หน้าแรก » 🇹🇭 Khaan – ขาล
Visit: September 13, 2025
🇹🇭 Khaan - ขาล
👨🏻🍳 Chef Sujira Pongmorn (Chef Aom) - เชฟสุจิรา พงษ์มอญ (เชฟอ้อม)
14/3 ซอยสมคิด, ถนนเพลินจิต, แขวงลุมพินี, กรุงเทพ 10330
Tel: 092-441-6547
Cuisine
🍴 Thai Contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
15.5/20
Price
[INTRO] Khaan เป็นห้องอาหารที่เปรียบได้ดั่งการเดินทางครั้งสำคัญของเชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ ผู้เคยคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้กับห้องอาหาร Saawaan ก่อนที่เธอจะย้ายไปคุมร้านอาหารยุ้งข้าวหอมเจ้าของรางวัล
Bib Gourmand อยู่พักหนึ่ง ในการหวนกลับคืนสู่วงการร้านระดับ Fine Dining ครั้งนี้เชฟอ้อมตั้งใจเปิดร้านอาหารที่แสดงถึงตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างเด่นชัดแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมจำนวนมากจนมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือปกแดงในที่สุด
Price :
3,850++
Parking :
จอดข้างร้าน
Operating Time :
17.00-1.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำเสนอตัวตนขอฝเบฟอ้อมออกมาได้อย่างชัดเจน
อาหาร :
15.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 TASTING MENU (3,850++)
Khaan – ขาล
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์
Thai Contemporary – อาหารไทยร่วมสมัย
Chef Sujira Pongmorn (Chef Aom) – เชฟสุจิรา พงษ์มอญ (เชฟอ้อม)
[INTRO] Khaan เป็นห้องอาหารที่เปรียบได้ดั่งการเดินทางครั้งสำคัญของเชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ ผู้เคยคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้กับห้องอาหาร Saawaan ก่อนที่เธอจะย้ายไปคุมร้านอาหารยุ้งข้าวหอมเจ้าของรางวัล
Bib Gourmand อยู่พักหนึ่ง ในการหวนกลับคืนสู่วงการร้านระดับ Fine Dining ครั้งนี้เชฟอ้อมตั้งใจเปิดร้านอาหารที่แสดงถึงตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างเด่นชัดแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมจำนวนมากจนมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือปกแดงในที่สุด
Fermented pork with egg
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย “จิ้มส้มหมกไข่” ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในภาชนะที่เรียกว่าผอบ ด้านในมีผักเชียงดาให้รสขมเบา ๆ ไฮไลท์คือไข่ออร์แกนิคที่ผ่านการ Sous-vide ที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสนาน 1 ชั่วโมงจนได้เนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น ด้านบนด้วยโฟมแหนมหมูรสชาติจัดจ้านที่เชฟทำขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมีหมูสามชั้นทอดกรอบที่ได้จากการนำหมูไปหมักกับเมล็ดผักชีและดอกเกลือนาน 14 วันก่อนจะนำมาทอดจนกรอบนั่นเอง (16/20)
Southern golden thread Marigold
ข้าวยำดอกดาวเรืองนำเสนอมาในรูปแบบของกระทงขนมลาจากทางตอนใต้ ด้านในมีสมุนไพรไทยหลายชนิดชั้นบนคือขนมดอกโสนเตรียมมาจากดอกดาวเรืองคลุกกับมะพร้าวขูดและแป้งข้าวเจ้า จากนั้นนึ่งจนสุก ชั้นบนคือซอสน้ำตาลโตนดที่ผ่านการเคี่ยวกับดอกเกลือ จากนั้นตกแต่งด้วยดอกดาวเรืองจนสวยงามน่าชิม (15/20)
Salted king fish with kale
