หน้าแรก » 🇮🇹 Caino – ไคโน
Visit: March 19, 2025
🇮🇹 Caino - ไคโน
🧑🏻🍳 Chef Valeria Piccini - เชฟวาเลเรีย ปิชชินี
via della Chiesa 4, Montemerano, 58014, Italy
Tel: (+39) 0564 602817
Cuisine
🍴 Tuscan, Contemporary - อาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี, ร่วมสมัย
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ
Price :
190-240 €
Parking :
จอดนอกเขต ZTL แล้วเดินต่อมายังร้าน
Operating Time :
Lunch Sat-Sun 12.30-14.30, Dinner Thu-Mon 19.30-21.30, Closed on Tue-Wed
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานีที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาในรูปแบบร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 BIG TASTING MENU ”IDEAS IN MOTION“ (240 €)
Caino – ไคโน![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Tuscan, Contemporary – อาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี, ร่วมสมัย
Chef Valeria Piccini – เชฟวาเลเรีย ปิชชินี
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ
Amuse-bouche
ของว่างเรียกน้ำย่อยชิ้นแรกคือ Chestnut หรือเกาลัดเสิร์ฟมากับครีมเกาลัด ด้านบนคือเกาลัดคั่วและดอกเฟนเนลป่า ข้าง ๆ กันคือ Celeriac จับคู่กับอโรมาของ Liqourice และเมล็ดสน สุดท้ายคือ Potato Chip แผ่นมันฝรั่งกรอบและปลา Croakers ท็อปด้วยยายองเนสมะนาว (17/20)
Bread
ขนมปังเสิร์ฟมา 3 ชนิดเริ่มต้นด้วย Grissini with EVOO & Rosemary บางกรอบ, White & Brown Bread และ Bread with Ricotta Cheese ข้าง ๆ คือน้ำมันมะกอกรสเข้มให้ Grassy Aroma ที่เด่นชัดและรังสรรค์ขึ้นมาสำหรับเชฟ Valeria เท่านั้น
Amuse-bouche
ของว่างอย่างสุดท้ายคือครีมอโวคาโดจับคู่มากับผลกีวี่และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (17/20)
Cauliflower and tangerine
เชฟนำเสนอครีมกะหล่ำดอกและใจของกะหล่ำดอกให้ความครีมมี่และความมันตัดด้วยความเปรี้ยวของครีมส้ม Tangerine ด้านล่างรองด้วยครีมที่เตรียมมาจากใบของต้นกะหล่ำ จากนั้นท็อปด้วยผิวส้ม Tangerine ให้มิติของกลิ่นหอมและความขมเพียงเบา ๆ (17/20)
Marinated wild boar and jerusalem artichoke
คอร์สนี้เชฟนำเสนอเนื้อหมูป่าที่ผ่านการหมักกับ Scotch Whisky แล่เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเสิร์ฟมาแลดูคล้ายกันกับ Nigiri Sushi ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของแก่นตะวันและมันฝรั่ง รอบ ๆ ห่อด้วยแผ่นสาหร่าย (17/20)
Marinated wild boar and jerusalem artichoke
ในถ้วยประกอบไปด้วยเนื้อหมูป่าหมักกับ Scotch Whisky และ Purée หวาน ๆ ของแก่นตะวัน นอกจากนี้ยังมีแผ่นแก่นตะวันกรอบและสาหร่ายใส่มาด้วย (17/20)
Cavatelli pasta flavored with sage, sea urchin, sundried tomato and cuttlefish
พาสต้า Cavatelli เส้นสดที่มีอโรมาของใบ Sage และกระเทียม เชฟคลุกเคล้ามากับครีมที่ได้จากการผสมผสานเนย มะเขือเทศตากแห้ง และไข่หอยเม่นเข้าด้วยกัน ด้านบนท็อปด้วยหมึกที่ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แบบ Carpaccio ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (17/20)
Chestnut and wild pigeon ravioli
ราวิโอลีโฮมเมดเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่โดยมีสีและรสชาติของเกาลัดอยู่ด้วย ด้านในสอดไส้เนื้อนกพิราบป่าผสานเข้ากันกับครีมเกาลัดจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากบลูเบอร์รี่และหัวหอมแดง นอกจากนี้ยังมีชิ้นเนื้อนกเสิร์ฟมาให้รับประทานสลับกันไปอีกด้วย (17/20)
Buttons pasta stuffed with potatoes served with black truffle and hazelnuts
Bottoni พาสต้าทรงกระดุมยัดไส้ด้วยมันฝรั่ง เชฟเสิร์ฟมากับครีมหัวหอมรสชาติกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำและถั่วฮาเซลนัท (17/20)
Angel hair pasta in mushroom stock with grilled skirt steak
