หน้าแรก » 🇹🇭 Celadon – ศิลาดล
Visit: September 13, 2025
🇹🇭 Celadon - ศิลาดล
👨🏻🍳 Chef Chapornpat Dapachutisan (Chef Jib) - เชฟชภรภัช ดาภาชุติสรรค์ (เชฟจิ๊บ)
13/3 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
Tel: 02-344-8888
Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไทย Fine Dining ที่เราแวะมาชิมอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ทางร้านยังได้เชฟมากฝีมือคนใหม่อย่างเชฟจิ๊บผู้ฝากผลงานเอาไว้ในรายการ Hell’s Kitchen Thailand และ MasterChef The Professionals Thailand มาประจำการและออกแบบเมนูใหม่หลายจานด้วยตัวเอง
[THE PLACE] ศิลาดลเป็นห้องอาหารไทยประจำโรงแรม The Sukhothai Bangkok ตัวร้านได้ชื่อมาจากเครื่องสังคโลกหรือเครื่องเคลือบสีเขียวไข่กาอันเป็นที่นิยมเเละมีชื่อเสียงมากในสมัยก่อน ใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดได้ที่ลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม ส่วนใครที่เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินให้ลงที่สถานีลุมพินีแล้วเดินต่อมายังร้าน ตัวอาคารมีลักษณะเป็นศาลาไทยขนาดใหญ่ 2 หลังโอบล้อมด้วยสระบัวขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย เพดานสูงและผนังกระจกใสสร้างบรรยากาศอันแสนโปร่งสบาย พื้นที่ในร้านสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 100 คน แสงไฟโทนสีส้มสาดส่องเข้ากันกับบรรยากาศช่วงกลางคืน บนผนังประดับด้วยไม้เเละสลักลายไทยโบราณ ห้ามพลาดชมการเเสดงรำไทยที่จัดขึ้นในช่วงเวลา 19.30 และ 20.30 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ส่งเสริมให้อาหารมื้อนี้ตราตรึงอยู่ในใจพวกเราแบบไม่รู้ลืม
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟ ‘จิ๊บ’ มีประสบการณ์การทำงานในโรงแรมและรีสอร์ทระดับห้าดาวมาแล้วมากมายรวมถึงการเคยทำงานเป็นเชฟให้กับสถานทูตไทยในประเทศออสเตรเลียและอังกฤษอีกด้วย สำหรับในประเทศไทยเธอฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารเวฬาภิรมย์ ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับโรงแรม The Sukhothai Bangkok เชฟจิ๊บมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาหารไทย ทั้งยังสามารถผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและโมเดิร์นออกมาเป็นอาหารจานหรูได้อย่างลงตัว ทางร้านนำเสนอเมนูมาทั้งในรูปแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu แบบ Full Experience (2,800++) และ Vegetarian (2,400++) สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอาหารหลากหลายเมนู ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในวันนี้อย่างเช่น
ต้มกะทิเนื้อเค็มสูตรของเชฟจิ๊บโดยเฉพาะ ทางร้านเลือกใช้กะปิคุณภาพสูงจากจังหวัดระนองมาปรุงรสกับน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าวจนได้รสชาติที่ซับซ้อนแต่กลมกล่อม มีความหอมเค็มจากเนื้อแดดเดียว ส่วนใบเหลียงต้มจนนุ่มกำลังดี (15/20)
แกงส้มที่ทางร้านโขลกพริกแกงเองเสิร์ฟมาในรูปแบบแกงส้มใต้ให้รสชาติที่จัดจ้าน นอกจากนี้ยังมีเนื้อปลาอุณรุตซึ่งอยู่ในกลุ่มของปลาเก๋าแดงรวมไปถึงก้านโชนกรอบ ๆ ที่ดูดน้ำแกงเข้าไปอีกด้วย (15/20)
แกงระแวงเป็นเมนูโบราณที่ปรากฎเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากแถบชวา อย่างไรก็ตามแม่ครัวไทยได้สร้างเมนูใหม่ขึ้นมาเป็นของตัวเองโดยอาศัยความโดดเด่นของพริกแกงเขียวหวานแต่เสิร์ฟมาแบบน้ำขลุกขลิก มีรสชาติจัดจ้าน หอม มัน ครีมมี่ หอมกลิ่นตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด เข้ากันกับแก้มวัวที่ผ่านการตุ๋นนานกว่า 3 ชั่วโมงจนนุ่มและข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Price :
