หน้าแรก » 🇮🇹 Madonnina del Pescatore – มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร
Visit: March 18, 2025
🇮🇹 Madonnina del Pescatore - มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร
👨🏻🍳 Chef Moreno Cedroni - เชฟโมเรโน เซดโรนี
via Lungomare Italia 11, Marzocca, 60019, Italy
Tel: (+39) 071 698267
Cuisine
🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
18/20
Price
[INTRO] ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นเก๋าของประเทศอิตาลีแต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 61 ปียังสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลออกมาได้อย่างน่าสนใจและไม่ซ้ำใคร
Price :
160-240 €
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
Fri-Tue Lunch 12.15-13.30, Dinner 19.30-21.00, Closed on Wed-Thu
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดร้านอาหารของเชฟรุ่นเก๋าที่ยังคงสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ จากวัตถุดิบแห่งท้องทะเลออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
อาหาร :
18
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 LUCA E MORENO (240 €) Fish bones: a journey through the fish soul
Madonnina del Pescatore – มาดอนนีนา เดล เปสกาโตเร![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Creative, Contemporary – อาหารเชิงสร้างสรรค์, ร่วมสมัย
Chef Moreno Cedroni – เชฟโมเรโน เซดโรนี
[INTRO] ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นเก๋าของประเทศอิตาลีแต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 61 ปียังสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องทะเลออกมาได้อย่างน่าสนใจและไม่ซ้ำใคร
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celery
เริ่มต้นด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังและหัวของปลาแอนโชวี่ทอดเต็มไปด้วยคอลลาเจน ตรงกลางคือหมึกยักษ์ นอกจากนี้ยังมีซอสทาบาสโก้โฮมเมดอีกด้วย (17/20)
Crackers with fried anchovies heads and spine, margarita with tomato and celery
พนักงานแนะนำให้จับคู่กับ Margarita Cocktail ที่มีความสดชื่นของมะเขือเทศและเซเลอรี่ (17/20)
Flaky seaweed sandwich with marinated anchovies, okra, fermented ginger and carrots
แซนวิชที่เชฟผสมสาหร่ายลงไปกับแป้ง ด้านในสอดไส้แอนโชวี่ดิบที่ผ่านกระบวนการหมักจนหอมและอูมามิ นอกจากนี้ยังมีมายองเนสรวมไปถึงขิงและแคร์รอตดองอยู่ด้วย (17/20)
Homemade Bread
ขนมปังที่เตรียมขึ้นมาจากธัญพืชของภูมิภาค Marche และอีกชิ้นหนึ่งเตรียมมาจากธัญพืชโบราณ Tumminia จากภูมิภาค Sicily ยังมี Breadstick ที่เตรียมมาจาก Tumminia Flour และผง Furikake อีกด้วย
Sea urchins sauce, burnt herbs and humeboshi
สมุนไพรจากสวน Sea Garden ของทางร้านย่างจนไหม้และกรอบให้อโรมาหอม ๆ และไม่อมน้ำมัน จากนั้นราดด้วยซอสหอยเม่นให้ความครีมมี่และสดชื่น ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ ของ Dates Syrup และผลลูกพลัมดองแบบ Umeboshi อยู่ด้วย (17/20)
Grilled oyster, sea buckthorn sauce
หอยนางรมย่างเสิร์ฟมากับซอสซีบัคธอร์นรสเปรี้ยว เชฟผสานเข้ากันกับปลาแอนโชวี่และพริกแดง Habanero อีกเพียงเล็กน้อย (17/20)
Amberjack, rosehip sauce, caramelized sea lettuce
ปลา Amberjack ดิบเสิร์ฟมากับซอสโรสฮิปหรือผลกุหลาบป่า ยังมีรสชาติของ Sea Luttuce หมักและความกรอบสดชื่นของแอปเปิ้ลเขียวฝานบาง รอบ ๆ คือผงกุหลาบม่วงตกแต่งจานออกมาได้อย่างสวยงาม (16/20)
Chilean sea bass, the sauce made from its bones, caviar and liquid sorrel
