Visit: March 19, 2025

🇮🇹 Caino - ไคโน

🧑🏻‍🍳 Chef Valeria Piccini - เชฟวาเลเรีย ปิชชินี

via della Chiesa 4, Montemerano, 58014, Italy

Tel: (+39) 0564 602817

Cuisine

🍴 Tuscan, Contemporary - อาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี, ร่วมสมัย

Country

Italy

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16.5/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ

          
🎗️ [THE PLACE] Montemerano เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่งดงามที่สุดในแคว้น Tuscany มีตำแหน่งตั้งอยู่ในเขต Manciano ทางตอนใต้ของจังหวัด Grosseto ใกล้กับน้ำพุร้อน Saturnia อันเลื่องชื่อ หมู่บ้านนี้มีเอกลักษณ์ด้วยกลิ่นอายยุคกลางที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมด้วยถนนหินกรวด บ้านเรือนโบราณ และบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่ไกลกันกับจตุรัส Piazza del Castello เป็นที่ตั้งของ Caino ห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายให้เหล่านักชิมและนักเดินทางขับรถกว่า 2 ชั่วโมงจากกรุง Rome ลัดเลาะอ้อมเขาสูงใหญ่มายังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ สำหรับประวัติของห้องอาหาร Da Caino ต้องย้อนไปไกลถึงปี ค.ศ. 1971 โดยผู้ก่อตั้งร้านอย่าง Angela Fronteddu ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เน้นการเสิร์ฟอาหารอิตาลีสไตล์ Tuscany แบบโฮมเมดโดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านดั้งเดิมเช่น พาสต้า Pici, เนื้อหมูป่า (Cinghiale) และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น Montemerano ต่อมาในช่วงราว ๆ ปี 1980 ร้านเริ่มพัฒนาเมนูและปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความหรูหราและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นเมื่อ Angela Fronteddu ส่งต่อห้องครัวให้กับลูกสะใภ้ของเธอ Valeria Piccini ดังจะกล่าวใหนหัวข้อถัดไป ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านหินโบราณกลางหมู่บ้าน Montemerano พร้อมทั้งตกแต่งในสไตล์ Rustic ด้วยความหรูหราที่แฝงความเรียบง่ายสังเกตได้จากผนังหิน เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ และผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตาสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก ในร้านมีพื้นที่รับประทานอาหารขนาดเล็กแบ่งออกเป็นสัดส่วนทำให้บรรยากาศมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์ที่รวบรวมไวน์คุณภาพเยี่ยมจากแคว้นทัสคานีและไวน์ชั้นดีจากทั่วโลกให้ได้เลือกสรรกันอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] Valeria Piccini เริ่มต้นทำอาหารครั้งแรกในปี 1978 ในขณะที่เธอมีอายุได้ 18 ปี หลังจากจบการศึกษาด้านเคมีเธอได้แต่งงานกับ Maurizio และย้ายมาร่วมงานกับร้านอาหารของครอบครัวสามี แม่สามีของเธอได้สังเกตเห็นพรสวรรค์พิเศษและสอนทุกสิ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคนิคการเตรียมอาหารอิตาลีท้องถิ่นสไตล์ทัสคานี นอกจากนี้เธอยังเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ เพิ่มเติมโดยการอ่านหนังสือและเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยรวมไปถึงแนวทางการทำอาหารที่แตกต่างออกไป หลังจากที่แม่สามีมอบมอบหมายให้เธอเข้ามารับช่วงดูแลร้านอาหารของครอบครัวในปี 1986 เธอได้ตัดสินใจพาความแปลกใหม่มาสู่ร้านอาหารและเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่สร้างสรรค์อาหารอิตาลีในรูปใหม่เช่นการเสิร์ฟเนื้อแกะที่สุกพอดีแทนที่เนื้อแกะปรุงสุกเกินไปแบบดั้งเดิม ถึงแม้ช่วงแรกตัวร้านจะเสียลูกค้าประจำไปบ้างแต่เธอก็สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาลองได้ในปี 1991 จนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วเมืองและยกระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1999 ปัจจุบันนอกจากงานในห้องครัวแล้วเธอยังมอบหมายให้ Andrea ผู้เป็นบุตรชายคอยดูแลจัดการร้านและห้องเก็บไวน์ ส่วน Maurizio ผู้เป็นสามีคอยดูแลไร่องุ่นและฟาร์มของครอบครัวซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร เชฟ Valeria ยังยืนยันว่าวัตถุดิบที่ใช้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 100 % มาจากฟาร์มของทางร้านอีกด้วย