1,500-2,800++
Parking :
จอดรถที่โรงแรม The Sukhothai Bangkok
Operating Time :
17.00-23.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารไทยที่มอบประสบการณ์อันแสนพิเศษไม่ซ้ำใคร
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Á LA CARTE
Celadon – ศิลาดล
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Thai – อาหารไทย
Chef Chapornpat Dapachutisan (Chef Jib) – เชฟชภรภัช ดาภาชุติสรรค์ (เชฟจิ๊บ)
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไทย Fine Dining ที่เราแวะมาชิมอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ทางร้านยังได้เชฟมากฝีมือคนใหม่อย่างเชฟจิ๊บผู้ฝากผลงานเอาไว้ในรายการ Hell’s Kitchen Thailand และ MasterChef The Professionals Thailand มาประจำการและออกแบบเมนูใหม่หลายจานด้วยตัวเอง
กุ้งแพทอดกรอบใบเล็บครุฑน้ำจิ้มถั่วตัด (390++)
WHITE PRAWN | POLYSCIAS LEAF | CRISPY FLOUR | RED CURRY PASTE
SOY SAUCE | SPICY TAMARIND PEANUT SAUCE
กุ้งแพกับใบเล็บครุฑทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมัน วิธีชิมให้จิ้มลงไปในซอสที่ผสมผสานน้ำมะขาม น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลาเคี่ยว และพริกชี้ฟ้าแห้งปั่นให้รสชาติครบทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด (14/20)
ยำเนื้อย่างองุ่น (650++)
MARINATED GRILLED BEEF TENDERLOIN
SPICY MINT SAUCE | ASIAN HERB | FRESH GRAPE
เนื้อวัวออสเตรเลียส่วนสันนอกเสิร์ฟมากับยำรสชาติคุ้นเคย ทางร้านได้ใส่ใบมิ้นต์ลงไปเพื่อเพิ่มความสดชื่น นอกจากนี้ยังมีความหวานที่ได้จากองุ่นแดงสดอีกด้วย (15/20)
หมูโค๊ะ (450++)
DEEP-FRIED PORK NECK | PALM SUGAR | FISH SAUCE
CHILI | SWEET GARLIC | CORIANDER LEAF
เนื้อสันคอหมูที่ผ่านการหมักกับน้ำปลาแล้วค่อยนำมาทอดกับซอสที่ให้รสชาติเค็มหวาน เชฟเสิร์ฟมากับกระเทียมโทนดอง พริก และช่อสมุนไพร (13/20)
ใบเหลียงต้มกะทิเนื้อเค็ม (480++)
MALINDJO LEAF | SHIMP PASTE | TAMARIND JUICE
CHILI | SUN DRIED BEEF | PALM SUGAR
ต้มกะทิเนื้อเค็มสูตรของเชฟจิ๊บโดยเฉพาะ ทางร้านเลือกใช้กะปิคุณภาพสูงจากจังหวัดระนองมาปรุงรสกับน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าวจนได้รสชาติที่ซับซ้อนแต่กลมกล่อม มีความหอมเค็มจากเนื้อแดดเดียว ส่วนใบเหลียงต้มจนนุ่มกำลังดี (15/20)
แกงส้มเนื้อปลาอุณรุตก้านโซน (900++)
ANDAMAN RED GROUPER | SPICY SOUTHERN STYLE YELLOW CURRY
TAMARIND JUICE | LIME | GREEN TARO STEM
แกงส้มที่ทางร้านโขลกพริกแกงเองเสิร์ฟมาในรูปแบบแกงส้มใต้ให้รสชาติที่จัดจ้าน นอกจากนี้ยังมีเนื้อปลาอุณรุตซึ่งอยู่ในกลุ่มของปลาเก๋าแดงรวมไปถึงก้านโชนกรอบ ๆ ที่ดูดน้ำแกงเข้าไปอีกด้วย (15/20)
แกงระแวงแก้มวัว (850++)
BEEF CHEEK | FRESH CUMIN
GREEN CURRY | KAFFIR LIME LEAF
แกงระแวงเป็นเมนูโบราณที่ปรากฎเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากแถบชวา อย่างไรก็ตามแม่ครัวไทยได้สร้างเมนูใหม่ขึ้นมาเป็นของตัวเองโดยอาศัยความโดดเด่นของพริกแกงเขียวหวานแต่เสิร์ฟมาแบบน้ำขลุกขลิก มีรสชาติจัดจ้าน หอม มัน ครีมมี่ หอมกลิ่นตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด เข้ากันกับแก้มวัวที่ผ่านการตุ๋นนานกว่า 3 ชั่วโมงจนนุ่มและข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
ผัดไทยกุ้ง ศิลาดล (750++)
FRIED RICE NOODLE | WHITE PRAWN | TAMARIND SAUCE