คำนี้เชฟนำเสนอไอเดียที่ได้มาจาก “ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม” องค์ประกอยแรกคือบิสกิตปลากุเลาเค็มจากจังหวัดนราธิวาสเสิร์ฟมาเป็นรูปก้างปลา นอกจากนี้ยังมีครีมที่ผสมผสานปลาเค็มและไข่เข้าด้วยกัน ข้าง ๆ กันคือคะน้าดองตกแต่งด้วยดอกคะน้า (15/20)
Chamuang Thai Custard cake
แกงชะมวงที่เชฟนำขนุน (แทนที่หมูสามชั้นแบบดั้งเดิม) ไปตุ๋นกับแกงชะมวง จากนั้นอบจนได้เนื้อสัมผัสคล้ายกันกับขนมหม้อแกง (15/20)
SCOBY grill squid
จากนั้นล้างปากด้วยคำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “หมึกย่างรถเข็น” เชฟนำผลไม้จำพวกซิตรัสไปหมักเป็น SCOBY จากนั้นคัดส่วนบนไปเตรียมเป็นคอมบุฉะ เชฟหมักกับน้ำผึ้งป่าจากจังหวัดเลยที่ดองกับพริกนาน 1 ปี เพิ่มรสชาติด้วยแผ่นถั่วลิสงและผงปลาหมึกแห้งอีกทีหนึ่ง (15/20)
Andaman Tiger Prawn
คอร์สนี้คือ “กุ้งมะนาวดอง” เชฟได้กุ้งลายเสือมาจากเกาะลันตาในจังหวัดกระบี่หมักกับถั่วเน่านาน 24 ชั่วโมง ตัวกุ้งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่เฟิร์ม แน่น กรอบ สู้ฟัน เชฟท็อปด้านบนด้วยผักกระสังให้ความฉุนเพียงเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีดอกกระเทียมวางใส่มาด้วย ด้านล่างคือเนื้อมะพร้าวกะทิหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้น้ำเคี้ยวกรึบ (16/20)
Andaman Tiger Prawn
ส่วนซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากน้ำมะนาวดองเกลือที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเอง จากใส่อโรมาของพริกสด กระเทียม และรากผักชีสร้างรสชาติที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (16/20)
Andaman Tiger Prawn
ข้าง ๆ กันคือข้าวเกรียบมันกุ้ง ด้านบนคือกุ้งฝอยและดอกผักชี (16/20)
Cassava
“มัน 5 นาที” ชื่อชื่อสายพันธุ์มันสำปะหลังของไทยที่เชฟนำไปต้มนาน 5 นาทีเสิร์ฟมาแลดูคล้ายเส้นพาสต้า ตัวซอสได้มาจากผักส่วนเกินที่เหลือจากการใช้เสิร์ฟในคอร์สอื่น ๆ อบจนแห้งแล้วเคี่ยวต่อกับน้ำสะอาดนาน 8 ชั่วโมงจนเข้มข้น ด้านบนตกแต่งด้วยต้นอ่อนกุยช่าย (15/20)
Cassava
เชฟแนะนำให้ปรุงเนื้อสัมผัสด้วยพริก ถั่วที่เชฟปลูกเอง และสาหร่ายน้ำจืดทอดกรอบ (15/20)
Earth and Sea
คอร์สนี้เชฟอ้อมได้ไอเดียมาในขณะที่ยืนอยู่ริมทะเล เชฟนำกะหล่ำปลีไปทอดจนสุก จากนั้นนำใบกะหล่ำปลีมาวางเรียงซ้อนกันแล้วม้วนคล้าย Roulade แล้วจี่ต่อในกระทะให้มีกลิ่นหอม ด้านบนท็อปด้วยใบดอกดาวเรืองอีกทีหนึ่ง (17/20)
Earth and Sea
จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากหอยเชลล์ไทยผสมผสานกับเกาลัดให้รสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังมีความเค็มอูมามิของคาเวียร์หัวหินรวมไปถึงหอยเชลล์แห้งที่ฝนมาด้านบนอีกด้วย (17/20)
Earth and Sea
องค์ประกอบต่าง ๆ ของจานนี้ (17/20)
Tom Kha oyster
ต้มข่าหอยนางรมเป็นการผสานหอยนางรมสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์นำเข้าจากประเทศอเมริกาอยู่ในจานเดียวกัน ในถ้วยซุปคือหอยนางรม Barron Point ที่เชฟอ้อมนำไป Poached เพียงเล็กน้อย ข้างกันคือหัวปลีที่พันห่อเนื้อเห็ดอยู่ตรงกลาง ด้านบนท็อปด้วย 3 องค์ประกอบที่แตกต่างกันคือน้ำพริกเผาตามสูตรต้มข่าโบราณ พูเรผักชี และยอดมะพร้าวอ่อน รอบ ๆ คือซุปต้มข่าที่เตรียมขึ้นมาจากเห็ดนางรมหลวงดองเกลือให้รสเปรี้ยวโดยธรรมชาติผสมผสานกับโฟมกะทิให้กลิ่นหอมและความเบาละมุน ข้างกันคือครีมและผงที่เตรียมมาจากหอยตะโกรมกรามขาวของไทย เชฟให้ชิมรสชาติของน้ำซุปเปล่า ๆ ก่อนแล้วค่อยนำครีมลงไปไปผสมลงในน้ำซุปเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นอายของทะเลโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาว (15/20)
