หน้าแรก » 🇸🇮 Hiša Franko – ฮีซา ฟรังโก
Visit: November 23, 2024
🇸🇮 Hiša Franko - ฮีซา ฟรังโก
👨🏻🍳 Chef Ana Roš Stojan - เชฟอานา โรซ สโตยาน
Staro selo 1, 5222 Kobarid, Slovenia
Tel: (+386) 5 389 41 20
Cuisine
🍴 Creative, Regional Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น
Country
slovenia
MICHELIN Guide
3 MICHELIN Stars
Score
18/20
Price
[INTRO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสโลวีเนีย ตัวร้านนำทีมโดย Ana Roš Stojan เชฟหญิงผู้ผันตัวจากเส้นทางอาชีพสายการทูตมาเป็นเชฟที่เริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารมาก่อนและยังสามารถคว้ารางวัลชั้นสูงแห่งวงการอาหารทั้ง ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars,
MICHELIN Green Star และ 4 Toques Gault&Millau มาครองได้อีกด้วย
[THE PLACE] ถึงแม้จะมีชื่อเสียงในเวทีโลกได้ไม่นานนักแต่ Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Kobarid ไม่ไกลกันจากพรมแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีหรือฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย อาคารดั้งเดิมถูกใช้งานเป็นร้านอาหารท้องถิ่นโดยมีเจ้าของเป็นตระกูล Krama และถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่ง Valter Krama และภรรยาของเขาในขณะนั้นคือเชฟ Ana Roš ได้เข้าควบคุมกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นห้องอาหาร Fine Dining เต็มรูปแบบ เชฟ Ana Roš ยังได้ทำการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ทั้งหมดในปี 2004 โดยการทาบ้านทั้งหลังด้วยสีแดงเข้ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกใสสร้างความโปร่งให้กับพื้นที่ภายใน ส่วนตัวเรานั้นมีโอกาสได้นั่งในห้องส่วนตัวโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเตาฟืนสำหรับสร้างความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น ระหว่างมื้อเชฟ Ana Roš และสุนัขคู่ใจของเธอชื่อว่า Prince จะเดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะในร้านอย่างเป็นกันเองรวมไปถึงการแวะไปควบคุมภายในห้องครัวซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับห้องอาหารระดับสูง (โดยทางร้านได้เขียนชี้แจงเอาไว้แล้วในหน้าการจอง) นอกจากนี้ยังมีน้องแมวหลายตัวเดินกันไปมาบริเวณภายนอกร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Hiša Franko ได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับแรกของประเทศสโลวีเนียในปี 2020 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศผ่อนคลายสามารถแวะไปชิมกันได้ที่ Hiša Polonka ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักได้เช่นกัน
[THE CHEF] Ana Roš Stojan เกิดในปี 1972 ที่ประเทศยูโกสวาเวีย ในวัยเด็กเธอมีความสนใจในกีฬาสกีทั้งยังเคยมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติชุดเยาวชนอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาทางการทูตและการต่างประเทศในเมือง Gorizia เธอได้พบเจอกับอดีตสามีคือคุณ Valter Kramar โดยครอบครัวของคุณ Valter นั้นเป็นเจ้าของกิจการห้องอาหาร Hiša Franko อยู่เดิม ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านอาหารโดยคุณ Ana Roš รับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณ Valter เป็น Sommelier ต่อมาในปี 2002 คุณ Ana Roš ที่กำลังตั้งครรภ์ตัดสินใจเริ่มทำอาหารและผันตัวมาเป็นเชฟโดยการเรียนรู้เทคนิคทุกอย่างด้วยตัวเอง กาลเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งในปี 2010 เชฟ Ana Roš เริ่มสร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ในวงกว้างรวมไปถึงนิตยสาร Identità Golose และการได้รับเชิญไปเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Ikarus ระดับ 2 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอาหาร Chef’s Table ออกฉายใน Netflix ในปี 2017 นั่นเอง
