Visit: September 19, 2025

🇹🇭 Anne-Sophie Pic At Le Normandie - แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี

👨🏻‍🍳 Chef Anne-Sophie Pic - เชฟแอน-โซฟี พิค

ชั้น 5 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ 48 ซ.เจริญกรุง 40 ถ.เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก, กรุงเทพ

Tel: 02-659-9000

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

Price

/5
          

🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย

          

🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย ส่วนตัวเรานั้นวันนี้ได้ลองชิม Set Menu ชุดพิเศษที่รวบรวมจานที่บ่งบอกถึงตัวตนของเชฟ Anne-Sophie มานำเสนอได้อย่างน่าประทับใจอย่างเช่น Les Berlingots ©ASP ซึ่งเป็นสุดยอดเมนู Signature Dish มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าร ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย ถัดมาคือ Brittany Blue Lobster หรือกุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง ยังมีแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดองรวมไปถึงสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ มื้อนี้ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง

Price :

Event

Parking :

จอดที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

Operating Time :

12.00-15.30, 18.30-23.30 ปิดวันจันทร์-อังคาร

Dress Code :

Elegance

Score

อาหาร :

ราคา :

/5

เทคนิค :

/5

อัตลักษณ์ :

/5

บรรยากาศ :

/5

บริการ :

/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 4 COURSES MENU

          
Amuse-bouches

Les Berlingots ©ASP
floral pastas filled with A.O.P camembert
chamomile and saffron, slightly sour tomatoes
Fujian Oolong and Chamomile Flowers Infusion

Brittany Blue Lobster
cooked over embers, sake lees
fermented charlotte strawberries
seaweed and red fruits dashi
Champagne Rosé Louis Roederer 2016

Charolais Beef Fillet
suffused with Thai black garlic and smoked vanilla crispy tendon, folded leek with confit beef cheek and mustard
Châteauneuf-du-Pape “Nalys” 2016, Domaine Guigal

White Lotus Millefeuille
vanilla and jasmine flower cloud-like cream
Thai ginger flower, rose petal tuiles
Sparkling Silver Needle, Jasmine, Coconut Water

Mignardises

🇹🇭 Anne-Sophie Pic At Le Normandie – แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Anne-Sophie Pic – เชฟแอน-โซฟี พิค

🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง

Bread and Butter

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยตะกร้าขนมปังเสิร์ฟมากับเนยฝรั่งเศส

Les Berlingots ©ASP
floral pastas filled with A.O.P camembert
chamomile and saffron, slightly sour tomatoes
Fujian Oolong and Chamomile Flowers Infusion

เริ่มต้นด้วย Les Berlingots ©ASP สุดยอดเมนู Signature Dish ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของเชฟ Anne-Sophie Pic มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าน ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย (17/20)

Brittany Blue Lobster
cooked over embers, sake lees
fermented charlotte strawberries
seaweed and red fruits dashi
Champagne Rosé Louis Roederer 2016

กุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง องค์ประกอบสีขาวคือแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดอง ยังมีสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว (17/20)

Brittany Blue Lobster
cooked over embers, sake lees
fermented charlotte strawberries
seaweed and red fruits dashi
Champagne Rosé Louis Roederer 2016

จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ (17/20)

Charolais Beef Fillet
suffused with Thai black garlic and smoked vanilla crispy tendon, folded leek with confit beef cheek and mustard
Châteauneuf-du-Pape “Nalys” 2016, Domaine Guigal

เนื้อวัวสายพันธุ์ชาโรเลส์มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อวัวที่เราคุ้นเคยกัน เชฟนำไปหมักกับกาแฟ วานิลลา และกระเทียมดำที่เตรียมมาจากกระเทียมของไทย เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ด้านบนคือแผ่นชิปส์กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากเอ็นวัว ข้าง ๆ กันคือใบกระเทียมต้นที่พันห่อเนื้อแก้มวัวตุ๋นจนนุ่ม นอกจากนี้ยังมีซอสรสเลิศที่ไม่หนักหรือเข้มข้นจนเกินไปอีกด้วย (17/20)

Squid Crackers

เริ่มต้นด้วย Squid Crackers ที่มีความหอมคล้ายหมึกแห้งจับคู่มากับเครื่องจิ้ม Tarama ไข่ปลาและสาหร่ายวากาเมะ

Carrot Sphere

สเฟียร์แคร์รอตที่จะแตกระเบิดทันทีที่ได้เคี้ยวเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของเจอเรเนียม

Comte Cheese Tartelette

ถัดมาคือมินิทาร์ตขนาดจิ๋วที่ตรงกลางบรรจุชีสกอมเต้ให้ความฝาดเบา ๆ ส่วนด้านบนคือ Lovage ให้อโรมาที่ฉุนเฉพาะตัว

White Lotus Millefeuille
vanilla and jasmine flower cloud-like cream
Thai ginger flower, rose petal tuiles
Sparkling Silver Needle, Jasmine, Coconut Water

ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ (18/20)

Mignardises

ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วอย่าง Crêpes Suzette ที่มีความโดดเด่นของเหล้า Grand Marnier ถัดมาคือ Genmaicha & Thai Herb Tartelette สุดท้ายคือ Batak Berry Chocolate ด้านในสอดไส้ถั่วอัลมอนด์และมะพร้าว

ของฝากกลับบ้าน

Table Setting

Event Menu

สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก

ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย

กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง

ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย

🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ

ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง

รางวัล MICHELIN Star

บริเวณทางเข้าโรงแรม