หน้าแรก » 🇮🇹 Terra The Magic Place – แตร์รา เดอะ เมจิก เพลส
Visit: November 23, 2024
🇮🇹 Terra The Magic Place - แตร์รา เดอะ เมจิก เพลส
👨🏻🍳 Chef Heinrich Schneider - เชฟไฮน์ริช ชไนเดอร์
località Prati 21, Sarentino, 39058, Italy
Tel: (+39) 0471 623055
Cuisine
🍴 Creative, Regional Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
18/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับสูงที่มีตำแหน่งตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลึกเข้าไปในป่าสนแห่งภูมิภาค South Tyrol สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร เจ้าของร้านอย่างเชฟ Heinrich Schneider สามารถนำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
Price :
209 €
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
19.00-21.00, Closed on Sun-Mon
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค South Tyrol มานำเสนอได้อย่างไร้ที่ติ
อาหาร :
18
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 THE TERRA NATURE EXPERIENCE (209 €)
Terra The Magic Place – แตร์รา เดอะ เมจิก เพลส![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
MICHELIN Green Star – ดาวมิชลินรักษ์โลก
Creative, Regional Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น
Chef Heinrich Schneider – เชฟไฮน์ริช ชไนเดอร์
Blueberry stone with whitefish, horseradish, thyme and dill jelly
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยก้อนหินปลอมที่เตรียมมาจากบลูเบอร์รี่ ด้านในคือไข่ปลา White Fish และ Crème Fraîche ผสานเข้ากัน จากนั้นท็อปด้านบนด้วยเจลผักชีลาว ไทม์ และฮอร์ชแรดิชที่ให้ความฉุนเฉพาะตัว (18/20)
Black taco with Aztec sweet herb
Taco สีดำที่ภายในบรรจุครีมเห็ดและใบ Aztec Sweet Laef สร้างความสดชื่นมาตัดกันกับ Earthy Aroma ของครีมเห็ดได้ดีมาก ๆ (18/20)
10 herbs toast with carrot, ginger and cumin
ถัดมาคือ 10 Herbs Toast มีลักษณะเป็นแผ่นบางกรอบ ด้านในคือ Crème Fraîche และคาเวียร์ จากนั้นท็อปด้วยเจลฟักทอง บัตเตอร์มิลค์ และยูซุ ผสานเข้ากันกับกลีบดอกไม้รวมไปถึงสมุนไพรหลายชนิด (18/20)
Transparent cauliflower pillow with pine flavour
Pillow สีใสเตรียมมาจากกะหล่ำดอกให้มีอโรมาเฉพาะตัวของกะหล่ำดอกและเมล็ดสน (18/20)
Sandwich with trout and fermented garlic
Mini Sandwich ที่เตรียมมาจากเมอแรงก์ ด้านในคือ Mayonnaise ที่เตรียมมาจาก Lemon Balm (Melissa) ผสมกันกับ Tartare ปลาเทร้าต์ และเจลกระเทียมดำหมัก (18/20)
The marinated rainbow trout with sour cream mousse and red onions
Cornet with yeast foam and smoked trout caviar
Trumpet mushroom bread with winter truffle and crispy lichen cladonia
ปลา Rainbow Trout ที่ผ่านการหมักกับเครื่องเทศและบีทรูท ด้านล่างรองด้วย Crème Fraîche, หัวหอมแดง และเชอร์รี่ จากนั้นเติมแต่ง Aromatic Herbs หลายชนิดจากสวนของทางร้านลงไปรอบ ๆ (20/20)
The marinated rainbow trout with sour cream mousse and red onions
Cornet with yeast foam and smoked trout caviar
Trumpet mushroom bread with winter truffle and crispy lichen cladonia
ยังมี Cornet หรือโคนกรอบที่ภายในบรรจุโฟมยีสต์ จากนั้นท็อปด้วยไข่ปลาเทร้าต์รมควันอีกทีหนึ่งและ Lichen Cladonia ทอดกรอบ (20/20)
The marinated rainbow trout with sour cream mousse and red onions
Cornet with yeast foam and smoked trout caviar
