Visit: March 18, 2025

🇮🇹 Trattoria da Amerigo - ตรัตโตเรีย ดา อาเมรีโก

👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Orlandi - เชฟจาโคโม ออร์ลันดี

via Marconi 16, Savigno, 40060, Italy

Tel: (+39) 051 670 8326

Cuisine

🍴 Emilian, Regional Cuisine - อาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลีย, อาหารท้องถิ่น

Country

Italy

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

4/5
          

🎗️ [INTRO] Trattoria da Amerigo หรือที่รู้จักกันในชื่อ Amerigo 1934 ก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าของร้านรุ่นแรกคือคุณ Amerigo และภรรยาคือคุณ Agnese ในปี 1934 ตามชื่อร้านก่อนที่กิจการจะสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาถึงมือของคุณ Alberto Bettini ในปี 1988 ตัวร้านตั้งอยู่ไม่ไกลกันจากจตุรัสกลางหมู่บ้าน Savigno ห่างจากนคร Bologna ออกมาทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 50 นาที

          
🎗️ [THE PLACE] ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านลูกค้าจะพบกับพื้นที่ชั้นล่างคือ L’Osteria หรือโรงเหล้าของคุณ Amerigo แต่เดิมใช้เป็นเป็นสถานที่พบปะและพักผ่อนของคนในหมู่บ้าน Savigno รวมไปถึงผู้คนจากชนบทโดยรอบ ลูกค้ามักจะมาดื่มไวน์ เล่นไพ่ หรือเจรจาซื้อขายฟางและปศุสัตว์ในวันที่ตลาดเปิด ในช่วงมื้อกลางวันคุณ Agnese จะรับหน้าที่คอยเตรียม Tigelle หรือขนมปังแบนแบบท้องถิ่นเสิร์ฟมากับกับเพสโตสุก นอกจากนี้ยังมี Lasagna, กระต่ายอบ, ไก่ตุ๋นสไตล์ Ccacciatore เสิร์ฟพร้อมผักจากสวน, เนื้อสัตว์แปรรูปฝีมือคุณตา และสินค้าท้องถิ่นที่ได้จากเพื่อนเกษตรกร แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแต่ทางร้านยังคงเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมที่ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้เชอร์รีปิดขอบสีดำท็อปด้านบนด้วยหินอ่อนแดงจากเมือง Verona บนเคาน์เตอร์ยังมีเครื่องชงกาแฟ Faema E61 อันโด่งดังจากยุค 60 ลึกเข้าไปคือบันไดแคบ ๆ ติดกันกับห้องครัวพาลูกค้าขึ้นไปสู่ชั้นบน หลังจากเดินขึ้นมาให้มองไปทางซ้ายจะพบกับ La Sala Della Tavola Rotonda หรือห้องโต๊ะกลมที่มีเรื่องเล่าย้อนไปในช่วงปี 1953 ที่คุณ Amerigo ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาใช้เป็นเครื่องแรกของหมู่บ้าน Savigno เพื่อรับชมถ่ายทอดสดเทศกาลเพลง Sanremo ปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องกึ่งส่วนตัวแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ด้วยฉากไม้และกระจกสไตล์ Art Deco โต๊ะกลมขนาดใหญ่นี้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่นัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังสามารถจัดแยกออกเป็นโต๊ะเล็ก ๆ หลายโต๊ะได้อีกด้วย อีกหนึ่งห้องที่เป็นไฮไลท์ของร้านคือ Sala Gino Pellegrini โดยคุณ Gino ใช้เวลากว่า 2 ปีในการวาดภาพบนผนังด้วยเทคนิค Trompe l’œil หรือการวาดให้เหมือนจริงแบบลวงตา เขาจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ Alberto และค่อย ๆ เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวขจีและท้องฟ้าสีคราม, กระต่ายขาวจาก Alice in Wonderland, สุนัข Lagotto คาบเห็ดทรัฟเฟิล, งู, ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ, นกเค้า, กระรอก, แมงมุม, ผีเสื้อ, เม่น, ปลา char, สุนัขจิ้งจอก และกวาง ส่วน La Cantina หรือห้องเก็บไวน์โดดเด่นด้วยไวน์ Colli Bolognesi ของภูมิภาค Emilia-Romagna ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างดีที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและความชื้น 70% สุดท้ายคือ All’Aperto หรือเทอเรสนอกร้านที่จัดเตรียมให้นั่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ก่อนกลับห้ามพลาดที่จะเลือกซื้อของฝากจาก La Bottega ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพราะ Ragù Bolognese ที่ทางร้านขายมีรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] คุณ Alberto เจ้าของร้านได้มอบหมายให้เชฟ Giacomo Orlandi สืบสานปรัชญาของเขาโดยการนำอาหารอิตาลีท้องถิ่นของแคว้น Emilia มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่หรือที่ทางร้านเรียกว่า The New ”Old Recipe“ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ซึ่งใส่ความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 1998 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือลองสั่ง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Classic Menu (55 €) ที่นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกแตกต่างกันได้จำนวน 4 คอร์สและ Seasonal Tasting Menu (70 €) นำเสนอเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ตามฤดูกาลจำนวน 5 คอร์ส ตัวอย่างจานที่เราขอปักหมุดให้ตามไปชิมกันคือ