ล้างปากด้วยคอร์สที่เสิร์ฟโอ้เอ๋วมีลักษณะคล้ายเจลลี่นุ่ม ๆ จับคู่กับองค์ประกอบจากหลากหลายส่วนของแตงโม
Wild
เชฟอ้อมเลือกใช้ “ลิ้นจระเข้” ให้เนื้อสัมผัสที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นนำมาผัดกับซอสผัดฉ่าแบบไทย ๆ ให้ความหอมสมุนไพรและรสชาติที่จัดจ้าน ข้าง ๆ คือเครื่องเคียงเตรียมมาจากข้าวเพิร์ลบาเลย์หมักกับแป้งข้าวนานถึง 1 ปีก่อนจะนำมาผสมผสานกับโยเกิร์ตโฮมเมด เชฟยังตัดด้วยความเปรี้ยวที่ได้จากว่านหางจระเข้ดองและความกรอบของตัวเดียวอันเดียวจระเข้ตุ๋นและทอดกรอบอีกด้วย (15/20)
Khao Yai duck with Five spice curry
เชฟเลือกใช้อกเป็ดตัวเมียจากเขาใหญ่นำไป Dry-aged แล้วเสิร์ฟมาชิ้นค่อนข้างใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ 5 ชนิดคือแอปเปิ้ล-สับปะรดวางสลับมาเป็นมิลเฟย จากนั้นท็อปด้วยมะเขือเทศตากแห้ง ยังมีลูกพรุนเพียวเรจับคู่กับกุนเชียงเป็ดรสเลิศท็อปด้านบนด้วยกอมโปตลูกแพร์สร้างมิติทางรสชาติที่ดีงาม ตัวซอสแกงเผ็ดเตรียมมาได้อย่างดี ข้าง ๆ กันคือข้าวปะกาอำปึลผัดจนหอมโดยใส่องุ่นตากแห้งและแปะก๊วยลงไปด้วย (16/20)
Khao Yai duck with Five spice curry
เนื้อเป็ดมีความสู้ฟันพอเหมาะ ไม่เหนียว หนังบางกรอบ สุดยอดมาก ๆ (16/20)
Pre-dessert
จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟคอร์สล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานจานหลัก
Forget husband rice
ของหวานจานหลักคือข้าวเหนียวมะม่วงในรูปแบบของร้านขาล เชฟทิวลิปนำข้าวเหนียวลืมผัวมาทำเป็นฟองดองลาวา ด้านล่างคือพราลีนเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ผสมกันกับเนื้อมะม่วงสึก ด้านบนคือแผ่น Tuile ถั่วทองอบช่วยสร้างมิติความกรอบที่ลงตัว ข้าง ๆ กันคือเจลกะทิหอมละมุนที่ห่อล้อมไอศกรีมมะม่วงสุกตามฤดูกาล ด้านบนคือเจลมะม่วงสุก และถั่วทอง นอกจากนี้ยังมีน้ำคอมบุฉะที่ได้ร่วมกันมาจากการทำ SCOBY อีกด้วย (16/20)
Gac Fruit
ของหวานจิ๋วปิดท้ายประกอบไปด้วยไข่ขาวฟักข้าวเมอแรงก์สอดไส้แยมมะยม
Cannellini
ถัดมาคือของหวานรูปหินที่ผสมผสานลูกชุบกับหินฝนทองเข้าด้วยกัน เปลือกด้านนอกเกิดจากผสมถั่วเขียว มะพร้าว และชาโคล
Coconut
ถัดมาคือขนมถ้วยที่มีหลายเลเยอร์คือมะพร้าวอัมพวาและคัสตาร์ดมะพร้าวใบเตย
Kumquats
ถัดมาคือช็อกโกแลตสอดไส้แยมมะปี๊ดรสเปรี้ยว
Guava
สุดท้ายคือฝรั่งดองเสิร์ฟมาในรูปแบบเจลลี่คลุกพริกเกลือ
จับคู่ของหวานจิ๋วกับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
[THE CHEF] เชฟสุจิรา พงษ์มอญ หรือเชฟอ้อม เติบโตขึ้นมาในย่านเจริญกรุง หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายเธอตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล (OHAP) ต่อด้วยการเริ่มต้นงานสายอาชีพเชฟกับห้องอาหาร Lord Jim’s ในระหว่างนั้นเธอมีโอกาสศึกษาและพบเจอกับเชฟระดับโลกหลายท่าน หลังจากนั้นเชฟอ้อมได้ย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin เพื่อศึกษาเทคนิคและการเตรียมอาหารในสไตล์โมเดิร์น หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาได้ถึงระดับหนึ่งเธอจึงถูกดึงตัวมาร่วมงานกับห้องอาหาร Issaya Siamese Club ในย่านสาทร ทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมเชฟเปิดตัวห้องอาหารบ้านผัดไทย (
