Visit: September 13, 2025

🇹🇭 Khaan - ขาล

👨🏻‍🍳 Chef Sujira Pongmorn (Chef Aom) - เชฟสุจิรา พงษ์มอญ (เชฟอ้อม)

14/3 ซอยสมคิด, ถนนเพลินจิต, แขวงลุมพินี, กรุงเทพ 10330

Tel: 092-441-6547

Cuisine

🍴 Thai Contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

15.5/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] Khaan เป็นห้องอาหารที่เปรียบได้ดั่งการเดินทางครั้งสำคัญของเชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ ผู้เคยคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้กับห้องอาหาร Saawaan ก่อนที่เธอจะย้ายไปคุมร้านอาหารยุ้งข้าวหอมเจ้าของรางวัล 😋 Bib Gourmand อยู่พักหนึ่ง ในการหวนกลับคืนสู่วงการร้านระดับ Fine Dining ครั้งนี้เชฟอ้อมตั้งใจเปิดร้านอาหารที่แสดงถึงตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างเด่นชัดแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมจำนวนมากจนมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือปกแดงในที่สุด

          
🎗️ [THE PLACE] ห้องอาหาร Khaan ตั้งอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ในซอยสมคิดไม่ไกลกันจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ตัวร้านได้ชื่อมาจาก “ปีขาล” ซึ่งเป็นปีเกิดนักษัตรของเชฟอ้อม ทั้งยังเป็นคำพ้องเรียกกับคำว่า “เล่าขาน” ที่สามารถสื่อถึงการพูดและการประกาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน ตัวอาคารมองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้นสีขาวสลับกันกับสีแดงเข้มโดยมีพื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องครัวที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยดึงดูดสายตาจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ถัดเข้ามาคือพื้นที่สำหรับตรวจสอบการจองซึ่งจะมีทีมพนักงานคอยดูแลและต้อนรับนำพาเราไปยังโต๊ะที่ได้เตรียมเอาไว้ หากสังเกตให้ดีจะพบกับผนังที่มีลวดลายอันพริ้วไหวของคลื่นทั้งยังประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมไทยทั้งสีเงินและทองซึ่งสามารถสื่อถึงงานฝีมืองานศิลปะหัตถกรรมระดับสูงของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม บริเวณชั้นวางของตกแต่งด้วยของโบราณจำลอง นอกจากนี้พื้นที่ชั้นสองยังประกอบไปด้วยห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] เชฟสุจิรา พงษ์มอญ หรือเชฟอ้อม เติบโตขึ้นมาในย่านเจริญกรุง หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายเธอตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล (OHAP) ต่อด้วยการเริ่มต้นงานสายอาชีพเชฟกับห้องอาหาร Lord Jim’s ในระหว่างนั้นเธอมีโอกาสศึกษาและพบเจอกับเชฟระดับโลกหลายท่าน หลังจากนั้นเชฟอ้อมได้ย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin เพื่อศึกษาเทคนิคและการเตรียมอาหารในสไตล์โมเดิร์น หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาได้ถึงระดับหนึ่งเธอจึงถูกดึงตัวมาร่วมงานกับห้องอาหาร Issaya Siamese Club ในย่านสาทร ทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมเชฟเปิดตัวห้องอาหารบ้านผัดไทย (😋 Bib Gourmand) อีกด้วย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องอาหารที่สร้างชื่อเสียงให้กับเชฟอ้อมมากที่สุดคือร้าน Saawaan ที่สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในช่วงนั้นพ่วงด้วยการได้รับรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำคู่มือปี 2021 ต่อมาเธอตัดสินใจย้ายไปพักเบรคและคุมห้องอาหารยุ้งข้าวหอม (สาขาปทุมวัน) (😋 Bib Gourmand ในขณะนั้น) ก่อนจะตัดสินใจรับงานเป็น Head Chef และ Co-owner ให้กับห้องอาหาร Khaan ตั้งแต่ปี 2024 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