พาสต้า Angel Hair เสิร์ฟมาชวนนึกถึงเส้นราเมงแบบญี่ปุ่น ในถ้วยคือน้ำซุปเนื้อร้อน ๆ ที่มีส่วนผสมของเห็ดให้รสชาติกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยเนื้อสเต๊กส่วน Skirt ย่างถ่านให้เนื้อสัมผัสที่ไม่นุ่มและไม่เหนียวจนเกินไปและชิ้นเห็ด Porchini นุ่ม ๆ นอกจากนี้ยังมีต้นหอมซอยใส่มาอีกด้วย (16/20)
Purple cabbage and peanuts
เทอร์รีนที่เตรียมมาจากถั่วลิสงให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดตัดกันกับถั่วลิสงคั่วกรอบจับคู่กับรสชาติของขิงและมะขาม ด้านล่างคือซอสกะหล่ำม่วงให้สีม่วงตรงไปตรงมาและซอสสีเข้มที่ได้จากการนำน้ำต้มกะหล่ำม่วงไปเคี่ยวจนงวดนั่นเอง (17/20)
Lamb, endive, dates and cumin
เนื้อแกะสายพันธุ์ Amiatina จากฟาร์มออร์กานิก Aia della Colonna เสิร์ฟมา 2 รูปแบบเริ่มจากฝั่งซ้ายคือเนื้อแกะย่างถ่าน ฝั่งขวาคือเนื้อแกะตุ๋นจนนุ่ม ด้านล่างของจานคือ Endive ส่วนใจปรุงสุกในกระทะ ส่วนใบด้านบนพันห่อเป็น Fagottino แล้วยัดไส้ Dates หรือพุทราที่นำไปหมักให้รสหวานมาตัดกับความขมของ Endive นั่นเอง ตรงกลางคือใจของ Endives ที่ผ่านการกงฟีวางมาคู่กับชิ้นพุทราหวาน (15/20)
Duck “à l’orange”
เนื้อเป็ดส่วนอกอบในเตาอบ จากนั้นนำมา Glazed ด้วยน้ำผึ้งและน้ำส้ม ข้าง ๆ คือส่วนขาที่มีความเปรี้ยวของน้ำส้มแล้วราดด้วยซอสเป็ดเข้มข้น ในจานยังมีฟัวกราส์ตับเป็ดจี่บนกระทะมาสุกพอเหมาะ ตรงกลางคือชิ้นแคร์รอตที่ผ่านการต้มในน้ำส้มโดยผสมรสชาติของเหล้า Grand Manier ลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยเจลและผิวส้ม (16/20)
Fennel and pommegranate
ล้างปากด้วยซอสทับทิมและขิงให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และเฟนเนลกรอบ ๆ ท็อปมาด้านบน (15/20)
Orange and olive oil emulsion served with goat milk ice cream
Emulsion ที่เตรียมมาจากส้มและน้ำมันมะกอก ให้รสเปรี้ยวเบา ๆ ตรงกลางคือไอศกรีมชีสนมแพะให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากถั่วอัลมอนด์และส้ม (16/20)
Hazelnuts and truffle
ของหวานในเซ็ตเมนูหลักคือ Plin หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ถั่วฮาเซลนัทผสานกับและวิปครีม จากนั้นคลุกเคล้ามากับครีมทรัฟเฟิลดำ เชฟสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยถั่วฮาเซลนัทคั่ว นอกจากนี้ยังมีความหอมของทรัฟเฟิลดำปลอมที่ผสมผสานทรัฟเฟิลและไวท์ช็อกโกแลตเข้าด้วยกัน (17/20)
Petit fours
ของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Passion Jelly, Tartelette with Hazelnut & Lemon, Beignet with Apple & Cinnamon และ Chocolate with Rhum & Pear
Coffee Torrefazione Giamaica Caffè (7 €)
ขอแนะนำให้ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักช็อต
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
ราคา 1,665 €/5 คน
[THE CHEF] Valeria Piccini เริ่มต้นทำอาหารครั้งแรกในปี 1978 ในขณะที่เธอมีอายุได้ 18 ปี หลังจากจบการศึกษาด้านเคมีเธอได้แต่งงานกับ Maurizio และย้ายมาร่วมงานกับร้านอาหารของครอบครัวสามี แม่สามีของเธอได้สังเกตเห็นพรสวรรค์พิเศษและสอนทุกสิ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคนิคการเตรียมอาหารอิตาลีท้องถิ่นสไตล์ทัสคานี นอกจากนี้เธอยังเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ เพิ่มเติมโดยการอ่านหนังสือและเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยรวมไปถึงแนวทางการทำอาหารที่แตกต่างออกไป หลังจากที่แม่สามีมอบมอบหมายให้เธอเข้ามารับช่วงดูแลร้านอาหารของครอบครัวในปี 1986 เธอได้ตัดสินใจพาความแปลกใหม่มาสู่ร้านอาหารและเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่สร้างสรรค์อาหารอิตาลีในรูปใหม่เช่นการเสิร์ฟเนื้อแกะที่สุกพอดีแทนที่เนื้อแกะปรุงสุกเกินไปแบบดั้งเดิม ถึงแม้ช่วงแรกตัวร้านจะเสียลูกค้าประจำไปบ้างแต่เธอก็สามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาลองได้ในปี 1991 จนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วเมืองและยกระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 1999 ปัจจุบันนอกจากงานในห้องครัวแล้วเธอยังมอบหมายให้ Andrea ผู้เป็นบุตรชายคอยดูแลจัดการร้านและห้องเก็บไวน์ ส่วน Maurizio ผู้เป็นสามีคอยดูแลไร่องุ่นและฟาร์มของครอบครัวซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร เชฟ Valeria ยังยืนยันว่าวัตถุดิบที่ใช้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 100 % มาจากฟาร์มของทางร้านอีกด้วย
