หน้าแรก » 🇫🇷 La Table Lionel Giraud – ลา ตาเบล ลีโอเนล ชิโรด์
Visit: September 21, 2024
🇫🇷 La Table Lionel Giraud - ลา ตาเบล ลีโอเนล ชิโรด์
👨🏻🍳 Chef Lionel Giraud - เชฟลีโอเนล ชิโรด์
Rond-point de la Liberté - 68 avenue du Général-Leclerc, Narbonne, 11100, France
Tel: (+33) 4 68 41 37 37
Cuisine
🍴 Creative, Modern Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Country
France
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16.5/20
Price
[INTRO] Narbonne เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้น Occitanie ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เหล่าผู้มาเยือนสามารถซึมซับกับมรดกทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น Via Domitia ถนนโรมันโบราณที่เชื่อมต่อกรุงโรมกับสเปน นอกจากนี้ยังมี Cathédrale Saint-Just et Saint-Pasteur ซึ่งเป็นมหาวิหารแบบโกธิคที่ยังสร้างไม่เสร็จตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ห่างจากมหาวิหารออกมาเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของห้องอาหารโดยเชฟมากความสามารถผู้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาคนี้มานำเสนอได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
Price :
120-220 €
Parking :
จอดที่ลานจอดหลังร้าน
Operating Time :
Lunch 12.00-12.45, Dinner 19.30-20.30, Closed on Sun-Mon
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 หนึ่งในห้องอาหารสุดสร้างสรรค์ภายใต้บรรยากาศโบสถ์โบราณ
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 LITTLE STROLL IN OCCITANIA (120 €)
La Table Lionel Giraud – ลา ตาเบล ลีโอเนล ชิโรด์![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน![]()
![]()
![]()
17/20 Gault&Millau – 17/20 โก&มีโย
Creative, Modern Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Chef Lionel Giraud – เชฟลีโอเนล ชิโรด์
[INTRO] Narbonne เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้น Occitanie ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เหล่าผู้มาเยือนสามารถซึมซับกับมรดกทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น Via Domitia ถนนโรมันโบราณที่เชื่อมต่อกรุงโรมกับสเปน นอกจากนี้ยังมี Cathédrale Saint-Just et Saint-Pasteur ซึ่งเป็นมหาวิหารแบบโกธิคที่ยังสร้างไม่เสร็จตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ห่างจากมหาวิหารออกมาเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของห้องอาหารโดยเชฟมากความสามารถผู้หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาคนี้มานำเสนอได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
Pour Commencer… prémices et graminées
Flouve odorante, fleurs et aromates. ”Cécile Sens Soucis“
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยทาร์ตที่เตรียมมาจากธัญพืชท้องถิ่น ตรงกลางบรรจุสมุนไพรและดอกไม้รับประทานได้ (16/20)
Version d’une olive de Lucques sans noyau. ”Oulibo“
รสชาติของมะกอกท้องถิ่นเสิร์ฟมาให้รับประทานแบบ One Bite (16/20)
Couteau de plongée et moule de nos étangs. ”Florent Tarbouriech“
หอยแมลงภู่ท้องถิ่นและหอยหลอดเสิร์ฟมาคู่กัน (16/20)
Pour Commencer… prémices et graminées
Tartelette de cèpes et noisettes. ”Joël Beltrand“
มินิทาร์ตที่เตรียมมาจากเห็ดพอร์ชินีและถั่วเฮเซลนัท (16/20)
Pour Commencer… prémices et graminées
Feuille de shiso, condiments estivaux. ”François le jardinier“
เทมปุระของใบชิโสะท็อปด้านบนด้วยองค์ประกอบของใบเบซิล (16/20)
Pour Commencer… prémices et graminées
Anchois frais de nos Côtes en pissaladière. ”Pêche locale“
เชฟหยิบยก Pissaladière ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นในแถบนี้เสิร์ฟมากับปลาแองโชวี่ท้องถิ่นสด ๆ และหัวหอมใหญ่หวาน ๆ (16/20)
Pour Commencer… prémices et graminées
Baudroie comme une charcuterie. ”Criée de Port-la-Nouvelle“
จากนั้นจบด้วย Charcuterie ที่เตรียมมาจากปลา Monkfish บ่มในเกลือจนแห้งใช้ระยะเวลากว่า 2 เดือนจนกลายมาเป็นไส้กรอกรองด้านล่างด้วยแผ่นแครกเกอร์กรอบ (16/20)
Inspirations blés