🎗️ [THE FOOD] ทางร้านได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเฉพาะวัตถุดิบจากฟาร์มของตัวเองมานำเสนอในรูปแบบที่มีความแปลกใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี เราขอแนะนำให้เลือกชิม 1 ใน 2 Tasting Menu ประกอบไปด้วย Menù Degustazione “Sapori di Maremma” (190 €) นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์สและ Gran Menù Degustazione “Idee in movimento” (240 €) นำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์ส ส่วนเมนูอบบ À La Carte นั้นอาจแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้ ตัวอย่างจานที่เราประทับใจในวันนี้คือ

✨ Cauliflower and tangerine
เชฟนำเสนอครีมกะหล่ำดอกและใจของกะหล่ำดอกให้ความครีมมี่และความมันตัดด้วยความเปรี้ยวของครีมส้ม Tangerine ด้านล่างรองด้วยครีมที่เตรียมมาจากใบของต้นกะหล่ำ จากนั้นท็อปด้วยผิวส้ม Tangerine ให้มิติของกลิ่นหอมและความขมเพียงเบา ๆ (17/20)

✨ Chestnut and wild pigeon ravioli
ราวิโอลีโฮมเมดเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่โดยมีสีและรสชาติของเกาลัดอยู่ด้วย ด้านในสอดไส้เนื้อนกพิราบป่าผสานเข้ากันกับครีมเกาลัดจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากบลูเบอร์รี่และหัวหอมแดง นอกจากนี้ยังมีชิ้นเนื้อนกเสิร์ฟมาให้รับประทานสลับกันไปอีกด้วย (17/20)

✨ Purple cabbage and peanuts
เทอร์รีนที่เตรียมมาจากถั่วลิสงให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดตัดกันกับถั่วลิสงคั่วกรอบจับคู่กับรสชาติของขิงและมะขาม ด้านล่างคือซอสกะหล่ำม่วงให้สีม่วงตรงไปตรงมาและซอสสีเข้มที่ได้จากการนำน้ำต้มกะหล่ำม่วงไปเคี่ยวจนงวดนั่นเอง (17/20)

🎗️ [WHY GO] เชฟ Valeria Piccini สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานีกับแนวทางใหม่ได้อย่างลงตัว ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นของร้าน Caino เหล่านักชิมจะได้ลิ้มลองอาหารที่สะท้อนรากเหง้าดั้งเดิมแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ ราคาของเมนูอยู่ในระดับสมเหตุสมผล ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป คุณ Pierluigi และพนักงานทุกคนให้บริการด้วยความเป็นมิตรและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าด้วยทำเลที่ตั้งที่ค่อนข้างห่างไกลจากเมืองใหญ่ การแวะพักค้างคืนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เราแนะนำให้เข้าพักที่โรงแรมของร้านหรือเลือกพักในเมืองใกล้เคียงพร้อมทั้งจัดทริปเยี่ยมชมหมู่บ้านเล็ก ๆ อันมีเสน่ห์และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแคว้น Tuscany เช่น Sorano, Pitigliano และ Saturnia เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบของภูมิภาคนี้

Price :

190-240 €

Parking :

จอดนอกเขต ZTL แล้วเดินต่อมายังร้าน

Operating Time :

Lunch Sat-Sun 12.30-14.30, Dinner Thu-Mon 19.30-21.30, Closed on Tue-Wed

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานีที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาในรูปแบบร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

16.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

5/5

Map

📃 BIG TASTING MENU ”IDEAS IN MOTION“ (240 €)

          
”Traveling with the colors of the Winter and the richness of their flavors“

Cauliflower and tangerine

Marinated wild boar and jerusalem artichoke

Cavatelli pasta flavored with sage, sea urchin, sundried tomato and cuttlefish

Chestnut and wild pigeon ravioli

Angel hair pasta in mushroom stock with grilled skirt steak

Purple cabbage and peanuts

Lamb, endive, dates and cumin
Or
Duck “à l’orange”

Fennel and pommegranate

Hazelnuts and truffle

Coffee Torrefazione Giamaica Caffè (7 €)

📃 SUBSTITUTION

Buttons pasta stuffed with potatoes served with black truffle and hazelnuts

Orange and olive oil emulsion served with goat milk ice cream

🇮🇹 Caino – ไคโน

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🍴 Tuscan, Contemporary – อาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี, ร่วมสมัย

