Visit: November 19, 2024

🇮🇹 Gourmetstube Einhorn - กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น

👨🏻‍🍳 Chef Peter Girtler - เชฟปีเตอร์ เกอร์ทเลอร์

Campo di Trens, Mules, 39040, Italy

Tel: (+39) 0472 771136

Cuisine

🍴 Creative, International - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ

Country

Italy

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

16/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับสูงที่เปิดทำการอยู่ในโรงแรมเก่าแก่อายุเกินกว่า 750 ปีทางตอนเหนือบริเวณพรมแดนของประเทศอิตาลี-ออสเตรีย หัวหน้าพ่อครัวอย่างเชฟ Peter Girtler เป็นหนึ่งในเชฟที่มีประสบการณ์สูงที่สุดคนหนึ่งในภูมิภาคโดยเขาสามารถรังสรรค์อาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ

          
🎗️ [THE PLACE] Romantik Hotel Stafler แต่เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนถนน Old Brenner Road ในภูมิภาค South Tyrol เชื่อมต่อบริเวณส่วนเหนือและใต้ของตัวเมืองโดยว่ากันว่าโรงแรมเปิดทำการมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1270 และใช้ชื่อเดิมว่า Zum Einhorn Stafler ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า At the Unicorn นั่นเอง ลูกค้าสามารถตั้งต้นเดินทางมาจากเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง Bolzano/Bolzen โดยใช้ระยะเวลาราว 50 นาทีและสามารถจอดรถได้ที่ลานขนาดใหญ่หลังร้าน ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นฟาร์มสำหรับเลี้ยงสัตว์ ตัวอาคารมองจากภายนอกจะพบเห็นการก่อสร้างในสไตล์ Tyrolean ได้อย่างเด่นชัด ภายในตกแต่งแบบย้อนยุคสังเกตได้จากคิ้วไม้ที่ใช้ก่อบนผนังอิฐโบราณ เพดานต่ำ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเตาผิงไฟขนาดใหญ่ที่ใช้สร้างความอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาวของเทือกเขาแอลป์ ตระกูล Stafler ถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้มานานกว่า 200 ปีและส่งไม้ต่อกันมากว่า 5 รุ่น ปัจจุบันคุณ Angelika และ Irene Stafler ยังคงมุ่งมั่นในการสานต่อปณิธานที่จะสร้างความพึงพอใจแบบเกินความคาดหมายให้กับผู้เข้าพัก ทั้งนี้ Romantik Hotel Staflerยังเคยต้อนรับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมายอย่างเช่นนักเขียนชื่อดัง Wolfgang von Goethe ซึ่งในขณะนั้นตัวเขากำลังเดินทางไปยังกรุง Rome นั่นเอง

🎗️ [THE CHEF] Peter Girtler เกิดที่เมือง Sterzing ในแคว้น Südtirol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขามีโอกาสร่วมงานกับร้านอาหารชั้นนำมากมายเช่น Residenz Heinz Winkler ในประเทศเยอรมนี, Hotel Castel, Parkhotel Laurin และ Sporthotel Obereggen ในประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 2001 เขาย้ายมาร่วมงานกับ Romantik Hotel Stafler ในฐานะ Head Chef จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปี 2009 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2016 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2024 และถูกปรับลดระดับสู่ 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปี 2025

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Peter Girtler ได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของพื้นที่แถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีมารังสรรค์เป็นเมนูที่มีรสชาติแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวคือ Menu From Peter Girtler แต่ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนคอร์สได้ตามใจชอบและไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันเริ่มต้นที่ 4-Course Menu (159 €), 5-Course Menu (172 €), 6-Course Menu (185 €) และ Degustationsmenu (199 €) ฉะนั้นสำหรับใครที่ไปกัน 2 คน การเลือกชิม 4-Course Menu ก็สามาลิ้มลองอาหารได้ครบทุกจานเช่นกัน ส่วนผู้ที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกการ Pairing โดย Sommelier มากความสามารถคือคุณ Lisa Kinkelin ในราคาเพียง 98 € หรือเลือกไวน์ท้องถิ่นแบบขวดซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 40 € เท่านั้น ส่วนจานที่น่าสนใจในวันนี้อย่างเช่น