Pain vapeur au blé tendre, huile d’olive Café ”Lavazza“
สำหรับขนมปังจัดเสิร์ฟมา 3 อย่างคือ Soft Wheat Bread เสิร์ฟมากับน้ำมันมะกอกที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ
Pain Frit au blé dur, beurre Fleurs de Thym ”Moulin du Vivier“
ถัดมาคือขนมปังทอดที่เตรียมมาจากธัญพืช Durum เสิร์ฟมากับเนยโรสแมร์รี่และไทม์
Pain aux blés anciens à la meule de pierre “Moulin du Vivier”
สุดท้ายคือ Pain de Campagne จากผู้ทำขนมปังที่ตลาดเก่าในเมือง Narbonne
Inspirations végétales et légumineuses
Courge Hopi imprégnée d’une huile de noix Franquette, sauce tartare légère. ”Bocerno“
Hopi เป็นพืชตระกูลสควอชท้องถิ่นที่มีสีส้มโดดเด่น เชฟหมักในน้ำมันถั่ววอลนัทฟรังก์เกตต์ก่อนจะฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเสิร์ฟมาเพื่อให้มีเนื้อสัมผัส Al Dente หรือสู้ฟันคล้ายกันกับเส้นพาสต้า ด้านบนคือถั่ววอลนัทฟรังก์เกตต์เสิร์ฟมาแบบปกติและอีกบางส่วนที่ย่างและหมักในมิโสะ ด้านล่างรองด้วย Tartare Sauce ที่เตรียมมาจากไข่ปลาให้ความรู้สึกที่ไม่หนักท้องจนเกินไป (17/20)
Inspirations montagnes et rivières
Cèpes d’Occitanie, pulpe de sapin, émulsion sorgho. ”Joël Beltrand“
เห็ดพอร์ชินีย่างบนเตาถ่านจนได้เนื้อสัมผัสที่ดีคือมีความสู้ฟันเล็กน้อยแต่ไม่เหนียวและไม่กระด้าง ในจานมี Sorghum ซึ่งเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีอโรมาของ Fir หรือพืชตระกูลสนให้โทนรสชาติที่สว่างและสดชื่น (17/20)
Inspirations marines
Thon rouge du Golfe du Lion, pois chiches fermentés, bouillon réduit ”Lou Maniac“
ปลาทูน่าบลูฟินแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ผ่านกระบวนการ Ikejime เสิร์ฟมาใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันคือส่วนที่ผ่านการปรุงสุก, ส่วนที่เดิบแบบดิบสับมาเป็น Tartare และผงด้านบนที่เตรียมมาจากทูน่าแห้ง นอกจากนี้ยังมีถั่วลูกไก่เสิร์ฟมาอีก 3 รูปแบบคือถั่วลูกไก่ปกติ, ครีมถั่วลูกไก่ และถั่วลูกไก่ที่ทอดมาเบา ๆ เพื่อเพิ่มความกรอบ รอบ ๆ คือ Bouillon ที่ผ่านการเคี่ยวมาจนงวดนั่นเอง (16/20)
Inspirations animales
Poitrine de Canard maturée, Jus d’une gastrique, œuf généreux. ”Damien de la ferme Sigeannaise“
เนื้ออกเป็ดที่ผ่านการบ่มหรือ Dry-age เสิร์ฟมากับองค์ประกอบของลูกพรุนให้รสชาติเปรี้ยว (16/20)
Inspirations animales
Poitrine de Canard maturée, Jus d’une gastrique, œuf généreux. ”Damien de la ferme Sigeannaise“
นอกจากนี้ยังมียังมีซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกเป็ดกับลูกพรุนเข้าด้วยกัน (16/20)
Inspirations animales
Poitrine de Canard maturée, Jus d’une gastrique, œuf généreux. ”Damien de la ferme Sigeannaise“
ข้าง ๆ กันคือไข่เป็ดเสิร์ฟมาในภาชนะทรงไข่ ด้านในมีขาเป็ดและชิ้นฟัวกราส์ตับเป็ดใส่มาด้วย (16/20)
Pour Conclure… laitière et sucrée
Sélection de fromages, Salade d’à côté, herbes et fleurs. “Jacques Tison”
ถัดมาเป็นชีสท้องถิ่นเริ่มต้นที่ชีสนมแพะจากแถบ Minervois ถัดมาคือชีส Tomme จากแถบเทือกเขา Pyrenees แล้วจึงจบด้วย Roquefort ซึ่งเป็นบลูชีสที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุด เชฟเสิร์ฟมากับองุ่นรวมไปถึงสลัดเคียงใส่สมุนไพรและดอกไม้รับประทานได้
Pour Conclure… laitière et sucrée
Granité de feuilles de figuier, kombucha réduit. ”Cuxac d’Aude“
ของหวานจานแรกคือกรานิต้าที่เตรียมมาจากดอกและใบของลูก Fig หรือมะเดื่อฝรั่ง รอบ ๆ คือซอสใสที่ได้จากการทำให้ชาคอมบุฉะงวดและเข้มข้นขึ้น (17/20)
Figue Bourjassotte de Christine Cribeillet. ”Saint Génis des Fontaines“
ลูกมะเดื่อฝรั่งสายพันธุ์ Bourjassotte เสิร์ฟมาเป็นไอศกรีมและเมอแรงก์ (17/20)
Premier yuzu vert du Mas Bachès, givré. ”Perrine et Etienne Schaller“
ยูซุแรกจากไร่ Mas Bachès เสิร์ฟมาแบบ Frozen (17/20)
Cuir de mangue de Torreilles, “Fred et Lili”
Pâte de Fruits นุ่มหนึบที่เตรียมขึ้นมาจากมะม่วง (17/20)
Pour Conclure… laitière et sucrée
Gâteau Occitan amandes et prunes. ”Marc Berthomieu“
Gâteau Occitan หรือทาร์ตที่เตรียมมาจากถั่วอัลมอนด์และลูกพรุน (17/20)