Chilean Seabass หรือ Patagonian Toothfish ราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากกระดูกของปลาเองปรุงในหม้อเกาหลีโดยมีความเค็มและอโรมาของคาเวียร์อยู่ด้วย รอบ ๆ คือซอสใส ๆ สีเขียวเตรียมมาจากซอเรลและซอสสีส้มคือน้ำมันกิมจิ (17/20)
Charcoal grilled ray, wood ear mushroom and almond tofu
ปลากระเบนย่างบนเตาถ่านจนสุกกำลังพอเหมาะเสิร์ฟมากับเต้าหู้อัลมอนด์ เชฟจับคู่รสชาติกับซอสเห็ดแชมปิญองและความกรอบของเห็ดหูหนู ด้านบนท็อปด้วยพาสลีย์เผา (17/20)
Tuna Genovese, onion kimchi and basil oil
จานนี้เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าเสิร์ฟมาในสไตล์ Genovese ที่มีต้นตำรับมาจากนคร Naples องค์ประกอบสำคัญคือหัวหอมใหญ่ที่ผ่านการปรุงกับน้ำส้มสายชูสตรอว์เบอร์รี่ให้รสชาติที่เข้มข้น เชฟยังเนื้อวัวตามสูตรต้นตำรับมาใช้ส่วนท้องของปลาทูน่าดิบแทน ทั้งหมดเสิร์ฟมากับ Ziti Pasta ซึ่งเป็นพาสต้ายอดนิยมของแคว้น Campania ในจานยังมีหัวหอมกิมจิและน้ำมันใบเบซิลไทยหรือโหระพาอีกด้วย (18/20)
วัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของกระดูกปลาสำหรับอาหารคอร์สถัด ๆ ไป
Pigeon with his bones sauce, seaweed pesto, grated freeze-dried turbot
นกพิราบย่างจนหอมแล้วเสิร์ฟมากับซอสที่เคี่ยวจากกระดูกนกปรุงรสด้วยเชอร์รี่หวานจนได้รสชาติที่เข้มข้น ด้านบนท็อปด้วยเพสโต้สาหร่ายจากสวน Sea Garden ของทางร้านเอง ไฮไลท์ของจานคือกระดูกปลา Turbot ที่ปรุงรสชาติด้วย Soy Sauce จากนั้นผ่านกระบวนการ Freeze-dried จนแข็งและสามารถนำมาฝนลงไปทั่วจาน (20/20)
Tuna “ossobuco”, pigeon demi-glace, prickly pear blade
ตรงข้ามกันกับคอร์สที่แล้ว เชฟเลือกใช้ปลาทูน่าเสิร์ฟมากับซอส Demi-glace จากนกพิราบที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดจาก 10 ลิตรเหลือเพียงราว 500 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความอูมามิของมะเขือเทศและความครีมมี่ของ Mashed Potato อีกด้วย ข้าง ๆ กันคือไขกระดูกปลาทูน่าเสิร์ฟมากับ Prickly Pear Blade หรือใบกระบองเพชรชนิดลูกแพร์หนามเสิร์ฟมาสด ๆ รวมไปถึงหัวหอมใหญ่ในรูปแบบ Sweet & Sour นั่นเอง (20/20)
Straw and hay, pasta with turbot bones and seaweed spaghetti, sour butter and anchovies sauce
พาสต้าพิเศษที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot ในอัตราส่วนกว่า 50 % ผสมผสานกันกับสาหร่ายให้เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร จากนั้นคลุกเคล้ากับเนย Acid Butter และซอสแอนโชวี่หอมมัน จากนั้นท็อปด้านบนด้วยกระดูกปลา Amberjack ที่ผ่านกระบวนการ Freeze-fried ฝนมาแบบละเอียดอีกด้วย (20/20)
Fruit ceviche, honey ice cream and lychee sorbet
ล้างปากด้วยด้วยเซบิเช่ผลไม้ประกอบไปด้วยมะม่วงและสับปะรด เชฟเสิร์ฟมาในจานที่ทำมาจากไขผึ้ง เชฟเติมความเปรี้ยวของ Granadilla ซึ่งเป็นเสาวรสชนิดหนึ่งลงไปด้วย ยังมีผงกะหล่ำม่วงดองและผงพริก Chili Pepper ให้ความเผ็ดเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมน้ำผึ้ง ซอร์เบท์ลิ้นจี่ให้เนื้อสัมผัสคล้ายโฟมและถั่วนั่นเอง (18/20)
Celeriac Tarte Tatin, rose ice cream, vanilla sauce and balsamic vinegar jam
ทาร์ตตาแตงที่เตรียมมาจาก Caleriac แป้งพัฟกรอบ เบา ฟู รสชาติมีความหวานเบา ๆ เชฟเสิร์ฟมากับไอศกรีมกุหลาบและ English Cream สีเหลืองนวล ยังมี Celeriac หมักหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เชฟเติมแต่งด้วยอโรมาของซอสวานิลลาผสานเข้ากันกับความเปรี้ยวของแยมของน้ำส้มสายชูบัลซามิคได้อย่างกลมกล่อม (18/20)
…and now who does the washing-up?