✨ Mountain cheese raviolo
truffle • butter foam • garden chives
ราวิโอโล่ชิ้นโตสอดไส้ด้านในด้วย Mountain Cheese Fonduta หรือชีสภูเขาฟองดู เชฟจับคู่มากับโฟมเนย ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำจากแคว้น Tuscary จากนั้นราดด้วยซอสต้นหอมสีเขียวมาเบรคความครีมมี่ของชีสได้อย่างลงตัว (18/20)

✨ White coffee Risotto (Cultivation Römerhof Tramin/Termeno)
prawns • crumble • crustacean foam • olive herb
สุดยอดจานที่เด็ดที่สุดประจำมื้อนี้คือข้าวรีซอตโต้ที่มีความกรึบพอเหมาะ เชฟเชื่อมด้วยครีมและอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ ด้านบนท็อปด้วย Crustacean Espuma หรือโฟมที่เตรียมมาจากมันกุ้ง ภายใต้โฟมมีเนื้อกุ้งและสมุนไพรจากสวนของทางร้านเอง (18/20)

✨ Chestnuts
torrone • chocolate • cauliflower • stevia
องค์ประกอบแรกในจานฝั่งขวามือคือมูสไวท์ช็อกโกแลตจับคู่มากับองค์ประกอบของกะหล่ำดอก จากนั้นท็อปด้วย Yuzu Drop อยู่ด้านบนสุด ถัดมาคือไอศกรีมเกาลัดและแผ่น Torrone กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีจับคู่มากับวงแหวนของ Cooked Apple รสเปรี้ยว สุดท้ายคือครีมเกาลัดให้รสหวานตัดกันกับความเปรี้ยวของเบอร์รี่แดง ด้านบนคือพราลีนเกาลัด นอกจากนี้ยังมี Popling Candy สร้างความสนุกในปากได้ขณะรับประทานอีกด้วย (17/20)

🎗️ [WHY GO] Gourmetstube Einhorn สามารถหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนของทางร้านมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามอาจมีบางองค์ประกอบเช่น Espuma หรือแผ่น Tuile ที่เตรียมออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่า การบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นมืออาชีพตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่เลือกพักค้างคืนก็สามารถแบ่งเวลาไปลองชิมอีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรมอย่าง Gasthofstube Stafler (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งก็นำเสนออาหารท้องถิ่นออกมาได้น่าสนใจเช่นกัน

Price :

159-199 €

Parking :

จอดหลังร้าน

Operating Time :

Thu-Mon 18.45-19.45, Closed on Tue-Wed

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์

อาหาร :

16

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 MENU FROM PETER GIRTLER (4 COURSE MENU - 159 €, 5-COURSE-MENU - 172 €, 6-COURSE-MENU - 185 €, DEGUSTATIONSMENU - 199 €)

          
Culinary tour
beginning

Local buffalo ricotta
plum • garden sorrel • sorrel-trefoil

Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant

Vegetarian stopover. (carrots from the vegetable farmer from Mauls)
variation • smoked onion ice cream • vene cress

Mountain cheese raviolo
truffle • butter foam • garden chives

White coffee Risotto (Cultivation Römerhof Tramin/Termeno)
prawns • crumble • crustacean foam • olive herb

Alpine char
pepper stock • smoked pea • bronze fennel

Milk calf cheek
charcoal • wild broccoli • black salsify • onion • carrot green

Exotic “muesli”
passion fruit • hibiscus • coconut • chili • mint pesto

Chestnuts
torrone • chocolate • cauliflower • stevia

”Einhorn“ buckwheat cake
cranberries • South Tyrolean mountain honey • almond chocolate

🇮🇹 Gourmetstube Einhorn – กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 Creative, International – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ

👨🏻‍🍳 Chef Peter Girtler – เชฟปีเตอร์ เกอร์ทเลอร์

Culinary tour
beginning

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยหลายอย่าง (16/20)

Culinary tour
beginning

ปลา Char ซึ่งเป็นปลาในกลุ่ม Salmonidae ด้านบนท็อปด้วยครีมที่ผสมผสานชาเขียวและเลมอนเข้าด้วยกัน จากนั้นปรุงแต่งด้วยกลิ่นของพริกหวานแดงสับมาเป็น Tartare และความครีมมี่ของอโวคาโด้ (16/20)