🎗️ [THE FOOD] Khaan เป็นห้องอาหารที่ฃนำเสนอตัวตนของเชฟอ้อมออกมาได้อย่างชัดเจน เธอหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีของประเทศไทยอย่างเช่นมัน 5นาที, หอยตะโกรมกรามขาว และเป็ดเขาใหญ่มาประกอบกับเทคนิคโมเดิร์นจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu (3,850++) ชุดใหญ่ที่การันตีทั้งความแปลกใหม่และความอิ่มท้อง ส่วนใครที่เป็นสายดื่มทางร้านยังนำเสนอการการจับคู่ชา (690++) รวมไปถึงการจับคู่ไวน์ 4 แก้ว (1,950++) และ 6 แก้ว (2,450++) ให้ได้เลือกสรรกัน ตัวอย่างจานที่เตรียมออกมาได้จนเป็นที่น่าจดจำคือ

✨ Andaman Tiger Prawn
คอร์สนี้คือ “กุ้งมะนาวดอง” เชฟได้กุ้งลายเสือมาจากเกาะลันตาในจังหวัดกระบี่หมีกกับถั่วเน่านาน 24 ชั่วโมง ตัวกุ้งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่เฟิร์ม แน่น กรอบ สู้ฟัน เชฟท็อปด้านบนด้วยผักกระสังให้ความฉุนเพียงเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีดอกกระเทียมวางใส่มาด้วย ด้านล่างคือเนื้อมะพร้าวกะทิหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้น้ำเคี้ยวกรึบ ส่วนซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากน้ำมะนาวดองเกลือที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเอง จากใส่อโรมาของพริกสด กระเทียม และรากผักชีสร้างรสชาติที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ข้าง ๆ กันคือข้าวเกรียบมันกุ้ง ด้านบนคือกุ้งฝอยและดอกผักชี (16/20)

✨ Cassava
“มัน 5 นาที” ชื่อชื่อสายพันธุ์มันสำปะหลังของไทยที่เชฟนำไปต้มนาน 5 นาทีเสิร์ฟมาแลดูคล้ายเส้นพาสต้า ตัวซอสได้มาจากผักส่วนเกินที่เหลือจากการใช้เสิร์ฟในคอร์สอื่น ๆ อบจนแห้งแล้วเคี่ยวต่อกับน้ำสะอาดนาน 8 ชั่วโมงจนเข้มข้น ด้านบนตกแต่งด้วยต้นอ่อนกุยช่าย เชฟแนะนำให้ปรุงเนื้อสัมผัสด้วยพริก ถั่วที่เชฟปลูกเอง และสาหร่ายน้ำจืดทอดกรอบ (15/20)

✨ Earth and Sea
คอร์สนี้เชฟอ้อมได้ไอเดียมาในขณะที่ยืนอยู่ริมทะเล เชฟนำกะหล่ำปลีไปทอดจนสุก จากนั้นนำใบกะหล่ำปลีมาวางเรียงซ้อนกันแล้วม้วนคล้าย Roulade แล้วจี่ต่อในกระทะให้มีกลิ่นหอม ด้านบนท็อปด้วยใบดอกดาวเรืองอีกทีหนึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากหอยเชลล์ไทยผสมผสานกับเกาลัดให้รสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังมีความเค็มอูมามิของคาเวียร์หัวหินรวมไปถึงหอยเชลล์แห้งที่ฝนมาด้านบนอีกด้วย (17/20)

🎗️ [WHY GO] Khaan เป็นห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับ Tasting Menu ชุดนี้เชฟอ้อมยังแสดงออกถึงอัตลักษณ์ผ่านจานที่เธอรังสรรค์ขึ้นมาใหม่โดยไร้ซึ่งกรอบอ้างอิงเดิม ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย พนักงานให้บริการดีและเป็นกันเอง อย่าลืมจองโต๊ะไปก่อนล่วงหน้า เราขอรับรองว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง !

Price :

3,850++

Parking :

จอดข้างร้าน

Operating Time :

17.00-1.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำเสนอตัวตนขอฝเบฟอ้อมออกมาได้อย่างชัดเจน

อาหาร :

15.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 TASTING MENU (3,850++)

          
Fermented pork with egg
Southern golden thread Marigold
Salted king fish with kale
Chamuang Thai Custard cake
SCOBY grill squid

Andaman Tiger Prawn

Cassava

Earth and Sea

Tom Kha oyster

Wild

Khao Yai duck with Five spice curry

Forget husband rice

Gac Fruit
Cannellini
Coconut
Kumquats
Guava

🇹🇭 Khaan – ขาล

🍽 Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์

🍴 Thai Contemporary – อาหารไทยร่วมสมัย

👨🏻‍🍳 Chef Sujira Pongmorn (Chef Aom) – เชฟสุจิรา พงษ์มอญ (เชฟอ้อม)

🎗️ [INTRO] Khaan เป็นห้องอาหารที่เปรียบได้ดั่งการเดินทางครั้งสำคัญของเชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ ผู้เคยคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้กับห้องอาหาร Saawaan ก่อนที่เธอจะย้ายไปคุมร้านอาหารยุ้งข้าวหอมเจ้าของรางวัล 😋 Bib Gourmand อยู่พักหนึ่ง ในการหวนกลับคืนสู่วงการร้านระดับ Fine Dining ครั้งนี้เชฟอ้อมตั้งใจเปิดร้านอาหารที่แสดงถึงตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างเด่นชัดแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมจำนวนมากจนมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในคู่มือปกแดงในที่สุด

Fermented pork with egg

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย “จิ้มส้มหมกไข่” ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในภาชนะที่เรียกว่าผอบ ด้านในมีผักเชียงดาให้รสขมเบา ๆ ไฮไลท์คือไข่ออร์แกนิคที่ผ่านการ Sous-vide ที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสนาน 1 ชั่วโมงจนได้เนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น ด้านบนด้วยโฟมแหนมหมูรสชาติจัดจ้านที่เชฟทำขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมีหมูสามชั้นทอดกรอบที่ได้จากการนำหมูไปหมักกับเมล็ดผักชีและดอกเกลือนาน 14 วันก่อนจะนำมาทอดจนกรอบนั่นเอง (16/20)

Southern golden thread Marigold

ข้าวยำดอกดาวเรืองนำเสนอมาในรูปแบบของกระทงขนมลาจากทางตอนใต้ ด้านในมีสมุนไพรไทยหลายชนิดชั้นบนคือขนมดอกโสนเตรียมมาจากดอกดาวเรืองคลุกกับมะพร้าวขูดและแป้งข้าวเจ้า จากนั้นนึ่งจนสุก ชั้นบนคือซอสน้ำตาลโตนดที่ผ่านการเคี่ยวกับดอกเกลือ จากนั้นตกแต่งด้วยดอกดาวเรืองจนสวยงามน่าชิม (15/20)

Salted king fish with kale

คำนี้เชฟนำเสนอไอเดียที่ได้มาจาก “ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม” องค์ประกอยแรกคือบิสกิตปลากุเลาเค็มจากจังหวัดนราธิวาสเสิร์ฟมาเป็นรูปก้างปลา นอกจากนี้ยังมีครีมที่ผสมผสานปลาเค็มและไข่เข้าด้วยกัน ข้าง ๆ กันคือคะน้าดองตกแต่งด้วยดอกคะน้า (15/20)

Chamuang Thai Custard cake

แกงชะมวงที่เชฟนำขนุน (แทนที่หมูสามชั้นแบบดั้งเดิม) ไปตุ๋นกับแกงชะมวง จากนั้นอบจนได้เนื้อสัมผัสคล้ายกันกับขนมหม้อแกง (15/20)

SCOBY grill squid

จากนั้นล้างปากด้วยคำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “หมึกย่างรถเข็น” เชฟนำผลไม้จำพวกซิตรัสไปหมักเป็น SCOBY จากนั้นคัดส่วนบนไปเตรียมเป็นคอมบุฉะ เชฟหมักกับน้ำผึ้งป่าจากจังหวัดเลยที่ดองกับพริกนาน 1 ปี เพิ่มรสชาติด้วยแผ่นถั่วลิสงและผงปลาหมึกแห้งอีกทีหนึ่ง (15/20)

