หน้าแรก » 🇲🇨 Les Ambassadeurs by Christophe Cussac – เลส์ แอมบาสซาเดอร์ บาย คริสตอฟ คูซแซก
Visit: September 20, 2024
🇲🇨 Les Ambassadeurs by Christophe Cussac - เลส์ แอมบาสซาเดอร์ บาย คริสตอฟ คูซแซก
👨🏻🍳 Chef Christophe Cussac - เชฟคริสตอฟ คูซแซก
Hôtel Métropole Monte-Carlo, 4 avenue de la Madone, Monaco, 98000, France
Tel: (+377) 93 15 15 10
Cuisine
🍴 Modern Cuisine, Mediterranean Cuisine - อาหารโมเดิร์น, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
Country
Monaco
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารแห่งใหม่ของเชฟรุ่นเก๋าผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอย่าง Joël Robuchon ตัวร้านมอบประสบการณ์อาหารโมเดิร์นภายใต้ความหรูหราของโรงแรมในโมนาโก
Price :
150-255 €
Parking :
จอดรถที่ Parking du casino
Operating Time :
19.30-23.00 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนระดับสูงในโรงแรมสุดหรูแห่ง Monaco
อาหาร :
16
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 LA DÉGUSTATION (255 €)
Les Ambassadeurs by Christophe Cussac – เลส์ แอมบาสซาเดอร์ บาย คริสตอฟ คูซแซก![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน![]()
![]()
16/20 Gault&Millau – 16/20 โก&มีโย
Passion Dessert – อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ
Modern Cuisine, Mediterranean Cuisine – อาหารโมเดิร์น, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารแห่งใหม่ของเชฟรุ่นเก๋าผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนานอย่าง Joël Robuchon ตัวร้านมอบประสบการณ์อาหารโมเดิร์นภายใต้ความหรูหราของโรงแรมในโมนาโก
Amuse-bouche
เริ่มต้นมื้อด้วย Barbajuans เป็นราวิโอลีกรอบ ๆ สอดไส้ผัก Swiss Chard ท้องถิ่นของโมนาโก ถัดมาคือ Pissaladière หรือพิซซ่าท้องถิ่นของฝรั่งเศสใต้ประกอบไปด้วยแองโชวี่ หัวหอม มะกอกดำ จากนั้นจบด้วยแผ่น Crispy Bread ที่มีความหอมของมะกอกและโรสแมรี่ (16/20)
Amuse-bouche
มะเขือเทศเชอร์รี่ที่มีความฉ่ำ เปรี้ยว และอุมามิ รอบ ๆ คือ Gazpacho มะเขือเทศเย็น ๆ ส่วนด้านบนท็อปด้วยปลา Whitebait ทอดกรอบอุ่น ๆ และชีส Pecorino (16/20)
Sea-Bream Tartare
caviar cannelloni
สุดยอดเมนูที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ต้องยกให้กับ Tartare ปลา Sea-Bream เนื้อสัมผัสเนียนละมุน รอบ ๆ ห่อด้วย Sologne Caviar จำนวนมากจนเชฟเปรียบให้เป็น Cannelloni นั่นเอง (17/20)
Maltaise Langoustine
green beans
กุ้งล็องกูสทีนเนื้อหวานโดยธรรมชาติ เชฟเสิร์ฟมากับซอส Maltaise ตัดกันกับความกรอบของถั่วทอดมาแบบเทมปุระ (15/20)
Tomato and Baby Squid
roasted “guanciale”
มะเขือเทศฉ่ำ ๆ เต็มไปด้วยความอุมามิ เชฟเสิร์ฟมากับน้ำมะเขือเทศและซอส Nduja ให้รสชาติที่เผ็ดเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยหมึกจิ๋วเนื้อสัมผัสเพอร์เฟคคือมีความหนึบเพียงเล็กน้อยและ Guanciale กรอบเค็ม (17/20)
Lobster Lasagna
tarragon, spinach and spianata