หนึ่งในขนมหวานที่สร้างชื่อให้กับร้านคือ …and now who does the washing-up? นำเสนอมาในรูปแบบของฟองน้ำขัดทำความสะอาดโดย Sponge Cake ส่วนสีเหลืองได้จากการนำไปอบใน Microwave ในขณะที่ส่วนสีเขียวได้จากการอบในเตาอบ วิธีทำเริ่มต้นจากการสเปรย์เหล้า Alchermes ไปจนชุ่ม (17/20)
…and now who does the washing-up?
จากนั้นเติม Chantilly Cream ท็อปลงบนส่วนสีเขียวรวมไปถึงครัมเบิ้ลกรอบ เติมผงน้ำตาลไอซิ่งลงไปต่อด้วยไอศกรีมเหล้า Alchermes ทำหน้าที่เหมือนเป็นก้อนสบู่ จบด้วยหยด Rufus Drop ที่เตรียมมาจากเหล้าลงไปให้รสชาติขมเพียงเบา ๆ (17/20)
The Sweet fish bones
ปิดท้ายด้วย Tulakarum Chocolate จากประเทศ Belize ในแถบอเมริกากลาง เชฟใส่รสชาติของเสาวรสลงไปด้วย ยังมีผงที่เตรียมมาจากกระดูกสันหลังของปลา Turbot และผงกุหลาบผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว พนักงานแนะนำให้ใช้นิ้วปาดเพื่อชิมได้เลย
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Cappuccino (8 €)
จับคู่ของหวานกับกาแฟร้อน ๆ
The Bill
ราคา 1,298 €/4 คน
Table Setting
ตัวร้านได้รับรางวัล
1 MICHELIN Star ในปี 1996 และเลื่อนระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2006 สำหรับผลงานเกี่ยวกับสื่อเชฟ Moreno มีผลงานการเขียนหนังสือมากมาย ทั้งยังเคยเป็นกรรมการรายการ Top Chef Italia ร่วมกันกับเชฟ Giuliano Baldessari, Mauro Colagreco และ Annie Féolde ในปี 2016 อีกด้วย
[THE FOOD] เชฟ Moreno Cedroni อาศัยประสบการณ์ทั้งชีวิตในการหยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมาผสมผสานเข้ากันกับความคิดสร้างสรรค์จนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความร่วมสมัยชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยาก ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ให้เลือกได้ 2 รูปแบบคือ Luca e Moreno (240 €) ซึ่งเป็นจานที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ล่าสุดและ Childhood Memories & Mariella 1984-2024 (230 €) ประกอบไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของทางร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของรายการแบบ À La Carte นำเสนอมา 2 รูปแบบเช่นกันคือ Two Dishes Plus Dessert (160 €) และ Three Dishes Plus Dessert (180 €) ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก
[THE PLACE] Madonnina del Pescatore ตั้งอยู่ในเมือง Marzocca ริมทะเล Adriatic ห่างจากเมืองตากอากาศ Senigallia ออกมาประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์
รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดดเด่นด้วยไวน์ขาวจำนวนมาก
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยพื้นสีแดงสด โต๊ะไม้ไร้ผ้าปูและเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการจนเกินไป
ผนังฝั่งหน้าร้านกั้นด้วยกระจกใสจากพื้นจรดเพดานสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกันกับท้องทะเลได้อย่างลงตัว
หลังจากจอดรถริมถนนลูกค้าสามารถแวะชมสวน Marine Garden ที่เชฟนำพืชริมทะเลมาปลูกเพื่อใช้งานในร้านมานานกว่า 5 ปีแล้วและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
ส่วนฝั่งขวามือคือบ้านปัจจุบันที่เชฟอาศัยอยู่และเป็นที่ตั้งของ The Tunnel ห้องแลปที่เชฟ Moreno และคุณ Alessandro ใช้สำหรับคิดค้นและทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับอาหารที่จัดเสิร์ฟ
การทดลองทางอาหารต่าง ๆ
ตู้ Dry-aged ปลา
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
[WHY GO] ถึงแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานกว่า 41 ปี แต่เชฟ Moreno Cedroni ในวัย 60 ปียังคงสามารถรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่หยิบยกวัตถุดิบจากท้องทะเลมานำเสนอในแนวทางร่วมสมัยและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง เราทุกคนบนโต๊ะยังเห็นพ้องต้องกันว่า Madonnina del Pescatore ไม่ใช่เพียงห้องอาหารระดับสูงแต่เป็นศูนย์กลางของแนวคิด นวัตกรรม และการบุกเบิกในวงการอาหารที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นใหม่ทั่วโลก