Culinary tour
beginning

ถัดมาคือ Salted Biscuit ที่มีอโรมาของมะกอกดำ (16/20)

Culinary tour
beginning

Charcuteries ท้องถิ่นเสิร์ฟมา 3 อย่างคือเนื้อเบคอนโฮมเมด เนื้อหมูรมควันเพียงเล็กน้อย และแฮมเนื้อลูกแกะ (16/20)

Culinary tour
beginning

จากนั้นจบด้วย False Egg โดยด้านล่างเป็นครีมที่เตรียมมาจากแก่นตะวัน ถัดมาคือฟักทองให้รสหวานและแกงให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัว จากนั้นท็อปด้วยสวีทเบรดครัมเบิ้ลและเบคอนกรอบ (16/20)

Local buffalo ricotta
plum • garden sorrel • sorrel-trefoil

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือชีสรีคอตต้านมควายท้องถิ่นให้รสชาติฝาดนิด ๆ เชฟเสิร์ฟมากับบ๊วยดองให้รสหวานและแผ่นถ่านสีดำกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีใบ Sorrel ใส่มาอีกด้วย (15/20)

Bread, Butter and Olive Oil

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังมาโฮมเมดหลายชนิดเช่น Potato Bread, Bread with Tomato, Classic Sourdough, Bread with Baked Onion, Crunchy Bread, Crackers with Red Beets ควบคู่กันไปกับเนย Salted Butter, Charcoal Butter, Espuma ที่เตรียมมาจากชีสสด ๆ โยเกิร์ต และเลมอน สุดท้ายคือน้ำมันมะกอกจากแคว้น Sicily

Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant

ปลาแซลมอนที่ผ่านไฟเพียงเบา ๆ เพื่อให้ผิวรอบนอกสุก เชฟจับคู่มากับไข่ปลาแซลมอน เห็ด และผงครัมเบิ้ลกรอบ ๆ ที่เตรียมมาจาก Curcuma หรือขมิ้น (15/20)

Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant

ข้าง ๆ กันคือครีมบีทรูทเหลืองและองค์ประกอบของมิโสะ จากนั้นจึงท็อปด้วย Espuma แตงกวาที่มีสีเขียว อย่างไรก็ตามทั้ง Espuma และแผ่น Tuile ยังให้เนื้อสัมผัสที่ไม่สมบูรณืแบบนั้นเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน (15/20)

Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant

ในถ้วยข้าง ๆ กันคือ Tartare ปลสแซลมอนท็อปด้านบนด้วยไอศกรีมมะเขือเทศเหลือง (15/20)

Vegetarian stopover. (carrots from the vegetable farmer from Mauls)
variation • smoked onion ice cream • vene cress

คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอแครอทในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส เราสามารถสังเกตเห็นครีมแครอทและครีมสมุนไพรเสิร์ฟมาด้วยกัน ยังมีเมอแรงก์สมุนไพร กรอบ ๆ จากนั้นตัดด้วยรสชาติของไอศกรีมหัวหอมที่ผ่านการรมควันเล็กน้อย ตรงกลางคือ Tarte Tatin ในรูปแบบของเชฟที่เตรียมมาจากส้ม (16/20)

Mountain cheese raviolo
truffle • butter foam • garden chives

ราวิโอโล่ชิ้นโตสอดไส้ด้านในด้วย Mountain Cheese Fonduta หรือชีสภูเขาฟองดู เชฟจับคู่มากับโฟมเนย ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำจากแคว้น Tuscary จากนั้นราดด้วยซอสต้นหอมสีเขียวมาเบรคความครีมมี่ของชีสได้อย่างลงตัว (18/20)

White coffee Risotto (Cultivation Römerhof Tramin/Termeno)
prawns • crumble • crustacean foam • olive herb

สุดยอดจานที่เด็ดที่สุดประจำมื้อนี้คือข้าวรีซอตโต้ที่มีความกรึบพอเหมาะ เชฟเชื่อมด้วยครีมและอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ ด้านบนท็อปด้วย Crustacean Espuma หรือโฟมที่เตรียมมาจากมันกุ้ง ภายใต้โฟมมีเนื้อกุ้งและสมุนไพรจากสวนของทางร้านเอง (18/20)