✨ TORTELLINI IN STOCK (17 €)
Tortellini in Brodo เป็นหนึ่งในอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากในแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งเมือง Bologna และ Modena ถือเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้ ทางร้านนำเสนอพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ขนาดเล็กที่ผ่านการต้มในน้ำซุปใสในที่นี้คือน้ำซุปไก่ให้รสชาติที่กลมกล่อมพอเหมาะ แนะนำให้เริ่มรับประทานแบบซุปปกติหรืออาจปรุงรสด้วย Parmigiano Reggiano ก็ได้เช่นกันเช่นกัน (15/20)

✨ TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU’ (16 €)
Ragù alla Bolognese คือซอสเนื้อเข้มข้นต้นตำรับจากเมือง Bologna ในแคว้น Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นเนื้อวัวบดที่ผ่านการตุ๋นกับผักหลายชนิดนานหลายชั่วโมงจนนุ่มละมุน รสชาติมีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นเนื้อ ทางร้านเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นสด Tagliatelle คลาสสิก พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)

✨ BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)
เมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1997 นี้คือเนื้อส่วนแก้มของลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มในไวน์แดง Barbera จากนั้นเสิร์ฟมากับ Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน รอบ ๆ คือหอมแดงทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)

🎗️ [WHY GO] Trattoria da Amerigo เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับอาหารท้องถิ่นของแคว้น Emilia สู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ บรรยากาศร้านและห้องอาหารที่ดูแลโดยคุณ Alberto สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น ราคาอาหารและไวน์จัดว่าคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทันทีหลังจบมื้ออาหารสามารถขอจอง 1 ใน 5 ห้องพักของ La Locanda ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 80-120 € เท่านั้น

Price :

30-70 €

Parking :

จอดที่จตุรัสกลางเมือง

Operating Time :

Lunch Sat-Sun 12.00-16.30, Dinner 19.30-24.00, Closed on Mon-Tue

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลียที่ยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

อาหาร :

15

ราคา :

4/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 Á LA CARTE

          
TORTELLINI IN STOCK (17 €)

TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU’ (16 €)

BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)

THE “AMERIGO” EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)

SOFT RICOTTA WITH SABA COKED MUST (1992) (9 €)

73% UGANDA RUKET CHOCOLATE CREMEUX, ZABAJONE AND CRUNCHY WAFFLES (2023) (9 €)

PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE… (3 €)

🇮🇹 Trattoria da Amerigo – ตรัตโตเรีย ดา อาเมรีโก

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 Emilian, Regional Cuisine – อาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลีย, อาหารท้องถิ่น

👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Orlandi – เชฟจาโคโม ออร์ลันดี

PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE… (3 €)