Trumpet mushroom bread with winter truffle and crispy lichen cladonia
สุดท้ายคือขนมปัง Brioche เสิร์ฟมากับเห็ด Trumpet Mushroom (20/20)
Amuse-bouche ทั้งหมดเสิร์ฟมาพร้อมกัน
Black brioche bread with smoked pike-perch and clove blossoms
Liquid cheese gnocchi and hawk wing mushroom
Liquid Gnocchi หรือ Gnocchi ที่เชฟอาศัยกระบวนการ Reversed Spherification ซึ่งจะแตกออกในปากเมื่อแรกเคี้ยว ด้านในคือ Alpine Mountain Cheese ให้อโรมาและความครีมมี่เฉพาะตัว รอบ ๆ คือโฟมที่เตรียมมาจากเห็ด Hawk Wing Mushroom ท้องถิ่นและเสริมด้วยอโรมาความหอมของทรัฟเฟิล นอกจากนี้ยังมีส่วนหนึ่งของชีสและส่วนหนึ่งของทรัฟเฟิลในมาในภาชนะอีกด้วย (19/20)
Black brioche bread with smoked pike-perch and clove blossoms
Liquid cheese gnocchi and hawk wing mushroom
ขนมปัง Brioche ที่มีสีดำจากดีหมึกทอดจนกรอบ ด้านในคือปลา Pike Perch รมควัน ตกแต่งด้วยกลีบดอก Clove และอโรมาหอม ๆ ของ Aromatic Herbs จากสวนของทางร้าน (19/20)
The sun of marigold
Brown trout raviolo with fermented garlic and marygold
Rye and spelt sourdough bread, butter from „Schützhof“, pine oil
ราวิโอโลชิ้นโต ด้านในสอดไส้ปลา Brown Trout ด้านบนและด้านล่างมีด้วยเจลกระเทียมดำหมักและกลีบของดอก Marigold ข้าง ๆ กันคือโฟมที่เตรียมมาจาก Lemon Thyme และปลา Brown Trout (17/20)
The sun of marigold
Brown trout raviolo with fermented garlic and marygold
Rye and spelt sourdough bread, butter from „Schützhof“, pine
ขนมปังโฮมเมด ด้านในมีผงเห็ดและเลมอนเชื่อม ข้าว ๆ คือกับคือเนยที่เตรียมโดย Schützhof ผู้ผลิตในเมือง Sarentino ไม่ไกลจากตัวร้านโดยความพิเศษคือผู้ผลิตเนยรายนี้มีวัวอยู่ไม่กี่ตัวและจะเตรียมเนยให้กับห้องอาหาร Terra The Magic Place เท่านั้น ด้านบนท็อปด้วยเกลือ Maldon Salt ด้านล่างรองด้วย Pine Oil หรือน้ำมันมะกอกที่ Infused ด้วยเมล็ดสน (17/20)
Brooke trout with black pearls and mustard garlic oil
jellied tartelette of wild herbs
ปลา Brooke Trout ปรุงให้สุกด้วยอุณหภูมิที่ไม่สูงนักเพื่อคงไว้ซึ่งความฉ่ำของเนื้อปลา ด้านบนคือไข่มุกสีดำที่เตรียมมาจาก Vegetable Ash หรือเถ้าของผักเสิร์ฟมาคู่กันกับ Aromatic Herbs JGel สีเขียวและเฟลเนลสด ข้าง ๆ กันโฟมสีขาวที่เตรียมมาจาก Burnt Butter หรือเนยไหม้ สุดท้ายคือ Tartelette เสิร์ฟมาเป็นเจลลี่ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศ ด้านในบรรจุสลัดสมุนไพรจากสวนของทางร้านคลุกเคล้าไปกับน้ำมัน Pimpinelle (18/20)
The Terra tea
mushroom infusion with red deer raviolo
The Terra Tea ประกอบไปด้วย Infusion ที่เตรียมมาจากเห็ดและกวางปรุงต่อเนื่อนานกว่า 12 ชั่วโมงแล้วกรองจนใส เชฟเสิร์ฟมาอุ่น ๆ โดยในถ้วยยังมีราวิโอโลบีทรูทสีแดงสอดไส้เนื้อกวางผสมผสานเข้ากันกับ Dehydrated Mushroom หรือเห็ดแห้งและเบอร์รี่ ด้านบนคือ Mushroon Leaf หรือใบของต้นไม้ที่พบเจอใกล้ ๆ กันกับเห็ดนั่นเอง (18/20)
Veal with grass foam
celery root and liquid onion gnocchi
เนื้อลูกวัวที่ผ่านการหมักแล้วปรุงให้สุกในอุณหภูมิที่ไม่สูงนักเพื่อคงไว้ซึ่งความฉ่ำของเนื้อ เชฟล้อมรอบเนื้อด้วยโฟมหญ้า Wheat Grass สีเขียวสดให้ความครีมมี่และละมุน เชฟเสิร์ฟมากับรากของเซเลอรี่ พูเรสีขาวเตรียมมาจาก White Onion ส่วนเจลสีเขียวเตรียมมาจาก Aromatic Herbs ในจานด้านบนคือใบ Camomile ด้านล่างคือใบ Pimpinelle ยังมีใบ Chickweed ใส่มาให้ด้วย สุดท้ายคือ Demi-glace ที่ได้จากการเคี่ยวลูกวัวกับเครื่องเทศจนงวดให้รสชาติที่เข้มข้น ไฮไลท์คือ Liquid Gnocchi ที่เตรียมมาจาก White Onion และไขกระดูกซึ่งจะแตกระเบิดออกในปากเมื่อแรกเคี้ยวนั่นเอง (18/20)