[THE FOOD] เชฟ Ana Roš Stojan เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกว่า 95 % โดยเฉพาะวัตถุดิบจากแถบในพื้นที่ Soča Valley มาประกอบกันเป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสชาติในสไตล์ของอาหารท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวโดยใช้ชื่อว่า 50 Shades of Red (325 €) จัดเสิร์ฟเรียงกันมากว่า 15 คอร์สได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างคอร์สที่โดดเด่นมาก ๆ ในครั้งนี้อย่างเช่น
พาสต้าเส้น Tagliolini ที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ เช้าเสิร์ฟมากับหอยใบมีดโกนจากแถบ Istria ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเล Adriatic ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย เชฟยังใส่เนยลงไปจำนวนมากตัดด้วยรสชาติของน้ำเมลอน นอกจากนี้เชฟยังใส่มิติของน้ำมันกาแฟ Arabica จากประเทศบราซิลที่ผ่านการคั่วในกรุง Ljubljana หยดลงไปรอบ ๆ จานนอกจากนี้ด้านบนยังมีใบ Pimpinella ใส่มาช่วยเพิ่มสีสันได้อีกด้วย (19/20)
พาสต้าจานที่สองคือ Cappelletti โฮมเมดทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้แก่นตะวันและ Pituralka ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของลูกแพร์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียให้รสชาติหวานอันมีมิติ รอบ ๆ คือซอสเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นตัดด้วยความฉุนของน้ำมันทาร์รากอนและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท ด้านบนท็อปด้วยผัก Radicchio และทาร์รากอน (19/20)
Orzotto เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Risotto แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากข้าวมาเป็นบาเลย์ให้เนื้อสัมผัสที่หนึบสู้ฟันมากขึ้น เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่ข้าวบาเลย์แบบ Puffed ในจานยังมีความหอมมันของ Brown Butter รวมไปถึงอโรมาของเห็ดป่าหลายชนิดที่เก็บมาจากธรรมชาติรวมไปถึงถั่ว Green Bean หั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ และชิ้นทรัฟเฟิลขาวอีกด้วย (20/20)
Price :
325 €
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
19.00-23.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารระดับสูงที่ยกระดับมาตรฐานร้าน Fine Dining ของประเทศสโลวีเนียไปเทียบเคียงได้กับเวทีโลก
อาหาร :
18
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 50 SHADES OF RED (325 €)
Garden leaves, brown butter emulsion, quail egg, Istrian truffle
Celeriac, crab, foraged greens, mustard seeds
Wild plants, cottage cheese and dried fruits
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)
Autumn harvest
Tagliolini, razor clams and melon
Cappelletti, black pear, sunchoke
Orzotto, puffed barley, goat cheese water, green beans, white truffles
Trout the queen
Roebuck, oyster, kiwi (HF classic)
Carrot and oxalis
Dumpling, caramelised walnut, roasted apples, spices, fonduta of local cheese and bee pollen
Autumn fruit
Hiša Franko – ฮีซา ฟรังโก![]()
![]()
3 MICHELIN Stars – 3 ดาวมิชลิน
MICHELIN Green Star – ดาวมิชลินรักษ์โลก![]()
![]()
![]()
18.5/20 Gault&Millau – 18.5/20 โก&มีโย
Creative, Regional Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารท้องถิ่น
Chef Ana Roš Stojan – เชฟอานา โรซ สโตยาน
[INTRO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสโลวีเนีย ตัวร้านนำทีมโดย Ana Roš Stojan เชฟหญิงผู้ผันตัวจากเส้นทางอาชีพสายการทูตมาเป็นเชฟที่เริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารมาก่อนและยังสามารถคว้ารางวัลชั้นสูงแห่งวงการอาหารทั้ง ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars,
MICHELIN Green Star และ 4 Toques Gault&Millau มาครองได้อีกด้วย
Garden leaves, brown butter emulsion, quail egg, Istrian truffle