Bib Gourmand) อีกด้วย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องอาหารที่สร้างชื่อเสียงให้กับเชฟอ้อมมากที่สุดคือร้าน Saawaan ที่สามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในช่วงนั้นพ่วงด้วยการได้รับรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำคู่มือปี 2021 ต่อมาเธอตัดสินใจย้ายไปพักเบรคและคุมห้องอาหารยุ้งข้าวหอม (สาขาปทุมวัน) (
Bib Gourmand ในขณะนั้น) ก่อนจะตัดสินใจรับงานเป็น Head Chef และ Co-owner ให้กับห้องอาหาร Khaan ตั้งแต่ปี 2024 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] Khaan เป็นห้องอาหารที่นำเสนอตัวตนของเชฟอ้อมออกมาได้อย่างชัดเจน เธอหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีของประเทศไทยอย่างเช่นมัน 5นาที, หอยตะโกรมกรามขาว และเป็ดเขาใหญ่มาประกอบกับเทคนิคโมเดิร์นจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu (3,850++) ชุดใหญ่ที่การันตีทั้งความแปลกใหม่และความอิ่มท้อง ส่วนใครที่เป็นสายดื่มทางร้านยังนำเสนอการการจับคู่ชา (690++) รวมไปถึงการจับคู่ไวน์ 4 แก้ว (1,950++) และ 6 แก้ว (2,450++) ให้ได้เลือกสรรกัน
[THE PLACE] ห้องอาหาร Khaan ตั้งอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ในซอยสมคิดไม่ไกลกันจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ตัวร้านได้ชื่อมาจาก “ปีขาล” ซึ่งเป็นปีเกิดนักษัตรของเชฟอ้อม ทั้งยังเป็นคำพ้องเรียกกับคำว่า “เล่าขาน” ที่สามารถสื่อถึงการพูดและการประกาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ผนังบางส่วนมีลวดลายอันพริ้วไหวของคลื่นทั้งยังประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมไทยทั้งสีเงินและทองซึ่งสามารถสื่อถึงงานฝีมืองานศิลปะหัตถกรรมระดับสูงของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม
บริเวณชั้นวางของตกแต่งด้วยของโบราณจำลอง นอกจากนี้พื้นที่ชั้นสองยังประกอบไปด้วยห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
รางวัลต่าง ๆ
[WHY GO] Khaan เป็นห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับ Tasting Menu ชุดนี้เชฟอ้อมยังแสดงออกถึงอัตลักษณ์ผ่านจานที่เธอรังสรรค์ขึ้นมาใหม่โดยไร้ซึ่งกรอบอ้างอิงเดิม ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย พนักงานให้บริการดีและเป็นกันเอง อย่าลืมจองโต๊ะไปก่อนล่วงหน้า เราขอรับรองว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง !
ตัวอาคารมองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้นสีขาวสลับกันกับสีแดงเข้มโดยมีพื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องครัวที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยดึงดูดสายตาจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ถัดเข้ามาคือพื้นที่สำหรับตรวจสอบการจองซึ่งจะมีทีมพนักงานคอยดูแลและต้อนรับนำพาเราไปยังโต๊ะที่ได้เตรียมเอาไว้