🧑🏻‍🍳 Chef Valeria Piccini – เชฟวาเลเรีย ปิชชินี

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงของเชฟหญิงมากความสามารถ Valeria Piccini ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการอาหารระดับโลก ท่ามกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบอย่าง Montemerano ในแคว้น Tuscany ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายยุคกลาง ห้องอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณที่เรียบง่ายแต่งดงามราวกับอัญมณีที่รอคอยให้นักชิมเดินทางมาค้นพบ

Amuse-bouche

ของว่างเรียกน้ำย่อยชิ้นแรกคือ Chestnut หรือเกาลัดเสิร์ฟมากับครีมเกาลัด ด้านบนคือเกาลัดคั่วและดอกเฟนเนลป่า ข้าง ๆ กันคือ Celeriac จับคู่กับอโรมาของ Liqourice และเมล็ดสน สุดท้ายคือ Potato Chip แผ่นมันฝรั่งกรอบและปลา Croakers ท็อปด้วยยายองเนสมะนาว (17/20)

Bread

ขนมปังเสิร์ฟมา 3 ชนิดเริ่มต้นด้วย Grissini with EVOO & Rosemary บางกรอบ, White & Brown Bread และ Bread with Ricotta Cheese ข้าง ๆ คือน้ำมันมะกอกรสเข้มให้ Grassy Aroma ที่เด่นชัดและรังสรรค์ขึ้นมาสำหรับเชฟ Valeria เท่านั้น

Amuse-bouche

ของว่างอย่างสุดท้ายคือครีมอโวคาโดจับคู่มากับผลกีวี่และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (17/20)

Cauliflower and tangerine

เชฟนำเสนอครีมกะหล่ำดอกและใจของกะหล่ำดอกให้ความครีมมี่และความมันตัดด้วยความเปรี้ยวของครีมส้ม Tangerine ด้านล่างรองด้วยครีมที่เตรียมมาจากใบของต้นกะหล่ำ จากนั้นท็อปด้วยผิวส้ม Tangerine ให้มิติของกลิ่นหอมและความขมเพียงเบา ๆ (17/20)

Marinated wild boar and jerusalem artichoke

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเนื้อหมูป่าที่ผ่านการหมักกับ Scotch Whisky แล่เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเสิร์ฟมาแลดูคล้ายกันกับ Nigiri Sushi ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของแก่นตะวันและมันฝรั่ง รอบ ๆ ห่อด้วยแผ่นสาหร่าย (17/20)

Marinated wild boar and jerusalem artichoke

ในถ้วยประกอบไปด้วยเนื้อหมูป่าหมักกับ Scotch Whisky และ Purée หวาน ๆ ของแก่นตะวัน นอกจากนี้ยังมีแผ่นแก่นตะวันกรอบและสาหร่ายใส่มาด้วย (17/20)

Cavatelli pasta flavored with sage, sea urchin, sundried tomato and cuttlefish

พาสต้า Cavatelli เส้นสดที่มีอโรมาของใบ Sage และกระเทียม เชฟคลุกเคล้ามากับครีมที่ได้จากการผสมผสานเนย มะเขือเทศตากแห้ง และไข่หอยเม่นเข้าด้วยกัน ด้านบนท็อปด้วยหมึกที่ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แบบ Carpaccio ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (17/20)

Chestnut and wild pigeon ravioli

ราวิโอลีโฮมเมดเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่โดยมีสีและรสชาติของเกาลัดอยู่ด้วย ด้านในสอดไส้เนื้อนกพิราบป่าผสานเข้ากันกับครีมเกาลัดจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละมุน รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากบลูเบอร์รี่และหัวหอมแดง นอกจากนี้ยังมีชิ้นเนื้อนกเสิร์ฟมาให้รับประทานสลับกันไปอีกด้วย (17/20)

Buttons pasta stuffed with potatoes served with black truffle and hazelnuts

Bottoni พาสต้าทรงกระดุมยัดไส้ด้วยมันฝรั่ง เชฟเสิร์ฟมากับครีมหัวหอมรสชาติกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำและถั่วฮาเซลนัท (17/20)

Angel hair pasta in mushroom stock with grilled skirt steak

พาสต้า Angel Hair เสิร์ฟมาชวนนึกถึงเส้นราเมงแบบญี่ปุ่น ในถ้วยคือน้ำซุปเนื้อร้อน ๆ ที่มีส่วนผสมของเห็ดให้รสชาติกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยเนื้อสเต๊กส่วน Skirt ย่างถ่านให้เนื้อสัมผัสที่ไม่นุ่มและไม่เหนียวจนเกินไปและชิ้นเห็ด Porchini นุ่ม ๆ นอกจากนี้ยังมีต้นหอมซอยใส่มาอีกด้วย (16/20)