Alpine char
pepper stock • smoked pea • bronze fennel

ล้างปากด้วย Fingerfood อย่างแรกเป็นคอร์สสำหรับผู้ที่เลือกปลา Alpine Char เสิร์ฟมาเป็นมูส ด้านบนท็อปด้วยถั่วรมควันและพริกหวานเสิร์ฟมาแบบ Iced นั่นเอง (15/20)

Alpine char
pepper stock • smoked pea • bronze fennel

ปลา Alpine Char จากประเทศออสเตรียเสิร์ฟมากับผักและสมุนไพรแห้งจากสวนของทางร้าน ยังมี Crunchy Polenta หรือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากข้าวโพด เชฟเติมแต่งด้วยรสเปรี้ยวของครีมเสาวรส จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสน้ำสต๊อกที่เตรียมมาจากพริกหวานลงไปทั่ว ๆ จานให้อโรมาฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความหวานของถั่วรมควันที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบในจาน (15/20)

Milk calf cheek
charcoal • wild broccoli • black salsify • onion • carrot green

อีกชิ้นคือสำหรับผู้ที่เลือกแก้มลูกวัวคือทาร์ตผงถ่านที่บรรจุ Tartare เนื้อลูกวัว หัวหอมแดง ครีมสมุนไพร และคาเวียร์ (16/20)

Milk calf cheek
charcoal • wild broccoli • black salsify • onion • carrot green

เนื้อส่วนแก้มของลูกวัวท็อปด้วยกับหัวหอมทอดกรอบ ๆ ข้าง ๆ กันคือ Black Salsify ในรูปแบบของครีมและชิ้น Black Salsify ย่างให้รสหวานและ Earthy Flavour ที่พอเหมาะ ยังมีชิ้นบล็อคโคลี่ป่าสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี (16/20)

Kombucha & Juice

ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Kombucha แก้วจิ๋วที่เตรียมมาจาก Elderflowers และ Alpine Herbs ข้าง ๆ กันคือ Juice ในขวดมีลักษณะเป็นน้ำที่เตรียมมาจากลูกแพร์ บ๊วย และ Woodruff จากสวนของทางร้าน

Exotic “muesli”
passion fruit • hibiscus • coconut • chili • mint pesto

ของหวานจานนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Muesli แต่นำเสนอมาในสไตล์ Exotic องค์ประกอบด้านล่างคือลูกแพร์จับคู่มากับครีมที่เตรียมมาจากลูกพีชและ Hibiscus ยังมีไอศกรีมสีเหลืองที่ผสมผสานเสาวรส มะม่วง และกล้วยเข้าด้วยกันให้รสเปรี้ยวเบา ๆ ตัดกันกับความหวานกรอบของเมอแรงก์ ด้านบนคือโยเกิร์ตโฟม รอบ ๆ คือมะพร้าวและซอส Pesto ที่เตรียมมาจากใบมิ้นต์ให้ความฉุนที่พอเหมาะ (17/20)

Chestnuts
torrone • chocolate • cauliflower • stevia

องค์ประกอบแรกในจานฝั่งขวามือคือมูสไวท์ช็อกโกแลตจับคู่มากับองค์ประกอบของกะหล่ำดอก จากนั้นท็อปด้วย Yuzu Drop อยู่ด้านบนสุด ถัดมาคือไอศกรีมเกาลัดและแผ่น Torrone กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีจับคู่มากับวงแหวนของ Cooked Apple รสเปรี้ยว สุดท้ายคือครีมเกาลัดให้รสหวานตัดกันกับความเปรี้ยวของเบอร์รี่แดง ด้านบนคือพราลีนเกาลัด นอกจากนี้ยังมี Popling Candy สร้างความสนุกในปากได้ขณะรับประทานอีกด้วย (17/20)

”Einhorn“ buckwheat cake
cranberries • South Tyrolean mountain honey • almond chocolate

ปิดท้ายด้วย Buckwheat Cake นำเสนอมาในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ความเปรั้ยวหวานของแครนเบอร์รี่เข้ากันได้ดีกัวความหวานละมุนของน้ำผึ้งภูเขา (16/20)