เริ่มต้นมื้อด้วยผัก Bok Choy จากสวนของทางร้าน ด้านในมีไข่นกระทาแอบซ่อนอยู่ ด้านล่างรองด้วย Brown Butter Emulsion ที่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศเล็กน้อย จากนั้นท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลดำจากแถบ Istria ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย (18/20)
Celeriac, crab, foraged greens, mustard seeds
Celeriac ดองที่เชฟนำมาเตรียมเป็นถุงเล็ก ๆ ด้านในบรรจุพืชและสมุนไพรนานาชนิดจากสวนของทางร้านรวมไปถึงเนื้อปูแมงมุมหรือ Granseola จาก Laguna di Marano ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีให้หวานเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดและฉุนเบา ๆ จากเมล็ดมัสตาร์ดป่าดองอีกด้วย (17/20)
Wild plants, cottage cheese and dried fruits
Open Sandwich ที่เตรียมมาจากพืชป่าของแถบ Soča Valley องค์ประกอบแรกด้านล่างคือแผ่น Taco กรอบ ๆ ที่มีสีเขียวมาจาก Nettles ตรงกลางคือ Fermented Bean Paste จัยคู่ดับความหวานของผล Apricot แห้งอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีความฝาดของ Skuta ซึ่งเป็น Cottage Cheese นมแพะท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนีย (17/20)
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)
อีกหนึ่ง Sinature & Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko เป็นเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารท้องถิ่นชื่อว่า Zabejlana Polenta โดยเชฟนำเสนอใหม่เป็นชิ้น Beignet ที่เตรียมมาจากข้าวโพด (18/20)
Corn beignet, fermented cottage cheese, smoked trout roe (HF classic)
ด้านในบรรจุ Cottage Cheese หมักและไข่ปลาเทร้าต์รมควันเสิร์ฟมาแบบอุ่น ๆ เข้ากันดีกับความฉุนของ White Chive ได้อย่างลงตัว (18/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)
อีกหนึ่ง Classic Dish ของห้องอาหาร Hiša Franko คือมันฝรั่งทั้งชิ้นที่ผ่านการอบใน Crust ชั้นนอกที่ผสมผสาน August Hay หรือหญ้าฟางและเกลือจำนวนมาก และไข่ขาวเข้าด้วยกัน (17/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)
หลังจากอบเสร็จแล้วส่วนของ Crust ยังสามารถใช้เป็น Spices ช่วยเติมแต่งรสชาติเค้ฒและอโรมาหอม ๆ ให้กับมันฝรั่งได้อีกด้วย (17/20)
Hay baked potato, fenugreek & roasted yeast infused sour cream (HF classic)
ข้าง ๆ กันคือ Sour Cream ที่มีส่วนผสมของ Fenugreek และผงยีสต์ให้รสเปรี้ยวเพียงเบา ๆ ตัดกันกับความหวานของน้ำผึ้ง Acacia ของแถบ Soča Valley นั่นเอง (17/20)
Autumn harvest
Autumn Harvest เป็นเมนูที่เปลี่ยนองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันเนื่องจากเชฟได้คัดเลือกธัญพืช สมุนไพร และผลไม้ของผู้ผลิตท้องถิ่น Soča Valley อย่างเช่น Tomatillo, Pickled Radish, Cucumelon, Bok Choy และดอกกะหล่ำ ด้านล่างคือซอสสีเขียวที่สกัดมาจาก Roasted Yeast ผสมผสานกันกับน้ำผัก นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวเล็กน้อยที่ได้จากเจลของ Tomatillo อีกด้วย พนักงานแนะนำให้คลุกเคล้าแต่ละองค์ประกอบให้เข้ากัน (17/20)
Tagliolini, razor clams and melon
พาสต้าเส้น Tagliolini ที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ เช้าเสิร์ฟมากับหอยใบมีดโกนจากแถบ Istria ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเล Adriatic ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย เชฟยังใส่เนยลงไปจำนวนมากตัดด้วยรสชาติของน้ำเมลอน นอกจากนี้เชฟยังใส่มิติของน้ำมันกาแฟ Arabica จากประเทศบราซิลที่ผ่านการคั่วในกรุง Ljubljana หยดลงไปรอบ ๆ จานนอกจากนี้ด้านบนยังมีใบ Pimpinella ใส่มาช่วยเพิ่มสีสันได้อีกด้วย (19/20)
Cappelletti, black pear, sunchoke
พาสต้าจานที่สองคือ Cappelletti โฮมเมดทรงเกี๊ยว ด้านในสอดไส้แก่นตะวันและ Pituralka ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของลูกแพร์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียให้รสชาติหวานอันมีมิติ รอบ ๆ คือซอสเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นตัดด้วยความฉุนของน้ำมันทาร์รากอนและความกรอบของถั่วฮาเซลนัท ด้านบนท็อปด้วยผัก Radicchio และทาร์รากอน (19/20)