กุ้งบลูล็อบสเตอร์เสิร์ฟมากับแผ่นลาซาญญ่าบางพอเหมาะ เชฟเสิร์ฟ Homardine Sauce หรือซอสจากเปลือกและหัวกุ้งที่ใส่รสชาติของบรั่นดีลงไปแต่จะมีความเข้มข้นไม่มากเท่ากับ Bisque ในจานยังมีอโรมาหอม ๆ ของทาร์รากอน ด้านล่างมีผักปวยเล้งและผัก Spianata เชื่อมเนื้อสัมผัสของแผ่นแป้งกับเนื้อกุ้งเข้าด้วยกัน (17/20)
Lobster Lasagna
tarragon, spinach and spianata
กุ้งบลูล็อบสเตอร์เสิร์ฟมากับแผ่นลาซาญญ่าบางพอเหมาะ เชฟเสิร์ฟ Homardine Sauce หรือซอสจากเปลือกและหัวกุ้งที่ใส่รสชาติของบรั่นดีลงไปแต่จะมีความเข้มข้นไม่มากเท่ากับ Bisque ในจานยังมีอโรมาหอม ๆ ของทาร์รากอน ด้านล่างมีผักปวยเล้งและผัก Spianata เชื่อมเนื้อสัมผัสของแผ่นแป้งกับเนื้อกุ้งเข้าด้วยกัน (17/20)
Refreshing
ล้างปากด้วยแชมเปญกรานิต้าท็อปด้านบนด้วยซอร์เบท์ทับทิม พนักงานยังเติมเหล้า Monaco Gin แบรนด์ Prince Explorer ลงไปในจานด้วย (15/20)
Refreshing
ล้างปากด้วยแชมเปญกรานิต้าท็อปด้านบนด้วยซอร์เบท์ทับทิม พนักงานยังเติมเหล้า Monaco Gin แบรนด์ Prince Explorer ลงไปในจานด้วย (15/20)
John Dory and Artichoke
coriander broth
ปลา John Dory เสิร์ฟมากับอาร์ติโชคกรอบ ๆ ส่วนรอบ ๆ คือซอสสีเขียวที่มีความฉุนของผักชี ถึงแม้ตัวปลาจะเตรียมออกมาได้ดีแต่ซอสกลับมีความฉุนโดดที่ไม่กลมกลืนไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้ดีนัก (15/20)
Milk-fed Lamb Cutlets
thyme and tangy chickpeas
ซี่โครงลูกแกะย่างราดด้วยซอสรสชาติเข้มข้น ข้าง ๆ กันคือช่อ Bouquet of Herb เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับถั่วลูกไก่ที่มีอโรมาหอม ๆ ของใบ Thyme และกระเทียมที่กงฟีจนนุ่ม (15/20)
Milk-fed Lamb Cutlets
thyme and tangy chickpeas
นอกจากนี้ยังมี Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน (15/20)
Bread and Butter
ทางร้านนำเสนอขนมปังหลายชนิดเช่น Tomato Focaccia, Pesto Focaccia, Salty Brioche, Cereal Bread, Olive Bread, Country Bread, Baguette และ Squid Ink Bread จับคู่มากับเนยจาก Maison Bordier
Bread and Butter
ทางร้านนำเสนอขนมปังหลายชนิดเช่น Tomato Focaccia, Pesto Focaccia, Salty Brioche, Cereal Bread, Olive Bread, Country Bread, Baguette และ Squid Ink Bread จับคู่มากับเนยจาก Maison Bordier
Cheeses
fresh and aged
ในคอร์สยังรวมชีสเอาไว้หลากหลายชนิดให้ได้ลิ้มลองกัน
Cheeses
fresh and aged
พนักงานจะตัดแบ่งเป็นชิ้นแล้วเสิร์ฟมาบนจานไม้คู่กับขนมปัง Fruit Bread
Lemon Tart
basil sorbet
ทาร์ตเลมอนที่มีอโรมาหอม ๆ ของทาร์รากอน เชฟเสิร์ฟมากับซอร์เบท์ใบเบซิลให้ความฉุนเฉพาะตัวและเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยเมอแรงก์โฟม ผิวเลมอน ใบเบซิล และเลมอนคาเวียร์ (15/20)
Smoked Chocolate
crunchy « gavotte »
ช็อกโกแลตรมควันเสิร์ฟมาเป็นพานาคอตต้า นอกจากนี้ยังมีครัมเบิ้ลและแผ่น Gavotte กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
Smoked Chocolate
crunchy « gavotte »
ช็อกโกแลตรมควันเสิร์ฟมาเป็นพานาคอตต้า นอกจากนี้ยังมีครัมเบิ้ลและแผ่น Gavotte กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
นอกจากนี้เชฟยังเสิร์ฟ Financier ที่มีความกรอบของถั่วฮาเซลนัทและมาการองมาด้วย
The Trolley
tarts and sweet delicacies
ปิดท้ายด้วยขนมหวานหลายชนิดเสิร์ฟมาในรถเข็นคันใหญ่
The Trolley
tarts and sweet delicacies
