1 MICHELIN Star), Scholteshof (2 MICHELIN Stars) รวมไปถึงหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดตลอดกาลของเนเธอแลนด์อย่าง De Librije (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2010 เขาได้รับตำแหน่ง Executive Sous Chef ให้กับห้องอาหาร Amber (2 MICHELIN Stars) ในเกาะฮ่องกงก่อนจะเลื่อนตำแหน่งเป็น Executive Chef ให้กับโรงแรม The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong ในเวลาต่อมา กาลเวลาล่วงเลยมากระทั่งในปี 2014 เชฟ Sidney Schutte ตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศบ้านเกิดเพื่อร่วมงานกับ Waldorf Astoria Amsterdam พร้อมกับดำรงตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Librije’s Zusje ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Librije’s Sister ภายใต้การกำกับดูแลของเชฟ Jonnie Boer แห่งห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองในคู่มือปกแดงฉบับปี 2015 นับเป็นระยะเวลาเพียง 7 เดือนหลังเปิดทำการและถือเป็นครั้งแรกในประเทศแห่งกังหันลมที่ห้องอาหารสามารถคว้าดาวมาครองได้ถึง 2 ดวงในทันทีอีกด้วย นอกจาก MICHELIN Guide แล้วคู่มือ Gault&Millau ยังตัดสินใจมอบตำแหน่ง Chef of The Year ให้กับเชฟ Sidney Schutte ในปี 2017 ก่อนที่ตัวร้านจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Spectrum ในเวลาต่อมา

🎗 [THE FOOD] สำหรับรูปแบบการเตรียมอาหารนั้นเชฟ Sidney Schutte ผู้ได้รับสมญานามว่า The Crazy Chef สามารถผสมผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับวัตถุดิบขึ้นชื่อต่าง ๆ ของประเทศเนเธอแลนด์เสริมด้วรสชาติของอาหารฝั่งเอเชียออกมาได้อย่างลงตัว ห้องอาหาร Spectrum จัดเสิร์ฟ Tasting Menu ออกมาจำนวน 7 คอร์สใน 2 รูปแบบคือเซ็ตเมนูปกตินำเสนอมาที่ราคา 210 € โดยมีจาน Main Course ให้เลือกได้ 2 อย่างและเซ็ตเมนูแบบ Vegetarian นำเสนอมาที่ราคา 200 €

G.A Design International – London ออกแบบภายในอย่างวิจิตตระการตาด้วยโทนสีน้ำเงิน-ครีมช่วยให้บรรยากาศดูสงบและผ่อนคลาย แชนเดอเลียร์และโคมไฟคริสตัล Murano รวมไปถึงภาพแขวนผนังช่วงยุคศตวรรษที่ 17 ช่วยเติมแต่งความหรูหราและเสริมมนต์เสน่ห์ให้กับสถานที่แห่งนี้

มุมมองจากฝั่งสวน

Spectrum หรือชื่อเดิมคือ Librije’s Zusje ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเครือ Hilton อย่าง Waldorf Astoria Amsterdam

ตัวโรงแรมเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมคลอง Herengracht Canal ห่างจาก Rembrandtplein ออกมาเพียง 2 บล็อคหรือสำหรับใครที่เดินเท้ามาจาก Museumplein หรือย่านพิพิธภัณฑ์ก็ใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น

🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Spectrum สามารถสร้างความประทับใจให้กับพวกเราทั้ง 4 คนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกคอร์สประกอบขึ้นจากวัตถุดิบดูแตกต่างกันแต่กลับผสมผสานรสชาติและเนื้อสัมผัสออกมาได้อย่างกลมกลืน ราคาอาหารถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากตำแหน่งของร้านที่ตั้งอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในกรุง Amsterdam ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวมาเราจึงขอจัดให้ Spectrum เป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเนเธอแลนด์ได้อย่างไร้ข้อกังขา