Andaman Tiger Prawn

คอร์สนี้คือ “กุ้งมะนาวดอง” เชฟได้กุ้งลายเสือมาจากเกาะลันตาในจังหวัดกระบี่หมักกับถั่วเน่านาน 24 ชั่วโมง ตัวกุ้งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่เฟิร์ม แน่น กรอบ สู้ฟัน เชฟท็อปด้านบนด้วยผักกระสังให้ความฉุนเพียงเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีดอกกระเทียมวางใส่มาด้วย ด้านล่างคือเนื้อมะพร้าวกะทิหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้น้ำเคี้ยวกรึบ (16/20)

Andaman Tiger Prawn

ส่วนซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากน้ำมะนาวดองเกลือที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเอง จากใส่อโรมาของพริกสด กระเทียม และรากผักชีสร้างรสชาติที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (16/20)

Andaman Tiger Prawn

ข้าง ๆ กันคือข้าวเกรียบมันกุ้ง ด้านบนคือกุ้งฝอยและดอกผักชี (16/20)

Cassava

“มัน 5 นาที” ชื่อชื่อสายพันธุ์มันสำปะหลังของไทยที่เชฟนำไปต้มนาน 5 นาทีเสิร์ฟมาแลดูคล้ายเส้นพาสต้า ตัวซอสได้มาจากผักส่วนเกินที่เหลือจากการใช้เสิร์ฟในคอร์สอื่น ๆ อบจนแห้งแล้วเคี่ยวต่อกับน้ำสะอาดนาน 8 ชั่วโมงจนเข้มข้น ด้านบนตกแต่งด้วยต้นอ่อนกุยช่าย (15/20)

Cassava

เชฟแนะนำให้ปรุงเนื้อสัมผัสด้วยพริก ถั่วที่เชฟปลูกเอง และสาหร่ายน้ำจืดทอดกรอบ (15/20)

Earth and Sea

คอร์สนี้เชฟอ้อมได้ไอเดียมาในขณะที่ยืนอยู่ริมทะเล เชฟนำกะหล่ำปลีไปทอดจนสุก จากนั้นนำใบกะหล่ำปลีมาวางเรียงซ้อนกันแล้วม้วนคล้าย Roulade แล้วจี่ต่อในกระทะให้มีกลิ่นหอม ด้านบนท็อปด้วยใบดอกดาวเรืองอีกทีหนึ่ง (17/20)

Earth and Sea

จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากหอยเชลล์ไทยผสมผสานกับเกาลัดให้รสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังมีความเค็มอูมามิของคาเวียร์หัวหินรวมไปถึงหอยเชลล์แห้งที่ฝนมาด้านบนอีกด้วย (17/20)

Earth and Sea

องค์ประกอบต่าง ๆ ของจานนี้ (17/20)

Tom Kha oyster

ต้มข่าหอยนางรมเป็นการผสานหอยนางรมสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์นำเข้าจากประเทศอเมริกาอยู่ในจานเดียวกัน ในถ้วยซุปคือหอยนางรม Barron Point ที่เชฟอ้อมนำไป Poached เพียงเล็กน้อย ข้างกันคือหัวปลีที่พันห่อเนื้อเห็ดอยู่ตรงกลาง ด้านบนท็อปด้วย 3 องค์ประกอบที่แตกต่างกันคือน้ำพริกเผาตามสูตรต้มข่าโบราณ พูเรผักชี และยอดมะพร้าวอ่อน รอบ ๆ คือซุปต้มข่าที่เตรียมขึ้นมาจากเห็ดนางรมหลวงดองเกลือให้รสเปรี้ยวโดยธรรมชาติผสมผสานกับโฟมกะทิให้กลิ่นหอมและความเบาละมุน ข้างกันคือครีมและผงที่เตรียมมาจากหอยตะโกรมกรามขาวของไทย เชฟให้ชิมรสชาติของน้ำซุปเปล่า ๆ ก่อนแล้วค่อยนำครีมลงไปไปผสมลงในน้ำซุปเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นอายของทะเลโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาว (15/20)