Purple cabbage and peanuts

เทอร์รีนที่เตรียมมาจากถั่วลิสงให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดตัดกันกับถั่วลิสงคั่วกรอบจับคู่กับรสชาติของขิงและมะขาม ด้านล่างคือซอสกะหล่ำม่วงให้สีม่วงตรงไปตรงมาและซอสสีเข้มที่ได้จากการนำน้ำต้มกะหล่ำม่วงไปเคี่ยวจนงวดนั่นเอง (17/20)

Lamb, endive, dates and cumin

เนื้อแกะสายพันธุ์ Amiatina จากฟาร์มออร์กานิก Aia della Colonna เสิร์ฟมา 2 รูปแบบเริ่มจากฝั่งซ้ายคือเนื้อแกะย่างถ่าน ฝั่งขวาคือเนื้อแกะตุ๋นจนนุ่ม ด้านล่างของจานคือ Endive ส่วนใจปรุงสุกในกระทะ ส่วนใบด้านบนพันห่อเป็น Fagottino แล้วยัดไส้ Dates หรือพุทราที่นำไปหมักให้รสหวานมาตัดกับความขมของ Endive นั่นเอง ตรงกลางคือใจของ Endives ที่ผ่านการกงฟีวางมาคู่กับชิ้นพุทราหวาน (15/20)

Duck “à l’orange”

เนื้อเป็ดส่วนอกอบในเตาอบ จากนั้นนำมา Glazed ด้วยน้ำผึ้งและน้ำส้ม ข้าง ๆ คือส่วนขาที่มีความเปรี้ยวของน้ำส้มแล้วราดด้วยซอสเป็ดเข้มข้น ในจานยังมีฟัวกราส์ตับเป็ดจี่บนกระทะมาสุกพอเหมาะ ตรงกลางคือชิ้นแคร์รอตที่ผ่านการต้มในน้ำส้มโดยผสมรสชาติของเหล้า Grand Manier ลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยเจลและผิวส้ม (16/20)

Fennel and pommegranate

ล้างปากด้วยซอสทับทิมและขิงให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และเฟนเนลกรอบ ๆ ท็อปมาด้านบน (15/20)

Orange and olive oil emulsion served with goat milk ice cream

Emulsion ที่เตรียมมาจากส้มและน้ำมันมะกอก ให้รสเปรี้ยวเบา ๆ ตรงกลางคือไอศกรีมชีสนมแพะให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากถั่วอัลมอนด์และส้ม (16/20)

Hazelnuts and truffle

ของหวานในเซ็ตเมนูหลักคือ Plin หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ถั่วฮาเซลนัทผสานกับและวิปครีม จากนั้นคลุกเคล้ามากับครีมทรัฟเฟิลดำ เชฟสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยถั่วฮาเซลนัทคั่ว นอกจากนี้ยังมีความหอมของทรัฟเฟิลดำปลอมที่ผสมผสานทรัฟเฟิลและไวท์ช็อกโกแลตเข้าด้วยกัน (17/20)

Petit fours

ของหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Passion Jelly, Tartelette with Hazelnut & Lemon, Beignet with Apple & Cinnamon และ Chocolate with Rhum & Pear

Coffee Torrefazione Giamaica Caffè (7 €)

ขอแนะนำให้ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักช็อต

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 1,665 €/5 คน

🎗️ [THE CHEF] Valeria Piccini เริ่มต้นทำอาหารครั้งแรกในปี 1978 ในขณะที่เธอมีอายุได้ 18 ปี หลังจากจบการศึกษาด้านเคมีเธอได้แต่งงานกับ Maurizio และย้ายมาร่วมงานกับร้านอาหารของครอบครัวสามี แม่สามีของเธอได้สังเกตเห็นพรสวรรค์พิเศษและสอนทุกสิ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคนิคการเตรียมอาหารอิตาลีท้องถิ่นสไตล์ทัสคานี นอกจากนี้เธอยังเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ เพิ่มเติมโดยการอ่านหนังสือและเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยรวมไปถึงแนวทางการทำอาหารที่แตกต่างออกไป หลังจากที่แม่สามีมอบมอบหมายให้เธอเข้ามารับช่วงดูแลร้านอาหารของครอบครัวในปี 1986 เธอได้ตัดสินใจพาความแปลกใหม่มาสู่ร้านอาหารและเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่สร้างสรรค์อาหารอิตาลีในรูปใหม่เช่นการเสิร์ฟเนื้อแกะที่สุกพอดีแทนที่เนื้อแกะปรุงสุกเกินไปแบบดั้งเดิม ถึงแม้ช่วงแรกตัวร้านจะเสียลูกค้าประจำไปบ้างแต่เธอก็สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาลองได้ในปี 1991 จนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วเมืองและยกระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1999 ปัจจุบันนอกจากงานในห้องครัวแล้วเธอยังมอบหมายให้ Andrea ผู้เป็นบุตรชายคอยดูแลจัดการร้านและห้องเก็บไวน์ ส่วน Maurizio ผู้เป็นสามีคอยดูแลไร่องุ่นและฟาร์มของครอบครัวซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร เชฟ Valeria ยังยืนยันว่าวัตถุดิบที่ใช้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 100 % มาจากฟาร์มของทางร้านอีกด้วย