The blue box:
Sea buckthorn and fennel drink, elder flower foam
Raspberry tart with pine spruce yoghurt and meringue of dried rose petals
ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยของที่เสิร์ฟมาในกล่องไม้สีน้ำเงิน เมื่อเปิดออกมาจะพบกับสิ่งที่แอบซ่อนอยู่ภายใน (17/20)
The blue box:
Sea buckthorn and fennel drink, elder flower foam
Raspberry tart with pine spruce yoghurt and meringue of dried rose petals
องค์ประกอบแรกคือ Tartelette กรอบที่มีความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่เข้ากันดีกับความมันของโยเกิร์ต เชฟใส่อโรมาของสนลงไปด้วย ด้านล่างยังมีเมอแรงก์และ Dehydrated Rose Petal หรือกลีบกุหลาบที่ผ่านการทำให้แห้งให้รสหวานและหอม สุดท้ายคือ Popling Candy ที่จะมีเสียงเป๊าะแป๊ะในปากสร้างความสนุกขณะชิม ส่วนเครื่องดื่มข้าง ๆ กันมีความสดชื่นของซีบัคธอร์นและเฟนเนล ด้านบนคือ Elderflower Foam และผง Liquorice Dust (17/20)
Apple streudel “Terra style”
Birch caramel ice cream
Apple Streudel เสิร์ฟมาในสไตล์ของห้องอาหาร Terra The Magic Place ด้านในบรรจุครีมของ Apple Streudel ด้านบนท็อปด้วยครีมไข่รมควันและดอกของแก่นตะวันจับคู่มากับ Micro Lemon Balm สร้างความสดชื่นได้อย่างลงตัว รอบ ๆ คือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากเทอร์นิปขาวและ Vegetable Ash หรือเถ้าของผัก ข้าง ๆ ยังมีไอศกรีม Birch Caramel เสิร์ฟมากับครีมแอปเปิ้ลและน้ำมันสน (18/20)
The tea ceremony:
Tea of 6 aromatic herbs: golden balm, peppermint, cornflowers, lemon balm, thyme, clove
นอกจากนี้ยังมีชาร้อน ๆ ที่เตรียมมาจากพืชสมุนไพร 6 ชนิดเสิร์ฟมาให้ซึ่งรวมอยู่แล้วในคอร์สอีกด้วย
The chocolate marshmallows…
With green apple and woodruff, cornflowers
ช็อกโกแลตมาร์ชแมลโลว์เสิร์ฟมา 2 รูปแบบ ชิ้นแรกฝั่งขวาโรยด้วยผงสมุนไพร Woodruff และใส่อโรมาของ Woodruff ลงไปด้วย อีกชิ้นหนึ่งมีรสชาติของ Dulce de Leche คาราเมล จากนั้นท็อปด้วยเจลลี่ชิ้นจิ๋วที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียว Granny Smith
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
ราคา 1,224 €/5 p
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับสูงที่มีตำแหน่งตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลึกเข้าไปในป่าสนแห่งภูมิภาค South Tyrol สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร เจ้าของร้านอย่างเชฟ Heinrich Schneider สามารถนำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
[THE PLACE] ประวัติของโรงแรมต้องเล่าย้อนไปตั้งแต่ช่วงที่คุณ Johann Brugger หรือที่หลาน ๆ เรียกเขาว่า Tatte ได้รับกระท่อมเล็ก ๆ ในเทือกเขาแอลป์ห่างจากตำแหน่งของโรงแรมในปัจจุบันไม่ไกลนัก เขาปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีลานโบว์ลิ่งเป็นของตัวเองชื่อว่า Alpenrose และได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ต่อมาเขาได้เริ่มทำธุรกิจค้าไม้และสร้าง Sarner Ski Hut ขึ้นในปี 1940 ประกอบด้วยเส้นทางลาดยาวที่วิ่งผ่านทุ่ง Auen และสิ้นสุดในหมู่บ้าน เขามีลูกสาวคนโตชื่อว่า Resi (ซึ่งก็คือคุณแม่ของเชฟ Heinrich Schneider) ได้ตัดสินใจสร้าง Auener Hof โรงแรมธุรกิจครอบครัวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่เตี้ยที่สุดของเมือง Sarentino ขึ้นมาโดยมีจุดเด่นคือทัศนียภาพของภูเขาที่มีขนาดสูงใหญ่กว่ารวมไปถึงป่าสนโดยรอบก่อนที่เชฟ Heinrich Schneider จะเปลี่ยนชื่อใหม่มเป็น Terra The Magic Place ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนอบอุ่นแต่ยังแสดงออกถึงความหรูหราสังเกตจากการเลือกใช้วัสดุไม้และพรมสีน้ำตาล
