หน้าแรก » 🇮🇹 Gourmetstube Einhorn – กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น
Visit: November 19, 2024
🇮🇹 Gourmetstube Einhorn - กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น
👨🏻🍳 Chef Peter Girtler - เชฟปีเตอร์ เกอร์ทเลอร์
Campo di Trens, Mules, 39040, Italy
Tel: (+39) 0472 771136
Cuisine
🍴 Creative, International - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ
Country
Italy
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
16/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับสูงที่เปิดทำการอยู่ในโรงแรมเก่าแก่อายุเกินกว่า 750 ปีทางตอนเหนือบริเวณพรมแดนของประเทศอิตาลี-ออสเตรีย หัวหน้าพ่อครัวอย่างเชฟ Peter Girtler เป็นหนึ่งในเชฟที่มีประสบการณ์สูงที่สุดคนหนึ่งในภูมิภาคโดยเขาสามารถรังสรรค์อาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
Price :
159-199 €
Parking :
จอดหลังร้าน
Operating Time :
Thu-Mon 18.45-19.45, Closed on Tue-Wed
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์
อาหาร :
16
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENU FROM PETER GIRTLER (4 COURSE MENU - 159 €, 5-COURSE-MENU - 172 €, 6-COURSE-MENU - 185 €, DEGUSTATIONSMENU - 199 €)
Gourmetstube Einhorn – กูร์เมต์ชตูเบ อายน์ฮอร์น
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Creative, International – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ
Chef Peter Girtler – เชฟปีเตอร์ เกอร์ทเลอร์
Culinary tour
beginning
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยหลายอย่าง (16/20)
Culinary tour
beginning
ปลา Char ซึ่งเป็นปลาในกลุ่ม Salmonidae ด้านบนท็อปด้วยครีมที่ผสมผสานชาเขียวและเลมอนเข้าด้วยกัน จากนั้นปรุงแต่งด้วยกลิ่นของพริกหวานแดงสับมาเป็น Tartare และความครีมมี่ของอโวคาโด้ (16/20)
Culinary tour
beginning
ถัดมาคือ Salted Biscuit ที่มีอโรมาของมะกอกดำ (16/20)
Culinary tour
beginning
Charcuteries ท้องถิ่นเสิร์ฟมา 3 อย่างคือเนื้อเบคอนโฮมเมด เนื้อหมูรมควันเพียงเล็กน้อย และแฮมเนื้อลูกแกะ (16/20)
Culinary tour
beginning
จากนั้นจบด้วย False Egg โดยด้านล่างเป็นครีมที่เตรียมมาจากแก่นตะวัน ถัดมาคือฟักทองให้รสหวานและแกงให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัว จากนั้นท็อปด้วยสวีทเบรดครัมเบิ้ลและเบคอนกรอบ (16/20)
Local buffalo ricotta
plum • garden sorrel • sorrel-trefoil
คอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือชีสรีคอตต้านมควายท้องถิ่นให้รสชาติฝาดนิด ๆ เชฟเสิร์ฟมากับบ๊วยดองให้รสหวานและแผ่นถ่านสีดำกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีใบ Sorrel ใส่มาอีกด้วย (15/20)
Bread, Butter and Olive Oil
จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังมาโฮมเมดหลายชนิดเช่น Potato Bread, Bread with Tomato, Classic Sourdough, Bread with Baked Onion, Crunchy Bread, Crackers with Red Beets ควบคู่กันไปกับเนย Salted Butter, Charcoal Butter, Espuma ที่เตรียมมาจากชีสสด ๆ โยเกิร์ต และเลมอน สุดท้ายคือน้ำมันมะกอกจากแคว้น Sicily
Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant
ปลาแซลมอนที่ผ่านไฟเพียงเบา ๆ เพื่อให้ผิวรอบนอกสุก เชฟจับคู่มากับไข่ปลาแซลมอน เห็ด และผงครัมเบิ้ลกรอบ ๆ ที่เตรียมมาจาก Curcuma หรือขมิ้น (15/20)
Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant
ข้าง ๆ กันคือครีมบีทรูทเหลืองและองค์ประกอบของมิโสะ จากนั้นจึงท็อปด้วย Espuma แตงกวาที่มีสีเขียว อย่างไรก็ตามทั้ง Espuma และแผ่น Tuile ยังให้เนื้อสัมผัสที่ไม่สมบูรณืแบบนั้นเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน (15/20)
Flamed salmon
cucumber • buttermilk • beach mustroom • ice piant
ในถ้วยข้าง ๆ กันคือ Tartare ปลสแซลมอนท็อปด้านบนด้วยไอศกรีมมะเขือเทศเหลือง (15/20)
Vegetarian stopover. (carrots from the vegetable farmer from Mauls)
variation • smoked onion ice cream • vene cress