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเป็น Meatball ด้านในสอดไส้เนื้อตุ๋น ด้านบนท็อปด้วยซอสมาโย (14/20)

TORTELLINI IN STOCK (17 €)

Tortellini in Brodo เป็นหนึ่งในอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากในแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งเมือง Bologna และ Modena ถือเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้ ทางร้านนำเสนอพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ขนาดเล็กที่ผ่านการต้มในน้ำซุปใสในที่นี้คือน้ำซุปไก่ให้รสชาติที่กลมกล่อมพอเหมาะ แนะนำให้เริ่มรับประทานแบบซุปปกติหรืออาจปรุงรสด้วย Parmigiano Reggiano ก็ได้เช่นกันเช่นกัน (15/20)

TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU’ (16 €)

Ragù alla Bolognese คือซอสเนื้อเข้มข้นต้นตำรับจากเมือง Bologna ในแคว้น Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นเนื้อวัวบดที่ผ่านการตุ๋นกับผักหลายชนิดนานหลายชั่วโมงจนนุ่มละมุน รสชาติมีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นเนื้อ ทางร้านเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นสด Tagliatelle คลาสสิก พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)

TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU’ (16 €)

ลูกค้าสามารถขอชีสเพิ่มมาโรยลงไปด้านบนได้ (15/20)

TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU’ (16 €)

พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)

BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)

เมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1997 นี้คือเนื้อส่วนแก้มของลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มในไวน์แดง Barbera (15/20)

BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)

จากนั้นเสิร์ฟมากับ Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน รอบ ๆ คือหอมแดงทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)

THE “AMERIGO” EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)

The Amerigo Egg เป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2023 นำเสนอมาเป็น Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน ด้านในเป็นชีสพาเมซานล้อมรอบไข่แดงที่จะไหลเยิ้มออกมาทันทีที่ใช้มีดตัดเข้ากันกับองค์ประกอบของไข่ขาว (15/20)

THE “AMERIGO” EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)

ด้านบนท็อปด้วย Parmesan Cheese Cream และ Scorzone Black Truffle ที่ฝนมาให้แบบล้นจาน (15/20)

PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE… (3 €)

พนักงานจะจัดเสิร์ฟขนมปังโฮมเมดมาให้ด้วย

PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE… (3 €)

ล้างปากด้วยซอร์เบท์ส้มก่อนเข้าสู่ของหวานหลัก

SOFT RICOTTA WITH SABA COKED MUST (1992) (9 €)

Saba คือน้ำองุ่นที่ผ่านการปรุงให้สุกและเคี่ยวจนได้รสชาติที่เข้มข้น ทางร้านเสิร์ฟมากับ Ricotta Cheese ซึ่งมีความฝาดเบา ๆ ผสานเข้ากันกับรสชาติของ Saba ได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)

73% UGANDA RUKET CHOCOLATE CREMEUX, ZABAJONE AND CRUNCHY WAFFLES (2023) (9 €)

Uganda Ruket Dark Chocolate เสิร์ฟมาในลักษณะของ Crémeux นุ่มละมุนตัดด้วยอโรมาเฉพาะตัวของไข่แดงใน Zabajone เชฟสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นวาฟเฟิลกรอบวางมาเป็นชั้น ๆ (14/20)

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 156.50 €

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] คุณ Alberto เจ้าของร้านได้มอบหมายให้เชฟ Giacomo Orlandi สืบสานปรัชญาของเขาโดยการนำอาหารอิตาลีท้องถิ่นของแคว้น Emilia มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่หรือที่ทางร้านเรียกว่า The New ”Old Recipe“ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ซึ่งใส่ความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 1998 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือลองสั่ง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Classic Menu (55 €) ที่นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกแตกต่างกันได้จำนวน 4 คอร์สและ Seasonal Tasting Menu (70 €) นำเสนอเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ตามฤดูกาลจำนวน 5 คอร์ส