นอกจากห้องอาหารระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars แล้วโรงแรม Terra The Magic Place ยังเป็นสมาชิกของ Relais & Château มาตั้งแต่ปี 2014 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Key มาครองได้ในการประกาศผลปีล่าสุดอีกด้วย
ภายในห้องอาหาร
บริเวณห้องครัว
ส่วนบริเวณชั้นลอยเป็นที่ตั้งของห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่
การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัวโดยให้เริ่มต้นจากเมืองที่ใกล้ที่สุดคือ Bolzano ขับไต่เนินเขาและทางแคบ ๆ ขึ้นมาจนสุดทาง สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสนและสัตว์ป่าอย่างเช่นฝูงกวางที่มักจะออกมาในช่วงกลางคืน หลังจากนำรถเข้าจอดให้เดินเข้าประตูมายังพื้นที่ตรวจสอบการจอง
[THE CHEF & THE FOOD] Heinrich Schneider เกิดมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นคนเยอรมนีและคุณแม่เป็นคนอิตาลี เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เคยผ่านโรงเรียนอาหารมาก่อนแต่สามารถก้าวขึ้นไปสู่การเป็นเชฟระดับแนวหน้าของแถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีได้อย่างน่าทึ่ง ในปี 1998 เชฟ Heinrich Schneider และน้องสาวคือคุณ Gisela Schneider ตัดสินใจเดินทางกลับมายังโรงแรม Auener Hof และปรับโฉมทั้งโรงแรมและห้องอาหารเสียใหม่ ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2008 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2017 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Terra The Magic Place ในเวลาต่อมา เชฟ Heinrich Schneider ตั้งใจลดปริมาณการใช้พลาสติกในห้องครัวและสนับสนุน World Ocean Day เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหามลพิษในท้องทะเลจนสามารถคว้ารางวัล
MICHELIN Green Star มาครองได้อีกด้วย
สำหรับการจัดเตรียมอาหารนั้น เขาได้อาศัยเทคนิคและวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค South Tyrol มาประกอบขึ้นเป็น Tasting Menu สุดสร้างสรรค์ที่เรียกว่า The Terra Nature Experience (209 €) รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายภายใต้ราคาที่จับต้องได้
เทอเรสด้านนอก
รางวัลต่าง ๆ
[WHY GO] Terra The Magic Place เป็นห้องอาหารระดับสูงที่แสดงออกถึงมนต์เสน่ห์ของวัตถุดิบของแถบ South Tyrol ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ราคาอาหารเมื่อเทียบกับปริมาณถือว่าคุ้มค่า ก่อนกลับอย่าลืมดื่มด่ำไปกับธรรมชาติโดยรอบซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ขอแนะนำให้ลองมองขึ้นข้างบนหรือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปท้องฟ้าดูเนื่องจากลูกค้าบางท่านอาจโชคดีได้พบกับแสงเหนือเหมือนกับที่เราเจอ ในกรณีที่โชคดีกว่านั้นอาจจะพบเจอกับปรากฎการณ์ Aurora Borealis หรือแสงเหนือสีม่วงซึ่งหาชมได้ยากและปรากฎให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ จากโรงแรม Terra The Magic Place ซึ่งตั้งอยู่บนยอดของเนินเขาในป่านั่นเอง