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอแครอทในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส เราสามารถสังเกตเห็นครีมแครอทและครีมสมุนไพรเสิร์ฟมาด้วยกัน ยังมีเมอแรงก์สมุนไพร กรอบ ๆ จากนั้นตัดด้วยรสชาติของไอศกรีมหัวหอมที่ผ่านการรมควันเล็กน้อย ตรงกลางคือ Tarte Tatin ในรูปแบบของเชฟที่เตรียมมาจากส้ม (16/20)
Mountain cheese raviolo
truffle • butter foam • garden chives
ราวิโอโล่ชิ้นโตสอดไส้ด้านในด้วย Mountain Cheese Fonduta หรือชีสภูเขาฟองดู เชฟจับคู่มากับโฟมเนย ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำจากแคว้น Tuscary จากนั้นราดด้วยซอสต้นหอมสีเขียวมาเบรคความครีมมี่ของชีสได้อย่างลงตัว (18/20)
White coffee Risotto (Cultivation Römerhof Tramin/Termeno)
prawns • crumble • crustacean foam • olive herb
สุดยอดจานที่เด็ดที่สุดประจำมื้อนี้คือข้าวรีซอตโต้ที่มีความกรึบพอเหมาะ เชฟเชื่อมด้วยครีมและอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ ด้านบนท็อปด้วย Crustacean Espuma หรือโฟมที่เตรียมมาจากมันกุ้ง ภายใต้โฟมมีเนื้อกุ้งและสมุนไพรจากสวนของทางร้านเอง (18/20)
Alpine char
pepper stock • smoked pea • bronze fennel
ล้างปากด้วย Fingerfood อย่างแรกเป็นคอร์สสำหรับผู้ที่เลือกปลา Alpine Char เสิร์ฟมาเป็นมูส ด้านบนท็อปด้วยถั่วรมควันและพริกหวานเสิร์ฟมาแบบ Iced นั่นเอง (15/20)
Alpine char
pepper stock • smoked pea • bronze fennel
ปลา Alpine Char จากประเทศออสเตรียเสิร์ฟมากับผักและสมุนไพรแห้งจากสวนของทางร้าน ยังมี Crunchy Polenta หรือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากข้าวโพด เชฟเติมแต่งด้วยรสเปรี้ยวของครีมเสาวรส จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสน้ำสต๊อกที่เตรียมมาจากพริกหวานลงไปทั่ว ๆ จานให้อโรมาฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความหวานของถั่วรมควันที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบในจาน (15/20)
Milk calf cheek
charcoal • wild broccoli • black salsify • onion • carrot green
อีกชิ้นคือสำหรับผู้ที่เลือกแก้มลูกวัวคือทาร์ตผงถ่านที่บรรจุ Tartare เนื้อลูกวัว หัวหอมแดง ครีมสมุนไพร และคาเวียร์ (16/20)
Milk calf cheek
charcoal • wild broccoli • black salsify • onion • carrot green
เนื้อส่วนแก้มของลูกวัวท็อปด้วยกับหัวหอมทอดกรอบ ๆ ข้าง ๆ กันคือ Black Salsify ในรูปแบบของครีมและชิ้น Black Salsify ย่างให้รสหวานและ Earthy Flavour ที่พอเหมาะ ยังมีชิ้นบล็อคโคลี่ป่าสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี (16/20)
Kombucha & Juice
ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Kombucha แก้วจิ๋วที่เตรียมมาจาก Elderflowers และ Alpine Herbs ข้าง ๆ กันคือ Juice ในขวดมีลักษณะเป็นน้ำที่เตรียมมาจากลูกแพร์ บ๊วย และ Woodruff จากสวนของทางร้าน
Exotic “muesli”
passion fruit • hibiscus • coconut • chili • mint pesto
ของหวานจานนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Muesli แต่นำเสนอมาในสไตล์ Exotic องค์ประกอบด้านล่างคือลูกแพร์จับคู่มากับครีมที่เตรียมมาจากลูกพีชและ Hibiscus ยังมีไอศกรีมสีเหลืองที่ผสมผสานเสาวรส มะม่วง และกล้วยเข้าด้วยกันให้รสเปรี้ยวเบา ๆ ตัดกันกับความหวานกรอบของเมอแรงก์ ด้านบนคือโยเกิร์ตโฟม รอบ ๆ คือมะพร้าวและซอส Pesto ที่เตรียมมาจากใบมิ้นต์ให้ความฉุนที่พอเหมาะ (17/20)
Chestnuts
torrone • chocolate • cauliflower • stevia
องค์ประกอบแรกในจานฝั่งขวามือคือมูสไวท์ช็อกโกแลตจับคู่มากับองค์ประกอบของกะหล่ำดอก จากนั้นท็อปด้วย Yuzu Drop อยู่ด้านบนสุด ถัดมาคือไอศกรีมเกาลัดและแผ่น Torrone กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีจับคู่มากับวงแหวนของ Cooked Apple รสเปรี้ยว สุดท้ายคือครีมเกาลัดให้รสหวานตัดกันกับความเปรี้ยวของเบอร์รี่แดง ด้านบนคือพราลีนเกาลัด นอกจากนี้ยังมี Popling Candy สร้างความสนุกในปากได้ขณะรับประทานอีกด้วย (17/20)
”Einhorn“ buckwheat cake
cranberries • South Tyrolean mountain honey • almond chocolate
ปิดท้ายด้วย Buckwheat Cake นำเสนอมาในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ความเปรั้ยวหวานของแครนเบอร์รี่เข้ากันได้ดีกัวความหวานละมุนของน้ำผึ้งภูเขา (16/20)
ของฝากติดมือกลับบ้าน
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