🎗️ [THE FOOD] ทางร้านได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเฉพาะวัตถุดิบจากฟาร์มของตัวเองมานำเสนอในรูปแบบที่มีความแปลกใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานี เราขอแนะนำให้เลือกชิม 1 ใน 2 Tasting Menu ประกอบไปด้วย Menù Degustazione “Sapori di Maremma” (190 €) นำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์สและ Gran Menù Degustazione “Idee in movimento” (240 €) นำเสนอมาที่จำนวน 9 คอร์ส ส่วนเมนูอบบ À La Carte นั้นอาจแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้

🎗️ [THE PLACE] Montemerano เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่งดงามที่สุดในแคว้น Tuscany มีตำแหน่งตั้งอยู่ในเขต Manciano ทางตอนใต้ของจังหวัด Grosseto ใกล้กับน้ำพุร้อน Saturnia อันเลื่องชื่อ หมู่บ้านนี้มีเอกลักษณ์ด้วยกลิ่นอายยุคกลางที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมด้วยถนนหินกรวด บ้านเรือนโบราณ และบรรยากาศที่เงียบสงบ

ไม่ไกลกันกับจตุรัส Piazza del Castello เป็นที่ตั้งของ Caino ห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายให้เหล่านักชิมและนักเดินทางขับรถกว่า 2 ชั่วโมงจากกรุง Rome ลัดเลาะอ้อมเขาสูงใหญ่มายังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ สำหรับประวัติของห้องอาหาร Da Caino ต้องย้อนไปไกลถึงปี ค.ศ. 1971 โดยผู้ก่อตั้งร้านอย่าง Angela Fronteddu ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เน้นการเสิร์ฟอาหารอิตาลีสไตล์ Tuscany แบบโฮมเมดโดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านดั้งเดิมเช่น พาสต้า Pici, เนื้อหมูป่า (Cinghiale) และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น Montemerano

ต่อมาในช่วงราว ๆ ปี 1980 ร้านเริ่มพัฒนาเมนูและปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความหรูหราและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นเมื่อ Angela Fronteddu ส่งต่อห้องครัวให้กับลูกสะใภ้ของเธอ Valeria Piccini ดังจะกล่าวใหนหัวข้อถัดไป

ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านหินโบราณกลางหมู่บ้าน Montemerano พร้อมทั้งตกแต่งในสไตล์ Rustic ด้วยความหรูหราที่แฝงความเรียบง่ายสังเกตได้จากผนังหิน เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ และผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตาสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก

ในร้านมีพื้นที่รับประทานอาหารขนาดเล็กแบ่งออกเป็นสัดส่วนทำให้บรรยากาศมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์ที่รวบรวมไวน์คุณภาพเยี่ยมจากแคว้นทัสคานีและไวน์ชั้นดีจากทั่วโลกให้ได้เลือกสรรกันอีกด้วย

🎗️ [WHY GO] เชฟ Valeria Piccini สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอิตาลีสไตล์ทัสคานีกับแนวทางใหม่ได้อย่างลงตัว ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นของร้าน Caino เหล่านักชิมจะได้ลิ้มลองอาหารที่สะท้อนรากเหง้าดั้งเดิมแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ ราคาของเมนูอยู่ในระดับสมเหตุสมผล ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป

คุณ Pierluigi และพนักงานทุกคนให้บริการด้วยความเป็นมิตรและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าด้วยทำเลที่ตั้งที่ค่อนข้างห่างไกลจากเมืองใหญ่ การแวะพักค้างคืนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เราแนะนำให้เข้าพักที่โรงแรมของร้านหรือเลือกพักในเมืองใกล้เคียงพร้อมทั้งจัดทริปเยี่ยมชมหมู่บ้านเล็ก ๆ อันมีเสน่ห์และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแคว้น Tuscany เช่น Sorano, Pitigliano และ Saturnia เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบของภูมิภาคนี้

แผนที่หมู่บ้าน