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
[THE CHEF] Lionel Giraud เติบโตขึ้นมาโดยมีคุณพ่อ Claude Giraud ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของร้าน La Table Saint Crescent อยู่เดิม นอกจากนี้เขายังเคยร่วมงานกับเชฟ Christian Constant ที่ห้องอาหาร Les Ambassadeurs (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1996, เชฟ Guy Legay ที่ห้องอาหาร Espadon (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1997 และเชฟ Jacques Chibois ที่ห้องอาหาร La Bastide Saint-Antoine (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในปี 1999 หลังจากนั้นเขากลับมาร่วมงานกับคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2000 ก่อนจะออกเดินทางไปร่วมงานกับเชฟ Olivier Brulard ที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Les Prés d’Eugénie – Michel Guérard (3 MICHELIN Stars) ในปี 2001, La Cabro d’Or (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) ในปี 2002 และ La Villa ที่ประเทศโรมาเนียในปี 2003 หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมารับความสำเร็จและติดต่อความสำเร็จจากคุณพ่อที่ La Table Saint Crescent ในปี 2004 และคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star ของตัวเองมาครองได้ในปี 2005 ก่อนจะเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2020 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีห้องอาหารอีกแห่งตั้งอยู่ข้าง ๆ กันชื่อว่า Cave à Vin & à Manger – Maison Saint-Crescent ซึ่งการันตีด้วยรางวัล
Bib Gourmand อีกด้วย
ตู้สำหรับ Dry-Aged เนื้อและปลา
[THE FOOD] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารทั้งในเชิงสร้างสรรค์และอาหารโมเดิร์นโดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Occitania เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีโปรตีนบางชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการ Dry-aged เพื่อความเข้มข้นของรสชาติอีกด้วย
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Little Stroll in Occitania (120 €) จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Great Walk in Occitania (160 €) เสิร์ฟมาทั้งช่วงมื้อกลางวันและเย็น สุดท้ายคือ The Exceptional Walk (220 €) จัดเสิร์ฟมาเฉพาะในช่วงเย็นเท่านั้น ในแต่ละเซ็ตแบ่งออกเป็นหลายคอร์สโดยจะมีรายการอาหารหลายจานต่อคอร์สที่คอยสลับผลัดเปลี่ยนกันมาเสิร์ฟลูกค้าในแต่ละวันเพื่อสร้างความหลากหลายนั่นเอง รายการไวน์มีให้เลือกในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่น
[THE PLACE] เชฟ Claude Giraud เปิดห้องอาหาร Maison Saint Crescent ในปี 1995 โดยใช้พื้นที่ของโบสถ์ Abbé Saint-Crescent ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นพื้นที่เหล่าผู้แสวงบุญที่ออกเดินทางไปตามเส้นทาง Camino de Santiago สู่นคร Santiago de Compostela
ภายในตัวอาคารได้รับการตกแต่งใหม่ในสไตล์โมเดิร์นสังเกตได้จากพื้นคอนกรีตสีขาว-ดำขัดมันและผนังบางส่วนที่เผยให้เห็นอิฐเปลือย
โต๊ะทุกตัวได้รับการจัดวางอยู่ตามมุมอาคารเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้การเลือกใช้ผิวสัมผัสของโต๊ะเป็นไม้ไร้ซึ่งผ้าปูสร้างบรรยากาศที่หรูหราแต่ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ทั้งยังสามารถผลักดันให้อาหารแต่ละคอร์สแลดูโดดเด่นขึ้นมามากกว่าเดิมอีกด้วย
ภายในห้องอาหาร
บริเวณหน้าร้าน
ทางเข้าร้าน
[WHY GO] เชฟ Lionel Giraud นำเสนออาหารที่มีอัตลักษณ์ในตัวเองสูงภายใต้บรรยากาศที่น่าหลงไหล อย่างไรก็ตามจากการตีกรอบเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นเท่านั้นทำให้เราพบข้อจำกัดด้านคุณภาพแสดงออกมาได้ในบางคอร์ส ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 120 € จัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่เสิร์ฟ เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบ Occitanie โดยเฉพาะเมือง Narbonne สามารถแวะมาชิมกันได้แต่ต้องไม่ลืมกดจองกันมาล่วงหน้าสัก 2-3 วันเพื่อไม่ให้ผิดหวังเมื่อมาถึงนั่นเอง
อีกหนึ่งห้องอาหารทีาตั้งอยู่ข้าง ๆ กันคือ Cave à Vin & à Manger – Maison Saint-Crescent ซึ่งการันตีด้วยรางวัล
Bib Gourmand