ล้างปากด้วยคอร์สที่เสิร์ฟโอ้เอ๋วมีลักษณะคล้ายเจลลี่นุ่ม ๆ จับคู่กับองค์ประกอบจากหลากหลายส่วนของแตงโม

Wild

เชฟอ้อมเลือกใช้ “ลิ้นจระเข้” ให้เนื้อสัมผัสที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นนำมาผัดกับซอสผัดฉ่าแบบไทย ๆ ให้ความหอมสมุนไพรและรสชาติที่จัดจ้าน ข้าง ๆ คือเครื่องเคียงเตรียมมาจากข้าวเพิร์ลบาเลย์หมักกับแป้งข้าวนานถึง 1 ปีก่อนจะนำมาผสมผสานกับโยเกิร์ตโฮมเมด เชฟยังตัดด้วยความเปรี้ยวที่ได้จากว่านหางจระเข้ดองและความกรอบของตัวเดียวอันเดียวจระเข้ตุ๋นและทอดกรอบอีกด้วย (15/20)

Khao Yai duck with Five spice curry

เชฟเลือกใช้อกเป็ดตัวเมียจากเขาใหญ่นำไป Dry-aged แล้วเสิร์ฟมาชิ้นค่อนข้างใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ 5 ชนิดคือแอปเปิ้ล-สับปะรดวางสลับมาเป็นมิลเฟย จากนั้นท็อปด้วยมะเขือเทศตากแห้ง ยังมีลูกพรุนเพียวเรจับคู่กับกุนเชียงเป็ดรสเลิศท็อปด้านบนด้วยกอมโปตลูกแพร์สร้างมิติทางรสชาติที่ดีงาม ตัวซอสแกงเผ็ดเตรียมมาได้อย่างดี ข้าง ๆ กันคือข้าวปะกาอำปึลผัดจนหอมโดยใส่องุ่นตากแห้งและแปะก๊วยลงไปด้วย (16/20)

Khao Yai duck with Five spice curry

เนื้อเป็ดมีความสู้ฟันพอเหมาะ ไม่เหนียว หนังบางกรอบ สุดยอดมาก ๆ (16/20)

Pre-dessert

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟคอร์สล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานจานหลัก

Forget husband rice

ของหวานจานหลักคือข้าวเหนียวมะม่วงในรูปแบบของร้านขาล เชฟทิวลิปนำข้าวเหนียวลืมผัวมาทำเป็นฟองดองลาวา ด้านล่างคือพราลีนเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ผสมกันกับเนื้อมะม่วงสึก ด้านบนคือแผ่น Tuile ถั่วทองอบช่วยสร้างมิติความกรอบที่ลงตัว ข้าง ๆ กันคือเจลกะทิหอมละมุนที่ห่อล้อมไอศกรีมมะม่วงสุกตามฤดูกาล ด้านบนคือเจลมะม่วงสุก และถั่วทอง นอกจากนี้ยังมีน้ำคอมบุฉะที่ได้ร่วมกันมาจากการทำ SCOBY อีกด้วย (16/20)

Gac Fruit

ของหวานจิ๋วปิดท้ายประกอบไปด้วยไข่ขาวฟักข้าวเมอแรงก์สอดไส้แยมมะยม

Cannellini

ถัดมาคือของหวานรูปหินที่ผสมผสานลูกชุบกับหินฝนทองเข้าด้วยกัน เปลือกด้านนอกเกิดจากผสมถั่วเขียว มะพร้าว และชาโคล