BEAN SPROUT | CHIVE | CRISPY PORK | STRING BEAN
ผัดไทยกุ้งสูตรสุโขทัยผัดกับน้ำมันหมูและซอสมะขาม เชฟเสิร์ฟมากับกุ้งแชบ๊วยจากจังหวัดกระบี่พร้อมทั้งใส่กากหมูและถั่วฝักยาวลงไปด้วย (14/20)
สัมฉุน ศิลาดล (260++)
RAMBUTAN COMPOTE | ZALACCA | POMELO | GINGER
FRIED SHALLOT | GROUND PEANUT | SEVILLE ORANGE GRANITA
ล้างปากด้วยกรานิต้าส้มฉุนฃจับคู่กับผลไม้หลายชนิด ระหว่างชิมจะพบกับขิงซอยที่ให้ความสดชื่นเพียงเบา ๆ เข้ากันกับเงาะและหอมแดงเจียวนั่นเอง (14/20)
ทับทิมสยาม (450++)
WATER CHESTNUT DUMPLING | JACKFRUIT | COCONUT SYRUP
ปิดท้ายขนมหวานด้วยทับทิมกรอบราดด้วยน้ำกะทิในลูกมะพร้าว (13/20)
ข้าวเหนียวมะม่วง (500++)
MANGO | SWEET STICKY RICE | COCONUT CREAM
นอกจากนี้ยังมีข้าวเหนียวมะม่วงที่คัดมะม่วงมาได้ดี รสหวานกลมกล่อม (13/20)
เครื่องดื่มต่างๆ
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟ ‘จิ๊บ’ มีประสบการณ์การทำงานในโรงแรมและรีสอร์ทระดับห้าดาวมาแล้วมากมายรวมถึงการเคยทำงานเป็นเชฟให้กับสถานทูตไทยในประเทศออสเตรเลียและอังกฤษอีกด้วย สำหรับในประเทศไทยเธอฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารเวฬาภิรมย์ ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับโรงแรม The Sukhothai Bangkok เชฟจิ๊บมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาหารไทย ทั้งยังสามารถผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและโมเดิร์นออกมาเป็นอาหารจานหรูได้อย่างลงตัว ทางร้านนำเสนอเมนูมาทั้งในรูปแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu แบบ Full Experience (2,800++) และ Vegetarian (2,400++)
ห้ามพลาดชมการเเสดงรำไทยที่จัดขึ้นในช่วงเวลา 19.30 และ 20.30 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ส่งเสริมให้อาหารมื้อนี้ตราตรึงอยู่ในใจพวกเราแบบไม่รู้ลืม
[THE PLACE] ศิลาดลเป็นห้องอาหารไทยประจำโรงแรม The Sukhothai Bangkok ตัวร้านได้ชื่อมาจากเครื่องสังคโลกหรือเครื่องเคลือบสีเขียวไข่กาอันเป็นที่นิยมเเละมีชื่อเสียงมากในสมัยก่อน ใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดได้ที่ลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม ส่วนใครที่เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินให้ลงที่สถานีลุมพินีแล้วเดินต่อมายังร้าน
ตัวอาคารมีลักษณะเป็นศาลาไทยขนาดใหญ่ 2 หลังโอบล้อมด้วยสระบัวขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย เพดานสูงและผนังกระจกใสสร้างบรรยากาศอันแสนโปร่งสบาย พื้นที่ในร้านสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 100 คน แสงไฟโทนสีส้มสาดส่องเข้ากันกับบรรยากาศช่วงกลางคืน บนผนังประดับด้วยไม้เเละสลักลายไทยโบราณ
ทางเข้าโรงแรม
หน้าโรงแรม
[WHY GO] ถึงแม้ว่าอาหารที่ศิลาดลจะมีหน้าตาและการตกแต่งจานที่ดูหราหราแต่ทุกจานยังคงรสชาติของอาหารไทยท้องถิ่นแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน รสชาตินำเสนอมาแบบต้นตำรับแท้ ๆ จนเรียกได้ว่าไม่มีจานไหนทำมาเพื่อลิ้นของชาวต่างชาติ (ส่วนใครที่ไม่ทานเผ็ดก็สามารถแจ้งทางร้านได้เช่นกัน) การแสดงรำไทยถึง 2 รอบต่อคืนช่วยรังสรรค์ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน พนักงานบริการดีและสามารถอธิบายที่มาของอาหารได้อย่างละเอียด สำหรับใครที่ต้องการลิ้มลองอาหารไทยระดับ Fine Dining ในกรุงเทพเราขอแนะนำให้มอง Celadon เอาไว้เป็นตัวเลือกแรก ๆ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ตัวอาคารมีลักษณะเป็นศาลาไทยขนาดใหญ่ 2 หลังโอบล้อมด้วยสระบัวขนาดใหญ่ดูร่มรื่นตา
ภายในโรงแรม