[THE FOOD] ทางร้านได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเฉพาะวัตถุดิบจากฟาร์มของตัวเองมานำเสนอในรูปแบบที่มีความแปลกใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี เราขอแนะนำให้เลือกชิม 1 ใน 2 Tasting Menu ประกอบไปด้วย Menù Degustazione “Sapori di Maremma” (190 €) นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์สและ Gran Menù Degustazione “Idee in movimento” (240 €) นำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์ส ส่วนเมนูอบบ À La Carte นั้นอาจแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้
[THE PLACE] Montemerano เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่งดงามที่สุดในแคว้น Tuscany มีตำแหน่งตั้งอยู่ในเขต Manciano ทางตอนใต้ของจังหวัด Grosseto ใกล้กับน้ำพุร้อน Saturnia อันเลื่องชื่อ หมู่บ้านนี้มีเอกลักษณ์ด้วยกลิ่นอายยุคกลางที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมด้วยถนนหินกรวด บ้านเรือนโบราณ และบรรยากาศที่เงียบสงบ
ไม่ไกลกันกับจตุรัส Piazza del Castello เป็นที่ตั้งของ Caino ห้องอาหารระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายให้เหล่านักชิมและนักเดินทางขับรถกว่า 2 ชั่วโมงจากกรุง Rome ลัดเลาะอ้อมเขาสูงใหญ่มายังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ สำหรับประวัติของห้องอาหาร Da Caino ต้องย้อนไปไกลถึงปี ค.ศ. 1971 โดยผู้ก่อตั้งร้านอย่าง Angela Fronteddu ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เน้นการเสิร์ฟอาหารอิตาลีสไตล์ Tuscany แบบโฮมเมดโดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านดั้งเดิมเช่น พาสต้า Pici, เนื้อหมูป่า (Cinghiale) และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น Montemerano
ต่อมาในช่วงราว ๆ ปี 1980 ร้านเริ่มพัฒนาเมนูและปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความหรูหราและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นเมื่อ Angela Fronteddu ส่งต่อห้องครัวให้กับลูกสะใภ้ของเธอ Valeria Piccini ดังจะกล่าวใหนหัวข้อถัดไป
ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านหินโบราณกลางหมู่บ้าน Montemerano พร้อมทั้งตกแต่งในสไตล์ Rustic ด้วยความหรูหราที่แฝงความเรียบง่ายสังเกตได้จากผนังหิน เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ และผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตาสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก
ในร้านมีพื้นที่รับประทานอาหารขนาดเล็กแบ่งออกเป็นสัดส่วนทำให้บรรยากาศมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์ที่รวบรวมไวน์คุณภาพเยี่ยมจากแคว้นทัสคานีและไวน์ชั้นดีจากทั่วโลกให้ได้เลือกสรรกันอีกด้วย
[WHY GO] เชฟ Valeria Piccini สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานีกับแนวทางใหม่ได้อย่างลงตัว ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นของร้าน Caino เหล่านักชิมจะได้ลิ้มลองอาหารที่สะท้อนรากเหง้าดั้งเดิมแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ ราคาของเมนูอยู่ในระดับสมเหตุสมผล ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป
คุณ Pierluigi และพนักงานทุกคนให้บริการด้วยความเป็นมิตรและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าด้วยทำเลที่ตั้งที่ค่อนข้างห่างไกลจากเมืองใหญ่ การแวะพักค้างคืนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
เราแนะนำให้เข้าพักที่โรงแรมของร้านหรือเลือกพักในเมืองใกล้เคียงพร้อมทั้งจัดทริปเยี่ยมชมหมู่บ้านเล็ก ๆ อันมีเสน่ห์และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแคว้น Tuscany เช่น Sorano, Pitigliano และ Saturnia เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบของภูมิภาคนี้
แผนที่หมู่บ้าน