Orzotto, puffed barley, goat cheese water, green beans, white truffles
Orzotto เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Risotto แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากข้าวมาเป็นบาเลย์ให้เนื้อสัมผัสที่หนึบสู้ฟันมากขึ้น เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่ข้าวบาเลย์แบบ Puffed ในจานยังมีความหอมมันของ Brown Butter รวมไปถึงอโรมาของเห็ดป่าหลายชนิดที่เก็บมาจากธรรมชาติรวมไปถึงถั่ว Green Bean หั่นเป็นชิ้นจิ๋ว ๆ และชิ้นทรัฟเฟิลขาวอีกด้วย (20/20)
Trout the queen
ปลาเทร้าต์ที่เชฟได้มาจากแหล่งน้ำจืดแล้วนำมาพักอยู่บริเวณบ่อเล็ก ๆ ในพื้นที่ร้านให้เนื้อสัมผัสที่มีความนึ่มละมุนเนื่องจากความสุกที่พอเหมาะ ใสจานยังมี่ถั่วเลนทิลเสิร์ฟมาใน 2 ลักษณะคือชิ้นถั่วและพูเร ยังมีองค์ประกอบฟักทองดองรองอยู่ด้านล่างชิ้นปลารวมไปถึงส่วนที่ถูกฝานเป็นริ้วบาง ๆ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้านบน จากนั้นตกแต่งด้วยผักจิ๋วจากรอบ ๆ ร้าน ส่วนรอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสาน Chicken Jus เข้ากันกับฟักทองเช่นกัน (18/20)
Roebuck, oyster, kiwi (HF classic)
อีกหนึ่งเมนู Classic Dish ประจำร้านเป็นจานที่เชฟ Ana Roš รังสรรค์เอาไว้ในปี 2012 โดยอาศัยแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อที่เป็นนักล่าสัตว์และจะนำมาใช้ประกอบอาหารในบ้านกันทุก ๆ วันอาทิตย์ จานนี้เชฟนำเสนอชิ้นกวางโรส่วน Loin จับคู่มากับกีวี่และหอยนางรมรองอยู่ด้านล่าง คั่นกลางด้วยใบผักเพื่อคงไว้ซึ่งคอนเซปของ Land and Sea ข้าง ๆ กันคือชิ้นบีทรูทและซอสที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศให้รสชาติที่เข้มข้น (19/20)
Carrot and oxalis
ในพื้นที่แถบ Soča Valley เป็นพื้นที่ที่มีผลไม้เติบโตค่อนข้างน้อย ทางร้านจึงเลือกใช้ผักต่าง ๆ ในการนำมาทำเป็นขนมหวานในที่นี้คือแครอทนำเสนอมาเป็นไอศกรีม ด้านล่างลองด้วยไวท์ช็อกโกแลตกานาซและอัลมอนด์ครัมเบิ้ล ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุดคือ Black Nigella หรือเทียนดำ เมล็ดเฟนเนล และใบ Oxalis จิ๋วจากสวนของทางร้านใส่มาอีกด้วย (18/20)
Dumpling, caramelised walnut, roasted apples, spices, fonduta of local cheese and bee pollen
ขนมหวานทรงเกี๊ยวที่ด้านมนสอดไส้ถั่ววอลนัทคั่ว แอปเปิ้ล และลูกพลัม ด้านล่างรองด้วย Fonduta หรือฟองดูว์ที่ได้จากการนำ Tolminc ซึ่งเป็นชีสท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียมาผ่านกระบวนการบ่มที่ร้านเอง นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของบัควีทและเกษรผึ้ง ด้านบนท็อปด้วยเมล็ด Poppy Seeds คั่ว เมื่อรัยประทานรวมกันทั้งหมดให้รสชาติค่อนไปทาง Salty Dessert แตกต่างจากของหวานในห้องอาหารระดับสูงทั่ว ๆ ไป (17/20)
Autumn fruit
Kaki หรือลูกพลับญี่ปุ่นที่เจริญเติบโตในพื้นที่ไม่ไกลจากตัวร้านจับคู่มากับ เชฟปรุงรสด้วยเหล้ารัมจับคู่กับความฉุนของฮอร์ชแรดิช นอกจากนี้ยังมี Celeriac รวมไปถึงดอกไม้และผิวมะนาวท็อปมาด้านบน
Pumpkin seed spicy bite
จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
Pumpkin seed spicy bite
จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทองและพริก Habanero ที่มีความเผ็ดฉุนเบา ๆ
นอกจากนี้ยังมีเค้กเสิร์ฟมากับฟักทองใน Tartelette ขนาดจิ๋ว
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
กาแฟ
ราคา 1,947 €/5 คน