ปิดท้ายด้วยขนมหวานหลายชนิดเสิร์ฟมาในรถเข็นคันใหญ่
The Trolley
tarts and sweet delicacies
ตัวอย่างเช่น Rhum Baba, Clafutis with Mango, Opera Tart with Biscuit infused with Coffee, Apple Tart, Pear Tart และ Vinalla Ice Cream
The Trolley
tarts and sweet delicacies
ยังมีช็อกโกแลตพราลีนเสิร์ฟมาให้ด้วย
ราคา 605 €
[THE CHEF] Christophe Cussac เกิดในกรุง Paris เมื่อวันที่เดือนสิงหาคมปี 1855 หลังจากจบการศึกษาจาก Lycée des Métiers de l’Hôtellerie Jean Drouant เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารหลายแห่งในกรุง Paris รวมไปถึงได้ร่วมงานกับเชฟระดับตำนานที่เขายกย่องให้เป็นคุณพ่อทางจิตวิญญาณอย่าง Joël Robuchon ที่โรงแรม Concorde Lafayette ต่อด้วยงานในโรงแรม Nikko และห้องอาหาร Jamin (3 MICHELIN Stars) หลังจากนั้นเขาออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Maison Troisgros (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะกลับมาควบรุมห้องอาหารธุรกิจครอบครัว Abbaye Saint-Michel ที่เมือง Tonnare จนสามารถคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1987 หลังจากนั้นในปี 1997 เขาย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร La Réserve de Beaulieu และคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1999 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2004 เขาได้รับมอบหมายงานจากเชฟ Joël Robuchon อีกครั้งในการย้ายมารับงานเป็นหัวหน้าเชฟที่ Hotel Metropole Monte-Carlo และคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ นอกจากนี้เขายังรับงานเป็นที่ปรึกษาให้กับห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม Yoshi (
1 MICHELIN Star) อีกด้วย ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ทางโรงแรมตัดสินใจเปิดห้องอาหารเรือธงแห่งใหม่ภายใต้ชื่อของเขาเองคือ Les Ambassadeurs by Christophe Cussac และคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2024 ที่ผ่านมา
[THE FOOD] เชฟ Christophe Cussac นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนโดยใช้วัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งของประเทศฝรั่งเศส ใครที่ท้องว่างหรืออยากสัมผัสอาหารที่มีความหลากหลายสามารถเลือกชิม La Dégustation ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูจำนวน 7 คอร์ส ถัดมาคือรายการแบบ À La Carte สำหรับเลือกสั่งมาชิมได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 45-110 € ส่วนใครที่อยากเลือกสั่งหลายอย่างทางร้านยังมี « Fine Bouchées » หรือเมนูปกติย่อส่วนมาให้ชิมกันในราคาที่เข้าถึงง่าย
Table Setting
[THE PLACE] โรงแรม Métropole Monte Carlo เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศโมนาโก ประวัติของโรงแรมต้องย้อนไปถึงสมัยปี 1886 กลุ่มทุน Monte-Carlo Hotel Company Ltd เห็นตัวอย่างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Monte Carlo Casino รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศโมนาโกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมขึ้นในที่ดินซึ่งแต่เดิมเป็นของ Pope Leon XII