🎗️ [THE PLACE] ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านลูกค้าจะพบกับพื้นที่ชั้นล่างคือ L’Osteria หรือโรงเหล้าของคุณ Amerigo แต่เดิมใช้เป็นเป็นสถานที่พบปะและพักผ่อนของคนในหมู่บ้าน Savigno รวมไปถึงผู้คนจากชนบทโดยรอบ ลึกเข้าไปคือบันไดแคบ ๆ ติดกันกับห้องครัวพาลูกค้าขึ้นไปสู่ชั้นบน หลังจากเดินขึ้นมาให้มองไปทางซ้ายจะพบกับ La Sala Della Tavola Rotonda หรือห้องโต๊ะกลมที่มีเรื่องเล่าย้อนไปในช่วงปี 1953 ที่คุณ Amerigo ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาใช้เป็นเครื่องแรกของหมู่บ้าน Savigno เพื่อรับชมถ่ายทอดสดเทศกาลเพลง Sanremo ปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องกึ่งส่วนตัวแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ด้วยฉากไม้และกระจกสไตล์ Art Deco โต๊ะกลมขนาดใหญ่นี้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่นัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังสามารถจัดแยกออกเป็นโต๊ะเล็ก ๆ หลายโต๊ะได้อีกด้วย

ลูกค้ามักจะมาดื่มไวน์ เล่นไพ่ หรือเจรจาซื้อขายฟางและปศุสัตว์ในวันที่ตลาดเปิด ในช่วงมื้อกลางวันคุณ Agnese จะรับหน้าที่คอยเตรียม Tigelle หรือขนมปังแบนแบบท้องถิ่นเสิร์ฟมากับกับเพสโตสุก นอกจากนี้ยังมี Lasagna, กระต่ายอบ, ไก่ตุ๋นสไตล์ Ccacciatore เสิร์ฟพร้อมผักจากสวน, เนื้อสัตว์แปรรูปฝีมือคุณตา และสินค้าท้องถิ่นที่ได้จากเพื่อนเกษตรกร

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแต่ทางร้านยังคงเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมที่ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย

อีกหนึ่งห้องที่เป็นไฮไลท์ของร้านคือ Sala Gino Pellegrini โดยคุณ Gino ใช้เวลากว่า 2 ปีในการวาดภาพบนผนังด้วยเทคนิค Trompe l’œil หรือการวาดให้เหมือนจริงแบบลวงตา

เขาจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ Alberto และค่อย ๆ เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวขจีและท้องฟ้าสีคราม, กระต่ายขาวจาก Alice in Wonderland, สุนัข Lagotto คาบเห็ดทรัฟเฟิล, งู, ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ, นกเค้า, กระรอก, แมงมุม, ผีเสื้อ, เม่น, ปลา char, สุนัขจิ้งจอก และกวาง

การตกแต่งภายในร้าน

การตกแต่งภายในร้าน

ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้เชอร์รีปิดขอบสีดำท็อปด้านบนด้วยหินอ่อนแดงจากเมือง Verona บนเคาน์เตอร์ยังมีเครื่องชงกาแฟ Faema E61 อันโด่งดังจากยุค 60

ส่วน La Cantina หรือห้องเก็บไวน์โดดเด่นด้วยไวน์ Colli Bolognesi ของภูมิภาค Emilia-Romagna ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างดีที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและความชื้น 70% สุดท้ายคือ All’Aperto หรือเทอเรสนอกร้านที่จัดเตรียมให้นั่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อน

ก่อนกลับห้ามพลาดที่จะเลือกซื้อของฝากจาก La Bottega ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพราะ Ragù Bolognese ที่ทางร้านขายมีรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🎗️ [WHY GO] Trattoria da Amerigo เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับอาหารท้องถิ่นของแคว้น Emilia สู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ บรรยากาศร้านและห้องอาหารที่ดูแลโดยคุณ Alberto สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น ราคาอาหารและไวน์จัดว่าคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทันทีหลังจบมื้ออาหารสามารถขอจอง 1 ใน 5 ห้องพักของ La Locanda ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 80-120 € เท่านั้น