ของฝากติดมือกลับบ้าน

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 369.5 €

🎗️ [THE CHEF] Peter Girtler เกิดที่เมือง Sterzing ในแคว้น Südtirol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขามีโอกาสร่วมงานกับร้านอาหารชั้นนำมากมายเช่น Residenz Heinz Winkler ในประเทศเยอรมนี, Hotel Castel, Parkhotel Laurin และ Sporthotel Obereggen ในประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 2001 เขาย้ายมาร่วมงานกับ Romantik Hotel Stafler ในฐานะ Head Chef จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปี 2009 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2016 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2024 และถูกปรับลดระดับสู่ 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปี 2025

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Peter Girtler ได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของพื้นที่แถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีมารังสรรค์เป็นเมนูที่มีรสชาติแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวคือ Menu From Peter Girtler แต่ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนคอร์สได้ตามใจชอบและไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันเริ่มต้นที่ 4-Course Menu (159 €), 5-Course Menu (172 €), 6-Course Menu (185 €) และ Degustationsmenu (199 €) ฉะนั้นสำหรับใครที่ไปกัน 2 คน การเลือกชิม 4-Course Menu ก็สามาลิ้มลองอาหารได้ครบทุกจานเช่นกัน

ส่วนผู้ที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกการ Pairing โดย Sommelier มากความสามารถคือคุณ Lisa Kinkelin ในราคาเพียง 98 € หรือเลือกไวน์ท้องถิ่นแบบขวดซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 40 € เท่านั้น

Table Setting

Table Setting

จุดสำหรับแช่ไวน์

🎗️ [THE PLACE] Romantik Hotel Stafler แต่เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนถนน Old Brenner Road ในภูมิภาค South Tyrol เชื่อมต่อบริเวณส่วนเหนือและใต้ของตัวเมืองโดยว่ากันว่าโรงแรมเปิดทำการมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1270 และใช้ชื่อเดิมว่า Zum Einhorn Stafler ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า At the Unicorn นั่นเอง

ภายในตกแต่งแบบย้อนยุคสังเกตได้จากคิ้วไม้ที่ใช้ก่อบนผนังอิฐโบราณ เพดานต่ำ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเตาผิงไฟขนาดใหญ่ที่ใช้สร้างความอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาวของเทือกเขาแอลป์

ตระกูล Stafler ถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้มานานกว่า 200 ปีและส่งไม้ต่อกันมากว่า 5 รุ่น ปัจจุบันคุณ Angelika และ Irene Stafler ยังคงมุ่งมั่นในการสานต่อปณิธานที่จะสร้างความพึงพอใจแบบเกินความคาดหมายให้กับผู้เข้าพัก

ทั้งนี้ Romantik Hotel Staflerยังเคยต้อนรับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมายอย่างเช่นนักเขียนชื่อดัง Wolfgang von Goethe ซึ่งในขณะนั้นตัวเขากำลังเดินทางไปยังกรุง Rome นั่นเอง

การตกแต่งภายในห้องอาหาร

การตกแต่งภายในห้องอาหาร

การตกแต่งภายในห้องอาหาร

ลูกค้าสามารถตั้งต้นเดินทางมาจากเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง Bolzano/Bolzen โดยใช้ระยะเวลาราว 50 นาทีและสามารถจอดรถได้ที่ลานขนาดใหญ่หลังร้าน ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นฟาร์มสำหรับเลี้ยงสัตว์

ตัวอาคารมองจากภายนอกจะพบเห็นการก่อสร้างในสไตล์ Tyrolean ได้อย่างเด่นชัด

🎗️ [WHY GO] Gourmetstube Einhorn สามารถหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนของทางร้านมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามอาจมีบางองค์ประกอบเช่น Espuma หรือแผ่น Tuile ที่เตรียมออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่า การบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นมืออาชีพตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่เลือกพักค้างคืนก็สามารถแบ่งเวลาไปลองชิมอีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรมอย่าง Gasthofstube Stafler (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งก็นำเสนออาหารท้องถิ่นออกมาได้น่าสนใจเช่นกัน