[THE CHEF] Ana Roš Stojan เกิดในปี 1972 ที่ประเทศยูโกสวาเวีย ในวัยเด็กเธอมีความสนใจในกีฬาสกีทั้งยังเคยมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติชุดเยาวชนอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาทางการทูตและการต่างประเทศในเมือง Gorizia เธอได้พบเจอกับอดีตสามีคือคุณ Valter Kramar โดยครอบครัวของคุณ Valter นั้นเป็นเจ้าของกิจการห้องอาหาร Hiša Franko อยู่เดิม ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านอาหารโดยคุณ Ana Roš รับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณ Valter เป็น Sommelier ต่อมาในปี 2002 คุณ Ana Roš ที่กำลังตั้งครรภ์ตัดสินใจเริ่มทำอาหารและผันตัวมาเป็นเชฟโดยการเรียนรู้เทคนิคทุกอย่างด้วยตัวเอง กาลเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งในปี 2010 เชฟ Ana Roš เริ่มสร้างชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ในวงกว้างรวมไปถึงนิตยสาร Identità Golose และการได้รับเชิญไปเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Ikarus ระดับ 2 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับอาหาร Chef’s Table ออกฉายใน Netflix ในปี 2017 นั่นเอง
[THE FOOD] เชฟ Ana Roš Stojan เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกว่า 95 % โดยเฉพาะวัตถุดิบจากแถบในพื้นที่ Soča Valley มาประกอบกันเป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสชาติในสไตล์ของอาหารท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวโดยใช้ชื่อว่า 50 Shades of Red (325 €) จัดเสิร์ฟเรียงกันมากว่า 15 คอร์สได้อย่างน่าสนใจ
[THE PLACE] ถึงแม้จะมีชื่อเสียงในเวทีโลกได้ไม่นานนักแต่ Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่เปิดทำการมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Kobarid ไม่ไกลกันจากพรมแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีหรือฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลวีเนีย
อาคารดั้งเดิมถูกใช้งานเป็นร้านอาหารท้องถิ่นโดยมีเจ้าของเป็นตระกูล Krama และถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่ง Valter Krama และภรรยาของเขาในขณะนั้นคือเชฟ Ana Roš ได้เข้าควบคุมกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอมาเป็นห้องอาหาร Fine Dining เต็มรูปแบบ
เชฟ Ana Roš ยังได้ทำการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ทั้งหมดในปี 2004 โดยการทาบ้านทั้งหลังด้วยสีแดงเข้ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกใสสร้างความโปร่งให้กับพื้นที่ภายใน ส่วนตัวเรานั้นมีโอกาสได้นั่งในห้องส่วนตัวโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเตาฟืนสำหรับสร้างความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น
ระหว่างมื้อเชฟ Ana Roš และสุนัขคู่ใจของเธอชื่อว่า Prince จะเดินทักทายลูกค้าทุกโต๊ะในร้านอย่างเป็นกันเองรวมไปถึงการแวะไปควบคุมภายในห้องครัวซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับห้องอาหารระดับสูง (โดยทางร้านได้เขียนชี้แจงเอาไว้แล้วในหน้าการจอง) นอกจากนี้ยังมีน้องแมวหลายตัวเดินกันไปมาบริเวณภายนอกร้านอีกด้วย
ห้องอาหาร Hiša Franko ได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับแรกของประเทศสโลวีเนียในปี 2020 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศผ่อนคลายสามารถแวะไปชิมกันได้ที่ Hiša Polonka ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักได้เช่นกัน
อีกฝั่งหนึ่งของห้องอาหาร
ภายในห้องรับรอง
[WHY GO] Hiša Franko เป็นห้องอาหารที่ผลักดันวงการอาหารระดับสูงของประเทศสโลวีเนียโดยการหยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักมานำเสนอให้กับเหล่านักชิมในเวทีโลกได้สัมผัส รายการไวน์มีให้เลือกมากมายทั้งไวน์ท้องถิ่นของประเทศสโลวีเนียและไวน์นำจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งยังมีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกันกับราคาที่จับต้องได้ พนักงานทุกคนให้บริการอย่างมืออาชีพและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้
ตัวร้านสามารถเดินทางมาได้ทั้งจากเมืองหลวงของประเทศสโลวีเนียอย่าง Ljubljana รวมไปถึงจากประเทศอิตาลีและผู้ที่ขับรถยนต์มาเองต้องไม่ลืมแวะซื้อ Vignette ตามปั๊มน้ำมันก่อนข้ามพรมแดนของประเทศสโลวีเนียกันด้วย