Coconut

ถัดมาคือขนมถ้วยที่มีหลายเลเยอร์คือมะพร้าวอัมพวาและคัสตาร์ดมะพร้าวใบเตย

Kumquats

ถัดมาคือช็อกโกแลตสอดไส้แยมมะปี๊ดรสเปรี้ยว

Guava

สุดท้ายคือฝรั่งดองเสิร์ฟมาในรูปแบบเจลลี่คลุกพริกเกลือ

จับคู่ของหวานจิ๋วกับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว

🎗️ [THE CHEF] เชฟสุจิรา พงษ์มอญ หรือเชฟอ้อม เติบโตขึ้นมาในย่านเจริญกรุง หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายเธอตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล (OHAP) ต่อด้วยการเริ่มต้นงานสายอาชีพเชฟกับห้องอาหาร Lord Jim’s ในระหว่างนั้นเธอมีโอกาสศึกษาและพบเจอกับเชฟระดับโลกหลายท่าน หลังจากนั้นเชฟอ้อมได้ย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin เพื่อศึกษาเทคนิคและการเตรียมอาหารในสไตล์โมเดิร์น หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาได้ถึงระดับหนึ่งเธอจึงถูกดึงตัวมาร่วมงานกับห้องอาหาร Issaya Siamese Club ในย่านสาทร ทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมเชฟเปิดตัวห้องอาหารบ้านผัดไทย (😋 Bib Gourmand) อีกด้วย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องอาหารที่สร้างชื่อเสียงให้กับเชฟอ้อมมากที่สุดคือร้าน Saawaan ที่สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในช่วงนั้นพ่วงด้วยการได้รับรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำคู่มือปี 2021 ต่อมาเธอตัดสินใจย้ายไปพักเบรคและคุมห้องอาหารยุ้งข้าวหอม (สาขาปทุมวัน) (😋 Bib Gourmand ในขณะนั้น) ก่อนจะตัดสินใจรับงานเป็น Head Chef และ Co-owner ให้กับห้องอาหาร Khaan ตั้งแต่ปี 2024 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

🎗️ [THE FOOD] Khaan เป็นห้องอาหารที่นำเสนอตัวตนของเชฟอ้อมออกมาได้อย่างชัดเจน เธอหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีของประเทศไทยอย่างเช่นมัน 5นาที, หอยตะโกรมกรามขาว และเป็ดเขาใหญ่มาประกอบกับเทคนิคโมเดิร์นจนได้ออกมาเป็น Tasting Menu (3,850++) ชุดใหญ่ที่การันตีทั้งความแปลกใหม่และความอิ่มท้อง ส่วนใครที่เป็นสายดื่มทางร้านยังนำเสนอการการจับคู่ชา (690++) รวมไปถึงการจับคู่ไวน์ 4 แก้ว (1,950++) และ 6 แก้ว (2,450++) ให้ได้เลือกสรรกัน

🎗️ [THE PLACE] ห้องอาหาร Khaan ตั้งอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ในซอยสมคิดไม่ไกลกันจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ตัวร้านได้ชื่อมาจาก “ปีขาล” ซึ่งเป็นปีเกิดนักษัตรของเชฟอ้อม ทั้งยังเป็นคำพ้องเรียกกับคำว่า “เล่าขาน” ที่สามารถสื่อถึงการพูดและการประกาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ผนังบางส่วนมีลวดลายอันพริ้วไหวของคลื่นทั้งยังประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมไทยทั้งสีเงินและทองซึ่งสามารถสื่อถึงงานฝีมืองานศิลปะหัตถกรรมระดับสูงของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม

บริเวณชั้นวางของตกแต่งด้วยของโบราณจำลอง นอกจากนี้พื้นที่ชั้นสองยังประกอบไปด้วยห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย

รางวัลต่าง ๆ

🎗️ [WHY GO] Khaan เป็นห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับ Tasting Menu ชุดนี้เชฟอ้อมยังแสดงออกถึงอัตลักษณ์ผ่านจานที่เธอรังสรรค์ขึ้นมาใหม่โดยไร้ซึ่งกรอบอ้างอิงเดิม ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย พนักงานให้บริการดีและเป็นกันเอง อย่าลืมจองโต๊ะไปก่อนล่วงหน้า เราขอรับรองว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง !

ตัวอาคารมองจากภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้นสีขาวสลับกันกับสีแดงเข้มโดยมีพื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องครัวที่กั้นด้วยกระจกใสช่วยดึงดูดสายตาจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ถัดเข้ามาคือพื้นที่สำหรับตรวจสอบการจองซึ่งจะมีทีมพนักงานคอยดูแลและต้อนรับนำพาเราไปยังโต๊ะที่ได้เตรียมเอาไว้