ราคา 369.5 €
[THE CHEF] Peter Girtler เกิดที่เมือง Sterzing ในแคว้น Südtirol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขามีโอกาสร่วมงานกับร้านอาหารชั้นนำมากมายเช่น Residenz Heinz Winkler ในประเทศเยอรมนี, Hotel Castel, Parkhotel Laurin และ Sporthotel Obereggen ในประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 2001 เขาย้ายมาร่วมงานกับ Romantik Hotel Stafler ในฐานะ Head Chef จนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปี 2009 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ ![]()
2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2016 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2024 และถูกปรับลดระดับสู่
1 MICHELIN Star ในคู่มือปี 2025
[THE FOOD] เชฟ Peter Girtler ได้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของพื้นที่แถบ South Tyrol และประเทศอิตาลีมารังสรรค์เป็นเมนูที่มีรสชาติแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวคือ Menu From Peter Girtler แต่ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนคอร์สได้ตามใจชอบและไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันเริ่มต้นที่ 4-Course Menu (159 €), 5-Course Menu (172 €), 6-Course Menu (185 €) และ Degustationsmenu (199 €) ฉะนั้นสำหรับใครที่ไปกัน 2 คน การเลือกชิม 4-Course Menu ก็สามาลิ้มลองอาหารได้ครบทุกจานเช่นกัน
ส่วนผู้ที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกการ Pairing โดย Sommelier มากความสามารถคือคุณ Lisa Kinkelin ในราคาเพียง 98 € หรือเลือกไวน์ท้องถิ่นแบบขวดซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 40 € เท่านั้น
Table Setting
Table Setting
จุดสำหรับแช่ไวน์
[THE PLACE] Romantik Hotel Stafler แต่เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนถนน Old Brenner Road ในภูมิภาค South Tyrol เชื่อมต่อบริเวณส่วนเหนือและใต้ของตัวเมืองโดยว่ากันว่าโรงแรมเปิดทำการมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1270 และใช้ชื่อเดิมว่า Zum Einhorn Stafler ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า At the Unicorn นั่นเอง
ภายในตกแต่งแบบย้อนยุคสังเกตได้จากคิ้วไม้ที่ใช้ก่อบนผนังอิฐโบราณ เพดานต่ำ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเตาผิงไฟขนาดใหญ่ที่ใช้สร้างความอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาวของเทือกเขาแอลป์
ตระกูล Stafler ถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้มานานกว่า 200 ปีและส่งไม้ต่อกันมากว่า 5 รุ่น ปัจจุบันคุณ Angelika และ Irene Stafler ยังคงมุ่งมั่นในการสานต่อปณิธานที่จะสร้างความพึงพอใจแบบเกินความคาดหมายให้กับผู้เข้าพัก
ทั้งนี้ Romantik Hotel Staflerยังเคยต้อนรับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมายอย่างเช่นนักเขียนชื่อดัง Wolfgang von Goethe ซึ่งในขณะนั้นตัวเขากำลังเดินทางไปยังกรุง Rome นั่นเอง
การตกแต่งภายในห้องอาหาร
การตกแต่งภายในห้องอาหาร
การตกแต่งภายในห้องอาหาร
ลูกค้าสามารถตั้งต้นเดินทางมาจากเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง Bolzano/Bolzen โดยใช้ระยะเวลาราว 50 นาทีและสามารถจอดรถได้ที่ลานขนาดใหญ่หลังร้าน ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นฟาร์มสำหรับเลี้ยงสัตว์
ตัวอาคารมองจากภายนอกจะพบเห็นการก่อสร้างในสไตล์ Tyrolean ได้อย่างเด่นชัด
[WHY GO] Gourmetstube Einhorn สามารถหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักจากสวนของทางร้านมาประกอบขึ้นเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามอาจมีบางองค์ประกอบเช่น Espuma หรือแผ่น Tuile ที่เตรียมออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่า การบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นมืออาชีพตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่เลือกพักค้างคืนก็สามารถแบ่งเวลาไปลองชิมอีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรมอย่าง Gasthofstube Stafler (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งก็นำเสนออาหารท้องถิ่นออกมาได้น่าสนใจเช่นกัน