สถาปนิคและนักออกแบบชื่อดัง Hans-Georg Tersling ตัดสินใจเนรมิตโรงแรมสุดหรูออกมาในสไตล์ Belle Époque เพื่อดึงดูดกลุ่มชนชั้นสูงและนักท่องเที่ยวชั้นดีจากทั่วทั้งยุโรปจนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงทำให้โรงแรมอยู่ในเสื่อมถอยจนในช่วงทศวรรษที่ 1960 ตัวโรงแรมไม่ได้ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมหรูชั้นนำของโมนาโกอีกต่อไป
ต่อมาในช่วงปลายทศวรรศ 1970 ประเทศโมนาโกกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเป็นเหตุให้นักธุรกิจชาวเลบานอน Nabil Boustany เข้าซื้อต่อกิจการและปรับปรุงโรงแรมใหม่โดยใช้ชื่อว่า Metropole Palace กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2003-2004 โรงแรมได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Hotel Metropole Monte-Carlo ทั้งยังได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูความงดงามในอดีตพร้อมกับการเสริมความหรูหราสมัยใหม่
นักออกแบบภายในชื่อดัง Jacques Garcia ตัดสินใจรักษาเสน่ห์ของการตกแต่งแบบดั้งเดิมเอาไว้แต่เพิ่มความอบอุ่นในสไตล์ Mediterranean เพื่อสร้างความแตกต่างจากโรงแรมอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงสังเกตได้จากการเลือกใช้ผ้าหรูหรา โคมระย้า พื้นหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในช่วงนี้ทางโรงแรมยังได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกระดับหรูใหม่ ๆ เช่นสปาสุดหรู ห้องสวีทระดับสูง และการร่วมมือกับเชฟระดับโลกอย่าง Joël Robuchon จนสามารถคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองและได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ
ในปัจจุบัน Hotel Metropole Monte-Carlo เคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ ดาราฮอลลีวูด หรือบุคคลชั้นสูงระดับนานาชาติ โรงแรมนี้ยังเป็นที่พักยอดนิยมในช่วงการแข่งรถโมนาโกกรังด์ปรีซ์ดึงดูดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันรวมไปถึงเหล่านักแสดงและชนชั้นสูงของยุโรปเช่นกัน
ในส่วนของห้องอาหาร Les Ambassadeurs by Christophe Cussac ได้ผสมผสานความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศโมนาโกเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการรับประทานอาหาร
พื้นที่เทอเรสกลางแจ้งมอบวิวที่งดงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตัดกันกับเส้นขอบฟ้าของประเทศโมนาโกสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลาย
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยครัวเปิดพร้อมที่นั่งแบบ Chef’s Table สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่
นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่อีกด้วย
[WHY GO] Les Ambassadeurs by Christophe Cussac เป็นห้องอาหารที่นำเสนอฃอาหารเมดิเตอร์เรเนียนของเชฟรุ่นเก๋าภายในยรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่าย เทคนิคและรสชาติที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตัวร้านมีขนาดใหญ่มากทำให้การจองไม่ยากมากนัก นอกจากนี้ทางร้านยังรับลูกค้าแบบ Walk-in ได้อีกด้วย
การตกแต่งภายในโรงแรม
การตกแต่งภายในโรงแรม
การตกแต่งภายในโรงแรม
โรงแรมมองจากภายนอก